ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,950 รายการ



องค์ความรู้ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พระโพธิสัตว์จุนทา ๖ กร พระโพธิสัตว์จุนทา ๖ กร สมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่๑๕-๑๖ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๙ ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องศรีวิชัย อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รูปพระโพธิสัตว์จุนทา ๖ กร พระเศียรรวบพระเกศาเกล้าขึ้นเป็นมวย (ชฎามกุฏ) กึ่งกลางมีสถูปขนาดเล็ก และทรงอุณหิศประดับตาบสามเหลี่ยม ปลายพระเกศาปล่อยลงมาปรกพระอังสา พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระเนตรเหลือบต่ำ พระนาสิกโด่ง ริมพระโอษฐ์ทาด้วยสีแดง พระพาหาทรงพาหุรัด สองพระกรคู่หลังยกขึ้นแสดงการทรงวัตถุในพระหัตถ์ (แต่ชำรุดหักหายไป) สองพระกรคู่หน้าแสดงปางสมาธิ และสองพระกรคู่กลางพระหัตถ์ขวาแบฝ่าพระหัตถ์ออก พระหัตถ์ซ้ายชำรุดหักหายไปพระวรกายทรงยัชโญปวีต (หรือสายธุรำ แสดงถึงการเป็นนักบวช) ประทับขัดสมาธิเพชร บนฐานดอกบัว เบื้องหลังเป็นแผ่นประภามณฑลประดับด้วยกระหนกรูปเปลวไฟ พระโพธิสัตว์จุนทา (หรือบางครั้งเรียก จุณฑี) เป็นหนึ่งในธยานิโพธิสัตว์เพศหญิง กล่าวกันว่าเป็นเสมือนมารดาของพระพุทธเจ้า ในคัมภีร์นิษปันนโยคาวลี (Nispannayogavali) กล่าวว่าคำที่ใช้เรียกขานพระโพธิสัตว์องค์นี้คือ “จุณฑาธารณี” (CundāDhāraṇī) และในคัมภีร์มัญชูวัชระมณฑล (Mañjuvajra-mandala)ระบุว่าพระโพธิสัตว์จุนทาจัดอยู่ในกลุ่มธยานิพุทธไวโรจนะ พระโพธิสัตว์จุนทานั้นมีรูปเคารพแสดงพระกรที่ต่างกันไป ทั้งแบบสองกร สี่กร หกกร แปดกร และมากถึงสิบหกกร ปรากฏหลักฐานตั้งแต่ในศิลปะอินเดีย ตัวอย่างเช่น ประติมากรรมพระโพธิสัตว์จุนทาสัมฤทธิ์ (๔ กร) ศิลปะอินเดียสมัยปาละ พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ พบในมหาวิทยาลัยนาลันทา ภาพวาดพระโพธิสัตว์จุนทา ๖ กร ที่ถ้ำเอลโลร่า (Ellora Cave) หมายเลข ๑๐ เป็นต้น การนับถือพระโพธิสัตว์จุนทานั้นแพร่หลายไปในหลายประเทศที่นับถือพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะทิเบต จีนและญี่ปุ่น ส่วนบ้านเมืองในพื้นที่คาบสมุทรและหมู่เกาะโดยเฉพาะที่อินโดนีเซียพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับพระโพธิสัตว์จุนทาในสมัยศรีวิชัยทั้งแบบประติมากรรมสัมฤทธิ์ เช่น ประติมากรรมพระโพธิ์สัตว์จุนทา ๔ กร สัมฤทธิ์ จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์จากาตาร์ และรูปสลักพระโพธิสัตว์จุนทาบนผนังด้านนอกของจันทิเมนดุต (Candi Mendut) ศิลปะชวาภาคกลาง พุทธศตวรรษที่ ๑๔ สำหรับประติมากรรมพระโพธิสัตว์จุนทา ๖ กรชิ้นนี้ แสดงรูปแบบของศิลปะอินเดียได้แก่ ชฎามกุฏและฐานบัว แต่ในขณะเดียวกันการทำแผ่นหลังทึบดังกล่าวกลับพบได้ทั่วไปในกลุ่มประติมากรรมสัมฤทธิ์ศิลปะชวา และลักษณะความเป็นท้องถิ่นของประติมากรรมชิ้นนี้คือเปลวไฟที่ประดับขอบแผ่นหลังนั้นไม่ได้มีลักษณะเดียวกับศิลปะอินเดียหรือศิลปะชวา ประกอบกับทำประดับไว้ห่างๆกันไม่ได้ติดกันเป็นแถบ ดังนั้นประติมากรรมชิ้นนี้จึงน่าจะสร้างขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยรับแรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียและชวา บทความโดย นาย พนมกร นวเสลา ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อ้างอิง เชษฐ์ ติงสัญชลี. ศิลปะไทยภายใต้แรงบันดาลใจจากศิลปะอินเดียแบบปาละ. นนทบุรี: มติชนปากเกร็ด, ๒๕๕๘. ผาสุข อินทราวุธ. พุทธปฏิมาฝ่ายมหายาน. กรุงเทพฯ: อักษรสมัย, ๒๕๔๓. Puspa Niyogi. “Cundā - a Popular Buddhist Goddess.”.East and West Vol. 27, No. 1/4 (December 1977), pp. 299-308.


พระญาลิไทย.  ไตรภูมิพระร่วง.  พิมพ์ครั้งที่ 7.  นนทบุรี: บรรณาคาร, 2515.          พระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงสุโขทัยมี 6 พระองค์ คือ ขุนอินทราทิตย์  ขุนบานเมือง ขุนรามคำแห่ง พระญาเลลิไทย หรือเลือไทย พระญาลิไทย และพระเจ้าศรีสุริยพงษ์รามมหาธรรมิกราชาธิราช  พระญาลิไทย มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและมีความสามารถในการแต่งเรื่องไตรภูมิพระร่วงขึ้นที่กล่าวถึงภูมิ (แดน) ทั้ง 3 คือ กามภูมิ 11, รูปภูมิ 16 และอรูปภูมิ 4 ซึ่งมีเนื้อหาพรรณนาถึงที่อยู่ ที่ตั้ง และการเกิดของมนุษย์ สัตว์นรก เปรต อสุรกาย และเทวดา ที่ตั้งเหล่านี้มีเขาพระสุเมรุเป็นหลัก เขาพระสุเมรุนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางจักรวาล มีทิวเขาและทะเลล้อม ทิวเขามีชื่อต่างๆดังนี้ 1. ยุคนธร 2. อิสินธร 3. กรวิก 4. สุทัศน์ 5. เนมินธร 6. วินันตก และ 7.อัศกรรณ ซึ่งเป็นเขารอบนอกสุด ทิวเขาเหล่านี้ เรียกว่า เขาสัตตบริภัณฑ์ ส่วนทะเลที่รายล้อมอยู่ 7 ชั้น เรียกว่า สีทันดร ถัดจากทิวเขาอัศกรรณออกมาเป็นมหาสมุทรอยู่ทั่วทุกด้าน แล้วจะมีภูเขาเหล็กกั้นทะเลนี้ไว้รอบเรียกว่า ขอบจักรวาล พ้นไปนอกนั้นเป็นนอกขอบจักรวาล


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา) อย.บ.                            327/17 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                   58 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 53 ซม. หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา


คนโบราณสูงแปดศอกจริงมั้ยนะมาค้นคำตอบจากผลงานของนางสาวปิยะธิดา ราชวัตรนักศึกษาฝึกสหกิจสาขามานุษยวิทยาวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยนครพนม


           สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร แจกหนังสือ “จดหมายเหตุงานพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ฉบับสื่อมวลชน” จำนวน 2,000 ชุด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” 13 ตุลาคม 2566             ผู้สนใจสามารถนำบัตรประชาชนเพื่อลงทะเบียนรับหนังสือ 1 บัตร ต่อ 1 ชุด ได้ที่ โถงกลาง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักหอสมุดแห่งชาติ ในวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 9.00-16.00 น. ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไปจนกว่าหนังสือจะหมด             สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพัฒนาทรัพยากรสารสนเทศ สำนักหอสมุดแห่งชาติ โทรศัพท์  0 2280 9828-32 ต่อ 113, 118, 125, 127  0 2280 9846, 0 22809848, 0 2280 9851 (*เนื่องจากหนังสือมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก โปรดนำถุงผ้ามาสำหรับใส่หนังสือด้วย)


ชื่อเรื่อง                     เสด็จพระราชดำเนินทรงตัดลูกนิมิต ณ วัดดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี 16 ส.ค.16ผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   ศาสนาเปรียบเทียบและศาสนาอื่นๆเลขหมู่                      294.3135 ส898สถานที่พิมพ์               สุพรรณบุรี สำนักพิมพ์                 วิทยานุกูลปีที่พิมพ์                    2516ลักษณะวัสดุ               60 หน้าหัวเรื่อง                     สุพรรณบุรี – ประวัติวัดดอนเจดีย์ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก         กล่าวถึงประวัติพระเจดีย์ยุทธหัตถี และประวัติวัดดอนเจดีย์  


           อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอมอบความสุขให้ทุกท่านในช่วงปลายปี ต้อนรับเดือน "ธันวาคม" ด้วยการขยายเวลาให้เข้าชม "วัดไชยวัฒนาราม" และ "วัดราชบูรณะ" ในยามค่ำคืน (เพิ่มเติม)      - ช่วงวันพ่อแห่งชาติ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 - 5 ธันวาคม 2566           - ช่วงวันรัฐธรรมนูญ เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 8 - 11 ธันวาคม 2566           - ช่วงเทศกาลมรดกโลก เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 15 - 24 ธันวาคม 2566           ทั้งนี้ กรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโบราณสถานในยามค่ำคืน ณ วัดไชยวัฒนาราม และ วัดราชบูรณะ ตั้งแต่เวลา 18.00 - 22.00 น. (ซื้อบัตรเข้าชมได้ถึงเวลา 21.00 น.) ค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และเทศกาลสำคัญ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โทร 0 3524 2286 ต่อ 101 E-mail Ayh_hispark@hotmail.com


"เลาะริมโขง เบิ่งสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น"ที่รัตนวาปีของดีที่ไม่ได้มีแค่บั้งไฟพญานาค #อย่าลืมแวะเที่ยววัดริมโขงกันนะคะค้นคว้า/เรียบเรียง : ทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์, กุลวดี สมัครไทยกราฟิก : ทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่นสอบถามหรือแจ้งข้อมูลโบราณสถาน 043-242129 Line: finearts8kk E-mail: fad9kk@hotmail.comพื้นที่ในความรับผิดชอบขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี#องค์ความรู้ #บทความ #รัตนวาปี#สำนักศิลปากรที่8ขอนแก่น #อีสาน


เรื่อง บัว... ราชินีแห่งไม้น้ำ ผู้เรียบเรียง/จัดทำ : นางสาวกาญจนา ศรีเหรา (บรรณารักษ์)


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.69 ตำรายาแผนโบราณประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  เวชศาสตร์ลักษณะวัสดุ              160; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    ตำรายาแผนโบราณ                    ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดอู่ทอง ต.โคกคราม  อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ 


         พระพิมพ์ดินเผา (ภาพพระอรหันต์สาวก)          แบบศิลปะ : ทวารวดี          ชนิด :  ดินเผา          ขนาด : กว้าง 6.3 เซนติเมตร สูง 10.2 เซนติเมตร          อายุสมัย : ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 - 13 (หรือราว 1,300 - 1,400 ปีมาแล้ว)          ลักษณะ : พระพิมพ์ดินเผารูปพระสาวก เป็นรูปพระภิกษุนั่งขัดสมาธิราบในท่าสมาธิ ครองจีวรห่มเฉียงไม่มีรัศมี สิ่งสำคัญคือด้านหลังองค์พระพิมพ์ มีจารึก อักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤต อ่านได้ว่า สาริปุตโต ซึ่งเป็นชื่อพระอัครสาวกองค์สำคัญของ พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน          ประวัติ : ได้จากเจดีย์หมายเลข 11 อำเภออู่ทอง          สถานที่จัดแสดง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี   แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/uthong/360/model/04/   ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/uthong



หยุดอยู่บ้านวันอาทิตย์ เชิญ …มาอ่านผลงานของนางสาวสิริรัตน์ ทิพย์โชติ นักเรียนฝึกประสบการณ์ จากโรงเรียนสตรีราชินูทิศจังหวัดอุดรธานี


Messenger