ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,620 รายการ

ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา.  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จทวีปยุโรป พ.ศ. 2434.  พระนคร : กรมศิลปากร, 2511.         กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปทวีปยุโรป เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นราชทูตพิเศษ เสด็จไปเยี่ยมตอบแกรนด์ดุ๊ก ซาเรวิช รัชทายาทประเทศรุสเซีย  โปรดให้เสด็จไปยังราชสำนักยุโรป รวม ๘ ประเทศ คือ ประเทศอังกฤษ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก เยอรมนี รุสเซีย ตุรกี กรีซ และอิตาลี


      จารึกวัดจงกอ เป็น จารึกหินทราย สลักด้วยอักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤตและภาษาเขมร ข้อความกล่าวถึง ธุลีพระบาทกมรเตงกำตวนอัญศรีชยวีรวรมันเทวะ (พระเจ้าชัยวีรวรมัน) มีพระบรมราชโองการ ให้ดำเนินการรังวัดและปักเขตที่ดิน เพื่อกัลปนาพร้อมด้วยข้าทาส ถวายแด่ #กมรเตงชคตวิมาย ระบุ มหาศักราช 930 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 1551 ซึ่งนับเป็นจารึกที่เอ่ยถึง “วิมายฺ” หรือ “พิมาย” ที่เก่าแก่ที่พบอยู่ในปัจจุบัน     นอกจากเป็นจารึกที่เอ่ยถึง “วิมายฺ” ที่เก่าที่สุดแล้ว จารึกวัดจงกอ ยังกล่าวถึง บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์กัมพูชา อย่าง พระเจ้าชัยวีรวรมัน ซึ่งมีอายุร่วมสมัยกับพระเจ้าสูรยวรมันที่ 1 จากข้อความบนจารึกวัดจงกอเเละจารึกที่กล่าวถึงพระเจ้าชัยวีรวรมันจึงสันนิษฐานว่า พระองค์ทรงถูกแย่งชิงราชสมบัติ โดย พระเจ้าสูรยวรมันที่ 1  ภายหลังได้โยกย้าย มาตั้งถิ่นฐาน ใกล้กับเมืองพิมาย โดยประเด็นนี้ เป็น 1 ใน 3 ประเด็น ที่จารึกวัดจงกอ ช่วยเราสืบสาวราวเรื่อง ที่เกี่ยวกับ พระเจ้าชัยวีรวรมัน ได้เป็นอย่างดี ..   เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ            


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ.                                           27/6ประเภทวัสดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                               42 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.4 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


          พระพุทธรูปนาคปรก           ศิลปะทวารวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕           จากวัดประดู่ทรงธรรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา            ปัจจุบันจัดแสดง ณ ห้องทวารวดี อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           ประติมากรรมพระพุทธเจ้า ประทับขัดสมาธิราบ แสดงปางสมาธิ มีพุทธลักษณะคือ อุษณีษะทรงกรวย เม็ดพระศกใหญ่ พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระขนงต่อกันเป็นปีกกา พระเนตรโปนเหลือบต่ำ พระนาสิกใหญ่ (ส่วนปลายพระนาสิกชำรุดหักหายไป) พระโอษฐ์หนา แย้มพระสรวล พระวรกายครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน มีลักษณะเป็นชายผ้าพับซ้อนทับกัน ประทับเหนือขนดนาค พระปฤษฎางค์มีพังพานนาค ๗ เศียร ปรกพระเศียร ขนาบข้างด้วยรูปสถูปและมีภาพคนแคระรองรับอยู่ใต้สถูป กึ่งกลางฐานล่างสุดเป็นรูปหน้าสิงห์           ประติมากรรมชิ้นนี้สัมพันธ์กับพุทธประวัติภายหลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้หกสัปดาห์ เสด็จประทับเข้าสมาบัติเสวยวิมุติสุขใต้ต้นจิก ขณะนั้นเกิดฝนตกนาน ๗ วัน นาคตนหนึ่งนามว่า มุจลินทนาคราช ซึ่งอาศัยอยู่ ณ สระโบกขรณีใกล้ๆ กับที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ ได้เลื้อยขึ้นมาจากสระและแผ่พังพานปกคลุมพระพุทธเจ้า ตามข้อความใน ปฐมสมโพธิกถา ระบุตอนนี้ไว้ว่า   “...ผิฉะนั้นอาตมาจะกระทำซึ่งกายป้องกันเสียซึ่งมูลมลทินอย่าให้ถูกต้องพระกรัชกาย* จึงขดเข้าซึ่งขนดกายเป็น ๗ รอบแวดวงองค์พระศาสดาจารย์ แล้วก็แผ่พังพานอันใหญ่ป้องปกเบื้องบนพระอุตมังคสิโรตม์** หวังประโยชน์จะมิให้เย็นและร้อนถูกต้องลมแดด แลฝนเหลือบยุงและสรรพสัปปชาติ ๆ ต่างๆ มาสัมผัสพระกรัชกาย”             เมื่อผ่านพ้นไป ๗ วัน ฝนจึงหยุดตก มุจลินทนาคราชได้คลายขนดนาคและแปลงกายเป็นมนุษย์มาอยู่เบื้องหน้าพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงออกจากสมาบัติทรงเปล่งคาถาว่า สุโข วิเวโก ตุฏฺฐสฺสฯ ซึ่งมีอรรถาธิบายความว่า “บุคคลอันเห็นมรรคผลวิมุติธรรมปรากฏแล้ว ก็ยินดีในอุปธิวิเวกเป็นเอกอุดมสุขในโลก เว้นจากอาโภคพยาบาทสำรวมในการุญภาพทั่วไปในนิกรสัตว์ทั้งปวง”           นอกจากนี้รูปแบบของประติมากรรมชิ้นนี้ยังมีส่วนที่น่าสนใจ คือรูปสลักสถูปทรงหม้อน้ำทั้งสองข้าง ลักษณะสำคัญคือส่วนกลางของสถูปมีลักษณะเป็นทรงหม้อก้นกลมมีฐานรองรับ ส่วนยอดด้านบนมีฉัตรซ้อนหลายชั้น ลักษณะดังกล่าวน่าจะเป็นตัวอย่างของเจดีย์รูปแบบหนึ่งในสมัยทวารวดี (ปัจจุบันเจดีย์สมัยทวารวดีหลายแห่งเหลือเพียงส่วนฐานเท่านั้น)           พระพุทธรูปองค์นี้อัญเชิญมาจากวัดประดู่ทรงธรรม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ ตามพระประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระองค์โปรดว่าเป็นประติมากรรมที่งามองค์หนึ่ง ดังข้อความในจดหมายของหลวงบริบาลบุรีภัณฑ์ ถึงอำมาตย์ตรี พระสมัครสโมสร มหาดไทยมณฑลอยุธยา ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๔ ความตอนหนึ่งกล่าวว่า   “...ด้วยพระพุทธรูปสมัยทวารวดีนาคปรกจำหลักในแผ่นศิลาคล้ายใบเสมา มีรูปสถูป ๒ ข้าง ใต้ขนดนาคเปนหน้าสิงห์ ๒ ข้างหน้าสิงห์มีรูปเทวดายกมือรองสถูป อยู่ที่วัดประดู่โรงธรรมซึ่งผมได้ขึ้นมาตรวจเมื่อ ๒-๓ วันนี้นั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายกราชบัณฑิตยสภา ตรัสว่าเปนของดี สมควรจะเชิญเอาลงไปรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ผมจึงได้จดหมายฉบับนี้มาเรียนคุณพระขอให้ช่วยจัดการเอาใส่หีบส่งลงไปทางรถไฟ...”   *กรัชกาย หมายถึง ร่างกาย  **อุตมังคสิโรตม์ หมายถึง ศีรษะ (พระเศียร)   อ้างอิง ปรมานุชิตชิโนรส, สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระ. ปฐมสมโพธิกถา. กรุงเทพฯ: กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๓๐. (รัฐบาลในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จัดพิมพ์ทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณในมหามงคลเฉลิมพระเกียรติวันพระบรมราชสมภพครบ ๒๐๐ ปี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วันอังคารที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๐). . ศักดิ์ชัย สายสิงห์. ศิลปะทวารวดี วัฒนธรรมยุคแรกเริ่มในดินแดนไทย. นนทบุรี:  เมืองโบราณ, ๒๕๖๒. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. (๔)ศธ ๒.๑.๑/๒๕๙. เอกสารกระทรวงศึกษาธิการ กรมศิลปากร เรื่อง ขอให้ช่วยส่งพระพุทธรูปนาคปรกสมัยทวารวดี ซึ่งอยู่ที่วัดประดู่โรงธรรม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (๒๗ ธ.ค. - ๖ ม.ค. ๒๔๗๔).


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           36/4ประเภทวัดุ/มีเดีย                       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                              38 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54 ซม.หัวเรื่อง                                        พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 131/4เอกสารโบราณ(คัมภีร์ใบลาน)


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 167/3 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)


-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : พระเจดีย์วัดทุ่งยั้ง -- วัดพระบรมธาตุ หรือวัดทุ่งยั้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือได้ว่าเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุมาตั้งแต่ครั้งอดีต พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุนั้นมีการบูรณะซ่อมแซมมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งในบางครั้งอาจมีที่มาจากการที่พระเจดีย์พังทลายหรือได้รับความเสียหาย ดังเช่นการพังทลายของพระเจดีย์ครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ปรากฏหลักฐานในเอกสารจดหมายเหตุ และทำให้เราทราบว่า ภายในพระเจดีย์บรรจุสิ่งสำคัญสิ่งใดไว้บ้าง. จากข้อมูลในเอกสารจดหมายเหตุชุดกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง วัดทุ่งยั้ง เมืองพิไชย ระบุว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ร.ศ. 127 (พ.ศ. 2451) ได้เกิดเหตุพระเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมธาตุวัดทุ่งยั้งพังทลายลง ผลจากการพังทลายทำให้ได้พบสิ่งของที่บรรจุอยู่ในพระเจดีย์ อันประกอบด้วย พระบรมธาตุ 2 องค์ กับตลับ 7 ชั้นและโกศทองคำที่ใส่พระบรมธาตุ และพระพุทธรูปทองคำและเงินขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมทั้งสิ่งของอีกหลายรายการ เช่น เศษทองคำ เศษเงิน เหรียญเงินเฟื้องสลึง เหรียญเงินรูเปีย พลอยแหวนสีต่างๆ เครื่องเงินและเครื่องทองเหลือง . สำหรับองค์พระบรมธาตุกับตลับ 7 ชั้นและโกศทองคำนั้น ผู้ว่าราชการเมืองพิชัยได้นำไปเก็บรักษาที่เมือง ส่วนสิ่งของอื่นนอกเหนือจากนั้นได้มอบให้เจ้าอธิการแก้วเป็นผู้เก็บรักษาไว้ ซึ่งในเวลาต่อมา เจ้าพระยาวิชิตวงษ์วุฒิไกร เสนาบดีกระทรวงธรรมการในขณะนั้น ได้มีหนังสือกราบทูลพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสมมติอมรพันธุ์ ราชเลขานุการในพระองค์ ความตอนหนึ่งเสนอให้เทศาภิบาลนำพระบรมธาตุที่เก็บรักษาไว้ที่เมืองพิชัย พร้อมทั้งพระธาตุสาวกและพระพุทธรูปทองคำ ส่งเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อประดิษฐานในพระอารามหลวง โดยเจ้าพระยาวิชิตวงษ์วุฒิไกรให้เหตุผลว่า วัดทุ่งยั้งเป็นวัดราษฎร์ หากเก็บรักษาไว้ที่เดิมอาจเป็นอันตรายด้วยประการต่างๆ ได้ และทูลขอให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทด้วย. เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยว่า “...สังเกตดูตามรายชื่อสิ่งของ […...] เปนของใหม่ๆ พระบรมธาตุจึงไม่เปนสิ่งซึ่งน่าจะพิศวง ฤๅเลื่อมใสว่าจะวิเศษอย่างไร แต่พระเจดีย์ทุ่งยั้งเองเปนพระเจดีย์มีชื่ออยู่ในเรื่องราวตำนาน จะมีอะไรอยู่ในนั้นฤๅไม่มีก็ตาม คงเปนพระเจดีย์สำคัญ…” และทรงมีพระราชดำริว่าควรจะบรรจุสิ่งซึ่งพบในพระเจดีย์กลับเข้าไปในพระเจดีย์ตามเดิม ดีกว่าจะนำลงมาบรรจุในเจดียสถานที่กรุงเทพฯ และทรงขอให้คิดอ่านเรี่ยรายเงินเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์ต่อไป ฉะนั้น จากพระราชดำริดังกล่าวของพระองค์ จึงทำให้พระบรมธาตุยังคงประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ที่วัดทุ่งยั้งเพื่อให้ประชาชนได้เคารพสักการะมาจนถึงปัจจุบัน.ผู้เขียน: นายธัชพงศ์ พัตรสงวน (นักจดหมายเหตุปฏิบัติการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา).เอกสารอ้างอิง:1. สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ 5 กระทรวงศึกษาธิการ ร.5 ศ 6 วัด (ท) / 27 เรื่อง วัดทุ่งยั้ง เมืองพิไชย. [25 – 30 ธ.ค. 127].2. กรมศิลปากร. ปกิณกศิลปวัฒนธรรม เล่ม 17 จังหวัดอุตรดิตถ์. กรุงเทพฯ: เอดิสันเพรสโพรดักส์, 2554.#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ


ชื่อเรื่อง                    สพ.ส.33 บทสวดมนต์ต่างๆประเภทวัสดุ/มีเดีย      สมุดไทยขาวISBN/ISSN                 -หมวดหมู่                  ธรรมคดีลักษณะวัสดุ              84; หน้า : มีภาพประกอบหัวเรื่อง                    ธรรมคดี           ภาษา                      ไทยบทคัดย่อ/บันทึก                   ประวัติวัดใหม่พิณสุวรรณ ต.บ้านแหลม  อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี มอบให้หอสมุดฯ วันที่ 14 ส.ค.2538


         มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๓๕ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์          พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๗๐ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์เกสร ประสูติเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๔๓๕          พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์ นับเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่สืบสายจากพระบรมชนกนาถ         พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๕ เมื่อวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๔๔๓ สิริพระชันษา ๙ ปี         หลังจากพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์สิ้นพระชนม์ไปแล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้นำทุนทรัพย์สมบัติของพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์ศิริประสาธน์ ไปสร้างโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร (โรงเรียนเบญจมบพิตรในอดีต)   ภาพ : อาคารเรียนโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร


ชื่อผู้แต่ง                 พระเทพโมลี ชื่อเรื่อง                   ประถมมาลา ครั้งที่พิมพ์               - สถานที่พิมพ์            - สำนักพิมพ์               - ปีที่พิมพ์                  - จำนวนหน้า              ๑๒๔   หน้า หมายเหตุ                สข.๐๑๑ หนังสือสมุดไทยขาว อักษรไทย ภาษาไทย เส้นหมึก (เนื้อหา)                 ปฐมมาลาเป็นหนังสือแบบเรียนสมัยโบราณโดยจะใช้สำหรับผู้ที่อ่านออกแล้ว ผู้ที่จะเรียนหนังสือเล่มนี้จะต้องเรียน ประถม ก กา เสียก่อน เนื้อหาภายในเกี่ยวกับ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แต่งโดยพระเทพโมฬี วัดราชบูรณะ ประมาณรัชกาลที่ ๓ ปฐมมาลาเป็นหนังสือแบบเรียนสมัยโบราณโดยจะใช้สำหรับผู้ที่อ่านออกแล้ว ผู้ที่จะเรียนหนังสือเล่มนี้จะต้องเรียน ประถม ก กา เสียก่อน เนื้อหาภายในเกี่ยวกับ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน แต่งโดยพระเทพโมฬี วัดราชบูรณะ ประมาณรัชกาลที่ ๓


ลักษณะและความหมายของตราสัญลักษณ์ ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร          ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย  ตราประจำกรมศิลปากรอยู่ตรงกลาง  ล้อมรอบด้วยแพรแถบพื้นเขียวขลิบทอง  บนแพรแถบซ้าย - ขวา  มีตัวเลขปีพุทธศักราช ๒๔๕๔ และ ๒๕๖๖ เป็นปีแรกเริ่มการสถาปนาจวบจนถึงปีปัจจุบัน  ด้านล่างมีข้อความ "กรมศิลปากร" ด้านบนมีตัวเลข ๑๑๒ อยู่ภายในกรอบ หมายถึง การครบรอบ ๑๑๒ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร  ผู้ออกแบบ : นายปัญญา  โพธิ์ดี  นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการ  สังกัด : กลุ่มศิลปประยุกต์และเครื่องเคลือบดินเผา สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม


ชื่อผู้แต่ง           สมุทัย นิโรธ อริยสัจจ ชื่อเรื่อง             สมุทัย นิโรธ อริยสัจจ ครั้งที่พิมพ์         - สถานที่พิมพ์      กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์        โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ ปีที่พิมพ์            ๒๕๑๙ จำนวนหน้า        ๒๗๐ หน้า    อริยสัจจสอง ชื่อธรรมนี้ อาจไม่คุ้นเคยเท่ากับอริยสัจจสี่หรือจตุราริยสัจจ ถึงกระนั้น อริยสัจจสองก็เป็นจำนวนอยู่ในอริยสัจจสี่ คือ สมุทัยกับนิโรธ อันเป็นที่ 2 และที่ 3 แต่ที่ทรงแสดงไม่ตรัสเรียกว่า อริยสัจจ ตรัสเรียกว่า ธรรม ปฏิจจสมุปปาทธรรม ปัจจยาการ ทั้งนี้ จึงปรากฏตลอด 3 ปิฎก เช่น ใน ปุณโณวาทสูตร ชื่อ ปฏิจจสมุปปาทธรรม ซึ่งแปลว่าธรรมอาศัยกันเกิดขึ้น ปรากฏในวินัยปิฎก มหาวัคค และในสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อุทานวัคค ส่วนในอภิธมมปิฎก วิภังคปกรณ ปรากฏชื่อว่า ปัจจยาการ อันแปลว่า อาการแห่งปัจจัยหรือเหตุฉะนี้ เมื่อกล่าวถึงชื่อธรรมว่า สมุทัย และนิโรธ เท่ากับกล่าวธรรมอันปรากฏในไตรปิฎกที่เป็นธรรมชื่อสมุทัย อันแปลว่าเกิดและนิโรธอันแปลว่าดับ


           กรมศิลปากรขอเชิญรับชมการถ่ายทอดสด Facebook Live การเสวนาวิชาการเนื่องในงานสัปดาห์วันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๓ – ๗ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๑๕ .๐๐ – ๑๗.๐๐ น. ณ ห้องประชุมดำรงราชานุภาพ  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มีรายการเสวนาที่น่าสนใจดังนี้           - วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๖ การเสวนาทางวิชาการ เรื่อง "วัฒนธรรมเสมาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"           - วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖  การเสวนา เรื่อง "เอกสารจดหมายเหตุ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว : มรดกความทรงจำแห่งโลก"           - วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ การเสวนา เรื่อง "การค้าทางทะเลและเส้นทางข้ามคาบสมุทรไทยในช่วงต้นประวัติศาสตร์"           - วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๖ การเสวนา เรื่อง "ประจวบคีรีขันธ์ : ร่องรอยหลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และภาพเขียนสีในพื้นที่เขาสามร้อยยอด"           - วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๖ การเสวนา เรื่อง "ข้อมูลใหม่ทางโบราณคดีที่บ้านหลวงรับาชทูต เมืองลพบุรี"           ผู้สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook Live กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากรhttps://www.facebook.com/FineArtsDept


เลขทะเบียน : นพ.บ.452/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 36 หน้า ; 4 x 50 ซ.ม. : ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 159  (163-173) ผูก 3 (2566)หัวเรื่อง : ลำชมพูบัตติ--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


black ribbon.