ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,396 รายการ

เลขทะเบียน 0775


             สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอเชิญร่วมกิจกรรมบรรยายออนไลน์สาธารณะ ประจำปี 2568 หัวข้อ "บทกวีสุนทรภู่กับชายฝั่งทะเลอันดามัน" วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป วิทยากรโดย ผศ.ธนโชติ เกียรติณภัทร ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวรรณกรรม ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : Thalang National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 7637 9895


เลขทะเบียน : นพ.บ.609/7           ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :46 หน้า  ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 196 (1-7) ผูก 7 (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาชาดก--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.658/6ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 32 หน้า  ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 211 (142-154) ผูก 6 (2568)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.784/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ลานดิบ-ล่องชาด ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 242 (463-476) ผูก 1ข (2568)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ศาสตราจารย์เพ็ง โสมนะพันธุ์ ป.ช., ป.ม., ต.จ.ว., แพทย์หญิงลมัย โสมนะพันธุ์ ท.ช., ท.ม. ณ เมรุวัดธาตุทอง 19 พฤษภาคม 2518 ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2518 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยเขษมจำนวนหน้า : 118 หน้า สาระสังเขปสังเขป : หนังสืออนุสรณ์ฯ เล่มนี้ ได้กล่าวถึงประวัติ และคำไว้อาลัยต่อผู้วายชนม์ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในวงการการศึกษา และการแพทย์ เนื้อหาท้ายเล่มได้นำเสนอความรู้ทั่วไป อาทิ เรื่องประเพณีไทย ของหม่อมหลวงปีย์ มาลากุล เรื่องดวง กับ คน อำนาจดวงดาวกับคนในโลก ของรอ.นายแพทย์ไวทย ชินะโชติ เรื่องชีวิตนิสสิตแพทย์ ของ ล. ศุขกสิกร และเรื่อง 36 ปีที่ผ่านมา ของลมัย โสมนพะพันธ์ เป็นต้น


        สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญชมการแสดงละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ เนื่องในโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลก "ยลถิ่นภูมิปัญญา วิจิตราวังจันทน์" วันเสาร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ บริเวณศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก         รายการแสดงประกอบด้วย รำถวายพระเกียรติ สดุดี พระพันปีศรีสยาม และละครเสภา เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนพระไวยแตกทัพ นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต กำกับการแสดงโดย ปกรณ์ พรพิสุทธิ์ ศิลปินแห่งชาติ, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒



ประวัติและความสำคัญ "ธรรมาสน์เทินสิงห์" มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปสิงห์คู่รองรับเรือนบุษบกไว้บนหลัง เป็นผลงานอันวิจิตรของ "ครูองเวียง" สกุลช่างชาวเวียดนาม สร้างขึ้นระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๖๓–๒๔๖๕ ปัจจุบันมีอายุยาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ความงามอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้กลายเป็นต้นแบบให้แก่ธรรมาสน์วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ และเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงการหลอมรวมศรัทธาและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างล้ำค่า จากการสำรวจอย่างละเอียดก่อนการอนุรักษ์ พบว่ามีความเสียหาย ดังนี้ ​ส่วนฐาน: ประติมากรรมเขียนสีถูกเขียนซ่อมทับด้วยสีสมัยใหม่ (สีอะคริลิก) บดบังงานศิลปกรรมดั้งเดิมและทำลายคุณค่าฝีมือช่าง ​ส่วนเรือนธาตุ: ฝาไม้ฉลุลวดลายลงรักปิดทองและเขียนสี บางส่วนหักและหลุดหาย เนื้อไม้แตกแยกตามเสี้ยนจากสภาวะอากาศ มีคราบฝุ่นสะสมหนา และโครงสร้างหลักขาดความมั่นคง ​ส่วนเรือนยอด: ลวดลายไม้ฉลุ (ลายกนก กระจัง และสัตว์หิมพานต์) ลงรักปิดทอง หักหายไปบางส่วนทำให้ลายขาดความต่อเนื่อง แต่โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงดี แนวทางการดำเนินงานอนุรักษ์ในครั้งนี้ ด้วยวิธี "สงวนรักษา" ไม่ใช่เพียงการซ่อมแซมวัตถุ แต่ คือ การรักษา "จิตวิญญาณของครูช่าง" และ คืนคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ให้กลับมาฉายชัดอีกครั้ง เพื่อสืบทอด"มรดกแห่งศรัทธา"ชิ้นนี้ให้คงอยู่เป็นเกียรติประวัติของท้องถิ่นและประเทศชาติสืบไป ​ภาพถ่าย : หลังการอนุรักษ์ บันทึกข้อมูล : ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙


                   สาระอีสาน นำเสนอและเผยแพร่เกร็ดความรู้ต่าง ๆ จากข้อมูลท้องถิ่นอีสานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับวันนี้ขอนำเสนอเรื่อง "กินดอง" วิถีแต่งงานอีสานสไตล์ : นิยามความรักที่ผูกพันด้วยสายสิญจน์และเครือญาติ เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ เนื้อหามีดังนี้                   เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา คู่รักนักแสดงชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ ได้ควงคู่เข้าพิธีแต่งงานตามประเพณีอีสาน ณ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฝ่ายชาย ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอบอุ่น โดยมีครอบครัว ญาติผู้ใหญ่ ตลอดจนเพื่อนสนิท ทั้งในและนอกวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างคับคั่ง รวมถึงแฟนคลับทั่วประเทศที่ร่วมส่งใจมาอวยพรให้แก่ทั้งคู่ ซึ่งงานครั้งนี้นับเป็นการช่วยสืบสานและเผยแพร่ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ทางวัฒนธรรมอีสาน ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสถึงความน่ารักและงดงามของประเพณีท้องถิ่นอีกด้วย                   สำหรับพิธีแต่งงานตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวอีสานนี้ มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "งานกินดอง" หรือ "พิธีกินดอง" ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งถึงการที่สองครอบครัวตกลงยินยอมที่จะผูกสัมพันธ์และเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน                   ก่อนจะเข้าสู่งานกินดองหรือพิธีกินดอง ตามประเพณีดั้งเดิมจะเริ่มต้นด้วย "พิธีโอม" หรือบางท้องถิ่นเรียกว่า "การโอมเอากัน" ซึ่งก็คือพิธีสู่ขอและหมั้นหมาย โดยฝ่ายชายจะส่งผู้ใหญ่ไปเจรจาทาบทามตกลงเรื่องค่าดอง (สินสอด) และหาฤกษ์งามยามดีร่วมกัน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงจะนัดหมายวันจัดงานพิธีกินดองอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญที่เป็นเอกลักษณ์อันงดงาม ดังนี้                    • พิธีแห่ขันหมาก: ฝ่ายเจ้าบ่าวจะตั้งขบวนแห่ขันหมากเดินทางมายังบ้านเจ้าสาว พร้อมด้วยเสียงโห่ร้องฟ้อนรำอย่างสนุกสนานตามสไตล์ชาวอีสาน โดยเจ้าบ่าวจะต้องผ่านด่าน "ประตูเงิน ประตูทอง" เพื่อพิสูจน์รักแท้ก่อนเข้าสู่พิธีถัดไป                    • พิธีสู่ขวัญ (บายศรีสู่ขวัญ): ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของงานกินดอง โดยจะมี "หมอสูตร" (หมอขวัญ) เป็นผู้ประกอบพิธีอัญเชิญขวัญมาอยู่กับเนื้อกับตัวของคู่บ่าวสาวเพื่อความเป็นสิริมงคล ผ่าน "พานบายศรี" ที่ประดิดประดอยอย่างวิจิตรบรรจง                    • พิธีผูกแขน (ผูกข้อมือ): หลังเสร็จสิ้นการสู่ขวัญ พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และแขกผู้มีเกียรติจะนำด้ายผูกแขนสีขาวมาผูกข้อมือให้แก่คู่บ่าวสาวเพื่อเป็นการเรียกขวัญ พร้อมทั้งให้ศีลให้พร อวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันอย่างยั่งยืน ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการต้อนรับสะใภ้และเขยเข้าสู่ครอบครัวอย่างอบอุ่น                    • การกินดอง (เลี้ยงฉลอง): ปิดท้ายด้วยการร่วมรับประทานอาหารของแขกผู้มาร่วมงาน โดยมักจะจัดเลี้ยงด้วยอาหารพื้นบ้านอีสานรสเลิศ เช่น ลาบ ก้อย เคล้าไปกับเสียงดนตรีพื้นบ้านหรือหมอลำเพื่อเพิ่มความครึกครื้น บรรยากาศของงานมักเต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เนื่องจากคนในชุมชนจะมารวมตัวกันช่วยงาน ทั้งเรื่องการทำอาหารและจัดเตรียมสถานที่ ทำให้คู่บ่าวสาวได้ทำความรู้จักกับญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย ถือเป็นการขยายครอบครัวให้ใหญ่โตและอบอุ่นยิ่งขึ้นตามวิถีชาวอีสานอย่างแท้จริง                   "พิธีกินดอง" จึงเป็นภาพสะท้อนอันเด่นชัดของอัตลักษณ์พื้นบ้านอีสาน ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างลงตัว การร่วมสืบสานและถ่ายทอดประเพณีอันเปี่ยมเสน่ห์นี้สู่สายตาคนรุ่นใหม่ ไม่เพียงแต่ทำให้วัฒนธรรมท้องถิ่นยังคงมีชีวิตชีวา แต่ยังช่วยส่งต่อคุณค่าแห่งความรักและการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่งดงาม ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป บรรณานุกรม ธวัช ปุณโณทก.  “กินดอง (แต่งงาน), พิธี.” สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน.  1.  (2542): 241-247.  


ชื่อเรื่อง : จังหวัดแพร่ เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางอุ๊ มีทรัพย์ ผู้แต่ง : คณะกรรมการจังหวัดแพร่ ปีที่พิมพ์ : 2546 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์พระจันทร์      เรื่องราวของจังหวัดแพร่ได้ถูกหยิบยกมาเขียนในหนังสือมากมาย ดังหนังสือเล่มนี้ที่จัดทำขึ้นเพื่อแจกเป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางอุ๊ มีทรัพย์ ณ เมรุบ้านดอนทัน อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ โดยเนื้อหาในเล่มเป็นความรู้เกี่ยวกับจังหวัดแพร่อย่างกว้างๆ แบ่งออกเป็น2ตอน ตอนแรกกล่าวถึงลักษณะสภาพแวดล้อมของจังหวัด สภาพชีวิตของพลเมือง และการปกครองอย่างละเอียด ส่วนตอนที่สองนั้นว่าด้วยประวัติศาสตร์ของแพร่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บรรยายถึงอนุสาวรีย์และปูชนียสถานที่สำคัญ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีของประชาชนและกล่าวถึงคนสำคัญในอดีตอีกด้วย



ชะตาชีวิต: Chata Chiwtt (H.M. Blues) เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5           เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 5 ทรงพระราชนิพนธ์หลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์และเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกวาระหนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ทรงนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ           พระเจ้าอยู่หัว ครบ 20 พรรษาในพุทธศักราช 2490 ข้าราชการ นักเรียน และคนไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลองติดต่อกันหลายวัน ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พุทธศักราช 2490มาตั้งวงเล่นดนตรีที่พระตำหนัก วิลลาวัฒนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดนตรีด้วย ในงานมีการขายลอตเตอรี่สำหรับช่วยคนจน นอกจากการออกลอตเตอรี่แล้ว มีการทายชื่อเพลงพระราชนิพนธ์ใหม่ H.M. Bluesว่า H.M. แปลว่าอะไร ผู้ที่จะทายต้องซื้อกระดาษสำหรับเขียนคำทายใบละครึ่งฟรังก์ วงดนตรีบรรเลงเพลงให้ผู้ร่วมงานเต้นรำโดยไม่หยุดพัก ระหว่างเลี้ยงอาหารว่างตอนดึกทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพลงใหม่ H.M. Bluesเนื้อเพลงมีใจความว่า           “คนอื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นดนตรีต่างก็อิ่มหนำสำราญกัน แต่พวกเราที่กำลังเล่นดนตรีต่างก็หิวโหย และไม่มีแรงจะเล่นต่อไปอีกแล้ว...”           ในงานไม่มีผู้ใดทายชื่อถูกเลยสักคนเดียว สำหรับคำร้องภาษาไทยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ              ให้ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นผู้ประพันธ์ แต่เนื่องจากในเวลานั้น คำร้องภาษาอังกฤษไม่ได้พระราชทานลงมา เพราะต้นฉบับอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ ดร.ประเสริฐ จึงใส่คำร้องภาษาไทยที่มีความหมายออกมาคนละแบบ ภายหลังพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริทรงช่วยแก้ไขคำร้องด้วย   Royal Composition Number 5           The fifth royal composition was written after His Majesty the King'saccession to the throne and returned once more to continue his studiesin Switzerland . He gave the tune to His Royal Highness Prince ChakrabhandPensiri to work on the lyrics in English. On His Majesty's 20 th birthdayanniversary in 1947 , officials , students and Thai residents in Switzerlandjointly held celebrations for several consecutive days. On Saturday, 6 December 1947 , some formed a band to play at villa Vadhana,the royal residence in Lausanne and His Majesty joined the band.At the party , lotto was sold in aid of the needy. Besides , fund was raised byinviting party-goers to guess what H.M. in the new royal composition ,H.M. Blues meant. Participants bought the ticket to write their answersat half a franc each. The band played non-stop for people to dance.At the late evening supper , His Majesty asked Prince CharabhandPensiri to sing the lyrics of the new composition as the answer to thequiz . The lyrics were: “ ... We've got the Hungry Men's Blues.You 'll be hungry too , if you' re in this band. Don't you think that our music is grand?We've got the Hungry Men's Blues.You've eaten now all of you.We'd like to eat with you too,That's why we've got the H.M. Blues...”           No one at the party got the correct answer to the quiz . As for thelyrics in Thai, His Majesty entrusted Professor Dr. Prasert Na Nagara withthe task. But as the English lyrics were still in Switzerland , Dr.Prasertmade a completely different interpretation with the Thai lyrics.His Royal Highness Prince Chakrabhand Pensiri later helped adjustingsome words in the Thai lyrics to suit the tune.


อธิบดีกรมศิลปากร ประชุมคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยและงานอุทยานสโมสรเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณะ อ.อัพวา จ.สมุทรสงคราม


กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น   กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้ ๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙   ๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ - โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท - โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน   ๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว   ๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้ ๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน ๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔ ๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา ๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ ๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน   หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต


black ribbon.