ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จัดแสดงนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย เรื่อง "เครื่องถ้วยเวียงแก้ว จากวัตถุสู่พัฒนาการวังหลวงแห่งเวียงเชียงใหม่" เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ ๑ กันยายน - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ นิทรรศการในครั้งนี้ ได้นำเอาเครื่องถ้วยที่ได้จากการขุดค้นพบในแหล่งโบราณคดีเวียงแก้ว จังหวัดเชียงใหม่ มาจัดลำดับตามอายุสมัยของเครื่องถ้วย เทียบกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเวียงแก้วจากหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ นำเสนอในรูปแบบของไทม์ไลน์ เพื่อให้ผู้เข้าชมสามารถเข้าใจบริบทของเครื่องถ้วยที่พบในเวียงแก้วได้มากยิ่งขึ้น โดยได้รวบรวมเครื่องถ้วยที่พบจากการขุดค้นในแหล่งโบราณคดีเวียงแก้ว ทั้งเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิง ราชวงศ์ชิง และสมัยสาธารณรัฐจีน เครื่องถ้วยจากญี่ปุ่นและเวียดนาม รวมถึงเครื่องถ้วยจากแหล่งเตาในภาคเหนือที่ร่วมสมัยกับอาณาจักรล้านนา นำมาจัดแสดงให้ผู้สนใจได้เข้าชม ทั้งนี้ การจัดแสดงมีป้ายอธิบายข้อมูลเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษตลอดนิทรรศการภาพ : เครื่องถ้วยจีนจากราชวงศ์หยวน (ซ้ายมือ) และราชวงศ์ชิง (ขวามือ)ภาพ : เครื่องถ้วยจีนราชวงศ์หมิงภาพ ; เครื่องถ้วยจีนสมัยสาธารณรัฐ (ซ้าย) และเครื่องถ้วยจากเวียดนามและญี่ปุ่น (ขวา)ภาพ : เครื่องถ้วยจากแหล่งเตาในล้านนาและภาคเหนือ ขอเชิญชวนผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการพิเศษ “เครื่องถ้วยเวียงแก้ว จากวัตถุสู่พัฒนาการวังหลวงแห่งเวียงเชียงใหม่” ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ ณ อาคารจัดแสดงชั้น ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เปิดให้บริการทุกวันพุธ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (ปิดทุกวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) สอบถามเพิ่มเติมกรุณาติดต่อผ่านกล่องข้อความ Facebook Fanpage : Chiang Mai National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ หรือ โทรศัพท์ ๐ ๕๓๒๒ ๑๓๐๘ภาพ : กุณฑี (คนโท) และภาชนะดินเผาเนื้อดินชนิดอื่นๆ ที่พบในแหล่งโบราณคดีเวียงแก้วภาพ : ครกดินเผา ครกหิน และสาก
เรือคลองท่อม พบในแหล่งโบราณคดีคลองท่อม หรือที่ใครหลายคนรู้จักในชื่อ “ควนลูกปัด” จ.กระบี่ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้สันนิษฐานว่าในอดีตเคยเป็นเมืองท่าขนถ่ายสินค้า ดังนั้นการพบซากเรือจมบริเวณนี้จึงมีความสอดคล้องกับสภาพของแหล่ง
ความพิเศษของเรือลำนี้คือการต่อเรือโดยไม่ใช้ตะปูสักตัวครับ แต่ใช้เทคนิคของการแกะสลักไม้กระดานเรือเป็นลักษณะสันนูนเจาะรูทะลุถึงกัน แล้วใช้เชือกและลิ่มไม้เป็นตัวยึดโครงสร้างเรือทั้งหมดเข้าด้วยกันเทคนิคแบบนี้ถูกเรียกว่า “Lashed-Lug” เป็นลักษณะของเรือที่พบได้ทั่วไปแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงเรือในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปรากฏในบันทึกของชาวจีนราวพุทธศตวรรษที่ ๙-๑๒ ลักษณะเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ใช้ชื่อเรียกว่า “K’un-lun po” เรือลำดังกล่าวใช้เทคนิคการต่อเรือโดยไม่ใช้ตะปูโลหะ แต่ใช้เชือกที่ทำจากใยมะพร้าวและตะปูไม้ยึดแผ่นไม้กระดานเข้าหากัน สามารถบรรทุกคนได้ราว ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน มีขนาดความยาวกว่า ๕๐ เมตร และมีระวางสินค้าตั้งแต่ ๒๕๐-๑,๐๐๐ ตัน ส่วนบันทึกของชาวยุโรปโดยหลวงพ่อ Nicolau Perreira เขียนเมื่อคริสตศักราช ๑๕๘๒ หรือพุทธศตวรรษที่ ๑๖ บรรยายลักษณะของเรือขนส่งสินค้าบริเวณหมู่เกาะชวา ในบันทึกใช้คำเรียก จังโก “Junco” กล่าวว่าเรือบางลำนั้นมีขนาดใหญ่เทียบเท่าเรือ Naus ของโปรตุเกส และไม่ใช้ตะปูเหล็กในการตอกหรือยึดไม้เข้าด้วยกัน แต่ใช้ตะปูไม้ซึ่งยึดอยู่ภายในไม้กระดานเปลือกเรือ เรือจังโกมีเสากระโดงเรือสองต้น ผ้าใบเรือใช้หวายทอเป็นผืน เรือมีหางเสือบังคับทิศทางทั้งหมด ๓ ใบ ด้านข้างสองจุด ตรงกลางหนึ่งจุด
จากบันทึกดังกล่าวเห็นว่าเรือที่ถูกกล่าวถึงเป็นเรือเดินสมุทร ซึ่งมีขนาดใหญ่ ระวางบรรทุกเยอะ แตกต่างกับซากเรือจมคลองท่อม ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นเรือขนาดเล็ก-กลาง แต่สิ่งที่มีคล้ายคลึงกันคือเทคนิคในการต่อเรือ จึงทำให้สันนิษฐานได้ว่าในช่วงสมัยหนึ่งเรือที่ใช้เทคนิคแบบ “Lashed-Lug” อาจใช้กันอย่างแพร่หลายในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบริเวณแถบหมู่เกาะ ซึ่งอาจมีได้ทั้งขนาดเล็ก-กลางที่ใช้สัญจรในลำน้ำ และขนาดใหญ่สำหรับเดินสมุทรคลังภาพเรือคลองท่อม
ชื่อเรื่อง สิริมหามายา (สีมหามายา)สพ.บ. 288/9ประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 52 หน้า : กว้าง 4.2 ซ.ม. ยาว 55.4 ซ.ม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา สิริมหามายาบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
ชื่อเรื่อง อุณฺหิสวิชย (อุณณหิสสวิไช)
สพ.บ. 334/1ฌประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 26 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทศนา (เทศนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)
ชบ.บ.46/1-3
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
มงฺคลตฺถทีปนี (มงฺคลตฺถทีปนี เผด็จมงคลสูตร)
ชบ.บ.88ข/1-25
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.353/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 6 x 49.5 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 135 (378-387) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : มาลัยหมื่น (มไลหมื่น)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
“ บอนสี ” ที่ได้รับสมญานามมาแต่อดีตว่าเป็น “ราชินีแห่งไม้ใบ” ด้วยลวดลายและสีสันของใบที่มีลักษณะที่แปลกและแตกต่างกันไปดูไม่เบื่อ นี่คือเหตุผลที่ทำให้บอนสีกลายเป็นไม้ใบยอดฮิตกันในขณะนี้ จนมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ
บอนสี (Caladium,Fancy Leaves Caladium)
เป็นไม้ประดับประเภทไม้ใบ ลักษณะคล้าย เผือก บอนน้ำ ว่านนางกวัก
คูน กระดาด แต่บอนสีต่างจากพืชเหล่านี้ตรงที่ใบ จะมีสีสันสดใส งดงาม และเป็นประกาย
บอนสีเป็นพืชที่มีหัวอยู่ใต้ดิน ควรปลูกในที่ที่มีความชื้นและมีแสงแดดรำไร ไม่ควรให้ขาดน้ำ ดินที่ใช้ควรเป็นดินร่วนหรือดินที่มีอินทรียวัตถุผสม จะปลูกลงดินหรือในตู้พลาสติกก็ได้ขึ้นอยู่กับว่าจะปลูกเพื่อความสวยงามหรือปลูกเพื่อจำหน่าย
ผู้เรียบเรียง : นางสาวทิพย์สุดา อาจดี เจ้าพนักงานห้องสมุดปฏิบัติงาน
#ข้อมูลอ้างอิง
กาญจนัฐ สีสด. บอนสีเพื่อการส่งออก. กรุงเทพฯ : บรรณกิจ ๑๙๙๑, ๒๕๔๗.
