ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,309 รายการ
วันที่ ๑๗ - ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓ มูลนิธิรอยยิ้มสู่เด็ก (Le Sourire de Chiang Khong Foundation) กลุ่มเพื่อนนักสังคมสงเคราะห์เชียงราย และหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ร่วมจัดอบรมการสื่อสาร: ภาษาผสานความสัมพันธ์ (NVC Model) รุ่นที่ ๑๐ ทักษะการสื่อสารเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการทำงานให้กับคนทำงานด้านสงเคราะห์ (ขั้นพื้นฐาน) ณ ห้องโสตทัศนวัสดุ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่
วันนี้ (วันจันทร์ที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓) เวลา ๑๑.๓๐ น. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ นำ ส.ค.ส.พระราชทานประจำปี ๒๕๖๓ มามอบให้กรมศิลปากร โดยนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นผู้รับมอบ
พื้นที่บริเวณภาคเหนือของไทย ประกอบด้วยวัดวาอารามที่มีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมหลากหลาย ทั้งแบบพื้นถิ่นล้านนา แบบอิทธิพลจากภาคกลาง และแบบพม่า ซึ่งในแบบหลังนี้ได้แตกแขนงออกเป็น ๓ กลุ่มใหญ่ได้แก่ กลุ่มพม่า (ม่าน) กลุ่มมอญ และกลุ่มไทใหญ่ (เงี้ยว) โดยในที่นี้ขอเรียกรวมว่าอาคารแบบพม่า ซึ่งล้วนมีคุณค่าทั้งในด้านสุนทรีภาพและประวัติศาสตร์ เนื่องจากสร้างขึ้นในช่วงที่บ้านเมืองในอาณาจักรล้านนาประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลาย เศรษฐกิจรุ่งเรืองจากการค้าไม้สัก
ชาวพม่านั้นได้ชื่อว่ามีความเป็นเลิศในงานจำหลักไม้และงานปั้นรักประดับกระจก งานประดับอาคารในวัฒนธรรมพม่าจึงแสดงถึงความวิจิตรบรรจงอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น งานจำหลักไม้ที่แผงโก่งคิ้วของวิหาร วัดศรีชุม จังหวัดลำปาง แสดงลวดลายพันธุ์พฤกษาและบุคคล ซึ่งจัดว่าเป็นลวดลายที่พบมากในงานประดับอาคารของพม่า ส่วนวิหารที่วัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) วัดไชยมงคล (จองคา) และมณฑปที่วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จังหวัดลำปาง มีงานปั้นรักประดับกระจกที่แสดงถึงฝีมือช่างอันละเอียดประณีต แสดงลวดลายพันธุ์พฤกษา ลายสัตว์ บุคคล และลวดลายแบบประดิษฐ์
บริเวณเพดานในวิหารวัดหนองคำ จังหวัดเชียงใหม่ มีการประดับด้วยงานฉลุโลหะ แสดงรูปดวงดาวและสัตว์ทั้ง ๘ ทิศ ประกอบด้วยช้าง แพะ เสือ ครุฑ พญานาค และหนู จากการสอบถามพระสงฆ์ภายในวัด สันนิษฐานว่าคงเป็นการแสดงความหมายของกลุ่มดาวทางโหราศาสตร์ของชาวไทใหญ่
ลวดลายประดับอาคารมิได้มีหน้าที่เพียงแค่ส่งเสริมให้อาคารมีความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดในการ “ออกแบบ” ได้เป็น ๒ ประเด็น คือ
แสดงลักษณะของการเป็นพระป่าหรืออรัญวาสีของภิกษุชาวพม่ามาก่อน และยังสัมพันธ์กับตำนานกาลิงคโพธิชาดก ที่กล่าวถึงเชตวันมหาวิหาร โดยสัมพันธ์กับรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารทั้งหมด กล่าวคือ การมีเสาไม้เป็นจำนวนมากเสมือนป่า เครื่องบนประดับด้วยลายพันธุ์พฤกษา เป็นส่วนที่ช่วยเสริมให้ส่วนบนของอาคารเสมือนกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่ปกคลุมให้ร่มเงาแก่ผู้อาศัย[๑]
แสดงความเชื่อทางโหราศาสตร์ที่สัมพันธ์กับวันเกิดและดาวเคราะห์ประจำวันเกิด
ลวดลายประดับที่ปรากฏนั้นมิได้แสดงลักษณะอย่างพม่าเพียงอย่างเดียว แต่มีอิทธิพลอังกฤษด้วย บางแห่งพบตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ (ลายอาร์ม) ตัวพุกามหรือคิวปิด ลวดลายริบบิ้นและก้านขดแบบยุโรป แสดงให้เห็นถึงการอยู่ภายใต้ร่มธงอังกฤษผ่านการแสดงออกทางศิลปกรรม
งานประดับอาคาร จึงมิได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยแสดงออกถึงมุมมอง ความคิด ความเชื่อ และความศรัทธาของผู้สร้างและผู้ใช้สอย การศึกษาเรื่องดังกล่าวจึงช่วยสร้างความเข้าใจ และการตระหนักถึงคุณค่าในศิลปกรรมพม่าในล้านนาไทยยิ่งขึ้น
ภาพที่ ๑ แผงโก่งคิ้วจำหลักไม้ ประดับทางเข้าวิหารวัดศรีชุม จังหวัดลำปาง แสดงลายพันธุ์พฤกษา
ภาพที่ ๒ งานปั้นรักประดับกระจก แสดงลายพันธุ์พฤกษาและพระพุทธเจ้าประดับบริเวณเสาและเพดาน มณฑปวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จังหวัดลำปาง
ภาพที่ ๓ ตราสัญลักษณ์ของราชวงศ์อังกฤษ (ลายอาร์ม) มณฑปวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม จังหวัดลำปาง
ภาพที่ ๔ งานปั้นรักประดับกระจก แสดงลายพันธุ์พฤกษา ที่วัดศาสนโชติการาม (วัดป่าฝาง) และวัดไชยมงคล (วัดจองคา) จังหวัดลำปาง
ภาพที่ ๕ ดาวเพดานวัดหนองคำ จังหวัดเชียงใหม่
ข้อมูล : นางกิริยา ชยะกุล สิทธิวัง นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน กองโบราณคดี กรมศิลปากร
[๑]Chotima Chaturawong,“The architecture of Burmese Buddhist monasteries in upper Burma and northern Thailand : the biography of trees,” Ph.D. Dissertation, Faculty of Graduate School, Cornell University, 2003.
วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. H.E. Mr.Asim lftikhar Ahmad, Ambassador เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานประจำประเทศไทย พร้อมคณะ เข้าเยี่ยมคารวะนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมหารือเรื่องการจัดนิทรรศการโบราณวัตถุพุทธศิลป์แบบคันธาระในประเทศไทย ในการนี้ นางรักชนก โคจรานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง นางสาวนิตยา กนกมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือด้วย ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร
วัดศรีชุม เมืองสุโขทัย ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองตรงมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นกลุ่มโบราณสถานที่มีคูน้ำล้อมรอบทั้งสี่ด้าน มีพื้นที่นี้กว้างประมาณ ๑๐๐ เมตร และยาวประมาณ ๑๕๐ เมตร ประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างดังนี้
๑. อาคารที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งขนาดใหญ่เต็มพื้นที่ภายในอาคารหรือเรียกว่ามณฑป มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ ๑๑.๓๐ เมตร เชื่อกันว่าชื่อพระพุทธรูปเรียกตามที่ปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ ๑ กล่าวว่า “เบื้องตีนนอนเมืองสุโขทัยนี้ มีตลาดปสาน มีพระอจนะ มีปราสาทมีป่าหมากพร้าว มีป่าหมากลาง” ชื่อพระอจนะสัญนิษฐานว่ามีความหมายว่า ผู้ไม่หวั่นไหว สร้างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์ที่เห็นในปัจจุบันนี้ได้บูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ราวปี พ.ศ. ๒๔๙๖ - ๒๔๙๙ มณฑปนี้ตรงประตูทางเข้าเจาะเป็นช่องสูง ผนังด้านซ้ายมีทางเดินเข้าไปภายในผนังและขึ้นไปได้จนถึงหลังคา บนเพดานผนังทางเข้านี้ มีรอยพระพุทธบาท, ภาพสลักอยู่บนหินชนวนจำนวน ๖๔ แผ่น โดยทุกภาพมีอักษรไทยสมัยสุโขทัยโบราณบรรยาย บางภาพมีลักษณะทางศิลปกรรมคล้ายกับศิลปะลังกาและในช่องผนังของมณฑปได้ค้นพบศิลาจารึกหลักที่ ๒ เรียกว่า จารึกวัดศรีชุม ที่เล่าเรื่องราวของการก่อตั้งราชวงศ์สุโขทัย รูปแบบมณฑปนี้นักวิชาการสันนิษฐานน่าจะได้รับอิทธิพลทางรูปแบบศิลปะมาจากศิลปะพุกามในพม่า
๒. ฐานวิหาร ๖ ห้อง ขนาดกว้าง ๑๒.๕๐ เมตร ยาว ๒๒ เมตร มีผนังก่อด้วยอิฐเจาะช่องเป็นรูปกากบาท ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกหรือด้านหน้าของมณฑป สันนิษฐานว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นภายหลังมณฑปเนื่องจากด้านหลังของอาคารไม่มีทางเชื่อมต่อไปยังมณฑป
๓. วิหารอยู่ทางทิศเหนือของมณฑป ก่อด้วยอิฐขนาดกว้าง ๙.๕๐ เมตร ยาว ๑๔ เมตร
๔. มณฑปขนาดเล็กก่อด้วยอิฐ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปกว้าง ยาว ด้านละ ๙.๕๐ เมตร อยู่ทางด้านหลังวิหารเล็กหรือทางทิศเหนือของมณฑปใหญ่
๕. ฐานเจดีย์รายจำนวน ๙ องค์ ตั้งอยู่ด้านข้างวิหารใหญ่ และมณฑปใหญ่ด้านทิศเหนือ
๖. พระอุโบสถอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑปใหญ่และอยู่นอกคูน้ำที่ล้อมรอบกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่
๗. คูน้ำล้อมรอบวัด มีขนาดกว้างโดยประมาณ ๖ เมตร ล้อมรอบพื้นที่ที่ตั้งโบราณสถานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขนาดพื้นที่กว้าง ๑๐๐ เมตร และยาว ๑๕๐ เมตร
ชื่อวัดศรีชุมสัญนิษฐานว่า มาจากคำว่า ศรี มาจากคำเรียกพื้นเมืองเดิมของไทยว่า สะหลี ซึ่งหมายถึงต้นโพธิ์ ดังนั้นชื่อศรีชุม จึงหมายถึง ดงของต้นโพธิ์ แต่ในหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาที่เขียนในสมัยอยุธยาตอนปลาย ไม่เข้าใจความหมายนี้แล้ว จึงเรียกสถานที่นี้ว่า ฤๅษีชุม ว่าเป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช มาประชุมทัพกันอยู่ที่นั้น ก่อนที่จะยกทัพไปปราบเมืองสวรรคโลก อันเป็นต้นตอของตำนานเรื่อง พระพุทธรูปพูดได้ ที่เล่าขานกันต่อมา
เรื่อง/ภาพ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายประทีปเพ็ง ตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตเพชรในเพลงของคณะกรรมการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) โดยก่อนการประชุมอธิบดีกรมศิลปากรได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่นายวินัย พันธุรักษ์ ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๒ สาขาดนตรีไทยสากล- ขับร้อง ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร
วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๓๐ น. นายประทีปเพ็ง ตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมหารือแนวทางการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตเพชรในเพลงของคณะกรรมการประกวดเพลง (เพชรในเพลง) โดยก่อนการประชุมอธิบดีกรมศิลปากรได้มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่นายวินัย พันธุรักษ์ ในโอกาสที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๒ สาขาดนตรีไทยสากล- ขับร้อง ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร