ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,551 รายการ
ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533
สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ขอเชิญติดตามชมการถ่ายทอดสดการสัมมนาทางวิชาการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ เรื่อง "โกษาปานกับประวัติศาสตร์การทูตไทย" ในวันศุกร์ที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ทาง Facebook Live กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept มีหัวข้อการบรรยายที่น่าสนใจ 5 เรื่อง ดังนี้
- เวลา ๙.๓๐ - ๑๐.๓๐ น. ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “สาระประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลป์ครั้งสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่เปลี่ยนแปลงในรอบ ๓ ทศวรรษ” โดยอาจารย์ภูธร ภูมะธน ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศส สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
- เวลา ๑๐.๔๕ - ๑๒.๑๕ น. การบรรยายเรื่อง “โกษาปานในบริบทประวัติศาสตร์ไทย : จากบันทึกข้อเขียนและเอกสารทางการทูต” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถีอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๐๐ น. การอภิปรายเรื่อง “โกษาปานในบันทึกของชาวต่างชาติ : การเดินทางของราชทูตสยามในราชอาณาจักรฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๒๒๙” โดย รองศาสตราจารย์ ดร. ธีรวัต ณ ป้อมเพชร ผู้ทรงคุณวุฒิด้านประวัติศาสตร์อยุธยา, รองศาสตราจารย์ ดร. เพ็ญศิริ เจริญพจน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาฝรั่งเศส, รองศาสตราจารย์ ดร. กรรณิกา จรรย์แสง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาษาฝรั่งเศส และนาวสาวนันทพร บรรลือสินธุ์ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการกลุ่มแปลและเรียบเรียง
- เวลา ๑๕.๑๕ - ๑๖.๑๕ น. การอภิปรายเรื่อง “โกษาปานในมิติวัฒนธรรมสร้างสรรค์” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม และนายเชิดพงศ์ สุทธิวงษ์ นักอักษรศาสตร์ปฏิบัติการ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ. 138/7ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 26 หน้า กว้าง 5.4 ซม. ยาว 55.4 ซม.หัวเรื่อง พระอภิธรรมปิฎก พระมหาปัฏฐานบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
พระบารมีปกเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชประวัติสังเขปและดรรชนี พระราชกรณียกิจ เป็นหนังสือที่หอสมุดแห่งชาติจัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในงานเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๕ รอบ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๑๘ แบ่งเนื้อหาออกเป็น ๒ ภาค ภาคที่ ๑ กล่าวถึงพระราชประวัติ ภาคที่ ๒ เป็นเนื้อหาของดรรชนีพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยรวบรวมจากข่าวและบทความที่ตีพิมพ์ลงในวารสารและหนังสือพิมพ์ ในตอนท้ายมีภาคผนวกโครงการในพระบรมราชานุเคราะห์โดยสังเขป บรรณานุกรม
กรมศิลปากร. พระบารมีปกเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระราชประวัติสังเขปและดรรชนี พระราชกรณียกิจ. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๑๘.