เลขหมู่ 635.93464 ก424บ
อรวรรณ วิชัยลักษณ์. บอนสี. ม.ป.ท. : สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร, ๒๕๔๘.
เลขหมู่ 635.93464 อ372บ
ชื่อผู้แต่ง หลวงอรรถวาทีธรรมประวรรต (วิเชียร จันทร์หอม)
ชื่อเรื่อง โหราศาสตร์นิเทศ
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ ธนบุรี
สำนักพิมพ์ อมรการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๗
จำนวนหน้า ๒๘๒ หน้า
หมายเหตุ -
โหราศาสตร์ เป็นวิชาชนิดหนึ่ง ซึ่งอุบัติขึ้นพร้อมกับการย่างเข้าสู่อารยธรรมของมนุษย์ชาติ เริ่มแต่เมื่อคนเรารู้จักสร้างสำนักอาศัยเป็นถิ่นฐาน รวบรวมกันขึ้นเป็นหมู่เหล่าจนถึงเป็นบ้านเป็นเมืองและในยุคเดียวกันนั้นมีปาเจรจารย์ซึ่งเริ่มคิดถึงเรื่องวันเวลาและใช้ดวงตาต่างกล้องโทรทัศน์ พินิจพิเคราะห์ท้องฟ้าอันมีดาราอยู่อเนกอนันต์จนทราบถึงการโคจรแห่งดาวเคราะห์ทั้งหลาย
ชื่อผู้แต่ง ปีย์ มาลากุล, หม่อมหลวง
ชื่อเรื่อง ประเพณีไทย
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๒
สถานที่พิมพ์ ม.ป.ท.
สำนักพิมพ์ ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล บุญส่งการพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๑๕
จำนวนหน้า ๗๔ หน้า
หมายเหตุ พิมพ์เป็นบรรณาการเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๕
หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับประเพณีไทย ประกอบด้วย กิริยามารยาท, การเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท, การแต่งกายของสุภาพสตรี, การเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสิ่งของ, การเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานสิ่งของ, ระเบียบการใช้ถ้อยคำ และคำราชาศัพท์
ชื่อเรื่อง : ประวัติการสัมพันธ์ ระหว่างชาติไทยกับชาติจีน ชื่อผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : 2509 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์ไทยสว่าง จำนวนหน้า : 260 หน้า สาระสังเขป : หนังสือเล่มนี้โดยความมุ่งหมายในวัตถุประสงค์ให้ท่านทั้งหลายทั้งปวงทราบความจริงว่า ชาติไทยและชาติจีนนอกจากเป็นเพื่อนบ้านเรือนเครียงกันแล้ว ยังได้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดสนิทสนมเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโลหิตเดียวกันมาแต่ดึกดำบรรพ์ มีเรื่องราวสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การสืบค้นหาหลักฐานแห่งสมัยดึกดำบรรพ์ สมัยประวัติศาสตร์จีน
ชื่อเรื่อง หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ เล่มที่ 2 (ม.ค.-มี.ค. 2505 ฉ.247-263)ผู้แต่ง -ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นISBN/ISSN -หมวดหมู่ -เลขหมู่ -สถานที่พิมพ์ สุพรรณบุรีสำนักพิมพ์ -ปีที่พิมพ์ 2505ลักษณะวัสดุ 146 หน้า. : กว้าง 28 ซ.ม. ยาว 39 ซ.ม.ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก
สูจิบัตรประกอบการเสวนา "เครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเตาบุรีรัมย์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย"
เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2565 เวลา 15.00 - 16.00 น.
ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร