ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,885 รายการ

         ภาพปูนปั้นเล่าเรื่องเวสสันตระชาดก (วิศวนตร – อวทาน)          - ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔)          - ปูนปั้น          - เดิมประดับที่ฐานลานประทักษิณ ของเจดีย์จุลประโทน อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๑ ภาพเล่าเรื่องบุรุษกำลังยืนพูดอยู่กับบุรุษและสตรีคู่หนึ่ง บุรุษและสตรีนั้นแสดงความสนิทสนมซึ่งอาจเป็นสามีภรรยากัน โดยตีความว่าเป็นภาพตอนพระเวสสันดร กำลังประทานพระมัทรีแก่ท้าวสักราช (พระอินทร์) ซึ่งจำแลงเป็นพราหมณ์มาทูลขอ   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ https://smartmuseum-v2.finearts.go.th/3d_object/?obj=40149   ที่มา: https://smartmuseum.finearts.go.th




การดำเนินงานด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์   ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)   วัตถุประสงค์   ๑.สำรวจ รวบรวม ศึกษาข้อมูลทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า)   - การสำรวจเชิงเอกสาร   - การสำรวจระยะไกล   ๒. นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษา สรุปเป็นเรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคลและกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทั้ง       ทางด้านประวัติความเป็นมา พัฒนาการของพื้นที่ และจัดทำเป็นรูปแบบสันนิษฐาน   ๓. จัดทำให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในรูปแบบของนิทรรศการชั่วคราวใน       แหล่ง รวมถึงการมีส่วนร่วมขณะปฏิบัติงานทางโบราณคดี   ๔. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวของพระราชวังบวรสถานมงคลและกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ตลอดการ       ดำเนินโครงการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบต่างๆ เช่น หนังสือ รายงาน เอกสารเผยแพร่   ๕. นำข้อมูลที่ได้รับมาสังเคราะห์เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลสนับสนุนการจัดทำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ให้เป็น       แหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม   ๖. นำเสนอโบราณสถานพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งบริเวณ ในรูปแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม   ๗. เป็นโครงการที่มุ่งนำวิทยาการแผนใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อการศึกษา ภายใต้กรอบแนวคิดในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการ       พลิกฟื้นอดีตด้วยรูปแบบ และวิธีการนำเสนอที่เหมาะสม


การเข้าไม้แบบโบราณ พระที่นั่งบุษบกเกริน (จาลอง)กลุ่มวิชาการด้านช่างศิลปะไทย สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ๒๕๕๓


วันอังคารที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ นางชุติมา จันทร์เทศ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา พร้อมด้วยนายชำนาญ กฤษณสุวรรณ ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการอนุรักษ์และพัฒนาโบราณสถานสะพานขอม ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ รับผิดชอบโครงการโดยอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา



เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ นายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ เข้าตรวจการจ้างงานบูรณะอาคารศรีวิทยา(แบคแทลล์)โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม ณ โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่


เว็ปไซต์หอจดหมายเหตุแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สงขลา : www.finearts.go.th/songkhlaarchives      หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา เป้นศูนย์กลางการให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ ที่มีการให้บริการ จัดการและดำเนินงานที่ได้มาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงข้อมูลการให้ บริการด้านจดหมายเหตุกับหอจดหมายเหตุอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ        หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา มีภารกิจหลักในการรับมอบ แสวงหา ประเมินคุณค่าเพื่อการจัดเก็บ การพัฒนา การอนุรักษ์ การเผยแพร่ และการให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ ประเภทต่าง ๆ การบันทึกเหตุการณ์สำคัญของชาติเป็นศูนย์ข้อมูลและศูนย์ประสานงานจดหมายเหตุและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย


เครื่องดนตรีกันตรึม กันตรึม “กันตรึม” เป็นเพลงพื้นบ้านนิยมกันมากในจังหวัดสุรินทร์ เนื้อเพลงกันตรึมใช้ภาษาเขมรขับร้อง กันตรึมถือเป็นแม่บทของเพลงพื้นบ้าน และการละเล่นพื้นบ้านอื่นๆ ของจังหวัดสุรินทร์ ประวัติความเป็นมา ประวัติการเล่นกันตรึมไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด ลักษณะของเพลงกันตรึมเป็นเพลงปฏิพากย์คล้ายๆ เพลงฉ่อย เพลงเรือ หรือลำตัด จะแตกต่างที่เนื้อร้องกันตรึมเป็นภาษาเขมร ดนตรีบรรเลงประกอบ คือ กลองโทน(สก็วล) และซอ(สุกัญญา สุจฉายา ๒๕๒๕ : ๘) เหมือนกับประเทศกัมพูชา วงดนตรีกันตรึมมีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของชาวสุรินทร์มาแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นงานพิธีแบบใดๆ เช่น งานแต่งงาน งานศพ งานพิธีกรรมต่างๆ หรือใช้บรรเลงในพิธีเซ่นสรวงบูชา ทรงเจ้าเข้าผี เป็นต้น งานพิธีต่างๆ ของกลุ่มชาวไทยเขมรส่วนมากมักจะใช้วงกันตรึมบรรเลงยืนพื้นตลอดงาน ปัจจุบันกันตรึมใช้เป็นการละเล่นเพื่อความบันเทิงโดยทั่วไป มีการสืบทอดตามแบบการละเล่นพื้นบ้านแบบรุ่นสู่รุ่น คือ เมื่อผู้เล่นกันตรึมคณะเดิมชราภาพ หรือย้ายถิ่นที่อยู่ ก็จะถ่ายทอดให้แก่ผู้สนใจเพื่อสานต่อ(สงบ บุญคล้อย ๒๕๒๒ : ๘) วิวัฒนาการของเพลงกันตรึม ๑. ได้รับอิทธิพลมาจากเพลงปฏิพากย์ของเขมร ในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับเพลงปฏิพากย์ภาคกลางของประเทศไทยทั้งโครงสร้างของเพลง วิธีการแสดง และเครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบ ได้แก่ กลองโทน ซอ และใช้การปรบมือเข้าจังหวะ เพลงปฏิพากย์ที่เล่นกันในประเทศกัมพูชาจะมีเพลงปรบเกอย เพลงอายัย เพลงอมตูก และเจรียงต่างๆ เป็นต้น (สุกัญญา สุจฉายา ๒๕๒๕ : ๘) ๒. วิวัฒนาการจากการใช้กลอง(สก็วล) ซึ่งเสียงตีกลองจะดัง “โจ๊ะกันตรึม ตรึม” จึงได้นำเสียงที่ดังนั้นมาตั้งเป็นชื่อวงดนตรี เรียกว่า “กันตรึม” การเล่นกันตรึมจะมีผู้ร้องทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ผู้แสดงจะร้อง และรำไปด้วย เป็นการรำให้เข้ากับจังหวะดนตรี ท่ารำไม่มีแบบแผนตายตัว ปัจจุบันคณะกันตรึมบางคณะที่ยังเล่นอยู่ก็มีแบบการรำที่ไม่แน่นอน เนื่องจากกันตรึมไม่เน้นทางด้านการรำ แต่จะเน้นที่ความไพเราะของเสียงร้อง และความสนุกสนานของท่วงทำนองเพลงกันตรึมที่มีหลากหลายมากกว่า เครื่องดนตรี เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการเล่นกันตรึม ประกอบด้วย กลองกันตรึม(สก็วล) ๒ ลูก ซอ(ตรัว) ๑ คัน ปี่อ้อ ๑ เลา ขลุ่ย ๑ เลา ฉิ่ง กรับ และฉาบ อย่างละ ๑ คู่ แต่ถ้ามีเครื่องดนตรีไม่ครบก็อาจจะอนุโลมใช้เครื่องดนตรีเพียง ๔ อย่าง คือ กลองกันตรึม ๑ ลูก ซอ ๑ คัน ฉิ่ง และฉาบ อย่างละ ๑ คู่ ในปัจจุบัน วงกันตรึมบางคณะได้นำเอาเครื่องดนตรีสากลมาใช้ เช่น กลองชุด กีตาร์ และไวโอลิน เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนไปตามความนิยมของผู้ชม การแต่งกาย การแต่งกายทั้งของนักดนตรีและนักร้องชายหญิงไม่มีแบบแผนกฎเกณฑ์ที่แน่นอน จะแตกต่างตามความสะดวกสบาย ทันสมัยและถูกใจผู้ชม เช่น หญิงนุ่งผ้าไหมพื้นเมือง เสื้อแขนกระบอก ห่มสไบเฉียง ชายนุ่งโจงกระเบน เสื้อคอกลมแขนสั้น ผ้าไหมคาดเอว และมีผ้าขาวม้าไหมพาดไหล่ทั้งสองข้าง โดยชายผ้าทั้งสองจะห้อยอยู่ทางด้านหลัง ผู้เล่นและโอกาสที่ใช้เล่น การเล่นกันตรึม ใช้ผู้เล่นประมาณ ๖ – ๘ คน ผู้ร้องเป็นชายและหญิง อาจจะมี ๑ – ๒ คู่ หรือชาย ๑ คน หญิง ๒ – ๓ คน แต่โดยทั่วไปนิยมให้มีชาย ๒ คน หญิง ๒ คน การเล่นกันตรึมจะเล่นในโอกาสต่างๆ ทั้งในโอกาสเฉลิมฉลอง งานมงคล เช่น งานแต่งงาน งานโกนจุก งานบวชนาค เทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ และลอยกระทง เป็นต้น หรืองานอวมงคล นอกจากนี้ยังใช้เล่นในพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อพื้นบ้าน วิธีเล่นกันตรึม วงกันตรึมจะเล่นที่ไหน ก่อนเริ่มการแสดงจะต้องมีพิธีไหว้ครูเพื่อเป็นสิริมงคล ทั้งผู้ดูและผู้เล่น เมื่อไหว้ครูเสร็จก็จะเริ่มบรรเลงเพลง เป็นการโหมโรงเพื่อปลุกใจให้ผู้ดูรู้สึกตื่นเต้น และผู้แสดงก็จะได้เตรียมตัว จากนั้นจะเริ่มแสดง โดยเริ่มบทไหว้ครูตามธรรมเนียมโบราณดั้งเดิม วิธีการร้องจะขับร้องโต้ตอบกันระหว่างชาย หญิง มีการรำประกอบการร้อง ไม่ต้องใช้ลูกคู่ช่วยร้องรับบทเพลง บทเพลงกันตรึม บทเพลงกันตรึมไม่มีเนื้อร้องเป็นการเฉพาะ แต่มักคิดคำกลอนให้เหมาะสมกับงานที่เล่น หรือใช้บทร้องเก่าๆ ที่จดจำกันมามีประมาณ ๒๒๘ ทำนองเพลง ไม่มีใครสามารถจดจำได้ทั้งหมด เพราะไม่มีการจดบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงการจดจำต่อๆ กันมาเท่านั้น การแบ่งประเภทบทเพลงกันตรึม ๑. บทเพลงชั้นสูงหรือเพลงครู เป็นบทที่มีความไพเราะ สูงศักดิ์ ทำนองเพลงอ่อนหวานกินใจ แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ เช่น เพลงสวายจุมเวื้อด ร่ำเป็อย – จองได มโหรี และเพลงเซร้ยสะเดิง เป็นต้น ๒. บทเพลงสำหรับขบวนแห่ มีทำนองครึกครื้นสนุกสนาน มีการฟ้อนรำประกอบการขับร้อง มีหลายทำนอง เช่น รำพาย ซมโปง ตร็อบตุม และเกาะเบอรมแบง เป็นต้น ๓. บทเพลงเบ็ดเตล็ดต่างๆ เป็นบทเพลงที่มีทำนองรวดเร็ว เร่งเร้า ให้ความสนุกสนาน ใช้เป็นบทขับร้องในโอกาสทั่วๆ ไป เช่น เกี้ยวพาราสี สั่งสอน สู่ขวัญ และรำพึงรำพัน เป็นต้น ทำนองเพลงจะมีหลายทำนอง เช่น อมตูก กัจปกาซาปาดาน กันเตรยโมเวยงูดตึก กะโน้ปติงต้อง และมลบโดง เป็นต้น ๔. บทเพลงประยุกต์ เป็นบทเพลงที่ใช้ทำนองเพลงลูกทุ่งเข้ามาประยุกต์เป็นทำนองเพลงกันตรึม เช่น ดิสโก้กันตรึม สัญญาประยุกต์ และเตียแขมประยุกต์ เป็นต้น



ดาวน์โหลดเอกสาร




ชื่อวัตถุ::ระหัดวิดน้ำเลขทะเบียน::43/0005/2547 ลักษณะ::ไม้ทรงกลมมีใบพัดรอบ สำหรับใส่ใบพัดใบพัดรอบจำนวน 8 ใบเขินจักรด้านหน้าสำหรับใส่ใบระหัดวิดน้ำกลุ่มชาติพันธุ์:: ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาข้อมูล::อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::ระหัดวิดน้ำเลขทะเบียน::43/0006/2547 ลักษณะ:: ไม้ทรงกลมมีใบพัดรอบ สำหรับใส่ใบพัดจำนวน 6 ใบจักรด้านหลังสำหรับใส่ใบระหัดวิดน้ำกลุ่มชาติพันธุ์:: ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาข้อมูล::อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::ถังฉีดยาฆ่าแมลง 2 ชิ้นเลขทะเบียน::43/0007/2547 ลักษณะ::ยี่ห้อ Hudson Sprayer ทำจากถังอลูมิเนียม ทรงกระบอกรี มีช่องสำหรับเติมและมีสายสำหรับพ่น และมีเชือกสีฟ้าสำหรับสะพายกลุ่มชาติพันธุ์:: ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาข้อมูล::อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::พระพุทธรูปไม้ปางมารวิชัยเลขทะเบียน::43/0019/2547 ลักษณะ::ประทับบนฐานสูง พระพักตร์รูปไข่ พระเมาลีสูง ยอดรัศมีคล้ายดอกบัว ห่มจีวรเฉียงกลุ่มชาติพันธุ์:: ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาข้อมูล::อ.หนองโดน จ.สระบุรีแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::เต้าปูนเลขทะเบียน::43/0020/2547 ลักษณะ::เต้าปูนลำตัวกลมเรียบ ฐานเป็นเชิง ส่วนฝาเป็นทรงกรวยช้อนกัน ยอดดอกบัว สำหรับใส่ปูนแดงเพื่อกินหมากกลุ่มชาติพันธุ์:: ไม่สามารถระบุแหล่งที่มาข้อมูล::อ.บ้านหมอ จ. สระบุรี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: แป้นชักลวดเลขทะเบียน::43/0239/2558 ลักษณะ::แป้นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะช่องทะลุรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสตั้งแต่ช่องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แต่ละช่องมีลักษณะปากกว้างปลายแคบ มี 3 แถว สำหรับชักลวดโลหะกลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: แป้นชักลวดเลขทะเบียน::43/0240/2558 ลักษณะ::แป้นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเจาะช่องทะลุรูปวงกลมตั้งแต่ช่องขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แต่ละช่องมีลักษณะปากกว้างปลายแคบมีหมายเลขกำกับ เริ่มตั้งแต่หมายเลข 1 - 40 มี 3 แถว ใช้สำหรับชักลวดโลหะกลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: แป้นชักลวดเลขทะเบียน::43/0241/2558 ลักษณะ::แป้นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าดัดแปลงมาจากตะไบเหล็ก เจาะช่องทะลุรูปวงกลม แต่ละช่องมีขนาดใกล้เคียงกัน มีลักษณะปากกว้างปลายแคบ มี 3 แถว สำหรับชักลวดโลหะกลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::วงเวียนเหล็กเลขทะเบียน::43/0256/2558 ลักษณะ::วงเวียนทำด้วยเหล็ก มีแป้นสำหรับปรับรัศมี ความกว้างกลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::แผ่นเหล็กตีทองเลขทะเบียน::43/0257/2558 ลักษณะ::แผ่นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ::ปากกามือจับเลขทะเบียน::43/0271/2558 ลักษณะ::เครื่องมือเหล็ก ปากแบบคีมจับ มีแกนเหล็กใส่ น๊อตหางปลา สำหรับขันปรับความแน่น กลุ่มชาติพันธุ์:: จีน-ทิเบตแหล่งที่มาข้อมูล::เขตบางซื่อ จ.กรุงเทพมหานครแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: ขันหย่อง(พาข้าวหย่อง)เลขทะเบียน::43/0194/2558 ลักษณะ::ภาชนะทรงกระบอก ฐานสอบเข้าเป็นเชิงกลม ส่วนบนมีขนาดใหญ่กว่าส่วนฐาน ปากผายออก ด้านในสานเป็นตะแกรงทรงสี่เหลี่ยม ใช้สำหรับวางของในงานพิธีกรรมกลุ่มชาติพันธุ์::ไทลาวแหล่งที่มาข้อมูล::ต.บ้านธาตุ จ.อุดรธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: ขันหย่อง(พาข้าวหย่อง)เลขทะเบียน::43/0195/2558 ลักษณะ::ภาชนะทรงกระบอก ฐานสอบเข้าเป็นเชิงกลม ส่วนบนมีขนาดใหญ่กว่าส่วนฐาน ปากผายออก ด้านในสานเป็นตะแกรงทรงสี่เหลี่ยม ใช้สำหรับวางของในงานพิธีกรรมกลุ่มชาติพันธุ์::ไทลาวแหล่งที่มาข้อมูล::ต.บ้านธาตุ จ.อุดรธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: ตะแกรงเลขทะเบียน::43/0196/2558 ลักษณะ::ตัวแกรง ทรงมะนาวตัดครึ่งซีก สานลายขัดแบบห่าง มีรูขนาดเล็ก ให้ของเหลวลอดผ่านได้ เสริมความแข็งแรงของลำตัวและขอบปากด้วยเส้นไม้ไผ่ไขว้ และขดเป็นวงกลุ่มชาติพันธุ์::ญวนแหล่งที่มาข้อมูล::ต.บ้านธาตุ จ.อุดรธานี แหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)   ชื่อวัตถุ:: ตะกร้า,กระซ้า,กะต่าเลขทะเบียน::43/0197/2558 ลักษณะ::ตะกร้าสานลายขัดหนึ่ง ก้นตัดเป็นสี่เหลี่ยม ปากกลม มีหูสำหรับร้อยเชือก สำหรับหาบหรือสะพายกลุ่มชาติพันธุ์::ไทลาวแหล่งที่มาข้อมูล::ต.บ้านธาตุ จ.อุดรธานีแหล่งที่มาข้อมูล::พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กาญจนาภิเษก (ฝ่ายวิชาการ)


       เมื่อวันอังคาร ที่ 6 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.00 น.นางอัญชิสา เสือเพ็ชร หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี มอบหมายให้นางสาวเมษา ครุปิติ บรรณารักษ์ชำนาญการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมงานสดุดีวีรกรรม "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติ" ครั้งที่ 14 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี   โดยพลเรือตรี บำรุงรัก สรัคคานนท์ รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมด้วย นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ร่วมวางพานพุ่มเพื่อถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องในพิธีสดุดีวีรกรรม "วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติ" ครั้งที่ 14 เพื่อน้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณถึงวีรกรรมการกู้ชาติของพระองค์ รวมทั้งนักรบกู้ชาติของพระองค์ ทั้งนี้ วันที่ 6 พฤศจิกายน ของทุกปี นับเป็นวันครบรอบวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชให้แก่ประเทศไทย พระองค์มอบเอกราช อิสรภาพให้แก่คนไทย รักษาแผ่นดินนี้ให้เป็นไทยสืบมา “250 ปี ตามรอยกองเรือยกพลขึ้นบกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จากจันทบุรีสู่อยุธยา” โอกาสนี้กองทหารเกียรติยศได้ยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติฯ


Messenger