ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,562 รายการ

         ประติมากรรมปูนปั้นรูปศีรษะบุคคล พบบริเวณศาลเจ้าพ่อพระยาจักร อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ปัจจุบันจัดแสดง ณ อาคารจัดแสดง ๒ ชั้นที่ ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง          ประติมากรรมปูนปั้นรูปศีรษะบุคคล กว้าง ๒๓ เซนติเมตร สูง ๓๑ เซนติเมตร เป็นประติมากรรมลอยตัว พบเพียงส่วนศีรษะ ลักษณะใบหน้าค่อนข้างเหลี่ยม หน้าผากกว้าง คิ้วเป็นสันนูน ยาวต่อกันเป็นทรงปีกกา ดวงตาโปนกลมโต คล้ายกำลังถลึงตา จมูกใหญ่ ปากหยักกว้าง ริมฝีปากหนา มีเส้นขอบปาก และเหนือริมฝีปากบนปรากฏหนวด คางค่อนข้างสั้น ปลายคางหยัก บริเวณศีรษะปรากฏเส้นกรอบกระบังหน้าโค้งแสดงถึงการประดับศิราภรณ์บนศีรษะ          ลักษณะใบหน้าของประติมากรรมรูปศีรษะบุคคลนี้ แสดงถึงสุนทรียภาพและความนิยมแบบพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะทวารวดี ได้แก่ การทำคิ้วต่อเป็นเส้นปีกกา ตาโปน จมูกใหญ่ ปากหนา นอกจากนั้นยังมีอิทธิพลศิลปะเขมรร่วมอยู่ด้วย ได้แก่ มีหนวดเหนือริมฝีปาก ซึ่งเป็นลักษณะที่มักพบในเทวรูป และประติมากรรมรูปยักษ์ ปรากฏในศิลปะเขมรตั้งแต่สมัยไพรกเมง-กำพงพระ (พุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ - ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว) และปรากฏในประติมากรรม ศิลปะทวารวดี เช่น พระพุทธรูปสำริด พบจากเจดีย์หมายเลข ๑๓ เมืองโบราณอู่ทอง จึงกำหนดอายุประติมากรรมชิ้นนี้ในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕ – ๑๖ หรือประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๑๐๐ ปีมาแล้ว           สันนิษฐานว่าประติมากรรมรูปศีรษะบุคคลนี้ จัดอยู่ในกลุ่มทวารบาล อาจเป็นยักษ์หรืออสูร ซึ่งมีหน้าที่พิทักษ์ศาสนสถาน เนื่องจากมีใบหน้าที่ถมึงทึงน่าเกรงขาม มีการประดับศิราภรณ์บนศีรษะซึ่งแสดงถึงการเป็นบุคคลสำคัญ อีกทั้งเป็นประติมากรรมลอยตัวสามารถตั้งบริเวณประตูหรือทางเข้าของศาสนาสถานได้ นอกจากประติมากรรมชิ้นนี้แล้ว ในวัฒนธรรมทวารวดียังพบทวารบาลดินเผารูปยักษ์ ที่วัดพระงาม จังหวัดนครปฐม อีกด้วย   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. นนทบุรี : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๔๕. กรมศิลปากร. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด, ๒๕๖๔. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี : วัฒนธรรมทางศาสนายุคแรงเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี : เมืองโบราณ,  ๒๕๖๒.



ชื่อเรื่อง: ปาฐกถาเรื่องสงวนของโบราณ ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ผู้แต่ง: สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ปีที่พิมพ์: พ.ศ. ๒๔๗๓สถานที่พิมพ์: พระนครสำนักพิมพ์: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากรจำนวนหน้า: ๓๘ หน้า เนื้อหา: "ปาฐกถาเรื่อง สงวนของโบราณ" แสดงโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในฐานะนายกราชบัณฑิตยสภา ทรงแสดงแก่เทศาภิบาล และข้าราชการ ณ พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร เมื่อวันพุธที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๓ โดยราชบัณฑิตยสภาได้จัดพิมพ์เผยแพร่      ด้วยเกิดเลื่อมใสในการที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระดำริให้สมุหเทศาภิบาลมีโอกาสได้เคยศึกษาดูงานพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร การจัดเก็บ การตรวจค้นและรักษาของโบราณ ปาฐกถาครั้งนี้แบ่งเป็น ๖ ตอน เป็นการให้ความรู้ประวัติศาสตร์ที่มา การบำรุง ดูแลรักษา ทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ ซึ่งสามารถพบได้ในพื้นที่มณฑลเทศาภิบาลทั่วสยามที่เหล่าเทศาภิบาลและข้าราชการเป็นผู้ดูแลรักษาอยู่ด้วยเช่นกันเลขทะเบียนหนังสือหายาก: ๑๗๓เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์: E-book ๒๕๖๖_๐๐๐๓หมายเหตุ: โครงการจัดเก็บและอนุรักษ์หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ สื่อโสตทัศนวัสดุ และเอกสารโบราณ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖




         พระราชพิธีจองเปรียง          เรียบเรียง : นางสาววารุณี วิริยะชูศรี บรรณารักษ์          ข้อมูลอ้างอิง  กรมศิลปากร. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. วรรณกรรมสมัยอยุธยา เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : กรม, ๒๕๔๕. กรมศิลปากร. จิตรกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ = Rattanakosin Paining. กรุงเทพฯ : กรม, ๒๕๒๕. กรมศิลปากร. สมุดภาพจิตรกรรมกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพฯ : กรม, ๒๕๒๕. จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, ๒๓๙๖-๒๔๕๓. พระราชพิธีสิบสองเดือน เล่ม ๑. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา, ๒๕๒๘. ลาลูแบร์, เดอะ,ผู้แต่ง. สันต์ ท.โกมลบุตร, ผู้แปล. จดหมายเหตุ ลา ลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม. นนทบุรี : ศรีปัญญา, ๒๕๕๗.   ช่วยเหลือการค้นคว้าโดย : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่  หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี



เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์โครงการพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน รหัสเอกสาร ภ หจภ กษ ๑.๑/๑๓๐ ผู้สนใจสามารถสืบค้นเอกสารจดหมายเหตุเพิ่มเติมได้ที่ https://archives.nat.go.th/Home/ หรือสนใจสั่งซื้อหนังสือออนไลน์ https://shorturl.asia/nQ5WZ


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปรณาภิธมุม (วิภังค์-ปุคคลบบัญญัติ)สพ.บ.                                  476/3ประเภทวัสดุมีเดีย                   คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                              พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                          18 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                พุทธศาสนา                                         บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับชาดทึบ ลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ  ได้รับบริจาคมาจากวัดด่านช้าง ต.ด่านช้าง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี


ชื่อเรื่อง                     จันทคาด (จันทคาด)สพ.บ.                       444/1หมวดหมู่                   พุทธศาสนาภาษา                       บาลี-ไทยอีสานหัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              ตำนาน                              ประวัติ                              จันทคุปราคาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               90 หน้า : กว้าง 5.8 ซม. ยาว 36.6 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก        เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ไม่มีไม้ประกับ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี





#นิทานอีสปในยุคแรกของไทยเมื่อเห็นประโยค “นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า” คงพอจะเดากันได้ว่า มาจากนิทานอีสปนั่นเอง เมื่อนิทานจบ ก็จะมีข้อคิดแถมท้ายนิทานแต่ละเรื่อง นิทานอีสปเป็นนิทานสั้นๆ เนื้อเรื่องอ่านสนุกมีข้อคิด เป็นวรรณกรรมที่แพร่หลายไปทั่วโลก ในประเทศไทยเองก็ได้มีการนำนิทานอีสปมาแปลเป็นภาษาไทย โดยมีหลักฐานการเผยแพร่นิทานอีสปสู่ประเทศไทยที่ชัดเจน ปรากฏในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงรัชกาลที่ 3 - รัชกาลที่ 6 ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นให้นิทานอีสปได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศไทยในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน สมัยรัชกาลที่ 3-4นิทานอีสป ของ หมอบรัดเลย์ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ มิชชันนารีชาวอเมริกัน ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตออกหนังสือพิมพ์ในประเทศไทย ชื่อว่า จดหมายเหตุบางกอกรีคอเดอ เผยแพร่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2387 และพบว่าในหนังสือพิมพ์ ฉบับที่ 7 มีการเรียบเรียงนิทานอีสปลงพิมพ์ จำนวน 2 เรื่อง โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นนิทานอีสป แต่ได้ตั้งชื่อว่า คำเปรียบข้อหนึ่ง และ คำเปรียบข้อสอง และมีชื่อเรื่องนิทานภาษาอังกฤษกำกับไว้ หลังจากนั้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พ.ศ. 2407 นายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ได้กลับมาออกหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอเดอร์อีกครั้ง และได้เรียบเรียงนิทานอีสป ลงพิมพ์ด้วย รวมทั้งสิ้น 44 เรื่องสมัยรัชกาลที่ 5อิศปปกรณัม พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและชุมนุมกวี มีการกล่าวถึงการแปลนิทานอีสปในพระราชวิราชวิจารณ์ว่าด้วยนิทานชาดก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในปี พ.ศ. 2447 จึงคาดว่า นิทานอีสป หรือ อิศปปกรณัมนี้ คงจะแปลในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2447 โดยได้ทรงแปลนิทานอีสปจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยร่วมกับปราชญ์และกวีในราชสำนักอีกหลายท่าน อาทิ พระยาศรีสุนทรโวหาร พระยาราชสัมภารากร พระเทพกระวี กรมหลวงพิชิตปรีชา กรมหมื่นพิชิตปรีชากร ขุนท่องสื่อ พระทิพยวินัย และขุนภักดีอาษา ซึ่งไม่ทราบว่าทรงแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษฉบับใด ลักษณะเป็นนิทานร้อยแก้วขนาดสั้น ท้ายนิทานแต่ละเรื่องด้วยจะมีการสรุปเนื้อหาข้อคิดจากนิทาน และประพันธ์โคลงสี่สุภาพ เพื่อเป็นสุภาษิตสอนใจ ในลักษณะ “นิทานเรื่องนี้สอนไว้ให้รู้ว่า” มีจุดมุ่งหมายในการแต่งเพื่อเป็นคติสอนใจและแนวทางแก่ผู้อ่านให้เลือกปฏิบัติตามคำสอนจากนิทานในแต่ละเรื่อง ปัจจุบันต้นฉบับตัวเขียนพระราชนิพนธ์ เรื่อง อีสปปกรณัม เก็บรักษาอยู่ที่กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติสมัยรัชกาลที่ 6นิทานอีสป ของ ภราดา ฟ. ฮีแลร์ (พ.ศ. 2453)นิทานอีสปสำนวนของเจษฎาจารย์ ฟ. ฮีแลร์ นักบวชชาวฝรั่งเศสหรือที่รู้จักกันในชื่อ ภราดา ฟ.ฮีแลร์ (F. Hilaire) นิทานอีสปสำนวนนี้ จัดพิมพ์แทรกอยู่ในหนังสือดรุณศึกษา ซึ่งเป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทยของโรงเรียนอัสสัมชัญ ภายในเล่มมีการสอนการอ่าน การเขียน หลักเกณฑ์ของภาษา และนิทานต่างๆ เพื่อให้ เด็กได้ฝึกอ่าน รวมทั้งนิทานอีสปด้วยนิทานอีสป ของพระจรัสชวนะพันธ์ หนังสือนิทานอีสปของพระจรัสชวนะพันธ์ หรือ มหาอำมาตย์โท พระยาเมธาธิบดี จัดทำขึ้นโดยได้รับคำแนะนำของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ให้แปลและเรียบเรียงหนังสือนิทานอีสปเป็นภาษาไทย จัดพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2456) เป็นหนังสือแบบเรียนสำหรับหัดอ่านของเด็กชั้นมูลศึกษา (เทียบเท่าชั้นประถมศึกษาในปัจจุบัน) พิมพ์ที่โรงพิมพ์อักษรนิติ จำนวนพิมพ์ 30,000 เล่ม ราคาเล่มละ 25 สตางค์ มีนิทานทั้งสิ้น 45 เรื่อง มีคติธรรมสอนใจ “นิทานเรื่องนี้สอนไว้ให้รู้ว่า” อยู่ท้ายนิทานทุกเรื่อง บรรณานุกรมจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ, 2396-2453.  อิศปปกรณำ: นิทานอีสป ฉบับสมุดไทย.  กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2551.ดาวรัตน์ ชูทรัพย์.  อิศปปกรณัม: วรรณกรรมแปลจากตะวันตกยุคแรกของไทย.  กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, 2562.เมธาธิบดี, พระยา.  แบบเรียนภาษาไทย นิทานอีสป.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565, จาก  http://164.115.27.97/digital/items/show/10202ฮีแลร์, ฟ.  ดรุณศึกษา ตอนกลาง.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2565, จากhttp://164.115.27.97/digital/items/show/19645เรียบเรียงโดย นางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่#นิทานอีสป #บรรณารักษ์ชวนรู้สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร


วันพุธที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๘ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดการแสดงละคร เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนแผนลักพานางวันทอง พระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ เนื่องในงานแถลงข่าวโครงการดนตรีสำหรับประชาชน ปีที่ ๖๘ ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ควบคุมการบรรเลงโดย กิตติศักดิ์ อยู่สุข อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต


black ribbon.