ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 37,671 รายการ


องค์ความรู้เรื่อง เสี่ยงทาย การดำเนินชีวิตของมนุษย์ในแต่ละวันมักประสบกับความไม่แน่นอน และการเสี่ยงภัยต่าง ๆ นานา บางครั้งอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจ หวั่นไหว และหวาดวิตกได้ มนุษย์จึงต้องหาวิธีการควบคุมขจัดความหวาดกลัวต่อสิ่งเหล่านี้ โดยการพึ่งพาความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนาจเหนือธรรมชาติรวมทั้งไสยศาสตร์ เพราะเชื่อว่าเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจได้ รวมทั้งช่วยชี้นำการตัดสินใจในการกระทำต่าง ๆ รวมถึงการดำเนินชีวิต การเสี่ยงทายจึงเป็นวิธีการรูปแบบหนึ่งที่มนุษย์แสดงพฤติกรรมอยากค้นหาคำตอบจากคำทำนายโชคชะตา โดยตัดสินใจเลือกที่จะกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง อาจใช้ฉลาก ใบเซียมซี หรือวิธีการอื่น ๆ แม้การเสี่ยงทายจะมีรูปแบบและวิธีการที่หลากหลายแตกต่างกันไปบ้าง ตามวัฒนธรรมประเพณีคติความเชื่อของแต่ละชนชาติ แต่มีวัตถุประสงค์เหมือนกันคือ เพื่อค้นหาคำตอบจากคำทำนายในเรื่องที่มนุษย์ขาดความมั่นใจ และยังไม่ได้รับคำตอบที่กระจ่างจากสิ่งที่สงสัย ตั้งแต่เรื่องราวเล็ก ๆ น้อย เช่น เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตคนหมู่มาก การเสี่ยงทายจึงเป็นขั้นตอนหนึ่งในการประกอบพิธีกรรมทั้งรัฐพิธี และประเพณีทั่วไป เช่น พระราชพิธีอาศยุช คือพระราชพิธีแข่งเรือ  เสี่ยงทาย ที่ปรากฏในกฎมณเฑียรบาลสมัยอยุธยา  พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีที่ประกอบขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหาร สนับสนุนส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรในการประกอบอาชีพ คำทำนายที่ปรากฏในการพระราชพิธีนี้ มีหลักการสำคัญสองแนวทางคือ   เพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างขวัญและกำลังใจว่าการเกษตรกรรมซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในปีนั้นจะได้รับผลดี  และ อีกแนวทางหนึ่งคือ เป็นการให้สติ มิใช่ให้รอคอยโชคชะตาดินฟ้าอากาศ แต่มุ่งให้เกิดการเตรียมพร้อมรับ แก้ไข หรือป้องกันสถานการณ์อันอาจเกิดขึ้น เช่น ปริมาณน้ำฝน น้ำมาก น้ำน้อย และศัตรูพืช เป็นต้น  โดยเป็นการเสี่ยงทายที่มีคำทำนายที่ให้ทั้งกำลังใจ และให้สติไปพร้อม ๆ กัน ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญในวัดจีน ศาลเจ้าจีนของคนไทยเชื้อสายจีนนั้น มีการเสี่ยงทายในรูปแบบต่าง ๆ เช่น เสี่ยงเซียมซี ที่มีอุปกรณ์หลัก ๆ คือ ไม้ติ้ว และใบเซียมซี ที่มีคำทำนายเรื่องร้าย - ดี    ในชีวิต เพื่อขอคำชี้แนะแนวทางจากคำทำนายโชคชะตาจากเทพเจ้า ซึ่งคำทานายนั้นบางครั้งอาจไม่ถูกใจ  บางคนก็แก้เคล็ดโดยการนำใบเซียมซีที่ได้ไปคืนยังตู้บรรจุใบเซียมซี เสมือนว่าไม่มีคำทานายดังกล่าวเกิดขึ้น ในวรรณคดีไทยมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเสี่ยงทายปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ในบทละครเรื่องนางมโนราห์ครั้งกรุงเก่า เมื่อพระมารดานางมโนราห์ฝันร้าย จึงให้หาพระโหรามาเสี่ยงทายทำนายฝันโดยการ “แทงศาสตรา”  หรือในบทละครเรื่องพระลอ  พระนิพนธ์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ตอนลงสรงเสี่ยงน้ำ เมื่อพระลอจะเดินทางไปหาพระเพื่อนพระแพง เมื่อเดินทางมาถึงแม่น้ำกาหลง ได้เสี่ยงน้ำหาทำนายว่าควรเดินทางต่อไปหรือไม่  ความว่า “มากูจะเสี่ยงน้ำลองดู ผิวะกูรอดฤทธิ์ผีสาง  น้ำใสจงไหลควั่งคว้าง กูอับปางน้ำเฉนียนจงเวียนวนฯ”  เมื่อมนุษย์เราต้องการขวัญกำลังใจ และคำแนะนำประกอบการตัดสินใจในกิจการต่าง ๆ  การเสี่ยงทายจึงเป็นประเพณีปฏิบัติของมนุษย์ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน และจะคงอยู่ต่อไป เพราะเป็นพิธีกรรม และศาสตร์หนึ่งของเรื่องไสยศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาจากความหวาดกลัวของมนุษย์ไม่ว่ายุคสมัยไหน แม้ปัจจุบันจะมีความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์  อันเป็นเพียงแค่ความเจริญทางวัตถุ และเทคโนโลยีแล้ว ก็ตาม ทว่าด้านจิตใจของมนุษย์ยังมีความหวั่นไหวหวาดกลัว  ต้องการความมั่นใจ รวมทั้งมีความปรารถนาในสิ่งต่าง ๆ  อีกมาก จึงพร้อมที่จะแสวงหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งการเสี่ยงทายนับเป็นรูปแบบหนึ่งที่ตอบสนองสิ่งเหล่านี้ได้ กมลพรรณ บุญสุทธิ์ นักอักษรศาสตร์ กลุ่มจารีตประเพณี  ค้นคว้าเรียบเรียง


ปราสาทบ้านน้อย ต.ผักขะ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ปราสาทบ้านน้อย เป็นอโรคยาศาลสร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ ปัจจุบันเป็นอโรคยาศาลเพียงแห่งเดียวที่สำรวจพบในจังหวัดสระแก้ว สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ (ค.ศ. ๑๑๘๑-๑๒๑๘) แผนผังของโบราณสถานประกอบด้วยปราสาทประธานและบรรณาลัยที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว มีโคปุระหรือซุ้มประตูทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียวภายในโคปุระแบ่งเป็นห้องทิศเหนือและห้องทิศใต้ ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกำแพงแก้วเป็นที่ตั้งของบารายรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขอบบารายกรุด้วยศิลาแลงเป็นขั้นบันไดลาดลงไปที่ก้นสระ นอกจากนี้ยังพบบารายที่มีคันดินล้อมรอบบริเวณด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกของอโรคยาศาล โดยบารายด้านทิศเหนือกว้างประมาณ ๔๕ เมตร ยาวประมาณ ๖๐ เมตร บารายด้านทิศตะวันออกกว้างประมาณ ๑๑๐ เมตร ยาวประมาณ ๒๒๕ เมตร กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานปราสาทบ้านน้อย ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๑๕ ตอนพิเศษ ๓๘ ง วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เนื้อที่โบราณสถาน ๔๕ ไร่ ๙๕ ตารางวา ในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ได้ดำเนินงานทางโบราณคดีบริเวณปราสาทบ้านน้อย โดยได้ทำการขุดค้น ขุดตรวจและขุดแต่งทั้งภายในและภายนอกกำแพงแก้ว รวมทั้งบารายด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อทำการศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบสถาปัตยกรรมของโบราณสถานสำหรับเป็นข้อมูลประกอบการออกแบบบูรณะเสริมความมั่นคงและปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณโบราณสถานเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัดสระแก้วในอนาคต ผู้เขียน : นางเป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี #สำนักศิลปากรที่๕ปราจีนบุรี #กรมศิลปากร #กระทรวงวัฒนธรรม               +2           78คุณ และคนอื่นๆ อีก 77 คน ความคิดเห็น 2 รายการ แชร์ 53 ครั้ง   ถูกใจ       แสดงความคิดเห็น     แชร์   ความ



  ชื่อเรื่อง                         นิสัยวิสุทธิมรรค (นิไสวิสุทธิมัก)   สพ.บ.                           311/11หมวดหมู่                        พุทธศาสนาภาษา                            บาลี/ไทย-อีสานหัวเรื่อง                          พุทธศาสนา                                    ธรรมะกับชีวิตประจำวัน                                    ไตรสิกขาประเภทวัสดุ/มีเดีย            คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ                    62 หน้า : กว้าง 4 ซม. ยาว 56 ซม. บทคัดย่อเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


          อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยดำเนินการขุดค้นขุดแต่งโบราณสถานวัดเกาะไม้แดง เนื่องในโครงการบูรณะและเสริมความมั่นคงโบราณสถานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เพื่อเก็บข้อมูลหลักฐานทางโบราณคดีต่างๆ ที่อยู่ใต้ดิน ก่อนที่จะดำเนินการบูรณะเสริมความมั่นคงต่อไปในอนาคต วัดเกาะไม้แดงหรือโบราณสถานร้าง ต.อ.๑๕ ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก โดยอยู่ห่างจากประตูกำแพงหักไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร และห่างจากวัดเจดีย์สูงไปทางทิศใต้ประมาณ ๙๐ เมตร หรือสามารถเข้าถึงตำแหน่งที่ตั้งของวัดเกาะไม้แดงได้ตามลิ้งก์นี้ >>>https://goo.gl/maps/ARgstrsDtCFd48NM8           สภาพก่อนการขุดค้นทางโบราณคดี ในหนังสือทำเนียบโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระบุว่าโบราณสถานแห่งนี้เคยมีการขุดแต่งและบูรณะมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ นี้มีคูน้ำล้อมรอบ ๔ ด้าน ภายในประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลักเรียงตามแนวแกนทิศตะวันออกไปตะวันตกดังนี้คือ ฐานวิหารก่ออิฐ ขนาด ๕ ห้อง กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๑๖.๓ เมตร เสาทำด้วยศิลาแลง ด้านหลังวิหารหรือด้านทิศตะวันตกของวิหาร มีมณฑปสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐ ขนาดกว้าง ๗.๕ เมตร ยาว ๙.๗ เมตร ภายในมณฑปเป็นห้องสี่เหลี่ยมใช้สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูป ห่างออกมาด้านทิศตะวันตก ๑๕ เมตร ปรากฏมณฑปสี่เหลี่ยมก่ออิฐ ขนาดกว้างยาวประมาณ ๗ เมตร ภายในเป็นห้องสี่เหลี่ยมประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้น รอบๆ ฐานมณฑปสี่เหลี่ยมมีการก่อเป็นฐานยื่นออกมาสามด้าน นอกจากนี้ยังมีฐานเจดีย์รายเหลืออยู่ ๒๗ องค์ ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วก่ออิฐ ที่ก่อล้อมมณฑปสี่เหลี่ยมมีฐานสามด้านและเจดีย์รายไว้ ๓ ด้านคือทางด้านทิศเหนือ ทิศตะวันตกและทิศใต้           การดำเนินงานขุดค้นขุดแต่งโบราณสถานวัดเกาะไม้แดง ในขณะนี้ได้ดำเนินการขุดค้นขุดแต่งไปแล้วบางส่วนเท่านั้นคือบริเวณพื้นที่ภายในกำแพงแก้วที่ล้อมรอบมณฑปสี่เหลี่ยมมีฐานสามด้าน และพื้นที่ระหว่างมณฑปทั้ง ๒ หลัง ทำให้ทราบในเบื้องต้นว่าก่อนการสร้างมณฑปสี่เหลี่ยมมีฐานสามด้านที่เห็นในปัจจุบันนั้น มีการใช้งานพื้นที่มาก่อน เนื่องจากพบแนวอิฐที่เป็นกำแพงแก้วรอบล้อมกลุ่มฐานของเจดีย์ราย ฐานเจดีย์ราย นอกจากนี้ยังมีการขุดพบฐานวงกลมก่ออิฐฉาบปูนจำนวน ๒ ฐานซึ่งยังไม่ทราบหน้าที่การใช้งานที่ชัดเจน บริเวณใกล้ๆ กับมณฑปสี่เหลี่ยมมีฐานสามด้านพบแนวอิฐที่ใช้รองรับโครงสร้างอาคารอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามณฑป สันนิษฐานว่าเป็นแนวอิฐของโครงสร้างอาคารหลังเก่าที่มีมาก่อนที่มีมาการก่อสร้างมณฑปสี่เหลี่ยมมีฐานสามด้านซ้อนทับในสมัยหลัง           ทั้งนี้การดำเนินงานขุดค้นขุดแต่งยังไม่แล้วเสร็จ หากท่านใดสนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมการขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีที่วัดเกาะไม้แดงได้ตามที่ลิ้งก์แผนที่ที่แนบในย่อหน้าที่สองของบทความ และสามารถติดตามคืบหน้าของการศึกษา วิจัย ทางโบราณคดีของโบราณสถานวัดเกาะไม้แดงได้ในรูปแบบรายงานทางวิชาการที่จะเผยแพร่ผ่านทางหน้าเพจอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยต่อไปในอนาคต หรือสามารถสนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้ได้ที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=4100167870035690&id=180332008685982&sfnsn=mo --------------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : อุทยานประวัติศาสตร์ สุโขทัย




          จากเอกสารจดหมายเหตุจังหวัดนครพนม แผนกมหาดไทย เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๘ กรมโลหกิจ (ปัจจุบันคือ กรมทรัพยากรธรณี) ได้มีหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เรื่อง ขอทราบแหล่งเต๊กไต๊ท์ ตามเนื้อความระบุว่า           “เนื่องจากปรากฏในรายงานธรณีวิทยาของต่างประเทศว่าวัตถุชะนิดหนึ่งชื่อเต๊กไต๊ท์ (Tectite) ได้พบแพร่หลายในประเทศออสเตรเลีย, หมู่เกาะฟิลิปปินส์, อินโดจีน และในภาคอีสานของประเทศไทยบางท้องที่ วัตถุนี้มีประโยชน์ในงานธรณีวิทยา และกรมโลหกิจใคร่จะได้ทราบว่ามีปรากฏที่ใดบ้าง จึงได้แนบภาพถ่ายของเต๊กไต๊ท์ที่พบในอินโดจีนมากับหนังสือนี้สองภาพ เพื่อขอความร่วมมือจากท่านช่วยสืบค้นว่ามีผู้พบ หรือมีแหล่งปรากฏที่ใดบ้าง และหากจะได้ตัวอย่างด้วยก็เป็นการดีมาก วัตถุเหล่านี้มักพบปรากฏอยู่ตามผิวดิน ปนกับกรวดทรายในร่องห้วย ตามลาดเนิน ลักษณะคล้ายหินหรือแก้วหรือเหล็กเป็นสนิม ผิวมักจะขรุขระดังผิวลูกมะกรูดหรือเป็นร่อง เป็นแอ่ง เป็นรูเล็ก ๆ มีขนาดต่างกันตั้งแต่ขนาดผลพุดซาไปจนถึงขนาดผลส้มโอขนาดใหญ่ วัตถุเหล่านี้เป็นวัตถุเดียวกับที่ชาวบ้านเรียกว่า คดพระจันทร์ ขวานพระจันทร์ หรือขวานฟ้า”           แต่ทั้งนี้จากการตรวจสอบเอกสารจดหมายเหตุที่ได้รับมอบไม่พบเอกสารแนบภาพถ่าย ผู้เรียบเรียงจึงขอยกตัวอย่างแร่เต๊กไต๊ท์ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของกรมทรัพยากรธรณี ดังนี้ Tektite เป็นหินอุลกมณี หรือหินดาวตกประกอบด้วยแร่ซิลิกา ลักษณะเป็นเนื้อแก้วที่ผิวมีหลุมเล็ก ๆ หรือเป็นร่องยาว มีหลายขนาดและรูปแบบ เช่น ทรงกลมคล้ายผลส้ม กลมและแบนแบบจาน รูปหยดน้ำ รูปดัมเบล และรูปกระสวย ในประเทศไทยพบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ          จากข้อมูลเบื้องต้นดังกล่าว ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมมีหนังสือแจ้งไปยังส่วนราชการในอำเภอต่าง ๆ ให้สำรวจและรายงานข้อมูล พบว่า จากการสำรวจของนายไพฑูรย์ เก่งสกุล นายอำเภอนาแก ในบริเวณพื้นที่ตำบลกกตูม อำเภอนาแก มีการพบหินที่สงสัยว่าจะมีแร่ธาตุบางชนิดรวม ๑๔ ชิ้น กรมโลหกิจ จึงส่ง นายเกษตร พิทักษ์ไพรวัน นายช่างธรณีวิทยา และนายวิลเลี่ยม เอ. แคสซิตี้ ให้มาดำเนินการสำรวจเพิ่มเติมและเก็บตัวอย่างหิน ๑๔ ชิ้น กลับมายังกรมโลหกิจ เพื่อดำเนินการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ผลจากการวิเคราะห์ตัวอย่างหิน แบ่งเป็น ๒ ประเภท ได้แก่           ๑. ตัวอย่างหินที่ได้จากภูกะติ๊บ บ.โคกกลาง อ.เมือง จ.สกลนคร เป็นแร่ทองแดง จำนวน ๗ ชิ้น ๒. ตัวอย่างจาก ตำบลกกตูม อำเภอนาแก จ.นครพนม เป็นแร่และวัตถุต่าง ๆ คือ ๒.๑ แร่เหล็ก ชนิดไลโมไน้ท์ จำนวน ๑ ชิ้น ๒.๒ แร่เหล็ก ชนิดไพไร้ท์ จำนวน ๑ ชิ้น ๒.๓ กรวดมีคราบแร่ทองแดง จำนวน ๓ ชิ้น ๒.๔ ซากกระดูกกลายเป็นหิน จำนวน ๒ ชิ้น           ภายหลังจากที่มีการวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ กรมโลหกิจ ได้ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะในการจัดการหากราษฎรพบหินที่มีลักษณะดังกล่าวไว้ว่า           “ตัวอย่างแร่ทองแดงจากภูกระติ๊บ แสดงลักษณะของแร่ซึ่งเคยพบเป็นก้อนในหินทรายในที่อื่น ๆ และมักจะไม่เป็นแหล่งใหญ่ แต่ก็ควรสนใจติดตามให้ทราบแน่นอนว่ามีมากสักเพียงใด ส่วนแร่เหล็กและทองแดงจากตำบลกกตูม ไม่แสดงลักษณะสำคัญควรแก่การสนใจ แต่ทรากกระดูกกลายเป็นหิน ๒ ชิ้น ควรจะได้สืบทราบแหล่งที่มาแน่นอน และถ้ายังมีส่วนใดเหลืออยู่เอาออกจากหินได้ยาก ก็ควรจะได้รับความคุ้มครองจากผู้ปกครองท้องที่มิให้ถูกทำลายไปโดยชาวบ้าน เพื่อจักได้ทำการศึกษาในโอกาสอันควรข้างหน้า เพราะวัตถุเหล่านี้มีค่าในทางการศึกษาวิชาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาตร์”------------------------------------------------------------เรียบเรียงข้อมูล : นางสาวพัชราภรณ์ สุวรรณะ นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ------------------------------------------------------------เอกสารอ้างอิง- กรมทรัพยากรธรณี. (ม.ป.ท.). ประวัติความเป็นมาของกรมทรัพยากรธรณี. ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๔ จาก http://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/dmr_web/n_more_news.php... - กรมทรัพยากรธรณี. (ม.ป.ท.). tektite เกิดได้อย่างไร ส่วนประกอบทางเคมีเป็นอย่างไร ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๔ จาก http://www.dmr.go.th/fq_more.php?page=8&f_id=19&f_sub_id=21 - หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร อุบลราชธานี. นพ ๑.๒/๓๒ ให้สำรวจทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดนครพนม (๑๘ ม.ค. - ๑๗ ก.ย. ๒๔๙๘) ภาพประกอบ - อุทยานแห่งชาติไม้กลายเป็นหิน จ.ตาก. (ม.ป.ท.). เมื่อไม้กลายเป็นหิน. ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๔ จาก http://www.dmr.go.th/.../article/article_20171002133400.pdf - https://www.mindat.org/min-10859.html


          วันศุกร์ที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในการประชุมจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ MOU กับนายธฤต จรุงวัฒน์ เลขาธิการมูลนิธิไทย พร้อมคณะ เพื่อร่วมกันนำเสนอจุดเด่นของความเป็นไทย การส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในต่างประเทศในด้านต่าง ๆ ณ ห้องประชุม ๑ กรมศิลปากร



พฺรยาสุนนฺทราช (พฺรยาสุนนฺทราช)  ชบ.บ.67/1-1ข  เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


ชื่อเรื่อง                                มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (หิมพานต์-นครกัณฑ์) สพ.บ.                                  415/8ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           34 หน้า กว้าง 4.4 ซม. ยาว 55.9 ซม.หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                           เทศน์มหาชาติ                                           ชาดก บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด  ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี


เลขทะเบียน : นพ.บ.286/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 60 หน้า ; 4.5 x 53 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 121  (258-265) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : มาเลยฺยสตฺต(มไลยยโจทนา)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



Messenger