ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 28,639 รายการ

การดำเนินงานโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานปราสาทพนมวัน จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ ๔-๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ - เคลื่อนย้ายและติดตั้งชิ้นส่วนที่ทดลองประกอบได้ - เสริมหินใหม่ทดแทนในส่วนที่ขาดหาย - ก่ออิฐเสริมผนังระเบียงคตเพื่อช่วยรับน้ำหนักชิ้นส่วนด้านบน - นายวสุ โปษยะนันทน์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสถาปัตยกรรม ลงพื้นที่ให้คำแนะนำบุคลากรในการปฏิบัติงาน -เคลื่อนย้ายหินใหม่ที่จะใช้ในการดำเนินการบูรณะเข้าพื้นที่


กลับมาพบกับ Unseen ทางวัฒนธรรมของอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา กันอีกครั้ง โดยในสัปดาห์นี้ พี่นักโบ ขอพาทุกท่านไปเยือนอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามทางวัฒนธรรมของอำเภอปักธงชัย ของเรา นั่นคือ "โบราณสถานอุโบสถเก่า วัดหน้าพระธาตุ" ในท้องที่บ้านตะคุ ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย นั่นเองครับ     อุโบสถเก่า วัดหน้าพระธาตุ นับว่ามีความโดดเด่นทั้งในด้าน #สถาปัตยกรรม เเละ #จิตรกรรม  มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันออก มีขนาดกว้าง 5.50 และยาว 8.80 เมตร พื้นอาคารยกสูงจากพื้น 1.20 เมตร ใช้ผนังอาคารเป็นตัวรับน้ำหนักโครงสร้างหลังคา ด้านหน้าของอุโบสถเป็นมุขยื่น มีเสากลมตั้งขึ้นรับเครื่องบน 2 ต้น มีบันไดทางขึ้น-ลง เฉพาะด้านทิศตะวันออก 3 ด้าน  บริเวณผนังด้านทิศเหนือเเละทิศใต้ มีช่องหน้าต่าง ฝั่งละ 3 บาน ส่วนหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุงด้วยกระเบื้องดินเผาปลายมน มีกระเบื้องเขิงชายรูปเทพนม ประดับที่ปลายเชิงชาย หน้าบันของอุโบสถสลักรูปเทพพนมเหนือดอกโบตั๋น  และสลักลายพรรณพฤกษาเป็นพื้นหลัง ขอบด้านล่างของหน้าบันประดับด้วยลายกระจัง และรังผึ้ง ส่วนยอดของจั่วประดับปูนปั้นแทนการประดับช่อฟ้าลักษณะคล้ายก้อนเมฆ   สำหรับ ภาพจิตรกรรม ของอุโบสถเก่า เขียนด้วยสีฝุ่น เขียนภาพเล่าเรื่องทั้งด้านนอกเเละด้านในอุโบสถ โดย  #ด้านนอก เขียนภาพบริเวณผนังด้านทิศตะวันออกเล่าเรื่อง เทพ เทวดาไปสักการะพระธาตุจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีท้าวสักกเทวราช หรือพระอินทร์ (กายสีเขียว) เป็นผู้ปกครองสวรรค์ชั้นนี้ และด้านบนสุดเขียนภาพพระพุทธเจ้าแสดงภูมิสปรศมุทราพร้อมเหล่าพระสาวก #ด้านใน บริเวณผนังด้านทิศตะวันออกเเละทิศเหนือ เขียนภาพเล่าเรื่อง "ทศชาติชาดก ซึ่งกล่าวถึงการบำเพ็ญบารมีใน 10 ชาติสุดท้ายของพระโพธิสัตว์ ก่อนจะเสวยพระชาติมาเกิดเป็นพระโคตมพุทธเจ้า" ผนังด้านทิศใต้ เขียนภาพเล่าเรื่อง "ป่าหิมพานต์ วัตรปฏิบัติของภิกษุ วิถีชีวิตของผู้คน ตลอดสภาพบ้านเมืองที่มีอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมจีน" ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้ความนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และผนังด้านทิศตะวันตก เขียนภาพเล่าเรื่อง "รอยพระพุทธบาททั้ง 5 ที่พระพุทธเจ้าทรงประทับไว้ทั้ง 5 แห่ง อันได้แก่ 1) เขาสุวรรณมาลิก 2) เขาสุวรรณบรรพต  3) เขาสุมนกูฏ 4) เมืองโยนกบุรี เเละ 5) ชายหาดใกล้ลำน้ำนัมมทนาที  ดังส่วนก หนึ่งของคำนมัสการพระพุทธบาท ความว่า "...