ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,272 รายการ
ผู้แต่ง : วัชรวีร์ วัชรเมธี, พระ
ปีที่พิมพ์ : 2550
สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่
สำนักพิมพ์ : MaxxPrint (ดาวคอมพิวกราฟิก)
ชื่อผู้แต่ง -
ชื่อเรื่อง จารึกวัดพระเชตุพนตอนโคลงภาพฤาษีดัดตน
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 1
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ หจก.อรุณการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ 2534 จำนวนหน้า 203 หน้า
หมายเหตุ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพคุณแม่ลมุล บุณโยปัษฎัมภ์
หนังสือจารึกวัดพระเชตุพนตอนโคลงภาพฤาษีคัดตนฉบับพิมพ์ครั้งนี้ เป็นต้นฉบับหนังสือประชุมจารึกวัดพระเชตุพนและโคลงภาพฤาษีดัดตนรวมทั้งภาพลายเส้น จำนวน 80 ภาพ เดิมเป็นสมุดไทยดำเส้นรง ภาพฤาษีดัดตนเขียนด้วยเส้นขาว ซึ่งแต่งโดยปราชญ์ราชบัณฑิตในสมัย ร.3 เป็นคำโคลงชุดเดียวกับที่จารึกประกอบด้วยรูปฤาษีในวัดพระเชตุพนซึ่งเดิมที ร.1 โปรดให้สร้างขึ้น เมื่อถึงสมัย ร.3 ได้ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่ โปรดให้กรมหมื่นณรงค์ หริรักษ์ รวมช่างปั่นช่างหล่อ เมื่อ พ.ศ. 2379 รูปฤาษีทำด้วยดีบุกผสมสังกะสีตั้งไว้บนแท่นศิลา ณ ศาลารายทุกหลังมีโคลงจารึกบอกท่าดัดตน ติดไว้ที่ผนัง ต่อมามีการย้ายรูปหล่อไปที่เขา มอ ปัจจุบันเหลือเพียง 19 รูป การดัดตนเป็นการบริหารร่างกาย ให้มีสุขภาพสมบูรณ์บำบัดอาการปวดเมื่อย แก้โรคลมต่างๆ ของแพทย์แผนโบราณ นอกจากนั้นแล้วเจ้าภาพยังนำตำราแพทย์แผนโบราณวิชาหมอนวด โดยขุนโยธาพิทักษ์ ( แท่น ประทีปจิตต์ ) ไว้ด้วย
วัดบ้านทราย ตั้งอยู่เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ต.บ้านทราย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดลพบุรี ห่างจากอำเภอเมือง ๓๒ กม. และห่างจากอำเภอบ้านหมี่ ๓.๕กม. ประวัติความเป็นมา วัดบ้านทราย ชาวบ้านทรายสืบเชื้อสายมาจากชาว "ไทยพวน" ซึ่งเป็นชาวไทยที่มีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่ "เมืองพวน" ในประเทศลาวในอดีต ต่อมาได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีเศษ แล้วโดยการนำของครูบานาวาหรือ "ภิกษุหล้า" ซึ่งออกธุดงค์มาจากเมืองเชียงขวาง เมืองเวียงจันทร์ เพื่อสืบหาญาติพี่น้องที่อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยก่อนแล้ว เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๓๖๙ การออกธุดงค์ของท่านจึงมีโอกาสพบกับพี่สาวของท่านชื่อ "ถอ" บริเวณวัดท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ต่อจากนั้นก็สร้างบ่อน้ำสร้างบ้านทราย สร้างวัด และพระอุโบสถขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๒ ซึ่งปรากฏอยู่กระทั่งทุกวันนี้ ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ ชาวบ้านทรายได้อพยพไปตั้งถิ่นฐานใหม่ (ณ ตำบลบ้านทรายในปัจจุบัน) โดยท่านครูบาราวาได้ออกธุดงค์มาพบแหล่งน้ำใหญ่ฤดูแล้งเดือน ๔ เดือน ๕ น้ำในวังนี้ก็ไม่แห้งจึงเรียกวังใหญ่นี้ว่า "วังเดือนห้า" และสร้างวัดบ้านทรายทางด้านทิศตะวันตกของวังเดือนห้าโดยมีครูบานาวาเป็นผู้นำสร้าง และเป็นสมภารวัดองค์แรก รวมทั้งวิหารหลังนี้ที่ยังเหลือไว้ในพระพุทธศาสนาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นชาวบ้านทรายจึงถือว่าท่านเป็นต้นตระกูลของชาวบ้านทราย ที่ได้เคารพสักการะอย่างสูง ปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว จากกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี ในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ (ที่มาของข้อมูล : รายการประกอบแบบโครงการบูรณะโบสถ์วัดบ้านทราย โดยกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี)
โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล๕"เนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเทศกาลอาฬสาหบูชาและเข้าพรรษาเพื่อถวายวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ณ วันป่าธรรมชาติ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา
“ทุ่งเขางู” ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี ที่หน้าเขางูเป็นทุ่งกว้างใหญ่ และ ณ ทุ่งราบนี้เองเคยเป็นสมรภูมิรบในสงครามครั้งสำคัญครั้งหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช คือ“สงครามเก้าทัพ” บริเวณทุ่งเขางูจะมีเทือกเขางู ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองราชบุรี ทอดยาวเหมือนงูเลื้อยอยู่ตรงกลาง ด้านหน้าเขางูเป็นท้องทุ่งใหญ่ แต่เดิมในช่วงฤดูน้ำหลากคือตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายน บริเวณทุ่งราบหน้าเขางูจะมีน้ำจะไหลบ่าจากพืดเขาต่างๆ มาขังเต็มไปหมดทั้งทุ่งและท่วมนองไปจนถึงเชิงเขาคล้ายกับทะเลสาบขนาดย่อมๆ นานอยู่หลายเดือน และมีความลึกพอที่เรือบรรทุกข้าวขนาดใหญ่และเรือยนต์ต่างๆ แล่นผ่านไปมาได้ ช่วงที่มีน้ำท่วมมากที่สุด คือเริ่มตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ เป็นต้นไป ในช่วงฤดูน้ำหลากนี้ ยังก่อให้เกิดเทศกาลประเพณีพายเรือไปนมัสการหลวงพ่อฤาษีและรอยพระพุทธบาทในช่วงวันขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๑๑ ของทุกปี ถือเป็นงานประเพณีที่อยู่คู่กับท้องทุ่งแห่งนี้มาช้านาน คนในราชบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นคนโพธาราม บ้านโป่งฯ ต่างรอคอยที่จะพายเรือมาไหว้พระที่เขางูแห่งนี้ ส่วนผู้ที่อยู่จังหวัดใกล้เคียงถึงกับลงทุนเช่าเรือยนต์มาเที่ยวงานนี้ก็มีไม่น้อย ดังนั้นในทะเลสาบทุ่งเขางู จึงแน่นขนัดไปด้วยเรือทุกชนิด จะมองไปในทิศทางใดก็จะพบแต่เรือแพน้อยใหญ่เต็มท้องน้ำไปหมด และที่นับว่าสนุกสนานกันอย่างยิ่งในงานนี้ ก็คือ การแข่งเรือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จพระราชดำเนินทุ่งเขางูหลายครั้ง โดยในการเสด็จพระราชดำเนินเมื่อพ.ศ. ๒๔๓๑ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสไทรโยคครั้งที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบรรยายลักษณะของเทือกเขางูไว้ว่า “...ตรงหน้านั้นเขางูเป็นหมู่ยาว แต่หลายยอดหลายอย่างต่างชื่อเสียง ที่เล็กเคียงข้างลงมาหน้าผาขาว เป็นเขางูอยู่อยู่เท่านั้นปั้นเรื่องราว เขาหลักว่าวแลเป็นสูงในฝูงนี้ ยอดเป็นหลักปักเห็นเด่นถนัด เขาที่ถัดเป็นรากกล้วยพรวยแผกหนี ถ้าเป็นเขารอกไปได้จะดี ต่อยอดนี้เขาจุฬาคว้าพนัน ตามเขากล่าวว่าว่าวสุวรรณหงส์ ที่ตกลงตามไต่ป่านผายผัน เมืองมัดตังอยู่ราวสุพรรณ เพียงเท่านั้นคงกันดารยักษ์มารมี...” สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงประทับใจกับทัศนียภาพและความงามของทุ่งเขางูมาก โดยได้เปรียบเทียบทุ่งเขางูกับสถานที่หลายแห่งที่พระองค์เคยเสด็จไป ดังปรากฏในรายงานการเสด็จตรวจราชการมณฑลราชบุรี เมืองราชบุรีและเมืองสมุทรสงคราม พ.ศ.๒๔๔๑ ร.ศ.