ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,007 รายการ

          ๑. การเขียนภาพในเรื่องของพระอสุภกรรมฐานในแต่ละห้องภาพนั้น เน้นจุดเด่นคือตัวภาพที่บรรยายลักษณะของพระภิกษุกำลังพิจารณาสภาพซากศพในลักษณะต่างๆ ตัวภาพมีขนาดใหญ่อยู่บริเวณด้านล่างของแต่ละห้องภาพ ตัวภาพที่เขียนเป็นภิกษุจะมีการเขียนสีตัวภาพแล้วตัดเส้นแบบแผนโบราณ แต่ผ้านุ่งหรือจีวรมีการไล่น้ำหนักของสี แสดงให้เห็นถึงผ้าที่พริ้วและทับซ้อนเสมือนจริง ทั้งตัวภาพที่เป็นซากศพแต่ละลักษณะ ช่างก็เขียนไปในทางเสมือนจริงเช่นกัน การเขียนภาพในเรื่องเกี่ยวกับจริยวัตรของพระภิกษุเช่นนี้เป็นราชนิยมในช่วงรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมาซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในงานจิตรกรรมฝาผนัง โดยการกำหนดอายุของจิตรกรรมฝาผนังวัดเสม็ดนี้ก็คงไม่ได้พิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวของภาพเพียงอย่างเดียวจะต้องพิจารณาในเรื่องของเทคนิคหรือมุมมองของการเขียนภาพของช่างเขียนและองค์ประกอบอื่นๆร่วมด้วย เช่น อาคารสิ่งก่อสร้างที่ปรากฏ หรือ การเขียนตัวภาพที่มีต่างชาติร่วมด้วยทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ก็เป็นองค์ประกอบในการพิจารณาได้เช่นกัน ภาพที่ ๑ การเขียนภาพในเรื่องของพระอสุภกรรมฐาน           ๒. การเขียนธรรมชาติ จิตรกรรมฝาผนังวัดเสม็ด เป็นการเขียนบรรยากาศโดยส่วนใหญ่มีมุมมองที่กว้างและลึกระยะใกล้ ไกล ไม่ว่าจะเป็นการเขียนท้องฟ้า ภูเขา ต้นไม้ หรือ ทะเล แม่น้ำ ช่างเขียนเป็นภาพลักษณะเสมือนจริงมีการไล่น้ำหนักแสงเงา ตามแบบแผนการเขียนภาพทางตะวันตก เนื่องจากในช่วงสมัยนั้นมีการนิยมการเขียนภาพลักษณะนี้ ทั้งยังเขียนภาพแบบมีระยะเช่นต้นไม้ที่อยู่ใกล้มีขนาดใหญ่ ต้นไม้ที่อยู่ระยะไกลออกไปมีขนาดที่เล็กลงเรื่อยตามลำดับ การเขียนใบไม้ใช้วิธีแต้มสี และกระทุ้งเพื่อไล่น้ำหนักอ่อนแก่เช่นเดียวกับแสงที่กระทบกับใบไม้ ภาพที่ ๒ การเขียนธรรมชาติ           ๓. การเขียนภาพอาคารสิ่งก่อสร้างและวิถีชีวิต มีการเขียนอาคารในรูปแบบทางตะวันตกผสมผสาน เขียนภาพอาคารแบบภาพเปอร์สเปคทีฟ (Perspective)แสดงถึงความลึกทั้งยังใช้เรื่องของสี ร่วมด้วย คือในระยะที่ลึกเข้าไปภายในอาคารจะไล่น้ำหนักของสีใช้สีเข้มทึบดำเพื่อแสดงให้เห็นถึงความลึกเข้าไปภายในเสมือนกับแสงที่ไม่สามารถส่องเข้าไปได้ ทั้งยังมีการเขียนสอดแทรกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นเข้าไปในภาพด้วย เช่นชีวิตของชาวเล การทำประมง รูปแบบเรือต่างๆ ซึ่งภาพที่ปรากฏนี้เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปศึกษาค้นคว้าในเรื่องของประวัติศาสตร์ต่อไปได้อีกด้วยภาพที่ ๓,๔ การเขียนภาพอาคารสิ่งก่อสร้างและวิถีชีวิต ๔. มีการนำศิลปะ ๒ แขนง มาผสมผสานกัน ผนังด้านหน้าพระประธาน คือประติมากรรมและจิตรกรรม ภาพที่ ๕ การเขียนผสมผสาน           ๕. ยังคงมีการเขียนตัวภาพแบบประเพณีอยู่ คือ ภาพเทพชุมนุม นักสิทธิวิทยาธร โดยเขียนเครื่องทรงอาภรณ์ มีชฎาผ้านุ่งตัดเส้นแบบไทยประเพณี และมีการเขียนคั่นภาพด้วยเส้นสินเทาภาพที่ ๖,๗ การเขียนตัวภาพแบบประเพณี


          “ขยันให้ถูกที่ ทำดีให้ถูกเวลา” เป็นคำคมที่มักได้ยินจากทั้งสุภาษิตไทยและจีน อีกทั้งยังได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริง ดังเหตุการณ์ที่ปรากฎในเอกสารจดหมายเหตุจังหวัดนครพนม แผนกมหาดไทย เรื่อง ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนขยันประจำอำเภอในปี ๒๔๙๔           ในระหว่างพ.ศ. ๒๔๙๔ - ๒๔๙๗ กระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมเสนอรายชื่อบุคคล เพื่อพิจารณาเข้ารับขันเงินรางวัลคนขยันประจำปี และนำรางวัลมามอบให้แก่ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ โดย “ขันเงิน” ที่จะได้รับเป็นรางวัลนั้น มีลักษณะเป็นขันเงินตักบาตรขนาดกลาง พร้อมด้วยทัพพีและพานรอง จำนวน ๑ ชุด โดยการมอบจะต้องปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ของกระทรวงมหาดไทยตามที่ระบุในหนังสือว่า           “ในการแจกจ่ายขันเงินรางวัลแก่คนขยันประจำอำเภอและกิ่งอำเภอ กระทรวงมหาดไทยใคร่ขอให้จังหวัดปฏิบัติการให้เป็นไปโดยสมเกียรติแก่ผู้รับตามสมควร โดยจะจัดมอบในงานพิธีใด ๆ ของทางราชการหรือจะจัดเป็นพิธีแจกโดยเฉพาะก็ได้ ทั้งนี้ โดยมีจุดประสงค์ที่จะกระตุ้นเตือนใจแก่ผู้ที่ได้ร่วมพิธีได้ทราบและถือเป็นแบบอย่าง กับเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นคนขยันอีกด้วย”           จังหวัดนครพนมจึงได้เสนอรายชื่อคนขยันของแต่ละอำเภอ ประจำปี พ.ศ. ๒๔๙๔ จำนวน ๘ คน คนละ ๑ อำเภอ ได้แก่ ๑.นายทุ่ม คำหุ่ง อำเภอเมืองนครพนม ๒.นายมาก ก่านจันทร์ อำเภอท่าอุเทน ๓.นายป่าน คำชนะ กิ่งอำเภอบ่อศรีสงคราม ๔.นายอุ่นแก้ว เชียงใหม่ อำเภอธาตุพนม ๕.นายคอน แสนสุภา อำเภอนาแก ๖.นายอาน จำใบรัตน์ อำเภอมุกดาหาร ๗.นายจันทร์ ศรีษาพันธ์ กิ่งอำเภอคำชะอี ๘.นายอ้วน อภัยโส กิ่งอำเภอบ้านแพง--------------------------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวพัชราภรณ์ สุวรรณะ นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี --------------------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง - กรมศิลปากร. (๒๕๔๔). งานศิลปกรรมช่างโลหะ. กรุงเทพฯ: เอ.พี.กราฟิค ดีไซน์และการพิมพ์ - หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี. นพ ๑.๒/๓๑ ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนขยันประจำอำเภอในปี ๒๔๙๔ (๘ พ.ค. - ๒๒ มิ.ย. ๒๔๙๗)



องค์ความรู้ : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เรื่อง : ภูเขาไฟพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์นับเป็นดินแดนแห่ง “ภูเขาไฟ” ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศที่ราบสูงเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ ๙ แสนถึง ๑ ล้านปีมาแล้ว โดยเป็นจังหวัดที่มีภูเขาไฟมากที่สุดถึง ๖ ลูกด้วยกัน ได้แก่ เขาพนมรุ้ง เขาอังคาร เขาไปรบัด เขาหลุบ เขากระโดง และเขาคอก ในบรรดาภูเขาไฟทั้ง ๖ ลูก “เขาพนมรุ้ง” เป็นภูเขาไฟที่มีขนาดสูงใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ ประมาณ ๖๐ กิโลเมตร เป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว เช่นเดียวกับเขาอังคารและเขาไปรบัด วางตัวยาวตามแนวทิศเหนือ-ทิศใต้ ประมาณ ๕ กิโลเมตร และกว้างตามแนวทิศตะวันออก - ทิศตะวันตก ประมาณ ๓.๕ กิโลเมตร บริเวณไหล่เขามีความลาดชันประมาณ ๖ - ๑๕ องศา ส่วนยอดเขาสูงสุดจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ๓๘๖ เมตร มีส่วนของปล่องปะทุภูเขาไฟครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๑๖๐ ไร่ หรือประมาณ ๒๕๖,๐๐๐ ตารางเมตร โดยขอบปากปล่องด้านทิศเหนือเป็นสถานที่ตั้งสถานีรายงานเขาพนมรุ้ง กองทัพอากาศ ส่วนด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งของปราสาทพนมรุ้งศาสนสถานในวัฒนธรรมขอมที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยความอุดมสมบูรณ์จากแร่ธาตุของเถ้าภูเขาไฟทำให้ผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์โดยปรากฏหลักฐานแหล่งโบราณคดีโดยรอบ เช่น แหล่งโบราณคดีโคกฝรั่ง แหล่งโบราณคดีโคกเขว้า-ห้วยตะแบง และต่อมาในสมัยวัฒนธรรมเขมรได้สถาปนาให้ภูเขาลูกนี้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์สร้างปราสาทพนมรุ้งเพื่อให้เป็นเขาไกลาส ที่ประทับของพระศิวะตามความเชื่อแบบไศวนิกาย อีกทั้งคนโบราณได้ดัดแปลงบริเวณปากปล่องภูเขาไฟทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทพนมรุ้งให้เป็นสระสำหรับกักเก็บน้ำ มีทั้งหมด ๗ สระ เพื่อใช้ในการอุปโภค-บริโภค นอกจากนี้ยังมีการนำเอาหินบะซอลต์ที่ได้จากภูเขาไฟมาใช้ในการก่อสร้างด้วย เช่น กำแพงแก้วของพลับพลาเปลื้องเครื่อง กำแพงแก้วของสระน้ำโบราณ และพื้นระเบียงคตด้านทิศเหนือของปราสาทพนมรุ้ง โดยสันนิษฐานว่าแหล่งตัดหินน่าจะเป็นบริเวณขอบสระน้ำหมายเลข ๖ ที่เคยเป็นปากปล่องภูเขาไฟมาก่อนเนื่องจากพบร่องรอยการสกัดหิน ภูเขาไฟพนมรุ้งแห่งนี้ มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยแร่ธาตุ และแหล่งอาหาร ทำให้ผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยใช้งานต่อเนื่องหลายยุคสมัย โดยมีปราสาทพนมรุ้งที่สร้างอยู่บนยอดเขา เป็นศูนย์กลางทางความเชื่อของผู้คนแถบนี้มาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน เรียบเรียงโดย: นายวิธาน ศรีขจรวุฒิศักดิ์ นักโบราณคดี อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เอกสารอ้างอิง: คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดบุรีรัมย์. กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๔๔. จรรยา มาณะวิท และคณะ. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ. พิมพ์ครั้งที่ ๔. นครราชสีมา: สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา กรมศิลปากร, ๒๕๕๗. พิสิฐ เจริญวงศ์ และคณะ. ปราสาทพนมรุ้ง. พิมพ์ครั้งที่ ๖. บุรีรัมย์: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กรมศิลปากร, ๒๕๕๑. วสันต์ เทพสุริยานนท์. รายงานการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดี สระน้ำโบราณประจำปราสาทพนมรุ้ง. บุรีรัมย์: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง, ๒๕๖๐. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์, หม่อมราชวงศ์. ปราสาทเขาพนมรุ้ง ศาสนบรรพตที่งดงามที่สุดในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ ๕. สมุทรปราการ: เรือนบุญ, ๒๕๔๙.


องค์ความรู้จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เรื่อง ไหเคลือบสีเขียว : หลักฐานพบใหม่จากการขุดแต่งโบราณสถานหมายเลข ๑๔ (โบราณสถานบ้านศรีสรรเพชญ์ฺ ๓) เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                                มาเลยฺยสุตฺต (มาลัยหมื่น-มาลัยแสน) สพ.บ.                                  257/1กประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           40 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 58 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           ชาดก                                           เทศน์มหาชาติ                                           คาถาพัน บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ-ล่องรัก ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี




เลขทะเบียน : นพ.บ.153/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  54 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 93 (1-16) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : สทฺทสารตฺชาลินี(ศัพท์สัททสารัตถชาลินี)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)  ชบ.บ.36/1-5  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (วิภังค์-มหาปัฏฐาน) สพ.บ.                                  307/4กประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           82 หน้า กว้าง 4.8 ซม. ยาว 56.8 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก วัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.199/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  30 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 109 (141-147) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : จันทกุมาร--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.311/9ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4 x 54 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 126  (306-312) ผูก 9 (2565)หัวเรื่อง : ธมฺมปทวณฺณนา ธมฺมปทฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(ธรรมบท)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


วันพุธที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร ลงพื้นที่ตรวจโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์เขตพุทธาวาส วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมี นายอนันต์ ชูโชติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ร่วมลงพื้นที่ในครั้งนี้ด้วย ในการนี้อธิบดีกรมศิลปากร ได้มอบหมายให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบศาสนสถานภายในเขตพุทธาวาส เพื่อหาแนวทางในการบูรณะต่อไป





black ribbon.