ค้นหา


รายการที่พบทั้งหมด 38,386 รายการ

พระพฤหัสบดีพระอิศวรสร้างจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี


พุทธเลิศหล้านภาลัย, พระบาทสมเด็จพระ.  พระราชนิพนธ์บทละคร เรื่อง สังข์ทอง.  พิมพ์ครั้งที่ 1.                 พระนคร: คุรสภา, 2496.         เนื้อเรื่องของบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง  ได้เริ่มต้นกล่าวถึงเมืองยศวิมลนคร อันมีท้าวยศวิมลเป็นเจ้าเมือง พระมเหสีจันเทวีได้คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์ จึงถูกพระนางจันทา มเหสีรอง ใส่ร้ายว่าเป็นกาลีบ้านเมือง จนถูกขับออกจากเมืองไปอยู่กระท่อมตายายที่ชายป่า กระทั่งพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ในหอย ได้ออกมาพบแม่ สร้างความยินดีกับพระนางจันเทวีมากข่าวล่วงรู้ไปถึงนางจันทา จึงได้ส่งคนมาจับพระสังข์ไปถ่วงน้ำ แต่ท้าวภุชงค์พญานาคราชช่วยเอาไว้ และส่งให้ไปอยู่กับ นางพันธุรัต พระสังข์เมื่อรู้ว่านางพันธุรัตเป็นยักษ์จึงได้ขโมยรูปเงาะ ไม้เท้า เกือกแก้ว เหาะหนีมาอยู่บนเขา นางพันธุรัตตามมาทันแต่ ไม่สามารถขึ้นไปหาพระสังข์ได้ จึงได้มอบมนต์มหาจินดา เรียกเนื้อเรียกปลาให้แก่พระสังข์ก่อนที่จะอกแตกสิ้นใจตาย  พระสังข์เหาะมาจนถึงเมืองสามล ท้าวสามลและนางมณฑากำลังจัดพิธีเลือกคู่ให้ธิดาทั้งเจ็ด แต่รจนาพระธิดาองค์สุดท้อง ไม่ยอมเลือกใครเป็นคู่ ท้าวสามลจึงให้คนไปตามเจ้าเงาะมาให้เลือก รจนาเห็นรูปทองที่ซ่อนอยู่ในรูปเงาะจึงเสี่ยงมาลัยไปให้ สร้างความพิโรธให้ท้าวสามาลจึงถูกขับไล่ให้ไปอยู่ที่กระท่อมปลายนากับเจ้าเงาะ  ท้าวสามลหาทางแกล้งเจ้าเงาะ โดยการให้ไปหาเนื้อหาปลาแข่งกับเขยทั้งหก เจ้าเงาะใช้มนต์เรียกเนื้อ เรียกปลาทำให้หกเขยหาปลาไม่ได้ จึงยอมถูกตัดปลายหูและปลายจมูกเพื่อแลกกับเนื้อและปลา ท้าวสามลพิโรธมากจนถึงกับคิดหาทางประหารเจ้าเงาะ  พระอินทร์ต้องหาทางช่วยโดยการลงมาท้าตีคลีชิงเมือง กับท้าวสามล ท้าวสามลส่งหกเขยไปสู้ก็สู้ไม่ได้ จึงยอมให้เจ้าเงาะไปสู้แทน เจ้าเงาะถอดรูปเป็นพระสังข์และสู้กับพระอินทร์ จนชนะ ท้าวสามลจึงยอมรับพระสังข์กลับเข้าเมืองและจัดพิธีอภิเษกให้ พระอินทร์เข้าฝันท้าวยศวิมล ท้าวยศวิมลจึงได้ออกตามหาพระนางจันเทวีจนพบ และได้เดินทางไปเมืองสามลนครเพื่อพบพระสังข์ โดยพระนางจันเทวีได้ปลอมเป็นแม่ครัวในวังและได้แกะสลักเรื่องราวทั้งหมดบนชิ้นฟัก ให้พระสังข์เสวย ทำให้พระสังข์รู้ว่าแม่ครัวคือพระมารดานั่นเอง พระสังข์และรจนาจึงได้เสด็จตามท้าวยศวิมลและพระนางจันเทวีกลับไปครองเมืองยศวิมลสืบต่อไป


ชื่อเรื่อง                         ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา) อย.บ.                            327/12 หมวดหมู่                       พุทธศาสนา ลักษณะวัสดุ                  54 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 53 ซม. หัวเรื่อง                         พระธรรมเทศนา                                                                       บทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา


โบราณสถานวัดชนะสงคราม          โบราณสถานวัดชนะสงคราม หรือโบราณสถานร้าง ก.7 ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมืองสุโขทัย ห่างจากวัดมหาธาตุไปทางทิศเหนือประมาณ 150 เมตร จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มโบราณสถานที่อยู่กลางเมืองสุโขทัย ซึ่งวัดนี้ถือว่าเป็นโบราณสถานขนาดกลาง แผนผังของวัดวางตัวตามแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างภายในวัดคือ          1.เจดีย์ประธานทรงระฆัง ขนาดใหญ่ ก่อด้วยอิฐ ลักษณะของเจดีย์เป็นรูปแบบเฉพาะของเจดีย์ทรงระฆังแบบสุโขทัย คือ มีบัวถลา (บัวคว่ำ) 3 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นบัวปากระฆัง องค์ระฆัง บัลลังก์ ก้านฉัตรและปลียอด ทั้งนี้ ในส่วนของฐานบัวที่มีการทำเป็นฐานบัวลูกแก้วอกไก่สองเส้น ลักษณะเช่นนี้จะพบอยู่ในศิลปะล้านนา          2.ฐานวิหาร ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกหรือทางด้านหน้าของเจดีย์ประธาน ก่อด้วยอิฐ และมีเสาวิหารกลมก่อด้วยศิลาแลง          3.ฐานโบสถ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเจดีย์ประธาน ก่อด้วยอิฐ เสาศิลาแลง มีเสมาหินล้อมรอบ และอีกหนึ่งฐานอยู่ทางด้านทิศตะวันออกถัดจากวิหาร ซึ่งฐานโบสถ์หลังนี้ตั้งอยู่กลางน้ำ โดยใช้น้ำเป็นอุทกเสมา แสดงเขตศักดิ์สิทธิ์ สันนิษฐานว่าโบสถ์ที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกนั้นตั้งขึ้นภายหลังในช่วงสุโขทัยตอนปลาย เนื่องจากมีฐานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งนิยมกันในสมัยอยุธยาและมิได้ตั้งอยู่ตามแนวแกนทิศ ซึ่งเป็นแผนผังการสร้างวัดของสุโขทัย          4.ฐานเจดีย์ราย จำนวน 11 ฐาน ตั้งอยู่รายรอบเจดีย์ประธาน ซึ่งมีเจดีย์รายทรงวิมาน 2 องค์ ตั้งอยู่ทางด้านหน้าของเจดีย์ประธาน ถือว่าเป็นเจดีย์รายรูปแบบพิเศษ เนื่องจากพบเพียงไม่กี่องค์          5.กำแพงแก้ว ล้อมรอบวิหารและเจดีย์ประธาน ในปัจจุบันเหลือเพียงด้านทิศตะวันออกและทิศใต้บางส่วนเท่านั้น          วัดชนะสงครามนี้ไม่ปรากฏหลักฐานชื่อวัดในศิลาจารึก แต่ปรากฏชื่อวัดในพระราชนิพนธ์เที่ยวเมืองพระร่วง ของพระบาททสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวถึงวัดชนะสงครามว่า “...แต่ทางทิศเหนือวัดมหาธาตุ ริมวัดที่เรียกกันว่าวัดชนะสงครามนั้น...” .          เอกสารอ้างอิง1.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร. ทำเนียบโบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2561. พิมพ์ครั้งที่ 2. สุโขทัย : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กรมศิลปากร, 2561.2.ศ.เกียรติคุณ สุรพล ดำริห์กุล. ประวัติศาสตร์และศิลปะสุโขทัย. นนทบุรี : เมืองโบราณ, 2562. 3.ศ.ดร.ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปกรรมโบราณในอาณาจักรสุโขทัย ประมวลศิลปกรรมโบราณเมืองสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร. กรุงเทพฯ : มิวเซียมเพรส, 2561.4.พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, เที่ยวเมืองพระร่วง, กรุงเทพฯ : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ มล.ซ้ง สนิทวงศ์, 2520.


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรมศิลปากร ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Blossoming Curiosity: Indonesia – Thailand Collaborative Painting Exhibition” ระหว่างวันที่ 4 – 29 ตุลาคม 2566 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป             “Blossoming Curiosity: Indonesia – Thailand Collaborative Painting Exhibition” เป็นนิทรรศการแสดงผลงานจิตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐอินโดนีเซียและประเทศไทย ครั้งที่ 2 โดยในปีนี้มีศิลปินชาวอินโดนีเซีย 10 คน นำภาพเขียนหลากหลายเทคนิคมาร่วมแสดงผลงานกับศิลปินไทยอีก 10 คน เช่น ธงชัย รักปทุม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2553 และสมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี 2560 นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายรัคมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เป็นศิลปินรับเชิญร่วมแสดงผลงานอีกด้วย              โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายรัคมัต บูดีมัน (H.E. Mr. Rachmat Budiman) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการเมื่อวันวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2566             นิทรรศการ “Blossoming Curiosity: Indonesia – Thailand Collaborative Painting Exhibition” จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ อาคารนิทรรศการ 6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป  เปิดให้เข้าชมวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท (* นักเรียน นักศึกษา ผู้มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และนักบวชทุกศาสนา เข้าชมฟรี )


หัวใจชาติ หนังสือวันเด็ก 2524 จัดพิมพ์ในโอกาสที่มีการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2524 เพื่อเผยแพร่พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9  พระราชนิพนธ์ “เดินตามรอยพ่อ” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คำขวัญวันเด็ก และสาระน่ารู้ต่างๆ 


วันนี้เรามารู้จักภาชนะดินเผาในพิพิธภัณฑสถานแหห่งชาติ บ้านเชียง โดยนางสาวรัชฏญาภรณ์ ประทุมวัน สาขาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ #มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี


วิทยาจารย์ ปีที่ 52 พฤษภาคม 2496 ฉบับที่ 5 จัดพิมพ์โดยคุรุสภา เรื่องราวในเล่มประกอบด้วย คำขวัญวันแม่, วิธีสอนอังกฤษแบบใหม่, ครูสตรีไทยชนะเลิศในการประกวดเรียงความ, งานของยูนิเซฟในประเทศไทย เป็นต้น


เรื่อง วันโคนมแห่งชาติ ผู้เรียบเรียง : นางสาวลักษมณ ประจวบมูล บรรณารักษ์ปฏิบัติการ


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.64 กฎหมายแพ่งประเภทวัสดุ/มีเดีย       สมุดไทยดำISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  กฎหมายลักษณะวัสดุ              16; หน้า : ไม่มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    กฎหมายแพ่ง                    ภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดพยัคฆาราม ต.ศรีประจันต์  อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 15 ส.ค..2538


"Object of the Month" วัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี   ประจำเดือน "กุมภาพันธ์" เชิญพบกับ  "แว" ดินเผา ณ ห้องโถง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี


องค์ประกอบโลหะธาตุ พระพักตร์พุทธรูป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ปัจจุบัน กรมศิลปากร ได้มีการนำวิธีการทางวิทยาศาตร์หลากหลายวิธีในการวิเคราะห์หาค่าอายุและองค์ประกอบในโบราณวัตถุศิลปวัตถุควบคู่กับการศึกษาด้านรูปแบบทางศิลปะ เพื่อใช้ต่อยอดในการศึกษาและวิจัยในอนาคต หนึ่งในนั้นคือวิธีการ เอกซเรย์ฟลูออเรสเซนส์สเปคโทรเมตรี (X-ray Fluorescence spectrometry; XRF) คือเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ แบบไม่ทำลายตัวอย่างวิธีเอกซ์เรย์ฟลูออเรสเซนส์สเปคโทรเมตรี (X-Ray Fluorescent spectrometry; XRF) เป็นเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของวัสดุ แบบไม่ทำลายตัวอย่าง  (Non – Destructive Technique,NDT)  เหมาะสาหรับการวิเคราะห์หาชนิดและปริมาณของธาตุในสารตัวอย่าง ทั้งที่เป็นของแข็ง ของเหลว หรือสารแขวนลอยได้ สามารถวิเคราะห์ธาตุได้ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ สามารถวัดในตัวอย่างอนินทรีย์ (Inorganic Object) เช่น โลหะต่างๆ เครื่องปั้นดินเผา สีที่มีองค์ประกอบของโลหะ ดิน หิน และแร่ เป็นต้น ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นหนึ่งในเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบของธาตุที่เหมาะกับโบราณวัตถุศิลปวัตถุ เนื่องจากสามารถตรวจสอบโดยไม่ทำให้โบราณวัตถุเสียหาย มีการอ่านค่าและประมวลผลเชิงปริมาณได้รวดเร็ว และสามารถนาไปใช้งานนอกสถานที่ได้ จึงเหมาะกับการนำมาใช้ในงานตรวจพิสูจน์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ พระพักตร์พระพุทธรูป ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ พระพักตร์พระพุทธรูป  สูง ๒๘ ซม. กว้าง ๒๐ ซม. มีเพียงส่วนพระพักตร์และพระศอ ลักษณะของพระพักตร์ พระขนง พระนาสิก และพระโอษฐ์แสดงถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย เนื่องจากในระยะเวลานี้สุโขทัยและล้านนามีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะทางด้านศาสนา ดังที่มีหลักฐานว่าพระสุมนเถระจากกรุงสุโขทัยขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ที่ล้านนาในปี พ.ศ. ๑๙๑๒ จึงอาจจะทำให้ศิลปะสุโขทัยเข้ามามีอิทธิพลต่อการสร้างงานศิลปะของล้านนาด้วย ปฏิมากรรมชิ้นนี้เหลือแต่เพียงส่วนพระพักตร์ ให้เห็นว่าช่างสมัยล้านนาหล่อองค์พระปฏิมาแบบแยกส่วนแล้วนำมาประกอบกันข้อมูลตามทะเบียนโบราณวัตถุศิลปวัตถุพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย ระบุว่าวัสดุเป็นนาก เนื่องจากสีเป็นสีของโลหะผสมที่ออกไปทางสีแดง ประวัติกล่าวว่า ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญชัย ปี ๒๕๑๘ พบที่หอนาค (ปัจจุบันเป็นหอระฆัง) จากการสัมภาษณ์พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุลมหาเถร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน ให้ข้อมูลว่าระหว่างบูรณะหอกังสดาลนั้น ประมาณ พ.ศ. ๒๔๗๙- ๒๔๘๐ ขณะที่ทำการรื้อบริเวณที่แขวนกังสดาลเดิมและมณฑปในบริเวณเดียวกันนั้น ได้พบชิ้นส่วนพระพุทธรูปโลหะหลายองค์ เมื่อนำมาทำความสะอาดแล้วจึงพบว่ามีสีคล้ายนาก ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบโลหะของพระพุทธรูปด้วยวิธีเอกซ์เรย์ฟลูออเรสเซนส์สเปคโทรเมตรี (X-Ray Fluorescent spectrometry; XRF) พบว่าพระพักตร์พระพุททธรูปมีส่วนประกอบของทองแดงในปริมาณที่สูงมาก ร้อยละ ๙๘.๙๗ ทำให้พระพักตร์พระพุทธรูปมีค่อนข้างออกเป็นสีแดง ส่วนโลหะอื่นๆที่ปรากฏนั้นคงเป็นโลหะชนิดอื่นๆที่ปะปนอยู่ในโลหะตามธรรมชาติ ที่ช่างสมัยก่อนยังไม่สามารถถลุงโลหะให้มีความบริสุทธิ์ได้ อ้างอิง ณัฏฐภัทร จันทวิช (บรรณาธิการ). โบราณวัตถุและศิลปวัตถุในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หริภุญไชย . กรุงเทพฯ :ส.พิจิตรการพิมพ์, ๒๕๔๘.วิภารัตน์ ประดิษฐ์อาชีพ, สรรินทร์ จรัลนภา. การใช้เทคนิคและวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อช่วยในการตรวจพิสูจน์ประติมากรรมสำริด ใน “วิจัยวิขักขณ์” การนำเสนอผลงานทางวิชาการของกรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๐ เล่ม ๒ ๑ กันยายน ๒๕๖๐. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๐. หน้า ๙๒-๙๖ ศิริชัย หวังเจริญตระกูล. มองโบราณวัตถุผ่านวิทยาศาสตร์ ใน “วิจัย วิขักขณ์” การนำเสนอผลงานทางวิชาการกรมศิลปากร ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒๔-๒๕ กันยายน ๒๕๖๑. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๑. หน้า ๒๒๙-๒๓๓นายสมชาย พวงเพิกศึก และ นายชูศักดิ์ แช่มเกษม. อุตสาหกรรม. สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่ม ๒ (๒๕๑๘). หน้า ๙๙-๑๑๓






ขั้นตอนซื้อบัตรเข้าชมการแสดงโรงละครแห่งชาติมี 6 ขั้นตอน ดังนี้ - ขั้นที่ 1 เลือกการแสดง เลือกการแสดงที่ต้องการในหน้าแรก โดยกดปุ่มที่ “ซื้อบัตร” หรือ เลือกที่ เมนูการแสดง แล้วเลือกการแสดงที่ต้องการ โดยการกดที่ “ชื่อเรื่องการแสดง” - ขั้นที่ 2 เลือกรอบวันที่การแสดง เลือกการรอบแสดงที่ต้องการ โดยกดปุ่มที่ “ซื้อบัตร” - ขั้นที่ 3 เลือกที่นั่ง เลือกที่นั่งที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ “สั่งซื้อบัตร” - ขั้นที่ 4 ตรวจสอบความถูกต้อง ตรวจสอบความถูกต้องของรายการ ก่อนทำการชำระเงิน - ขั้นที่ 5 ชำระเงิน โอนเงินเข้าบัญชี 027-0-296840 ธนาคาร กรุงไทย สาขาถนนข้าวสาร ชื่อบัญชี เงินทุนหมุนเวียนการสังคีต เพื่อรับเงิน สามารถชำระเงินที่ เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา จากนั้นทำการถ่ายหลักฐานแล้วอัพโหลดรูปเข้าระบบพร้อมกับพิมพ์เลขที่อ้างอิง จากนั้นคลิกที่ “ยืนยันการชำระเงิน” - ขั้นที่ 6 พิมพ์บัตรเข้าชมการแสดง จากนั้นเลือก “พิมพ์บัตรชมการแสดง” ในระบบสามารถพิมพ์ได้ทันทีหรือสามารถบันทึกเป็นไฟล์เพื่อพิมพ์ภายหลัง และบันทึกเป็นรูปภาพไว้ให้เจ้าหน้าที่หน้าโรงละครตรวจสอบก่อนเข้าโรงละครได้ทันที


Messenger