สุวัณณะมาลิเก สุวัณณะปัพพะเต สุมะนะกูเฏ โยนะกะปุเร นัมมะทายะ นะทิยา.." และกึ่งกลางภาพปรากฏภาพพระพุทธเจ้าประทับยืนแสดงอภัยมุทรา    เมื่อพิจารณาจากฝีมือ เทคนิควิธีการ เเละองค์ความรู้จากภาพเขียนที่ปรากฏสันนิษฐานว่าช่างหรือจิตรกรที่เขียนภาพให้กับอุโบสถแห่งนี้ต้องเป็นช่างหลวงหรือช่างพื้นถิ่นที่มีทักษะฝีมือสูงที่ได้รับอิทธิพลการเขียนภาพจิตรกรรมจากราชสำนักรัตนโกสินทร์   เบื้องต้นจึงกำหนดอายุสมัยของอุโบสถเก่า เเละภาพจิตรกรรม วัดหน้าพระธาตุ อยู่ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 24-ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ร่วมรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อเรื่องถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ครับ   สำหรับด้านหน้าอุโบสถเก่าพบเจดีย์หรือธาตุทรงระฆัง ผังสี่เหลี่ยมจตุรัส ในวัฒนธรรมล้างช้าง หรือเป็นที่รู้จักกันในทางสถาปัตยกรรมว่า "ธาตุแบบบัวเหลี่ยม" จำนวน 2 องค์  ซึ่งเจดีย์หรือธาตุทั้ง 2 องค์นี้ สันนิษฐานว่าเป็นแรงบันดาลใจให้การสร้างธาตุด้านหน้าอุโบสถ งัดปทุมคงคา (วัดนกออก) ตามที่เสนอไว้เเล้วก่อนหน้านี้ครับ   อุโบสถเก่า วัดหน้าพระธาตุ ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณ มาตั้งเเต่ พ.ศ.2539 และอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้ นั่นคือ อุโบสถเก่า  หลังนี้ ได้รับพระราชทานรางวัล #อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทปูชนียสถานเเละวัดวาอาราม ประจำปี 2552 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครับ   อีกไฮไลต์อีกจุดหนึ่งของวัดหน้าพระธาตุ ที่จะหยิบยกไปนำเสนอในครั้งหน้า นั่นคือ #หอไตรกลางน้ำ ที่มีความงดงาม โดดเด่น เเละเฉพาะตัวเช่นเดียวกัน โปรดติดตามตอนต่อไปครับ   ผ่านไปผ่านมาเมืองปักธงชัย อย่าลืมเเวะมาชมเพชรเม็ดงามทางวัฒนธรรมของเมืองปักธงชัยกันเยอะๆนะครับ เพราะปักธงชัยบ้านเอ๋งไม่ได้มีดีเเค่ผ้าไหม    เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ



วันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๖ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ได้สำรวจแหล่งภาพเขียนสีถ้ำสบไถ๑ ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ***ขอบคุณภาพบางส่วนจากคุณเอกรัตน์ ร่มเย็น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติน้ำพอง


วันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๖ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ได้สำรวจแหล่งภาพเขียนสีถ้ำสบไถ 2 ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ***ขอบคุณภาพบางส่วนจากคุณเอกรัตน์ ร่มเย็น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติน้ำพอง


วันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๖ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ร่วมกับอุทยานแห่งชาติน้ำพอง สำรวจแหล่งภาพเขียนสี "ถ้ำช้าง" ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น





          ในโอกาสที่ “นาค” ได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์เอกลักษณ์ประจำชาติ ประเภทสัตว์ในตำนาน กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ จัดทำภาพต้นแบบของนาค ๔ ตระกูล วิรูปักษ์ เอราปถ ฉัพพยาปุตตะ กัณหาโคตมะ พิมพ์เป็นโปสเตอร์ สี่สีสวยงาม ด้วยกระดาษอย่างดี เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญปีใหม่ พิมพ์จำนวนจำกัด ๑,๐๐๐ ภาพ ทุกภาพมีหมายเลขกำกับ และผ่านการทำพิธีเพิ่มความเป็นสิริมงคล ณ พระอุโบสถวัดนาคปรก กรุงเทพฯ เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ และ“วังนาคินทร์” คำชะโนด จังหวัดอุดรธานี จำหน่ายราคาภาพละ  ๖๙๙ บาท เงินรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายสมทบเงินกองทุนโบราณคดี เพื่อบูรณะโบราณสถานและพัฒนาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ            ผู้ที่สนใจสามารถซื้อโปสเตอร์ได้ที่กลุ่มคลังและพัสดุ (ฝ่ายพัสดุ) กรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) ชั้น ๓  โทรศัพท์ ๐-๒๑๒๖-๖๕๕๙ , ๐-๒๑๖๔-๒๕๐๑-๒ ต่อ ๓๐๒๓ (ในวันและเวลาราชการ)


          วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ได้สำรวจแหล่งภาพเขียนสีเพิงหินร่มเย็น ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ***ขอบคุณภาพบางส่วนจากคุณเอกรัตน์ ร่มเย็น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติน้ำพอง


วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำพอง ได้สำรวจแหล่งภาพเขียนสีถ้ำวีรยุทธ ๑ ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ***ขอบคุณภาพบางส่วนจากคุณเอกรัตน์ ร่มเย็น เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติน้ำพอง



          ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอเชิญชวนผู้สนใจซื้อสมุดบันทึก “ภูมิบริรักษ์ : ครุฑ ยักษ์ นาค” เทพผู้ปกปักษ์รักษา คุ้มครองทุกท่าน เพื่อมอบเป็นของขวัญให้คนที่ท่านรักและนับถือ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๖              ภูมิบริรักษ์ หมายถึง สิ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ปกป้องคุ้มครอง ดูแล รักษามวลมนุษยชาติที่อยู่ในโลกนี้ ทั้งเบื้องบนพื้นแผ่นดิน และใต้หล้าให้มีความสุขสบายมั่งคั่งบริบูรณ์ ปราศจากโรคภัยร้าย หรือความทุกข์ยากอัปมงคลทั้งปวง ภูมิบริรักษ์ เป็นความเชื่อที่สืบทอดมาตามสายธารแห่งอารยธรรมในซีกโลกตะวันออก ซึ่งมีทั้งเทพ อมนุษย์และสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถให้คุณและโทษแก่มนุษย์ได้ เพราะได้รับพรจากเทพเจ้าชั้นสูงและการบำเพ็ญเพียรของตนเองมานานนับพันนับหมื่นปี โดยมีภพภูมิที่อาศัยเป็นหลักแหล่งตามความเชื่อในพุทธศาสนา ด้วยความเชื่อถือและศรัทธาอย่างสูงยิ่ง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินรังสรรค์งานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่มีภูมิบริรักษ์อันได้แก่ ครุฑ ยักษ์ และนาค เป็นองค์ประกอบสำคัญ ด้วยเจตนาแห่งอลังการแต่แฝงด้วยคติอันเป็นความเชื่อและความศรัทธาของบรรพชนที่รักษาสืบทอดต่อกันมาอย่างไม่ขาดสาย ภูมิบริรักษ์ทั้ง ๓ หมู่นี้ ต่างมีที่มาและมีอิทธิฤทธิ์ดังปรากฏในคัมภีร์โบราณของแต่ละศาสนาเป็นหลักฐานสืบมา            ครุฑ ตามความหมายที่ราชบัณฑิตยสถานนิยามไว้ว่า เป็นพญานกในเทพนิยาย เป็นพาหนะของพระนารายณ์ ใช้เป็นตราแผ่นดินและเครื่องหมายทางราชการ ส่วนกำเนิดครุฑนั้น มีอยู่ในทั้งคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและศาสนาพุทธ            ยักษ์ ภาษาสันสกฤตว่า ยกฺษ (yakṣa) ภาษาบาลี คือ ยกฺข (yakkha) จัดเป็นอมนุษย์กึ่งเทพพวกหนึ่ง มีกล่าวถึงทั้งในทางศาสนาและวรรณคดี ปรากฏในคัมภีร์ศาสนาพุทธ พราหมณ์ และศาสนาเชน มีฐานะเป็นเทพบริวาร ผู้พิทักษ์รักษาศาสนาและศาสนสถาน เพศชายเรียกว่า ยักษะ (yakṣa) เพศหญิง เรียกว่า ยักษี (yakṣī) หรือ ยักษิณี (yakṣiṇī) บางทีใช้ปะปนกับคําว่า อสูร (asūra) กุมภัณฑ์ (kumbhaṇḍa) คุหยัก (guhyaka) แทตย์ (daityas) หรือทานพ (Danavas) รากษส (rākṣasas) และมาร (māra) ก็มี            นาค หรือพญานาคเป็นสัตว์หิมพานต์ หรือสัตว์ในเทวตำนานตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ (ฮินดู) ไทยได้รับคติความเชื่อดังกล่าวผ่านคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ทั้งพระไตรปิฎก ชาดกอรรถกถา และคัมภีร์โลกศาสตร์ โดยนำมาผสมผสานและปรับเข้ากับความเชื่อดั้งเดิม จนกลายเป็นคติความเชื่อความศรัทธาเกี่ยวกับเรื่องนาคอย่างแน่นแฟ้นในวัฒนธรรมไทยสืบมาแต่โบราณตราบจนถึงทุกวันนี้           สมุดบันทึก “ภูมิบริรักษ์ : ครุฑ ยักษ์ นาค” ภายในประกอบด้วย ภาพประติมากรรมครุฑ ยักษ์ และนาค ขนาด ๑๗.๖ x ๒๑.๖ เซนติเมตร ปกแข็ง จัดพิมพ์สี่สี ด้านในประกอบด้วยกระดาษถนอมสายตา พร้อมตารางนัดหมายตลอดทั้งปี จำหน่ายในราคา ๒๕๐ บาท            ผู้ที่สนใจสามารถซื้อสมุดบันทึก “ภูมิบริรักษ์ : ครุฑ ยักษ์ นาค” ได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) โทรศัพท์ ๐-๒๑๖๔-๒๕๐๑ ต่อ ๑๐๐๔ (ในวันและเวลาราชการ) หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ https://bookshop.finearts.go.th สอบถามเพิ่มเติม facebook ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร


นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยนายชำนาญ กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน และนางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ประชุมร่วมกับนายกเทศมนตรีตำบลศีขรภูมิ และผู้บริหารท้องถิ่นในพื้นที่ ณ ห้องประชุมเทศบาลศีขรภูมิ ตำบลระแงง อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพื่อหารือร่วมกันในการจัดระเบียบและการเข้าใช้พื้นที่โบราณสถานปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยกับโบราณสถาน โดยในเบื้องต้นทางเทศบาลตำบลศีขรภูมิ จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจ และร่วมมือกันในการดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่โบราณสถาน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีกทางหนึ่ง