ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,159 รายการ



เลขทะเบียน : นพ.บ.65/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  36 หน้า ; 4 x 56.6 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 42 (6-13) ผูก 6 (2564)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (ธัมสังคิณี-มหาปัฏฐาน)--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.95/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  36 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 56 (135-139) ผูก 5 (2564)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา (ทสชาติ) ชาตกฎฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ภูริทัตตะ) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.128/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  52 หน้า ; 4.5 x 51 ซ.ม. : รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 74 (267-274) ผูก 2 (2564)หัวเรื่อง : มูลตันไตย (มุลฺลตันไตย)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.79/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  92 หน้า ; 5.9 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 49 (71-77) ผูก 3 (2564)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (พระสังคิณี-พระมหาปัฏฐาน)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ประติมากรรมแปดเซียน (โป๊ยเซียน) วัสดุ : ดินเผาเคลือบ อายุสมัย/รูปแบบศิลปะ : ศิลปะจีน พุทธศตวรรษที่ 25 จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ....................................................................................          “โป๊ยเซียน” เป็นคำภาษาจีนสำเนียงแต้จิ๋ว แต่ในสำเนียงจีนกลางออกเสียงเป็น “ปาเซียน” โดยคำว่า “ปา” หรือ “โป๊ย” หมายถึง เลขแปด ส่วนคำว่า “เซียน” หมายถึง ผู้วิเศษตามความเชื่อของจีน ความเชื่อเรื่องแปดเซียน หรือโป๊ยเซียนเป็นความเชื่อในลัทธิเต๋าของจีน ซึ่งกล่าวถึงกลุ่มเทพเจ้าจีน ที่มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดแปดองค์ และเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยชาวจีนเชื่อกันว่าแปดเซียน หรือโป๊ยเซียนเป็นสัญลักษณ์ของความสุข ความโชคดี และการอำนวยพรให้มีอายุยืนยาว ตำนานเกี่ยวกับแปดเซียน หรือโป๊ยเซียนมีอยู่ด้วยกันหลายตำนานแตกต่างกันออกไปตามแต่ละยุคแต่ละสมัย บันทึกเก่าแก่เกี่ยวกับแปดเซียน หรือโป๊ยเซียนเชื่อกันว่า มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก โดยปรากฏอยู่ในบันทึก “หวายหนานจื่อ” ของหลิวอัน และเรียกเซียนทั้งแปดว่า “ปากง” ซึ่งเป็นเหล่าเซียนที่มุ่งแสวงหายาอายุวัฒนะ และได้บำเพ็ญเพียรจนกระทั่งสำเร็จกลายเป็นเซียน           แปดเซียน หรือโป๊ยเซียนเป็นกลุ่มเซียนที่เป็นที่นิยมนับถือบูชาในหมู่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยเซียนทั้งแปดองค์มีเรื่องราวประวัติความเป็นมา และอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์แตกต่างกัน เซียนทั้งแปดองค์ประกอบไปด้วย 1. หลี่ทิก้วย/ทิก้วยลี้ เซียนแห่งยา และการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ 2.ฮั่นเจ็งลี้ เซียนแห่งโชคลาภ กิจการและการปกครอง 3.หลื่อทงปิง เซียนแห่งธุรกิจการค้า ความมั่งคั่ง และการรักษาโรค 4.เตียก้วยเล่า เซียนแห่งความมั่นคง ความมีอายุยืน และสุขภาพดี 5.หน่าไฉฮั้ว เซียนแห่งความอุดมสมบูรณ์ และบุปผชาติ 6.ฮ่อเซียงโกว เซียนแห่งความดีงาม ความซื่อสัตย์ ความกตัญญู และการเกษตรกรรม 7.ฮั้งเซียงจื้อ เซียนแห่งการพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และการดนตรี 8. เฉาก้กกู๋/เช้าก้กกู๋เซียนแห่งตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ ราชการและความซื่อสัตย์.................................................................................... เรียบเรียง/กราฟฟิก : ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ....................................................................................อ้างอิง : 1. กรมศิลปากร. สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์, 2549. 2. ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล. 108 สัญลักษณ์จีน. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2552. 3. โป๊ยเซียน. เข้าถึงเมื่อ 8 ตุลาคม 2563. เข้าถึงได้จาก http://www.jiewfudao.com/เทพเจ้าสัญลักษณ์มงคล/โป๊ยเซียน.html


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.3/1-1 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง : ตำนานอักษรไทย ตำนานพระพิมพ์ การขุดค้นที่พงตึกและความสำคัญต่อประวัติศาสตร์สมัยโบราณแห่งประเทศไทย ศิลปไทยสมัยสุโขทัยราชธานีรุ่นแรกของไทยชื่อผู้แต่ง : เซเดส์, ยอร์ช ปีที่พิมพ์ : 2507 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์คุรุสภาจำนวนหน้า : 270 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้ ได้อธิบายถึงกำเนิดอักษรไทยไปจนถึงประวัติอักษรไทยในประเทศอินเดีย และประเทศใกล้เคียง มีทั้งประวัติอักษรขอม ประวัติอักษรไทยกลาง ประวัติอักษรไทยเหนือ ประวัติอักษรไทยตังเกี๋ย พร้อมทั้งภาพประกอบตำนานอักษรไทย



    Board Game ตะลุยตำนานนิทานพื้นบ้านสุพรรณฯ      บอร์ดเกม (Board Game) คือ เกมกระดานที่ออกแบบมาเพื่อให้เล่นร่วมกันได้ตั้งแต่สองคนขึ้นไป ที่รู้จักกันดีอย่างเช่น เกมเศรษฐี (Monopoly) หรือเกมบันไดงู (Snakes and Ladders) ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการสร้างสรรค์และออกแบบบอร์ดเกมอย่างมากมาย เพื่อตอบสนองกับรูปแบบความสนใจ โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชนในยุคสมัยนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจไม่น้อย เพราะในขณะที่ทุกอย่างถูกนำไปสู่โลกออนไลน์ แต่กลับกลายเป็นว่าในระยะหลังนั้นกลับเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากเด็กและเยาวชนมากขึ้น และมีการเล่นกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเด็กและเยาวชนในยุคนี้อาจไม่ได้จมอยู่ในโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียวอย่างที่เราเข้าใจ        สามารถดาวน์โหลดเพื่อทดลองเล่นได้ฟรี!!! ที่ http://www.nlt-sp.com/  ผู้เรียบเรียง :      นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ     ข้อมูลอ้างอิง กรมวิชาการ. นิทานย่านสุพรรณ. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ, 2523. เลขหมู่ 398.2 ว546น เกมกระดาน เสริมสร้างทักษะและความสัมพันธ์ในครอบครัว. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.trueplookpanya.com/.../-blog-teaartedu-teaart- (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564) นวลพรรณ ยิ้มยวน. ประเพณีพื้นบ้าน ตานานท้องถิ่นของเมืองสุพรรณ. สุพรรณบุรี : โรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย, 2535. เลขหมู่ 390.0899591 น332ป นิทานพื้นบ้านเมืองสุพรรณบุรี. สุพรรณบุรี : สานักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี, 2549. เลขหมู่ 398.2 น597 บอร์ดเกม เกมที่ไม่ได้มีแค่เรื่องเล่น ๆ แต่มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพผู้เล่นถึง 10 ประการ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.morethanagamecafe.com/th (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564) Board Game ตะลุยตานานนิทานพื้นบ้านสุพรรณฯ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.nlt-sp.com/ (วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564)






#พิพิธภัณฑ์สรรหาสาระ : บทความออนไลน์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี“ทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว”          จากการที่ประเทศไทยได้รับทับหลังปราสาทหนองหงส์ จังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว จากสหรัฐอเมริกากลับคืนสู่มาตุภูมิ เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ที่ผ่านมา นั้น พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ขอนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับทับหลังปราสาทเขาโล้น จังหวัดสระแก้ว          จากหนังสือ “ศิลปะสมัยลพบุรี” โดยศาสตราจารย์ หม่อมเจ้า สุภัทรดิศ ดิศกุล ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ และภาพถ่ายเก่า เมื่อราวพุทธศักราช ๒๕๐๓ ปรากฏภาพถ่ายของทับหลังปราสาทเขาโล้นที่ยังคงประดับอยู่เหนือซุ้มประตูด้านตะวันออกของปราสาทเขาโล้น แสดงถึงตำแหน่งที่ตั้งเดิมของทับหลังก่อนที่จะถูกนำยังมาสหรัฐอเมริกา ซึ่งภาพถ่ายนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการทวงคืนทับหลังชิ้นนี้กลับสู่ประเทศไทย          ทับหลังปราสาทเขาโล้น แกะสลักจากหินทรายปรากฏเป็นรูปบุคคลประทับอยู่เหนือเกียรติมุข (หน้ากาล) อยู่กึ่งของภาพจำหลัก อนุมานได้ว่าบุคคลในภาพเป็นเทวดาประทับอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้วในท่านั่งชันเข่าขวาขึ้น ขาซ้ายพับ พระหัตถ์ขวาทรงถือกระบอง เกียรติมุข (หน้ากาล) อ้าปากแลบลิ้นออกมา พร้อมเดียวกันก็ได้คายท่อนพวงมาลัยโดยมีมือประคองท่อนพวงมาลัยที่แยกออกมาไว้ทั้งสองด้าน ปลายท่อนพวงมาลัยเป็นลายใบไม้ม้วนโค้งสลับกัน          จากสภาพที่ปรากฏในปัจจุบันเมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายเก่าที่บันทึกไว้นั้น เป็นที่น่าเสียดายว่ารูปเทวดานั่งชันเข่าที่มีอยู่เดิมได้ถูกกะเทาะหักหายไปบางส่วน อีกทั้งทับหลังได้ถูกตัดให้บางลง อาจเพื่อสะดวกแก่การขนย้าย          ศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมร มักพบภาพจำหลักเป็นรูปเทวดา หรือเทพองค์ต่าง ๆ ประทับเหนือเกียรติมุข หรือ หน้ากาล อมนุษย์ผู้เป็นบริวารของพระศิวะ มีใบหน้ารูปยักษ์ปนสิงห์ นัยน์ตาโปน อ้าปากแยกเขี้ยว ดูถมึงทึง ไม่มีริมฝีปากล่าง และลำตัว มีเพียงแขนสองข้างที่ยื่นออกมากจากศีรษะ ภาพจำหลักดังกล่าวนิยมประดับอยู่เหนือกรอบซุ้มประตู มีความหมายถึงผู้พิทักษ์ดูแลปกป้องศาสนสถานจากสิ่งชั่วร้ายต่างๆ และอาจมีความหมายถึงดินแดนหิมพานต์เชิงเขาพระสุเมรุอันเป็นศูนย์กลางของภูมิจักรวาลอีกด้วย          จากรูปแบบศิลปกรรมที่ปรากฏบนทับหลังจำหลักภาพเทวดาประทับเหนือหน้ากาล ปราสาทเขาโล้น นั้น จัดเป็นทับหลังศิลปะเขมรในประเทศไทยแบบบาปวนตอนต้น กำหนออายุได้ในราวกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ทับหลังจำหลักภาพลักษณะนี้ยังพบได้จากโบราณสถานหลายแห่ง ดังเช่นที่ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น          นอกจากนี้ยังสามารถศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติม"โบราณวัตถุสำคัญที่พบจากปราสาทเขาโล้น" ได้ที่          https://www.facebook.com/491291280909622/posts/4203555809683132/ เอกสารอ้างอิง : - ศิลปากร, กรม. ปราสาทเมืองต่ำ [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th [๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๔]- สิขรินทร์ ศรีสุวิทธานนท์. “ปราสาทเขาโล้น อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว” ใน ศิลปากร, ปีที่ ๖๓, ฉบับที่ ๓ (พฤษภาคม-มิถุนายน ๒๕๖๓): หน้า ๖๔-๘๕.- สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ.. ศิลปะสมัยลพบุรี. กรุงเทพฯ, ๒๕๑๐.- อรุณศักดิ์ กิ่งมณี. ทิพยนิยายจากปราสาทหิน. กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ. ๒๕๖๒.- Asia Art Museum. Asian Art Museum Online Collection[online]. Available from: http://searchcollection.aisart.org [2021,June 16] ผู้เรียบเรียง : นางสาววัชรี ชมภู ภัณฑารักษ์ชำนาญการพิเศษ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี


black ribbon.