ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 48,940 รายการ

  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ชวนผู้อ่านไปค้นพบหลากหลายเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือกรมศิลปากร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “แรกมีไม้ขีดไฟในสยาม”   “ไม้ขีดไฟ” ถูกนำเข้ามายังสยามผ่านทางบาทหลวงที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นไม้ขีดไฟของบริษัท Swedish Match จากสวีเดน ต่อมาเริ่มมีการวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะไม้ขีดไฟของญี่ปุ่น ซึ่งมีตราต่างๆ จำนวนมากหลายพันแบบ มีลักษณะบรรจุภัณฑ์ที่มีรูปลักษณ์สวยงามและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น ตราและสลากบนกล่องไม้ขีดไฟเป็นภาพวาดหลากหลายลวดลาย เหมาะสำหรับการเก็บสะสม เช่น ภาพวาดคน สัตว์ ผลไม้ ดอกไม้ บุคคลสำคัญ รวมทั้งภาพวาดเหตุการณ์ต่างๆ   ครั้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว การนำเข้าไม้ขีดไฟเริ่มลดลงเนื่องจากประเทศไทยได้จัดตั้งโรงงานผลิตไม้ขีดไฟใช้เอง เช่น บริษัท มิ่นแซ จำกัด, บริษัท ตังอา จำกัด, บริษัท ไทยไฟ จำกัด, บริษัท ไม้ขีดไฟไทย จำกัด (เดิมคือบริษัท สยามแมตซ์แฟ็กตอรี่ จำกัด) เป็นต้น จนทำให้ต้องมีการร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยไม้ขีดไฟขึ้นเป็นครั้งแรก ประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 เพื่อควบคุมการดำเนินกิจการโรงงานไม้ขีดไฟ และจัดเก็บภาษีไม้ขีดไฟที่ผลิตภายในพระราชอาณาเขต ปัจจุบันความสำคัญของไม้ขีดไฟได้ลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีสินค้าอื่นที่สามารถใช้ในการจุดไฟได้อย่างสะดวกสบายมากกว่า ไม้ขีดไฟที่เรายังคงสามารถพบเห็นได้ทั่วไปที่คุ้นตาและยังคงมีจำหน่ายถึงทุกวันนี้คือ ตราพระยานาค ของบริษัทไม้ขีดไฟไทย   ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวของไม้ขีดไฟ และหน้ากลักไม้ขีดไฟ ซึ่งเป็นของสะสมที่มีคุณค่าและหายาก สามารถอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ เรื่อง “อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี” ซึ่งจัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเนื่องในวาระครบ 70 ปี หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้ที่ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หรืออ่านในรูปแบบออนไลน์ได้ที่ https://www.finearts.go.th/main/view/46626   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ.  อาไคฟ ขอให้เก็บให้จงดี = Archive : please keep it properly preserved.  กรุงเทพฯ: สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ      กรมศิลปากร, 2567.  เอนก นาวิกมูล.  แรกมีในสยาม ภาค 1.  กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2559. 


ชื่อเรื่อง                     อานิสงส์สร้างพระรูป (สองพระเจ้า)เลขทะเบียน               19/1ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               10 หน้า : กว้าง 4.6 ซม. ยาว 55 ซม.หัวเรื่อง                     พระพุทธรูปภาษา                       บาลี/ไทยอีสานบทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับมอบมาจากนางสุดา วงษ์พันธุ์


ชื่อแบบฉบับ : มาเลยฺยสุตฺต (ผูก 2) ชื่อเรื่อง : ปฐมมาลัย-ทุติยมาลัย (ผูก 2) เลขทะเบียน : ชม.บ.594/2 ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ                          ผู้สร้าง : ไม่ปรากฏ                      ปีที่สร้าง : จ.ศ.1004 (พ.ศ. 2185) จำนวน : 1  คัมภีร์  2 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก 1, 2)    จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด               จำนวนหน้า : 54 หน้า อักษร : ธรรมล้านนา                       ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา               เส้น : จาร ฉบับ : ล่องชาด                             ไม้ประกับ : ไม่มี                         ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน ประวัติ : จ.ศ.1004  (พ.ศ.2185 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง) ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531 โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568


เลขทะเบียน : นพ.บ.780/ค5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 62 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก ค5 (2568)หัวเรื่อง : กจฺจายนมูล--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน  นม.บ.16/6



       พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ขอเชิญประชาชนร่วมถวายความอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สำหรับผู้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช สามารถรับโบว์สีดำสำหรับติดเสื้อได้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. เปิดทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ และวันหยุดขัตฤกษ์  สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๗๕๓๔ ๑๐๗๕ เฟซบุ๊ก: Nakhon Si Thammarat National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช https://www.facebook.com/nst.museum ---------------------------------------------------------- In mourning for Her Majesty Queen Sirikit The Queen Mother. Visitors to the Nakhon Si Thammarat National Museum may receive a black mourning ribbon starting from 1st November 2025 at the museum building, from 9 a.m. – 4 p.m. Wednesday - Sunday and public holidays.  


         สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ร่วมกับศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ เชิญฟังและรับชม "THE KINGDOM'S BLACKSMITH ลัวะ : เหล็ก : ล้านนา" กิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ ที่จะชวนมองอดีตของล้านนาผ่านมุมมองของทรัพยากรและผู้คน ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 13.00 - 15.30 น. ณ หอกลางเวียง ศูนย์มรดกเมืองเทศบาลนครเชียงใหม่ (หลังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์) จังหวัดเชียงใหม่        - ฟัง เสวนาพิเศษ "มองอดีตผ่านทรัพยากร : ลัวะ เหล็ก และระบบเศรษฐกิจจารีตล้านนา" แลกเปลี่ยนผ่านมุมมองของ 3 นักวิชาการ ได้แก่ ดร.ภีร์ เวณุนันทน์ อาจารย์ประจำภาควิชาโบราณดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และอาจารย์วิชญา มาแก้ว  อาจารย์ประจำหลักสูตรประวัติศาสตร์และมรดกวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่         - รับ เอกสาร "ลัวะทำเหล็ก กลุ่มชาติพันธุ์และทรัพยากรโบราณล้านนา" ผลงานล่าสุดจากสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ที่จะนำมาเปิดตัวในงานนี้ (มีจำนวนจำกัด ลงทะเบียนและรับฟรี)         - ชม นิทรรศการพิเศษ "THE KINGDOM'S BLACKSMITH ลัวะ : เหล็ก : ล้านนา" นำเสนอภาพถ่ายหาชมยาก และหลักฐานของกลุ่มชาวลัวะทำเหล็กสมัยโบราณ และการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน - ชิม เครื่องดื่มสุดพิเศษ กาแฟลัวะจากดอยบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่   พิเศษ! รับของที่ระลึก สำหรับผู้มาร่วมงานทุกท่านจะได้รับเอกสาร “ลัวะทำเหล็ก กลุ่มชาติพันธุ์และทรัพยากรโบราณล้านนา” . ผู้สนใจร่วมงานและรับเอกสาร สามารถลงทะเบียนได้โดยสแกน QR CODE ด้านล่างโปสเตอร์ หรือทางลิ้งก์นี้ https://qrfy.io/Q_e9b8_AdI เพื่อสำรองที่นั่งสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5322 2262 หรือ เฟซบุ๊ก เพจ: สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ https://www.facebook.com/finearts7chiangmai  



ผู้แต่ง : ทศ คณนาพร ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์เอ็นสแควร์      เรื่องเล่า เวียงเจียงใหม่ เป็นการเล่าถึง ประวัติศาสตร์วีรกรรมของเหล่าบรรพชนล้านนา ที่ร่วมแรงร่วมใจกันก่อร่างสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น รวมถึงเหตุการณ์นานา ทั้งภายนอกและภายใน ความเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวหน้าของเมืองเชียงใหม่ ด้านศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี การปกครอง เศรษฐกิจการค้าที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 700 ปี จึงยังประโยชน์ และควรค่าแก่รับทราบถึงรากเหง้า และความเป็นมานี้ด้วยความภาคภูมิใจ และเป็นบทเรียนสอนใจในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


                                   



กรมศิลปากรรับเป็นเจ้าภาพในกัณฑ์ที่ ๒ “กัณฑ์หิมพานต์” ซึ่งมีรองอธิบดี   นางประนอม  คลังทอง และนายสตวัน  ฮ่มซ้าย ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม เข้าร่วมในพิธีฟังเทศน์      เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๔.๐๐ น. – ๑๕.๐๐ น.




ประวัติศาสตร์โบราณคดี (History - Archaeology )           มีเนื้อหาเกี่ยวกับพัฒนาการของผู้คนตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบหลักฐานในจังหวัดสุรินทร์ตั้งแต่เมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ – ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว สมัยวัฒนธรรมทวารวดีซึ่งเริ่มประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ สมัยวัฒนธรรมเขมรมีอายุประมาณตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๘ จนถึงสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ ๒๔ การจัดแสดงจะจำลองสภาพชีวิตและพิธีกรรมการฝังศพครั้งที่สองในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุสมัยทวารวดี เขมร ที่พบในจังหวัดสุรินทร์ หุ่นจำลองโบราณสถาน วีดิทัศน์เรื่อง สุรินทร์ถิ่นอารยธรรมขอมเพื่อให้ผู้ชมได้เกิดความเข้าใจในการศึกษาทางด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะของจังหวัดสุรินทร์ History – Archaeology           This exhibition shows the development of the area from the prehistoric period of about 2,000 – 1,500 years ago through the Dvaravati period (7th – 8th century), the khmer culture period (7th – 13th century), and the Lanchang – Ayutthaya period (19th century). On display are models illustrating the lifestyles and funeral ceremonies of prehistoric people, as well as antiquities from the Dvaravati, Khmer and Ayutthaya periods discovered in Surin province. There are also models of ancient monuments and audio – visual aids for information on the archaeology and history of the arts in Surin province.


black ribbon.