ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,357 รายการ

ชื่อเรื่อง : ชีวประวัติของพลเอก หลวงหาญสงคราม ม.ป.ช.,ม.ว.ม.,ท.จ. (พิชัย หาญสงคราม) ชื่อผู้แต่ง : -ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ศิวพร จำนวนหน้า : 280 หน้าสาระสังเขป : ชีวประวัติของพลเอก หลวงหาญสงคราม (พิชัย หาญสงคราม) พิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พลเอกหลวงหาญสงคราม เนื้อหาในเล่มกล่าวถึง ชีวประวัติของพลเอกหลวงหาญสงคราม ซึ่งคัดมาจากประวัติราชการของกระทรวงกลาโหม และคำไว้อาลัยจากผู้ใหญ่หลายท่านที่เคยรับราชการร่วมกัน อาทิ ฯพณฯ จอมพล ถนอม กิตติขจร เป็นต้น เนื้อหาต่อมาได้แก่ประวัติส่วนตัวที่บุตรธิดาคัดมาจากสมุดบันทึกของท่าน เป็นการเล่าถึงชีวิตตั้งแต่เกิด จนถึงเข้ารับราชการเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งได้สร้างผลงานไว้มากมายทั้งด้านสงครามและด้านราชการอื่นๆ




ถาดตาชั่งโลหะ พร้อมลูกตุ้มน้ำหนัก จากแหล่งเรือจมบางกะไชย 2 แหล่งเรือจมบางกะไชย 2 อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งเรือจมที่กองโบราณคดีใต้น้ำ ใช้เวลาในการสำรวจขุดค้นภายในตัวเรือและนอกตัวเรือถึง 5 ครั้ง ครั้งแรกคือปีงบประมาณ 2537 จากนั้นเว้นช่วงระยะเวลาไปและกลับมาทำงานอีกครั้งในปีงบประมาณ 2542 ถึง 2545 ด้วยหลักฐานโบราณวัตถุที่พบทั้งเครื่องถ้วยลายครามของจีนสมัยจักรพรรดิว่านลี่ ในราชวงศ์หมิง ประกอบกับตัวอักษรจีนบนกล่องคันชั่งไม้ และจารึกที่คันฉ่องสำริด สามารถกำหนดอายุแหล่งเรือจมบางกะไชย 2 ได้ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 22 จากการสำรวจขุดค้นแหล่งเรือจมนี้หลายครั้ง ทำให้พบหลักฐานวัตถุเป็นจำนวนมากและมีความแตกต่างหลากหลาย ตามที่ได้เคยนำเสนอในเพจกองโบราณคดีใต้น้ำก่อนหน้านี้ไปบ้างแล้ว วันนี้ขอนำเสนอหลักฐานโบราณวัตถุที่น่าสนใจอีกประเภทหนึ่งที่พบจากแหล่งเรือจมบางกะไชย 2 นี้ จึงขอเชิญติดตาม


ประพัฒน์  ตรีณรงค์.  ชีวประวัติกวีไทย.  พิมพ์ครั้งที่ 1.  พระนคร: เจริญธรรม, 2499.           เป็นหนังสือที่ได้รวบรวมชีวประวัติกวีไทยที่เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในครั้งอดีตไว้รวม 21 คน ด้วยกัน เช่น กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ กรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ กรมสมเด็จพระเดชาดิศร พระยาศรีสุนทรโวหาร พระยาตรัง พระมหามนตรี หลวงจักรปวณี หลวงธรรมาภิมณฑ์ หลวงอรรถเกษมภาษา หมาห่วง นายมี เป-โมรา คุณพุ่มเจ้าแห่งสักวาหญิง และคุณสุวรรณ กวีผู้ถูกกล่าวหาว่า “บ้า”  


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา) อย.บ.                            327/8 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                   54 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 53 ซม. หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา


อย่างที่เกริ่นไปเดือนที่แล้วนะคะว่า สาระน่ารู้ในแต่ล่ะเดือนต่อจากนี้ ทางอุทยานขอนำเสนอหัวข้อ "จารึก" โดยในเดือนมิถุนายนนี้ทางอุทยานขอนำเสนอสาระน่ารู้เกี่ยวกับข้อมูลสังเขปจารึกสด๊กก๊อกธม หลักที่ 1 เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อเข้าสู่หัวข้อต่างๆ ในตอนถัดไปค่ะ ***โปรดติดตามสาระน่ารู้กันด้วยนะคะ **** ไปชมกันได้เลยค่าาาา หลักศิลาจารึกสด๊กก๊อกธม หลักที่ 1 เป็นจารึกเป็นอักษรขอมโบราณ ภาษาเขมร มีทั้งหมด 2 ด้าน ด้านที่ 1 มี 22 บรรทัด และด้านที่2 มีทั้งหมด 8 บรรทัด ตัวจารึกทำมาจากหินทรายสีแดง กว้าง 22 เซนติเมตร สูง 81 เซนติเมตร หนา 9 เซนติเมตร รูปทรงกลีบบัว จารึกระบุปีมหาศักราช 856 หรือ พุทธศักราช 1480 ในสมัยพระเจ้าชยวรมันที่ 4 จารึกดังกล่าวถูกค้นพบในปีพุทธศักราช 2511 โดยเจ้าหน้าที่กองโบราณคดี กรมศิลปากร ที่บ้านสระแจง ตำบลโคกสูง อำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุรี หรือปัจจุบันคือ บ้านหนองหญ้าแก้ว ตำบลโคกสูง อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว จารึกสด๊กก๊อกธม 1 ถูกนำมาเก็บรักษาเพื่อแปลข้อความในจารึกที่หอสมุดแห่งชาติเมื่อพุทธศักราช 2511 ต่อมาในปีพุทธศักราช 2529 ได้นำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และย้ายมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ตั้งแต่พุทธศักราช 2561 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี : Prachinburi National Museum


          หนังสือ : ส้มสีม่วง           ผู้เขียน  : ดาวกระจาย           เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมเมื่อคนเราโตขึ้น ความฝันและจินตนาการมักจะเหือดแห้งหายไป   มันถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต หรือเวลากลืนกินมันไปทีละน้อย หรือหน้าที่การงานสูบมันออกไปจากเราจนหมด หรือมันไร้ค่าไร้ความสำคัญจนเราต่างลืมเลือนไปทีละน้อย หรือที่จริงมันยังคงอยู่ เพียงแต่ถูกกลบฝังไว้ลึกๆ จนยากที่จะขุดลงไปถึง เอาเข้าจริงๆ แล้ว เหตุผลเหล่านี้ก็ล้วนแต่ไร้ซึ่งจินตนาการอย่างยิ่ง ถ้าอย่างนั้น ความคิดฝันและจินตนาการของมนุษย์หายไปไหนหมด เป็นไปได้ไหมว่ามีใครบางพวกมาขโมยไป ใครซึ่งเราอาจจะมองเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่คาดไม่ถึง ใครซึ่งแฝงฝังตัวอยู่ใกล้ๆ เรานี่เอง แต่ไม่มีใครรู้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวงของมัน มันค่อยๆ กัดกินความฝันของเราไปทีละน้อย จนถ้าเราไม่ตระหนัก วันหนึ่งก็อาจลืมไปด้วยซ้ำว่าเคยมีฝันอะไรอยู่บ้างในชีวิต            มีแต่เด็กๆ เท่านั้นกระมังที่รู้ถึงพิษสงของมัน เด็กๆ ที่ไม่ได้เล่น ไม่ได้ฝัน ไม่ได้คิดจินตนาการ จะรู้ดีว่าชีวิตช่างแห้งแล้ง จืดชืด และไม่สนุกเอาเสียเลย พวกวายร้ายเหล่านี้จึงกลัวเด็กๆ เป็นพิเศษ เพราะเด็กๆ จะไม่ยอมให้มันขโมยความฝันไป ซ้ำยังจะป่าวประกาศให้ผู้ใหญ่ได้ระวังตัวด้วย และนี่ก็คือหนังสือที่เด็กๆ ช่วยกันเปิดโปงความชั่วร้ายนั้น แต่ก่อนจะเปิดหน้าต่อไป ลองถามตัวเองก่อนว่า โลกเรารูปร่างเหมือนส้มเขียวหวานจริงหรือไม่ ถ้าเชื่อว่าไม่จริง นี่คือหนังสือสำหรับคุณ แต่ถ้าเชื่อว่าจริง หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยละ!             รายละเอียดหนังสือ           ห้องบริการ 1 หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ           เลขหมู่ :  895.913 ด436ส


รายงานผลการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล กรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566[ITA O19-2566]



พระราชดำรัส จัดพิมพ์โดยคณะกรรมการประชาสัมพันธ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2532 ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา


องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง ประเพณีบุญกำฟ้าของไทยพวนผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.61 ตำราดูฤกษ์ยามประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยดำISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  โหราศาสตร์ลักษณะวัสดุ              40; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    ตำราดูฤกษ์ยาม                    ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดลาวทอง ต.สนามชัย  อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค..2538


ตำนานแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว เป็นแหล่งน้ำสำคัญ 1 ใน 3 ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งที่ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ในอดีตน้ำจาก สระแก้ว ถูกนำไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญในสำนักพระราชวังมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่าในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการเพิ่มแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มาจากมณฑลต่างๆ อีก 10 มณฑล ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ มณฑลจันทบุรี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 7 พุทธศักราช 2468 และรัชกาลที่ 9 พุทธศักราช 2493 ได้พลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากจันทบุรี จำนวน 2 แหล่ง คือ ที่ธารนารายณ์ (น้ำตกคลองนารายณ์) และที่ สระเก้ว (ตำบลพลอยแหวน) โดยทำพิธีเสกน้ำที่ วัดพลับบางกะจะ ตามตำนานของแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ สระแก้ว ในเอกสารจดหมายเหตุที่กรมการจังหวัดจันทบุรีรายงานแจ้งถึงหัวหน้าแผนกราชกิจจานุเบกษา ในพุทธศักราช 2493 มีความว่า “น้ำที่สระแก้ว อยู่ใกล้กับเขาสระแก้ว เมื่อกาลนานหลายอายุคนมาแล้ว มีผู้ไปพบสระน้ำแห่งหนึ่ง กว้าง 6 เมตร ยาว 7 เมตร อยู่ในป่าทึบปราศจากบ้านคน น้ำในสระเต็มเปี่ยมและใสบริสุทธิ์จนมองเห็นเป็นสีมรกต มีปลานานาชนิดอาศัยอยู่ สามารถมองเห็นถนัด ปลาที่อยู่ในสระปราศจากคนรบกวน ข้างสระมีตาลต้นใหญ่งดงามเขียวชอุ่มอยู่เป็นนิจ ในสระปรากฏมีแสงสว่างเป็นวงเขียวคล้ายแก้ว เป็นวงรอบสระ อีกประการหนึ่งมีผู้เห็นแสงสว่างจากต้นตาลแล้วแสงสว่างนั้นสะท้อนลงไปในสระด้วยความสะอาดของสระนั้น ต่อมาได้มีผู้มาปลูกสร้างบ้านเรือนและประกอบอาชีพในป่าใกล้สระนี้ ทำให้เกิดความมั่งคั่งรุ่งเรืองตามลำดับ ยิ่งไปกว่านั้นผู้มาประกอบอาชีพเมื่อเหน็ดเหนื่อยได้มาอาบน้ำหรือลูบไร้ น้ำในสระแก้วล้วรู้สึกสบายใจหายหอบเหนื่อย ปลาที่อยู่ในสระเป็นปลาเชื่องแหวกว่ายอยู่ด้วยความร่าเริง ได้มีผู้ทำการจับปลาในสระนี้แต่ไม่เคยปรากฎว่ามีผู้ใดจับปลาได้เลย จึงยังความมหรรศจรรย์ให้แก่ราษฎรในแถบนั้นว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาในสมัยหนึ่งเกิดการแห้งแล้งผิดปกติ น้ำในสระเหือดแห้งลง ได้มีราษฎรหมู่หนึ่งพากันไปวิดน้ำในสระเพื่อจับปลา แต่วิดเท่าใดน้ำในสระหาแห้งไม่ ในทันใดก็เกิดการสำแดงที่น่าเกรงขาม คือมีพายุพัดอย่างรุนแรงและฝนตกหนักจนน้ำเต็มสระตามเดิม พวกจับปลาได้รับความตระหนกตกใจอย่างมากมาย จึงต้องล้มเลิกความคิด และแต่นั้นต่อมาไม่มีผู้ใดอาจไปรบกวนหรือจับปลาสระนั้นอีกเลย สิ่งที่เป็นปัญหาและลึกลับนี้จึงเล่าลือกันไปอีกเป็นการเพิ่มความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น อนึ่ง การที่มีผู้แลเห็นน้ำในสระคล้ายมีแก้วอยู่ก้นสระและประกอบกันเกิดมหรรศจรรย์ดังกล่าว ได้เลื่องลือแพร่สพัดไปในที่ต่างๆ ชาวบ้านที่ได้ทราบเรื่องต่างก็ลำลือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นที่เคารพนับถือของราษฎรในครั้งนั้น และได้ให้ชื่อสระนี้ว่า สระแก้ว จากเหตุที่กล่าวมานี้ จึงได้นำเอาน้ำที่สระที่ถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ มาประกอบพิธีทำเป็นน้ำอภิเษก เรื่อยมา” ในปีพุทธศักราช 2567 นี้ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 จังหวัดจันทบุรีมีการตักน้ำศักดิ์อีกครั้งหนึ่ง จากแหล่งน้ำทั้งสิ้น 3 แหล่งคือ แหล่งน้ำสระแก้ว แห่งน้ำธารนารายณ์ และแหล่งน้ำวัดพลับบางกะจะ เพื่อนำไปใช้ในการประกอบราชพิธี ผู้เขียน นายอดิศร สุพรธรรม นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี เอกสารอ้างอิง หอจดหมายเหตุแห่งชาติจันทบุรี. จบ1.1.1.6/8 เอกสารกระทรวงมหาดไทย ชุดจังหวัดจันทบุรี เรื่องการทำน้ำอภิเษก ปี 2493 (19 สิงหาคม 2491 – 20 กรกฏาคม 2493) กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ บัญชักธรรม วัสดุ      ไม้ ลงรักปิดทองประวัติ   พุทธสถานเชียงใหม่ มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2514ลักษณะ  ไม้ลงรักปิดทอง รูปทรงเรียวยาว ส่วนปลายทั้งสองทำทรงหยักโค้งปลายแหลมมน ที่ปลายด้านหนึ่งเนื้อไม้บิ่นชำรุดและมีการเจาะรูสำหรับร้อยเชือก พื้นที่ตรงกลางจารึกด้วยอักษรธรรมล้านนา ความว่า“หนังสือมัดนี้ เตมิยะ 2 ผูก ชนก 2 ผูก สุวณฺณสาม 3 ผูก แลนายเอย ฯ 2 สทฺธาแล น้อยสุวัน สทฺธานึ่ง ฯ อ้ายออม สทฺธานึ่ง ฯ ได้ส้างไว้ยฺกับสาสนา ขอหื้อผู้ข้าได้เกิดร่วมสาสนาแล”“หนังสือมัดนี้ เตมิยะ 2 ผูก ชนก 2 ผูก สุวรรณสาม 3 ผูก แลนายเอย ฯ 2 ศรัทธาแล น้อยสุวัน ศรัทธาหนึ่ง ฯ อ้ายออม ศรัทธาหนึ่งฯ ได้สร้างไว้กับศาสนา ขอหื้อผู้ข้าได้เกิดร่วมศาสนาแล”*------------------------------------------บัญชักธรรม หรือ ไม้บัญชัก คือ ไม้ที่ใช้เขียนชื่อคัมภีร์ธรรม โดยระบุว่าในมัดนั้นมีคัมภีร์ใดบ้าง มีจำนวนกี่ผูก โดยจะนำไปผูกติดไว้กับคัมภีร์ด้านนอกเพื่อความสะดวกในการค้นหา เปรียบเหมือนเป็นป้ายชื่อ ลักษณะบัญชักธรรม ทำจากไม้ มีทั้งแบบที่ลงรักปิดทองหรือลงรักทาชาด รูปทรงเรียวยาวปลายแหลมมน ส่วนปลายทั้งสองข้างมักสลักลวดลายหรือเป็นแบบเรียบ ๆ ส่วนปลายด้านหนึ่งจะเจาะรูไว้สำหรับร้อยเชือกเพื่อผูกติดกับคัมภีร์ พื้นที่ตรงกลางเว้นที่ว่างไว้จารึกข้อความ ข้อความบนบัญชักธรรม นอกจากจะระบุชื่อคัมภีร์แล้ว ยังมีระบุปีที่สร้าง นามผู้ศรัทธา เจตนา และคำปรารถนาในการสร้างอีกด้วย เป็นการสร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา คล้ายกับการจารึกที่ฐานพระพุทธรูป  ---------------------------------------------อ้างอิง* นางเดือนศิริ ศรีชัยวิทย์ (ปริวรรต) - มณี พยอมยงค์, ศิริรัตน์ อาศนะ. เครื่องสักการะในล้านนาไทย. เชียงใหม่ : ส.ทรัพย์การพิมพ์, 2549. หน้า 66.- ทรงพันธ์ วรรณมาศ. พจนานุกรมภาพศิลปวัฒนธรรมล้านนาและหัวเมืองฝ่ายเหนือ. ฝ่ายเอกสารการพิมพ์ สำนักงานอธิการ สหวิทยาลัยล้านนาเชียงใหม่, ไม่ระบุปีที่พิมพ์. หน้า 70.ภาพถ่าย- ภาพวิธีใช้งานบัญชักธรรม ถ่ายจาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่


black ribbon.