ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,143 รายการ
virtualhistoricalpark.finearts.go.th/kamphaengphet
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรมีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่เมืองโบราณกำแพงเพชร ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง ในเขตอำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร พื้นที่บริเวณนี้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำสามารถติดต่อกับที่ราบลุ่มแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านในท้องที่จังหวัดพิจิตรและพิษณุโลกได้และยังต่อเนื่องไปถึงที่ราบลุ่มแม่น้ำป่าสักในจังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนพื้นที่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกเป็นภูเขา จากลักษณะทางภูมิประเทศดังกล่าว พบว่ามีความเหมาะสมในการตั้งชุมชนโบราณมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่สามารถใช้ติดต่อกับชุมชนในพื้นที่ราบได้สะดวก และเป็นชุมชนพักสินค้าเพื่อเปลี่ยนแบบแผนการคมนาคมจากที่ราบสู่เขตภูเขาที่ขึ้นไปทางทิศเหนือและทางทิศตะวันตกต่อไป เมื่อเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์พื้นที่บริเวณนี้ได้เป็นตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการทำสงคราม โดยเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเมืองสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาและล้านนา ซึ่งหลักฐานทางโบราณคดีที่พบ ในเมืองกำแพงเพชรได้แสดงลักษณะที่เกี่ยวเนื่องกับดินแดนทั้งสามแห่ง และได้พัฒนาต่อยอดลักษณะทางศิลปะ รวมทั้งแสดงออกมาในรูปแบบของสกุลช่างเมืองกำแพงเพชรได้อย่างสวยงาม ถือเป็นเอกลักษณ์ที่ โดดเด่นและชัดเจน เมืองโบราณกำแพงเพชรมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู วางตัวเป็นแนวขนานไปกับแม่น้ำปิง กำแพงเมืองแต่เดิมมีลักษณะเป็นคันดินและคูน้ำสามชั้น ต่อมาได้มีการพัฒนากำแพงเมืองชั้นในเป็นกำแพงก่อด้วยศิลาแลง เชิงเทินตอนบนก่อเป็นรูปใบเสมาและมีป้อมประตูโดยรอบ กรมศิลปากรได้ดำเนินการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่เมืองโบราณกำแพงเพชรมาอย่างต่อเนื่องทั้งการประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน รวมทั้งการก่อตั้งโครงการอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรขึ้น แล้วจึงมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2534 โดยขอบเขตอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรในปัจจุบันพื้นที่ครอบคลุมทั้งหมดรวม 2,114 ไร่ หรือ 3.34 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็น 2 พื้นที่ 1. เขตกำแพงเมือง มีพื้นที่ 503 ไร่ ตั้งอยู่ในขอบเขตของเมืองกำแพงเพชรโบราณบนฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง มีคูเมืองและกำแพงเมืองศิลาแลงรอบล้อม 2. เขตอรัญญิก มีพื้นที่ 1,611 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขาลูกรัง นอกเขตกำแพงเมืองด้านทิศเหนือ ปีพุทธศักราช 2534 คณะกรรมการมรดกโลกแห่งอนุสัญญาคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของโลกได้ประกาศในการประชุม ณ เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซียให้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชรเป็นมรดกโลก เนื่องจากหลักฐานที่ปรากฏแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรม สถาปัตยกรรมที่มีความงดงามและเป็นผลงานชิ้นเอกที่ได้รับการสร้างสรรค์จากอัจฉริยภาพด้านศิลปะอย่างแท้จริง รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่หาได้ยากยิ่ง หรือเป็นพยานหลักฐานที่แสดงขนบธรรมเนียมประเพณี หรืออารยธรรมซึ่งยังคงหลงเหลือและปรากฏให้เห็น
วันที่ 18 สิงหาคม 2557 เวลา 13.30 น. นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายพิธีการการจัดงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี 2557 ร่วมประชุมคณะกรรมการฝ่ายพิธีการฯ ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร เพื่อเตรียมการจัดงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี 2557
เชิญร่วมกิจกรรมสันทนาการเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ไม่เสียค่าใช้จ่าย
เป็นการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้เป็นศาสนสถาน โดยการตกแต่งสกัดหินด้านในเป็นผนังเรียบและสกัดหินส่วนล่างให้เป็นแท่นสำหรับประดิษฐานรูปเคารพขนาดใหญ่ติดกับผนังด้านหลัง ส่วนด้านหน้าได้นำหินทรายก้อนสี่เหลี่ยมมาก่อวางเรียงเป็นผนังห้องรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูทางเข้าทางด้านทิศเหนือและมีหน้าต่างที่ผนังด้านข้างทั้งสองด้าน ภายในห้องประดิษฐานพระพุทธสลักนูนสูง ๕ องค์ ที่ผนังด้านหลังมีจิตรกรรมฝาผนังภาพประสาท ๑ หลัง ตรงกลางมีภาพพระพุทธรูปปางประทานอภัยอยู่ในกรอบของภาพปราสาท ด้านข้างมีใบหน้าของเทวดา ๔ องค์ ปัจจุบันสภาพค่อนข้างลบเลือน
วัดลูกเขย
วันศุกร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒เวลา ๐๙.๓๐ น. คณะครูและนักเรียนโรงเรียนอุบลรัตน์พิทยาคมอ. อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น จำนวน ๓๕ คนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่นโดยมีนางแพรว ธนภัทรพรชัย เป็นวิทยากรนำชม
อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556
ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด
อธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ปี 2558
นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีพิธีถวายผ้ากฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๕๘ ณ วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ภายหลังจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เสด็จขึ้นครองราชย์ ในพุทธศักราช ๒๓๙๔ แล้ว พระองค์โปรดให้กรมการเมืองเพชรบุรีไปจัดการบำรุงรักษาถ้ำเขาหลวง อันเป็นศาสนสถานสำคัญที่ทรงมีพระราชศรัทธา ตั้งแต่ครั้งทรงผนวช และมีพระประสงค์ที่จะเสด็จฯ มาเมืองเพชรบุรี ครั้นในเดือนอ้าย ปีมะเมีย สัมฤทธิศก พุทธศักราช ๒๔๐๑ จึงได้เสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคมายังเมืองเพชรบุรี โดยในครั้งนั้นประทับแรมที่พลับพลาค่ายหลวงที่เขาหลวง ซึ่งเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ภายหลังเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์) สมุหพระกลาโหม เป็นผู้อำนวยการสร้าง และประทับที่พลับพลาค่ายหลวงบ้านบางทะลุ อีกคืนหนึ่ง ก่อนเสด็จฯ กลับพระนคร อาจารย์เสยย์ เกิดเจริญ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองเพชรบุรี ได้ให้ข้อสันนิษฐานว่าการเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเดือนอ้าย พุทธศักราช ๒๔๐๑ นับเป็นมูลเหตุสำคัญให้มีกระแสพระราชดำริ ในการจะสร้างพระราชวังขึ้นที่เมืองเพชรบุรีด้วย ปรากฏว่าหลังจากเสด็จฯ กลับพระนครแล้ว ได้มีรับสั่งให้พระพรหมบริรักษ์ (สันนิษฐานว่าคือ แย้ม บุณยรัตนพันธุ์ ภายหลังเป็นพระยาสีหราชฤทธิไกร) เจ้ากรมพระตำรวจ ออกมาทำแผนที่ร่วมกับพระยาเพชรบุรี เพื่อกะการสร้างพระราชวังบนเขาสมณ ดังเนื้อความในหมายรับสั่งรัชกาลที่ ๔ ฉบับหนึ่ง มีตอนหนึ่งว่า “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ สั่งว่า ที่เขาพระนอนนั้น ทอดพระเนตรที่ทางชอบกลพอจะทำพระตำหนักพลับพลาได้…” น่าสนใจว่า พระพรหมบริรักษ์และเจ้าเมืองเพชรบุรี ในชณะนั้นคือใคร จากการศึกษาสืบค้นทำให้ทราบว่า เจ้าเมืองเพชรบุรีในขณะนั้น คือ พระยาสุรินทรฦๅไชย (เกษ ตาลวันนา) ชาวเพชรบุรี ซึ่งเข้ารับราชการในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จนได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองเพชรบุรีในปลายรัชกาลนี้ ครั้นถึงรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เป็นผู้สนองพระราชดำริในการจัดการบูรณะถ้ำเขาหลวง รวมถึงวัดสำคัญอื่น ๆ ด้วย และได้มีส่วนร่วมทำแผนที่ก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่บนเขาสมณ ผู้มีส่วนในการทำแผนที่สร้างพระราชวังแห่งใหม่อีกคนซึ่งปรากฏชื่อในหมายรับสั่งครั้งรัชกาลที่ ๔ คือ พระพรหมบริรักษ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งในกรมพระตำรวจหลวง ซึ่งมีหน้าที่อารักขาพระเจ้าแผ่นดิน และนอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ตามที่พระเจ้าแผ่นดินได้มีรับสั่งโปรดเกล้าฯ เป็นครั้งคราว เช่น ไปราชการหัวเมือง ปราบปรามโจรผู้ร้าย เป็นต้น พระพรหมบริรักษ์ ผู้ได้มาทำแผ่นที่กะการก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ในครั้งนั้น มีหลักฐานในพระราชหัตถเลขา รัชกาลที่ ๔ ได้แต่งตั้งนายแย้ม บุตรเจ้าพระยาภูธราภัย สมุหนายก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๑ ให้เป็นพระพรหมบริรักษ์ ก่อนหน้าจะโปรดให้มาเมืองเพชรบุรีไม่นานนัก จึงอนุมานได้ว่า พระพรหมบริรักษ์ ในครั้งนั้น คือ นายแย้ม ซึ่งต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์สูงสุดที่ พระยาสีหราชฤทธิไกร และผู้สืบเชื้อสายต่อมา ได้รับนามสกุลว่า บุณยรตพันธุ์ภาพถ่ายเก่าพระนครคีรี ถ่ายจากบริเวณหอพิมานเพชรมเหศวร์ ทำให้เห็นหมู่พระที่นั่งและอาคารประกอบต่าง ๆ ทั้งโรงสูทกรรม พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระที่นั่งราชธรรมสภา และหอชัชวาลเวียงชัย ข้อมูล/ภาพ : นายณัฐพล ชัยมั่น ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
***บรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. ตำนานพิธีตรุษ พระนิพนธ์ กับทั้ง พระวิจารณ์ ของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทาน เพลิงศพ หลวงอักษรสารกิจ ณ เมรุวัดมกุฎกษัตริยาราม วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๓. พระนคร : โรงพิมพ์มหาดไทย, ๒๕๐๓.
ชื่อผู้แต่ง พระครูประสาทศีลพรต
ชื่อเรื่อง สวดมนต์มีคำนำ ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 11
พิมพ์ครั้งที่ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ 2519
จำนวนหน้า 76 หน้า
หนังสือสวดมนต์มีคำนำ ครั้งที่ ๑ ถึง ครั้งที่ ๑๑ พิมพ์แจกในวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๙ ซึ่งคล้ายกับวันประสูติของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เจ้าอาวาส เป็นหนังสือธรรมะเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอน และการปฎิติเป็นประโยชน์แก่ผู้ได้รับ