ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,798 รายการ
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร)
ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย
พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย
รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.
วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร)
ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย
พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย
รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.
วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิ (ปรกเมืองไพร)
ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
ได้จากบ้านเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
จัดแสดง ณ โซนวัฒนธรรมทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
เมืองไพร เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีตั้งอยู่ในเขตบ้านเมืองไพร ตำบลเมืองไพร อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด หลักฐานสำคัญที่พบคือ พระพิมพ์ดินเผาบนเนินดิน โดยเนินดินนั้นไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดร่วมด้วย และถูกทำลายเมื่อครั้งพบพระพิมพ์ดินเผาจนเสื่อมสภาพ ปัจจุบันเมืองไพรจึงไม่พบร่องรอยโบราณสถานใดเลย
พระพิมพ์ดินเผาที่พบเมืองไพร เป็นพระพิมพ์พระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ขนาดใกล้เคียงกัน สภาพชำรุดไปกว่าครึ่ง ลักษณะตอนพบเรียงเป็นแถว พระเศียรชนกัน ซ้อนกันเป็นระเบียบ สีเนื้อดินต่างกัน เนื่องจากอุณหภูมิที่เผาไม่เท่ากัน รูปแบบพระพิมพ์ที่พบ มีทั้งหมด ๒ พิมพ์ ซึ่งรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงขนาดเล็กน้อย
รูปแบบพระพิมพ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ มีนาคเจ็ดเศียร หรือพญามุจลินท์ แผ่พังพานปรกอยู่เบื้องหลัง ลักษณะพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบลงต่ำ พระโอษฐ์หนา ขมวดพระเกศาใหญ่ พระรัศมีเป็นต่อมกลม ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา ชายจีวรยาวลงมาจรดพระนาภี ปลายเป็นริ้วคลี่ออกเป็นสองแฉก ขัดสมาธิราบบนขนดนาคสามชั้น จากรูปแบบพระพิมพ์พิมพ์นี้น่าจะเลียนแบบมาจากพระพุทธรูปนาคปรกปางสมาธิ ศิลปะทวารวดีที่พบทางภาคกลางของประเทศไทย แต่เศียรนาคเป็นนาคแบบอิทธิพลศิลปะเขมร พระพิมพ์นาคปรกพิมพ์นี้จึงเป็นศิลปกรรมเป็นศิลปะทวารวดีผสมผสานกับศิลปะเขมร และสามารถกำหนดอายุได้ว่าพระพิมพ์นี้น่าจะสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖
นอกจากนี้พระพิมพ์ทั้งสองพิมพ์ไม่พบที่เมืองโบราณสมัยทวารวดีที่ไหนอีกเลยนอกจากบ้านเมืองไพรและจากจำนวนที่พบจึงสันนิษฐานได้ว่า พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิสองพิมพ์นี้ทำขึ้นที่บ้านเมืองไพร แม้ว่าจะมีรูปแบบคล้ายกับพระพิมพ์นาคปรกนาดูน ที่พบที่เมืองจำปาศรี อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นเมืองที่พบพระพิมพ์ดินเผาสมัยทวารวดีจำนวนมากและอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นกัน แต่ก็มีรูปแบบอันแสดงให้เห็นว่าใช้แม่พิมพ์ต่างกันคือ พระพิมพ์นาคปรกเมืองไพรมีขนดนาคสามชั้น ส่วนพระพิมพ์นาคปรกนาดูนนั้นไม่มีขนดนาค
พระพิมพ์นาคปรกปางสมาธิเมืองไพร เป็นหนึ่งในรูปแบบพระพิมพ์ศิลปะทวารวดีในภาคอีสาน อันแสดงให้เห็นว่าเมืองไพร เป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลศิลปะทวารวดีในภาคกลางของประเทศไทยและศิลปะเขมร ที่เข้ามาผสมผสาน จนเกิดรูปแบบเฉพาะท้องถิ่น ทั้งยังเป็นเมืองที่สัมพันธ์กับเมืองทวารวดีซึ่งอยู่ในลุ่มแม่น้ำชีเช่นเดียวกันอย่างเมืองจำปาศรีอีกด้วย โดยคติการสร้างก็สามารถตีความว่าสร้างขึ้นเนื่องในพุทธศาสนาทั้งมหายานและเถรวาทที่ได้รับอิทธิพลจากทวารวดีในภาคกลาง ก่อนจะเริ่มหายไปและเปลี่ยนเป็นพระพิมพ์สำริด ที่มีคติแบบพุทธศาสนามหายาน อิทธิศิลปะเขมรอย่างชัดเจนเข้ามาแทน
บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ทวารวดีในอีสาน. กรุงเทพฯ : มติชน, ๒๕๕๘.
รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. พระพุทธรูปและพระพิมพ์ทวารวดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ตามหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๒.
วิริยา อุทธิเสน. “การศึกษาคติความเชื่อของชุมชนโบราณสมัยทวารวดีในลุ่มแม่น้ำชีภาคกลาง กรณีศึกษาจากพระพิมพ์ดินเผา.” วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาโบราณคดี สมัยประวัติศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๖.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, ๒๕๖๒.
นักท่องเที่ยวกว่า 3 หมื่นคน แห่เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ช่วงเทศกาลปีใหม่
ประมวลภาพบรรยากาศนักท่องเที่ยวเข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่
30 ธ.ค.68 - 4 ม.ค.69
จำนวน 30,237 คน แบ่งเป็น
-ชาวไทย 26,147 คน
-ต่างชาติ 4,090 คน
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.30 - 19.30 น.
โทรศัพท์ 055 697527 , 055 697241
พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง อู่ทอง: www.virtualmuseum.finearts.go.th/uthong
ประวัติการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
พุทธศักราช 2446 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้ตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี และเสด็จสำรวจเมืองโบราณอู่ทอง ทรงนิพนธ์เล่าเรื่องเมืองอู่ทอง ในรายงานเสด็จตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี และทรงนิพนธ์หนังสือเรื่องนิทานโบราณคดี
พุทธศักราช 2476 ราชบัณฑิตยสภาได้เริ่มทำการสำรวจทำแผนผังเมืองโบราณอู่ทองโดยสังเขป ซึ่งปรากฏว่าเป็นเมืองโบราณสำคัญที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี แห่งหนึ่ง
พุทธศักราช 2502 กรมศิลปากรได้จัดสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ขึ้นเป็นอาคารชั่วคราวเพื่อเก็บรักษาโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจและขุดค้น ทางโบราณคดีที่เมืองโบราณอู่ทอง
พุทธศักราช 2504 กรมศิลปากร ทำการสำรวจขุดแต่งโบราณสถานที่มีกระจายอยู่ทั่วไปในเมืองโบราณอู่ทองเพิ่มเติม พบโบราณวัตถุสมัยทวารดีจำนวนมาก
พุทธศักราช 2507 - 2509 ศาตราจารย์ช็อง บวสเซลีเย่ร์ (M.JeanBoisselier) ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลปะภูมิภาคเอเซียอาคเนย์ชาว ฝรั่งเศส และหัวหน้าหน่วยศิลปากรในขณะนั้น ได้ทำการสำรวจขุดแต่งโบราณสถานในเมืองอู่ทอง และศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีกับเมืองโบราณอู่ทอง
พุทธศักราช 2508 - 2509 กรมศิลปากรได้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง ขึ้นเป็นการถาวรเพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากขุดค้นทางโบราณคดีเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พุทธศักราช 2509
ครบรอบ ๑๐๗ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร
วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๑ ครบรอบ ๑๐๗ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร
กำหนดการในโอกาส 107 ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร
ระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2561
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
วันอาทิตย์ ที่ 25 มีนาคม 2561
เวลา 08.30 น.- 09.45 น. - ผู้เข้าร่วมฟังเสวนาลงทะเบียน ณ ห้องดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เวลา 09.45 น.- 10.00 น. - อธิบดีกรมศิลปากร (นายอนันต์ ชูโชติ) กล่าวต้อนรับ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เวลา 10.00 น.-11.00 น. - บรรยายพิเศษ การขับเคลื่อนนวัตกรรมในภาครัฐ
โดย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เวลา 11.10 น. - อธิบดีกรมศิลปากร เปิดงาน 107 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร
* อธิบดีกรมศิลปากร เปิดนิทรรศการแผ่นดินไทยในอดีต
ณ พระที่นั่งศิวโมกข์พิมานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
* อธิบดีกรมศิลปากรพร้อมด้วยผู้บริหารและข้าราชการ
เยี่ยมชมการออกร้านCreative Fine Artsและนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร
เวลา 12.00 น.-13.30 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)
เวลา 13.30 น.-16.00 น. - เสวนาเรื่อง ฟิล์มกระจกและภาพถ่ายต้นฉบับ ชุด หอสมุดวชิรญาณ มรดกความทรงจำ
ผู้ร่วมเสวนา
นายภูธร ภูมะธน นักวิชาการอิสระ
นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
บริษัทไทย เบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)
นางสาวนันทกา พลชัย ผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
ผู้ดำเนินรายการ
นางสาวกรพินธ์ ทวีตา ผู้อำนวยการกลุ่มเอกสารจดหมายเหตุและบริการ
เวลา 16.00 น. - ชมการแสดงจากสำนักการสังคีต ณ สังคีตศาลา
วันจันทร์ ที่ 26 มีนาคม 2561
เวลา 08.30 น.- 09.30น. - ผู้ร่วมฟังเสวนาลงทะเบียน ณ ห้องดำรงราชานุภาพ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เวลา 09.30 น. – 12.00 น. - เสวนาเรื่อง พบปะอธิบดีกรมศิลปากรเมื่อวันวาน
ผู้ร่วมเสวนา
นายเดโช สวนานนท์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร
นายสุวิทย์ รัศมิภูติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร
นายอารักษ์ สังหิตกุล อดีตอธิบดีกรมศิลปากร
ผู้ดำเนินรายการ
นายเขมชาติ เทพไชย อดีตรองอธิบดีกรมศิลปากร
เวลา 12.00 น.- 13.00 น. - รับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)
เวลา 13.00 น.- 15.00 น. - เสวนาเรื่อง เมืองท่าโบราณกับเส้นทางสายไหมทางทะเลในประเทศไทย
ผู้ร่วมเสวนา
นางอมรา ศรีสุชาติ นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ
นายพงศ์ธันว์ สำเภาเงิน นักโบราณคดีชำนาญการพิเศษ
นายภาณุวัตน์ เอื้อสามาลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ
ผู้ดำเนินรายการ
นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักโบราณคดี
16.00 น. - ชมการแสดงจากสำนักการสังคีต ณ สังคีตศาลา
วันอังคารที่ 27 มีนาคม 2561
เวลา 08.50 น. - รองอธิบดี ผู้อำนวยการสำนัก และข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร
พร้อมกัน ณ กรมศิลปากร
เวลา 09.00 น. - นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรและคณะ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกรมศิลปากร 12 แห่ง
เวลา 10.30 น. – 11.30 น. - พิธีบำเพ็ญกุศล ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เวลา 10.30 น. – 12.10 น. - พิธีมอบเกียรติบัตรและรางวัลให้แก่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นในสังกัดกรมศิลปากร
- บุคคลที่สมควรยกย่องเป็นผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความชื่อสัตย์สุจริต ประจำปี พ.ศ. 2561
เวลา 12.10 น. – 13.00 น. - รับประทานอาหารร่วมกัน ณ ห้องดำรงราชานุภาพ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
เวลา 13.00 น. – 18.00 น. - กิจกรรมแข่งขันกีฬาภายในกรมศิลปากร
เวลา 18.00 น .- 21.00 น. - กิจกรรมการแสดงเชิงสร้างสรรค์ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก)
- ปิดงาน 107 ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากร
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม 2559 เวลา 8.30 น. นางวัญญา ประคำทอง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม ร่วมพิธีเปิด งานDigitalThailand2016 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ณ ห้อง PlenaryHall ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในการนี้นางสาวตรีชฏา แสนศรีชัย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ นายณัฐภัทร สุขวิลัย นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ และนายอภิญญา รุ่งพิทักษ์มานะ นักจัดการงานทั่วไป ร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๐๐ น. นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ ๔ ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนบ้านขามเดื่อราษฎร์สงเคราะห์ อำเภอจอมพระ จังหวัดสุรินทร์ นักเรียนจำนวน ๘๙ คน คุณครูจำนวน ๑๑ คน
เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมีนางศรีสุดา ศรีสด และนางสาวอภิญญา สุขใหญ่ พนักงานประจำห้อง ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม