ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,717 รายการ

จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์หลุดลอกเสียหายจากความชื้นและน้ำฝน ต้องทำอย่างไร ?   ตอบ    ติดต่อแจ้งความเสียหายและขอคำแนะนำเบื้องต้นที่กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม สำนักโบราณคดี จากนั้นต้องทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ซ่อมแซมภาพจิตรกรรมฝาผนังไปยังอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อพิจารณาอนุญาต  เมื่อ ได้รับอนุญาตแล้ว เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรจะไปตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและค่าใช้จ่ายเพื่อทำการซ่อมแซม เช่น การวาดต่อเติมภาพที่เสียหายให้สมบูรณ์ ฯลฯ รวมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลรักษาภาพจิตรกรรมฝาผนัง เช่น การสกัดความชื้นจากใต้ดิน การป้องกันไม่ให้น้ำฝนรั่วซึม การทำความสะอาดเบื้องต้น ฯลฯ  ทั้งนี้ เจ้าของต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม โทร. ๐ ๒๒๘๒ ๔๘๐๑, ๐ ๒๒๘๒ ๔๘๔๖


กรมศิลปากรให้บริการพิสูจน์และอนุรักษ์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุหรือไม่ ?   ตอบ   กรมศิลปากรมีบริการตรวจพิสูจน์ ในกรณีที่เกี่ยวกับคดี เช่น เป็นของกลางที่ยึดมาได้ ฯลฯ  เพื่อ ประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี ส่วนในกรณีอื่น ต้องทำหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร หรือหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแล้วแต่กรณี การพิจารณาอนุญาตขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของอธิบดีกรมศิลปากร หรือหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เนื่องจากอาจมีผู้ขอบริการตรวจพิสูจน์ โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เพื่อนำไปเป็นประโยชน์ทางการค้า     บริการตรวจพิสูจน์    กรมศิลปากรให้บริการตรวจพิสูจน์เฉพาะโบราณวัตถุและศิลปวัตถุประเภทต่อไปนี้   ๑.ประติมากรรมเนื่องในศาสนา ได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป และพระพิมพ์   ๒.เครื่องปั้นดินเผาและเครื่องถ้วยประเภทต่าง ๆ   ๓.เหรียญกษาปณ์และเหรียญที่ระลึก ทั้งนี้ผู้นำโบราณวัตถุและศิลปวัตถุมาตรวจพิสูจน์ จะต้องชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าบำรุงด้วย     บริการอนุรักษ์   ทำหนังสือขออนุญาตอธิบดี กรมศิลปากรเพราะการอนุรักษ์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุต้อง อาศัยผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถพิเศษ และต้องทำอย่างละเอียดประณีต  การขอรับบริการอนุรักษ์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุนั้น อาจใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงเพราะต้องขึ้นอยู่กับงานประจำในหน้าที่ของ นักอนุรักษ์เป็นหลัก   วิทยาศาสตร์กับงานอนุรักษ์    การอนุรักษ์โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุ ต้องอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขา เช่น ความรู้ด้านเคมี ทำให้เข้าใจวัสดุและองค์ประกอบของวัตถุ ความรู้ในเชิงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในการกำหนดอายุ และเทคโนโลยีการผลิต ฯลฯ  เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของโบราณวัตถุจนเข้าใจอย่างถูกต้อง    ขั้นตอนการอนุรักษ์   ๑.  การทำความสะอาด โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง เช่น ใช้แปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม ใบมีดผ่าตัด เครื่องกรอ ตลอดจนใช้น้ำยาบางชนิด   ๒.  การเสริมความแข็งแรงและป้องกันการเสื่อมสภาพ สารเคมีที่ใช้ต้องไม่ส่งผลเสียหายต่อเนื้อวัสดุเดิม   ๓.   การเก็บรักษาต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้น แสง ตลอดจนมลภาวะที่อาจมีผลทำให้โบราณวัตถุเสื่อมสลายได้   สอบถามรายละเอียดการบริการตรวจ พิสูจน์และการอนุรักษ์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุ ติดต่อสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โทร. ๐ ๒๖๒๘ ๕๖๖๐, ๐ ๒๒๘๑ ๖๗๖๖




กรมศิลปากรดูแลโบราณสถานทั่วประเทศได้อย่างไร?           ตอบ   กรมศิลปากรมีสำนักศิลปากร ๑๕ แห่งทั่วประเทศ แบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบตามกลุ่มจังหวัดเพื่อทำหน้าที่ดูแล รักษามรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ           นอกจากนั้น กรมศิลปากรยังมีเครือข่ายอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดก ทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) ซึ่งเป็นชาวบ้านในท้องถิ่นที่เคยได้รับการอบรมในโครงการอาสาสมัคร ท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม ทำหน้าที่ช่วยดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุในพื้นที่ เพื่อป้องกันการชำรุดหักพังหรือสูญหาย และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรในการสำรวจทางวิชาการ หรือการบูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถาน           ภารกิจหลักของ อส.มศ. คือ การดูแลรักษาความสะอาดโบราณสถาน และการตรวจสอบสภาพโบราณสถานในพื้นที่ เพื่อป้องกันการชำรุดเสียหาย เมื่อพบเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับโบราณวัตถุและโบราณสถาน ต้องรีบแจ้งสำนักศิลปากรที่ตนเองสังกัดทันที อส.มศ. จะได้รับค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ตามสมควรเอกสารเเนบ


ถ้าพบลูกปัดโบราณในบ่อน้ำ หรือพบวัตถุโบราณ ต้องทำอย่างไร”    ตอบ   แจ้งสำนักศิลปากรที่รับผิดชอบ พื้นที่ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบผู้พบหรือผู้ที่เก็บได้ มีสิทธิ์ได้รางวัลไม่เกินหนึ่งในสามของมูลค่าทรัพย์สินนั้น ตามระเบียบของทางราชการรวมทั้งเป็นการช่วยอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ให้คนรุ่นต่อไปได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้า สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักศิลปากรทุกแห่ง           พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มาตรา ๒๔ “โบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุที่ซ่อน หรือฝัง หรือทอดทิ้งไว้ในราชอาณาจักร หรือในบริเวณเขตเศรษฐกิจจำเพาะโดยพฤติการณ์ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถอ้างว่าเป็น เจ้าของได้ ไม่ว่าที่ที่ซ่อน หรือฝัง หรือทอดทิ้งจะอยู่ในกรรมสิทธิ์ หรือความครอบครองของบุคคลใดหรือไม่ ให้ตกเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน”



แจ้งเหตุการลักลอบขุดค้นโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุในเขตโบราณสถานได้อย่างไร?   ตอบ   แจ้งสำนักศิลปากรที่รับผิดชอบพื้นที่ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด ตาม พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ผู้กระทำความผิดมีโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินเจ็ดแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีโทษสูงขึ้นหากเป็นโบราณสถานที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว


ทำไมการขออนุญาต ขอสัมปทานระเบิดหิน ย่อยหิน ดูดทราย และขุดลูกรัง ต้องเกี่ยวข้องกับกรมศิลปากร?    ตอบ    การขอสัมปทานระเบิดหิน ย่อยหิน ดูดทราย เกี่ยวข้องกับกรมศิลปากรเพราะการทำสัมปทานดังกล่าว อาจ ทำให้แหล่งโบราณคดีและสิ่งแวดล้อมทางโบราณคดีที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความ เสียหาย นักโบราณคดีจึงต้องไปสำรวจพื้นที่ที่ขอสัมปทาน และบริเวณใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีแหล่งโบราณคดีที่จะได้รับผลกระทบจากการขอสัมปทาน หรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาอนุญาต            สอบถามรายละเอียดที่สำนักศิลปากรทุกแห่ง


วัฒนธรรม (Culture) หมายถึง ความดี ความงาม ความเจริญในชีวิตมนุษย์ ซึ่งปรากฏเป็นรูปต่างๆ เช่น ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวิทยาการ ความเชื่อ การศาสนา เป็นต้น และได้ถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปยังรุ่นหลังๆต่อไปจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมเป็น วิถีชีวิตของบุคคลในสังคมที่ได้สั่งสม เลือกสรร ปรับปรุง แก้ไขให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และรักษาไว้ให้เจริญงอกงาม ใช้เป็นแนวทางการอยู่ร่วมกันของสังคม  วัฒนธรรมมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง สร้างสรรค์ให้เจริญงอกงามโดยสืบทอดจากมรดกวัฒนธรรมในอดีต หรืออาจจะรับเอาสิ่งที่เผยแพร่จากสังคมอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของสังคม และทำให้สมาชิกยอมรับ เกิดความนิยม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จะต้องไม่ทิ้งเอกลักษณ์ประจำชาติของตนไว้เพื่อเป็นศักดิ์ศรีของคนทั้งชาติ นอกจากนี้วัฒนธรรมยังใช้เป็นเครื่องมือในการยึดโยง หล่อหลอมให้คนในชาติมีความรักความสามัคคีต่อกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการสร้างความั่นคงของชาติ ดังนั้น จึงมีผู้รู้บางท่านอาจจะกล่าวถึง วัฒนธรรม ว่า เป็นความเจริญแล้ว  แล้วยังแสดงเอกลักษณ์ของชาติอีกด้วย   วัฒนธรรม เป็นความมั่นคงของชาติดังกล่าวมาแล้ว เพราะวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดชนชาติ ชุมชนสังคม และเผ่าพันธุ์มนุษย์ บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และวิถึชีวิตของตนเอง บ่งบอกถึงรากเหง้าพื้นฐานของความเป็นชาติ สืบทอดจากบรรพบุรุษตั้งแต่อดีตกาล วัฒนธรรมเป็นศักดิ์ศรีของความเป็นชาติ  มรดกทางวัฒนธรรม มีความสำคัญ มีคุณค่าที่ต้องอนุรักษ์ กล่าวโดยสรุปคือ   มรดกศิลปวัฒนธรรม   -เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติของเผ่าพันธุ์ท้องถิ่น   -เป็นสิ่งที่แสดงถึงเกียรติและความภาคภูมิใจของคนในท้องถิ่นและของคนในชาติ ทำให้เกิดความรัก หวงแหน เห็นคุณค่า   -เป็นสิ่งก่อให้เกิดความรู้สึก ความสามัคคี เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในชาติ เป็นความมั่นคงของชาติ   -เป็นหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ค้นคว้า วิจัย (การดำเนินการทางวิชาการ) เพื่อการเผยแพร่การสืบทอดและนำมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต อันนำไปสู่การพัฒนาสังคมเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไป เช่น การประกอบอาหาร การถักทอผ้า การคิดประดิษฐ์ลายผ้า วิธีการตัดเย็บ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องเรือน การแพทย์ การผลิตยา เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และหากมีการเผยแพร่เป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ  จะช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจได้  แทนที่คนไทยจะเป็นผู้บริโภควัฒนธรรมของชาติอื่นแต่ฝ่ายเดียว   *คงจะได้คำตอบกันแล้วนะคะ    ข้อมูลความรู้คัดลอกจาก หนังสือกรมศิลปากรกับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางศิลปวัฒนธรรม อดีต ปัจจุบัน และ อนาคต


พระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ 2550 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งการพิมพ์ตามพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ 2550 กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นจดแจ้ง การจดแจ้ง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจ้ง การยกเลิกหลักฐานการจดแจ้ง การกําหนดแบบการจดแจ้ง และอัตราค่าธรรมเนียม การจดแจ้งการพิมพ์หนังสือพิมพ์ พ.ศ. 2551 เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอจดแจ้งการพิมพ์ แบบฟอร์มจดแจ้งการพิมพ์ เอกสารหลักฐานที่ใช้ประกอบการขอเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกรายการ   ตัวอย่างเอกสารต่างๆ ตัวอย่างหนังสือนำส่ง ตัวอย่างแบบ พ.1 ตัวอย่างแบบ พ.3 ตัวอย่างหนังสือมอบอำนาจ สถานที่รับจดแจ้งการพิมพ์


พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น และคณะช่างจากสำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ได้ร่วมกันกำหนดรูปแบบการจัดภูมิทัศน์รอบพระเมรุ ให้จำลองป่าหิมพานต์ที่ตั้งอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ประกอบด้วยเขามอ ต้นไม้ รวมทั้งให้มีเหล่าสัตว์หิมพานต์นานาชนิดอาศัยอยู่ตามที่กล่าวไว้ในต้านาน ในครั้งนี้ กรมศิลปากรได้เชิญกลุ่มช่างปั้นปูนสดจากจังหวัดเพชรบุรี มาออกแบบและปั้นสัตว์หิมพานต์ทั้งหมดกว่า ๘๐ ชนิด จำนวนประมาณ ๑๖๐ ตัว และให้สำนักช่างสิบหมู่ด้าเนินการลงสีบนตัวสัตว์หิมพานต์...   ไฟล์แนบ                              ขนาด himmapan.pdf                       1.75 MB


วัน จักรี คือ วันที่ระลึกแห่งการขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระบรมราช จักรีวงศ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่ ๖ เมษายนของทุกปี          พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งยังทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกทรงยกทัพกลับ จากเขมรเพื่อเข้าปราบปรามการจลาจลในกรุงธนบุรี ภายหลังบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้ว มุขอำมาตย์ราชมนตรีและราษฎรพร้อมใจอัญเชิญสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕          พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญ รุ่งเรืองเหมือนเมื่อครั้งบ้านเมืองยังดี ทรงฟื้นฟูการพระศาสนา พระราชภารกิจที่สำคัญยิ่งของพระองค์คือ ทรงสร้างพระนคร ป้อม ปราสาทราชมณเฑียร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีเฉลิมฉลองพระนคร พระราชทานนามพระนครที่สร้างใหม่นี้ว่า “กรุงเทพ มหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุทธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” (ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงเปลี่ยนจากบวรรัตนโกสินทร์ เป็น อมรรัตนโกสินทร์) และโปรดให้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวไทยเป็น อเนกนานัปประการ        ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ ลักษณะเหมือนพระองค์จริง ณ โรงหล่อหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ๔ พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ นอกจากนี้ยังโปรดให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการกราบถวายบังคมทูลปีละ ๑ ครั้ง แต่ยังมิได้กำหนดเรียกว่า วันจักรี ครั้นในพ.ศ.๒๔๑๗ โปรดให้ย้ายที่ประดิษฐานพระบรมรูปไปประดิษฐานยังพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท  พ.ศ. ๒๔๒๕ โปรดให้ย้ายไป ณ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท   ครั้นในรัชสมัยพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานร่วมกับพระมหากษัตริย์ทั้ง ๔ รัชกาล ต่อมาโปรดให้ซ่อมแซมพระพุทธปรางค์ปราสาทในวัดพระศรีรัตนศาสดารามซึ่งถูก เพลิงไหม้ และเปลี่ยนนามใหม่เป็นปราสาทพระเทพบิดร พร้อมกับโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ ๕ รัชกาล จากพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดรเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑ ความปรากฏในราชกิจจานุเบกษา วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๑ เล่มที่ ๓๔ หน้า ๑๑๖ ว่า   "มีพระบรมราชโองการ ดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง ๕ รัชกาล ซึ่งประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งศิวาไลยมหาปราสาทนั้น ยัง ไม่เหมาะแก่การพระราชพิธี ซึ่งเนื่องด้วยสักการบูชากราบถวายบังคม จึงโปรดเกล้าฯให้ซ่อมแปลงพระพุทธปรางค์ปราสาทในวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้น เพื่อเปนที่ประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามใหม่ว่า “ปราสาทพระเทพบิดร” แล ทรงพระราชอนุสรคำนึงถึงโบราณกาล ซึ่งได้ประดิษฐานมหาจักรีบรมราชวงศ์พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหา จักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเปนปฐมบรมกระษัตริย์ ได้มีพระเดชพระคุณแก่สยามรัฐประเทศ เมื่อมีโอกาสอันใดอันหนึ่งก็ต้องสแดงความเชิดชู พระเกียรติคุณเปนที่ระลึกแห่งพระองค์ ในครั้งนี้จึงโปรดเกล้าฯให้ตั้งการพระราชพิธีในวันซึ่งเปนดฤถีคล้ายวันซึ่ง สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนารถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จกรีธาทัพกลับถึงพระนคร ได้รับอัญเชิญเสด็จครอบครองสยามราชอาณาจักร เปนปฐมวาระที่พระองค์ดำรงสยามรัฏฐ์ราชอาณาจักร นับว่าเปนวันมหามงคลของมหาจักรีบรมราชวงศ์แลสยามประเทศ"       ในการนี้พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้มีพระราชพิธีถวายบังคม พระบรมรูปในวันที่ ๖ เมษายน ของทุกปี และโปรดฯ ให้เรียกวันนี้ว่า “วันจักรี” นับ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๑  เป็นต้นมา นอกจากนี้พระองค์ยังพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้ากราบถวาย บังคมพระบรมรูปได้  ในปี พ.ศ.๒๔๖๑ นั้นมีงานพระราชพิธีเป็นเวลา ๒ วัน ประชาชนทั่วไปจะได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปในวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๑ แต่ในปีต่อ ๆ มา โปรดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมในวันที่ ๖ เมษายน อันถือเป็นวันที่ตรงกับวันจักรี       ใน พ.ศ.๒๔๗๐ ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงหล่อกรมศิลปากร ประดิษฐานไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งเป็นปีที่กรุงเทพมหานครครบ ๑๕๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริสร้างสิ่งที่เป็นอนุสรณ์ ๒ สิ่ง ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คือ สะพานพระพุทธยอดฟ้า และพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช        เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าฝั่งพระนคร เพื่อเป็นที่ระลึกในการเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครและระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในปีต่อมาทางราชการจึงกำหนดให้วันที่ ๖ เมษายนของทุกปีเป็นวันสำคัญและเป็นวันหยุดราชการ และมีการกำหนดให้มีพิธีถวายบังคม วางพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ณ บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ครั้งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฏฐมรามาธิบดินทร โปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและอัญเชิญมาประดิษฐาน ไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร เมื่อพ.ศ. ๒๔๙๒ ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดให้มีพระราชพิธีหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พระอัฏฐมรามาธิบดินทร ที่โรงหล่อของกรมศิลปากรและอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ ปราสาทพระเทพบิดร เหมือนในรัชกาลก่อน        ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๕ คณะรัฐมนตรีมีมติให้ถวายพระราชสมัญญา “มหาราช”มีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาในวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ มติคณะรัฐมนตรีให้เปลี่ยนชื่อการเรียกวันที่ ๖ เมษายนของทุกปีว่า วันจักรี เป็นวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรม ราชวงศ์ ในวันนี้ประชาชนทุกหมู่เหล่าจะพร้อมใจกันวางพานพุ่มดอกไม้หน้าพระบรม ราชานุสาวรีย์ฯ บริเวณเชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าและเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปหล่อบูรพมหา กษัตริย์แห่งพระราชวงศ์จักรี ทั้ง ๘ พระองค์ในปราสาทพระเทพบิดร เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทุกพระองค์ที่มีต่อปวงชนชาวไทย


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด สถานที่ : ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศติดต่อ : เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 02-2222222


black ribbon.