เลขทะเบียน : นพ.บ.662/5กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 40 หน้า ; 3.5 x 52 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 213 (165-173) ผูก 5ก (2568)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันขัน--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.738/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 3.5 x 49 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 229 (332-340) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : สูตรชัยน้อยใหญ่--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.793/4กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 243 (488-496) ผูก 4ก (2568)หัวเรื่อง : ธาตุกถา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา เปิดรับสมัครร้านค้า/ร้านอาหาร/ร้านขนม/เครื่องดื่ม ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" ณ วัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 4 มกราคม 2569 และ วันที่ 9-11, 16-18, 23-25, 30-31 มกราคม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 (ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนมกราคม 2569 และวันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 2501 โดยมีระยะเวลารับสมัครตั้งแต่วันที่ 11 - 13 พฤศจิกายน 2568 ผู้สนใจสามารถกรอกรายละเอียดใบสมัครได้ที่นี่ https://forms.gle/qKCMMu7A679QcPju6
Info knowledge : ราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบในพระราชพิธี
เรียบเรียงและออกแบบ โดย นางสาวสุภัทรา ทรัพย์สงเคราะห์ นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
#ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย #สำนักช่างสิบหมู่ #กรมศิลปากร
วันที่กําหนดจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณ เพื่อความเป็น สิริมงคลและบำรุงขวัญแก่เกษตรกรของชาติ วันพืชมงคลกำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งเป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา
องค์ความรู้ชุด “The Kingdom’s Blacksmith : ลัวะทำเหล็กแห่งอาณาจักรล้านนา”EP. 3 จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ : กฎหมายพิเศษที่ใช้คุ้มครอง “ลัวะทำเหล็ก” ไพร่ส่วยผู้ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของรัฐจารีตโบราณ...เรียบเรียงโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีชำนาญการ... “หลาบ” คือแผ่นโลหะที่ทำเป็นแผ่นลักษณะคล้ายใบลาน นิยมทำจากโลหะมีค่า เช่น ทองคำ และ เงิน รัฐจารีตฝ่ายบ้านเมืองสมัยโบราณ นิยมใช้จารึกพระราชอาชญาหรือพระราชโองการของกษัตริย์เฉพาะกรณี ถือเป็นกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ (อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว, 2560, น.1)...จารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวงสมัยพระยาพุทธวงษ์ ต้นฉบับเดิมเก็บรักษาไว้ที่หมู่บ้านกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะบ้านบ่อหลวง ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีผู้อาวุโสตระกูลขุนแก้วทำหน้าที่ดูแลรักษา ทั้งนี้มีการเปิดหลาบเงินครั้งล่าสุด เมื่อราว 15 – 20 ปีที่ผ่านมา ในครั้งนั้น พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ ได้รับการนิมนต์ให้ไปอ่านเนื้อความจารึกแผ่นหลาบเงิน และได้มีการคัดลอกทำสำเนาไว้เป็นอักษรธรรมตามต้นฉบับ ซึ่งต่อมาได้อ่านโดย นายนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ มีรายละเอียดใจความสำคัญ ดังนี้...ในปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ (ลำดับที่ 4) กลุ่มเจ้านายและขุนนางในราชสำนักเชียงใหม่ร่วมกันออกกฎหมายเฉพาะกิจ จารึกลงบนแผ่นเงิน มอบให้แก่ชาวลัวะและมูลนาย ..ประกาศให้ชาวลัวะ ส่งส่วย (ค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน)...เงินเจียง เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน 150 เงิน ค่าตอบแทนพิเศษเป็นน้ำใจ ค่าสมุด ค่าดินสอ รวมทั้งหมด 400 เงิน เก็บรวบรวมส่วยช่วงเดือนมกราคมถึง กุมภาพันธ์ นำมาถวายราชธานีเชียงใหม่ทุกปีไม่ให้ขาด ..ประกาศให้การคุ้มครองดูแลลัวะตอบ่อซ้าย ลัวะตอบ่อขวา กลุ่มนี้ทั้งหมด ไม่ให้ขุนนางฝ่ายบ้านเมืองมาขูดรีดทรัพย์สินและเกณฑ์แรงงานไปใช้ในราชการ และห้ามไม่ให้เกณฑ์แรงงานไปใช้ในกิจกรรมของฝ่ายศาสนา ให้พวกเขาได้ตีเหล็กมาจ่ายส่วยภาษีแก่พระคลังของเจ้าหลวงอย่างสม่ำเสมอมิให้ขาด..ขอให้มูลนายผู้ดูแลและไพร่ต่างมีความรักสามัคคี ไม่ทะเลาะเบาะแว้งกัน ถ้าหากมูลนายจะละทิ้งหรือสละสิทธิ์การดูแลไพร่ส่วยกลุ่มนี้ ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 200 เงิน ควาย 1 ตัว และถ้าหากไพร่ส่วยกลุ่มนี้ประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแล ต้องจ่ายค่าปรับเป็นเงินเจียง 150 เงิน ควาย 1 ตัว ซึ่งเป็นไปตามจารีตประเพณีโบราณ กฎหมายฉบับนี้หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามทั้งชาวลัวะและชาวไท ต้องถูกลงโทษถึงจนแก่ชีวิต ..ถ้าหากขุนนางและประชาชนประสงค์จะซื้อมีด พร้า เสียม ขวาน จะบังคับซื้อบังคับขายเองไม่ได้ ถ้าไม่มีหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่ ห้ามขายให้โดยเด็ดขาด ถ้าหากผู้ใดไม่ทำตาม ทำการซื้อขายโดยไม่เป็นไปตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนด หากฝ่ายบ้านเมืองทราบจะต้องได้รับโทษ...จากเนื้อความในจารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวง ของพระยาพุทธวงษ์ ซึ่งถือเป็นหลักฐานชั้นต้น ที่ต้นฉบับเดิมถูกเขียนขึ้นปี พ.ศ. 2372 ตรงกับช่วงพระยาพุทธวงษ์ เป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นการออกกฎหมายประเภทคำสั่งเฉพาะกิจ จารึกลงบนวัสดุแผ่นโลหะเงิน เพื่อมอบให้แก่มูลนายและกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีสถานะเป็น “ไพร่ส่วย” หน่วยชุมชนลัวะที่เป็นแหล่งผลิตโลหะเหล็กและเครื่องมือเหล็ก สะท้อนให้เห็นภาพระบบส่วย ระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย และระบบผูกขาดการค้าของรัฐ เกิดขึ้นในช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ มีรายละเอียดประเด็นน่าสนใจดังนี้...1) ประเด็นระบบส่วย เมืองเชียงใหม่ช่วงแผ่นดินเจ้าหลวงพระยาพุทธวงษ์ น่าจะได้รับผลประโยชน์จาก “ไพร่ส่วย” กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงใน 2 ทาง ประกอบด้วย ..1.1) ทรัพยากรผลผลิตซึ่งเป็นที่ต้องการของรัฐ ในกรณีนี้ คือ ผลิตภัณฑ์เครื่องเหล็ก เช่น มีด พร้า เสียม ขวาน ..1.2) ส่วยภาษีเงินตรา กลุ่มลัวะบ้านบ่อหลวงจะต้องจ่ายทั้งค่าภาษีที่ไปหาทรัพยากรในแผ่นดิน เงินแทนการถูกเกณฑ์แรงงาน และเงินพิเศษอื่น ๆ ให้กับรัฐบ้านเมืองเชียงใหม่ จำนวนรวม 400 เงิน หรือประมาณ 320,000 – 400,000 เบี้ย ส่วยทั้ง 2 ประเภท น่าจะเป็นทั้งทรัพยากรที่ถูกนำมาใช้อุปโภคภายในราชธานีเชียงใหม่ และสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มชนชั้นปกครองรวมถึงราชธานีเชียงใหม่ด้วย... 2) ประเด็นระบบการปกครองดูแลไพร่ส่วย จารึกหลาบเงิบบ้านบ่อหลวงของพระยาพุทธวงษ์ บ่งชี้ให้เห็นชัดเจนว่า เมืองเชียงใหม่มีการออกกฎหมายเฉพาะกิจเพื่อบริหารจัดการชุมชนชาวลัวะบ้านบ่อหลวง โดยจะใช้อำนาจคุ้มครองไม่ให้ฝ่ายรัฐบ้านเมือง และฝ่ายศาสนาเข้ามาเกณฑ์ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ไปใช้แรงงานใด ๆ ทั้งสิ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ไพร่ส่วยชาวลัวะกลุ่มนี้ ได้ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและแรงงานทำการผลิตทรัพยากรเครื่องมืองเหล็กที่รัฐบ้านเมืองต้องการอย่างเต็มที่ โดยรัฐบ้านเมืองจะเรียกร้องผลผลิตเครื่องมือเหล็กและเงินตราเป็นการตอบแทนในรูปแบบของส่วย..นอกจากนี้หลักฐานดังกล่าวยังระบุแนวทางปฏิบัติในการเปลี่ยนมูลนายของไพร่ส่วย เป็น 2 แนวทาง คือ ..1) ฝ่ายมูลนายสามารถแสดงความประสงค์สละสิทธิ์หรือละทิ้งการดูแลไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงกลุ่มนี้ และ ..2) ฝ่ายไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวงก็สามารถแสดงความประสงค์จะเปลี่ยนมูลนายผู้ดูแลได้เช่นกัน นัยส่วนนี้สะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มไพร่ส่วยชาวลัวะบ้านบ่อหลวง มีอำนาจต่อรองเชิงเศรษฐกิจและสังคมพอสมควร ซึ่งมากพอที่จะต่อรองกับราชสำนักเชียงใหม่ เพื่อเลือกขุนนางผู้ที่จะมาเป็นมูลนายดูแลกลุ่มชุมชนของตนเองได้... 3) ระบบผูกขาดการค้าของรัฐ จากหลักฐานข้างต้นบ่งชี้ถึงทรัพยากรผลผลิตที่กลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงผลิตได้ คือ เครื่องมือเหล็ก อันประกอบด้วย มีด พร้า เสียม ขวาน รัฐได้ออกกฎหมายผูกขาดผลผลิตดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน 2 แนวทาง ประกอบด้วย ..3.1) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนหลัก จะต้องถูกส่งเข้าสู่พระคลังของเชียงใหม่ ..3.2) ผลผลิตเครื่องมือเหล็กส่วนเกินจากความต้องการ ไพร่ส่วยสามารถนำมาขายให้กับขุนนางและประชาชนทั่วไปได้ แต่มีเงื่อนไขว่าผู้ซื้อจะต้องได้รับหนังสืออนุญาตประทับตราช้างจากคณะที่ปรึกษาราชการบริหารบ้านเมืองเชียงใหม่เท่านั้น นอกจากนี้จะต้องซื้อขายตามราคาที่รัฐบ้านเมืองกำหนดควบคุมอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้แสดงถึงกลไกผูกขาดผลผลิตประเภทเครื่องมือเหล็กของกลุ่มชาวลัวะบ้านบ่อหลวงอย่างเห็นได้ชัด .เอกสารอ้างอิง- พระครูอดุลสีลกิตติ์. (ไม่ระบุปี). สมุดคัดสำเนาจารึกหลาบเงินบ้านบ่อหลวง.- อรุณรัตน์ วิเชียรเขียว. (2560). หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. ใน สำนักศิลปะและวัฒนธรรม, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, งานเสวนาวิชาการ หลาบ (ตราสาร) : คำจารึกอาชญาของกษัตริย์ล้านนา. เชียงใหม่: สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่..รายละเอียดภาพประกอบ- ชาวลัวะบ้านบ่อหลวงชื่อ "หนานหล้า" กำลังอ่านจารึกหลาบเงินที่บ้านบ่อหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2481.ที่มาของภาพ- หม่อมเจ้าสนิทประยูรศักดิ์ รังสิต- Nimmanhaeminda, K. (1965). An inscribed silver-plate grant to the Lawa of Bo Luang. In Felicitation Volumes of Southeast Asian-Studies, Presented to H. H. Prince Dhaninivat on his 80th Birthday, vol. 2, 185-205.- “Courtesy of the Journal of the Siam Society.ขอขอบพระคุณ- พระครูอดุลสีลกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดธาตุคำ- The Journal of the Siam Society- สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์- คุณนับเก้า เกียรติฉวีพรรณ นักศึกษาระดับมหาบัณฑิต ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร .#ลัวะทำเหล็ก #เหล็กล้านนา #โบราณโลหะวิทยาดินแดนล้านนา
***บรรณานุกรม***
คณะผู้แนสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์
บันทึกการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ของ คณะผู้แทนสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ วันที่ 20 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม พุทธศักราช 2522
กรุงเทพฯ
เอราวัณการพิมพ์
2522