๑๑๗ ซึ่งทรงกล่าวถึง “ทุ่งเขางู” ไว้ดังนี้ “... ฉันพึ่งเคยมาเห็นที่ทุ่งเขางูในระดูน้ำคราวนี้ พอแลเห็นก็ทำยอมโดยทันทีว่า บรรดาทุ่งที่จะเที่ยวเล่นในระดูน้ำ จะเปนทุ่งหนึ่งทุ่งใดในกรุงเก่าก็ดี ท้องพรหมมาศเมืองลพบุรีก็ดี แม้ที่สุดถึงบึงบอระเพ็ดนครสวรรค์ก็ดี บรรดาที่เคยไปเห็นแล้วไม่มีแห่งใดที่จะสู้ทุ่งเขางูนี้เลย ด้วยเป็นทุ่งกว้างน้ำลึกแลมีเขาอยู่ใกล้ๆ จะเล่นเรือพายไปเท่าใดก็ไม่มีที่สุด โดยจะมีเรือใบเล็กๆมาแล่นเล่นก็ได้ กระบวนที่จะเที่ยวทุ่งเก็บกุ่ม เก็บสายบัวอย่างทุ่งกรุงเก่าก็ได้ หรือเอาเรือแวะจอดเข้าที่ดอนขึ้นไร่เก็บน้อยหน่าก็ได้ จะเดินเลยเที่ยวไปถึงเขาก็ไม่ทันเหนื่อย เพราะอย่างนี้ใครๆ จึงได้กลับมาชมกันว่าสนุกนัก...” ิ ในเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินเมืองราชบุรี ครั้งนั้นพระองค์ได้เสด็จประพาสทุ่งเขางูได้ทอดพระเนตรสภาพทุ่งเขางูในฤดูน้ำหลากด้วย และต่อมาภาพน้ำท่วมทุ่งที่เขางู ยังถูกใช้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดราชบุรี ในช่วงปีพ.ศ. ๒๕๐๐ -๒๕๐๙ อีกด้วย ปัจจุบันทุ่งเขางูแห่งนี้มีสภาพตื้นเขินกว่าเดิมมาก ไม่มีน้ำท่วมทุ่งเป็นทะเลสาบดังเช่นในอดีต ไม่สามารถนำเรือยนต์เข้าไปแล่น และไม่มีภาพบรรยากาศความงามของท้องทุ่งที่มีการแข่งเรือ การพายเรือเล่น ชมนกชมไม้ เก็บสายบัว กระจับ และสันตวาให้หวนคืนมาอีก นับตั้งแต่ที่ได้มีการตัดถนนหลวงผ่านหลายสายและมีการสร้างเขื่อนเมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๖ ภาพชีวิตของผู้คนที่เคยผูกพันกับสายน้ำที่ทุ่งเขางูในอดีต จึงได้เลือนหายไปพร้อมๆกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม สภาพทุ่งเขางูที่คุ้นตาชาวราชบุรีในปัจจุบันคือเป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนและเป็นพื้นที่เกษตรกรรมทำนาปลูกข้าวกระจายอยู่ทั่วไป ภาพ ๑ ขบวนเรือเสด็จฯของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสเมืองราชบุรีผ่านบริเวณทุ่งเขางูเดือนตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๒ ภาพ ๒ เขางูเมื่อหน้าน้ำ ราวปีพ.ศ. ๒๔๘๒ ภาพ ๓ งานประจำปี เขางู เป็นภาพเที่ยวเขางูหน้าน้ำ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๔ จากนิตยสารสร้างตนเอง ฉบับ ๑ ตุลาคม ๒๔๘๔ ห้องสมุดอเนก นาวิกมูล ภาพ ๔ ตราประจำจังหวัดราชบุรีเดิม เป็นอาร์มวงกลมใช้สัญลักษณ์รูปน้ำหลากทุ่ง มีภูเขาเป็นฉากหลัง ล้อมรอบด้วยงูใหญ่ส่วนท้องฟ้าเหนือภูเขามีตราครุฑ ซึ่งใช้เป็นตราแผ่นดินและเครื่องหมายของทางราชการ กำกับด้วยข้อความว่า “จังหวัดราชบุรี” ใช้ในช่วงระหว่างพ.ศ. ๒๕๐๐ - ๒๕๐๙ ภาพ ๕ ทุ่งเขางูในปัจจุบัน ..................................................................................เรียบเรียง : นางสาวปราจิน เครือจันทร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี อ้างอิงตรี อมาตยกุล, “จังหวัดราชบุรี” เมืองราชบุรี พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในการประชุมเพลิงศพ คุณหญิงประพันธ์ดำรัสลักษณ์ (ชื่น ศุขะวณิช) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๐๙. มโน กลีบทอง,พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี,สำนักพิมพ์สมาพันธ์ จำกัด,พ.ศ.๒๕๔๔. สถาบันดำรงราชานุภาพ “รายงานการเสด็จตรวจราชการมณฑลราชบุรี เมืองราชบุรีและเมืองสมุทรสงคราม พ.ศ.๒๔๔๑ ร.ศ.๑๑๗” การเสด็จตรวจราชการหัวเมืองของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรง ราชานุภาพ.๒๕๕๕. สมุดราชบุรี พ.ศ.๒๔๖๘,พิมพ์ที่โรงพิมพ์หนังสือพิมพ์ไทย ถนนพลับพลาไชย จังหวัดพระนคร. องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี,พระบรมราชจักรีวงศ์กับเมืองราชบุรี,กรุงเทพฯ: อมรินทร์การพิมพ์,๒๕๒๕. อเนก นาวิกมูล,บางกอกกับหัวเมือง,กรุงเทพฯ:แสงดาว,๒๕๒๗.
กองบรรณาธิการ.พระบาทพลวง หรือ พระพุทธบาทพลวง แรงศรัทธาหลั่งไหลสู่เขาพระบาท.จันท์ยิ้ม.(3):1;ตุลาคม-พฤศจิกายน 2560(25).
พระบาทพลวง หรือ พระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บน เขาคิชฌกูฏ โดยพระบาทพลวงนี้ เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ที่จังหวัดจันทบุรี และถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทย และอยู่ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 40 กิโลเมตร
ทั้งนี้ประชาชนจะนิยมไปนมัสการพระบาทหลวงเป็นจํานวนมาก เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึง ช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท ทั้งกลางวันและกลางคืน ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของเขาคิชฌกูฏ ก็ได้จัดงานนมัสการพระบาทพลวงเป็นประจําทุกปีอีกด้วย
ซึ่งในช่วงเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง พุทธศาสนิกชน ที่มีศรัทธาจะเดินทางขึ้นเขาไปแสวงบุญเป็นจํานวนมาก เพราะนอกจาก จะได้นมัสการพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังจะได้ชมความงดงาม แปลกอัศจรรย์ของหินลูกพระบาท ก้อนหินกลมใหญ่ริมหน้าผา และได้รับ ความสดชื่นจากบรรยากาศบนยอดเขาคิชฌกูฏ นอกจากนี้ ผู้ที่ถึงวัดพลวง ตอนเย็นสามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้ โดยทางวัด มีที่พัก และที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จํานวนมาก
ชื่อผู้แต่ง : พุทธทาสภิกขุชื่อหนังสือ : เอกสารชุดมองด้านใน อันดับที่๙ เรื่อง ระวังว่างอันธพาลครั้งที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่๑สถานที่พิมพ์ : พระนครสำนักพิมพ์ : ร.พ.อักษรสัมพันธ์ปีที่พิมพ์ : ๒๕๑๑ เอกสารชุดมองด้านใน อันดับที่๙ เรื่อง ระวังว่างอันธพาล ของพุทธทาสภิกขุ เป็นโอวาทที่ให้แก่ภิกขุ สามเณรในไชยา และอำเภอใกล้เคียงในการแสดงสามีจิกรรม และทำวัตรเช้าแด่ท่านพุทธทาสอินทปญโญ ประจำปี ในวันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ของทุกปี
ผู้แต่ง : สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ฉบับพิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 1
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ประเสริฐสมุด
ปีที่พิมพ์ : 2476
หมายเหตุ : พิมพ์ในงานปลงศพนางเปี่ยม เทศสอาด และพระราชทานเพลิงศพนายร้อยโทเปรื่อง เทศสอาด
อธิบายเรื่องธงไทยเล่มนี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ไว้เมื่อคราวยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกราชบัณฑิตย์สภา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับหมวดธงประจำพระองค์ หมวดธงแผ่นดิน หมวดธงประจำกอง หมวดธงประจำตำแหน่ง และธงหมายยศ
ชื่อเรื่อง จดหมายเหตุ ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.128 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชผู้แต่ง กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ประวัติศาสตร์เลขหมู่ 915.93 ศ528จสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ มหามกุฏราชวิทยาลัยปีที่พิมพ์ 2502ลักษณะวัสดุ 284 หน้า หัวเรื่อง ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ มหาเสวกเอก พระยาอุดมราชภักดี พศ.2502 เนื้อหาเกี่ยวกับระยะทางที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเสด็จประพาสหัวเมืองปักใต้
ชื่อเรื่อง ตำราโหราศาสตร์ (โหราศาสตร์)สพ.บ. 216/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 40 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 28.9 ซ.ม. หัวเรื่อง โหราศาสตร์
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน-ไทยโบราณ เส้นจาร ฉบับลานดิบ ภาษาบาลี-ไทยอีสาน-ไทยโบราณ ได้รับบริจาคมาจากวัดทุ่งอุทุมพร ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี