ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,568 รายการ
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ขอเชิญชวนทุกท่านเที่ยวสงกรานต์วัดไชยฯ ชวนแต่งไทยเข้าวัด ในงาน "สงกรานต์ วัดไชยฯ ปีใหม่ไทยอยุธยา" ระหว่างวันที่ 9 - 13 เมษายน 2569 เวลา 09.00 - 21.00 น. ตลอด 5 วัน 5 คืน ณ โบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีกิจกรรมภาคกลางวัน เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ประกอบด้วย
- สรงน้ำพระรับสิริมงคลต้อนรับปีใหม่
- ก่อพระเจดีย์ทราย เสริมสวัสดิมงคล พร้อมกิจกรรมสาธิตมากมาย
- เล่นน้ำ สาดน้ำวิถีไทย
- จับจ่ายตลาดอาหารคลายร้อน อาทิ ข้าวแช่ เมี่ยงคำกลีบบัว ไอติมตัดโบราณ ไอติมหมุน ไอติมหลอดโบราณ น้ำแข็งไส ยี่สุ่นเทศ และตลาดย้อนยุคยามเย็น กว่า 100 ร้าน
และกิจกรรมภาคกลางคืน เวลา 19.00 - 21.00 น. ชมดนตรี รำวงย้อนยุค และการแสดงศิลปวัฒนธรรม มีการแสดงที่น่าสนใจดังนี้
- วันที่ 9 เมษายน 2569 อ๊อด โฟร์เอส - รำวงย้อนยุค
- วันที่ 10 เมษายน 2569 เพชรในเพลง และวงดุริยางค์สากล สำนักการสังคีต กรมศิลปากร โดยมีศิลปิน หนู มิเตอร์, นัน อนันต์, ใบเฟริ์น, นัท มาลิสา, ผิงผิง
- วันที่ 11 เมษายน 2569 วงไกรลาศ พรภิรมย์
- วันที่ 12 เมษายน 2569 สุนทราภรณ์
- วันที่ 13 เมษายน 2569 วงไกรลาศ พรภิรมย์
อัตราคาเข้าชม แบบตั๋วเดี่ยว ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 80 บาท และอัตราค่าเข้าชม แบบตั๋วรวม (เข้าชมได้ 7 ที่ ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม วัดพระศรีสรรเพชญ์และพระราชวังโบราณ วัดไชยวัฒนาราม วัดมเหยงคณ์ และวัดกุฎีดาว) ชาวไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 300 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525 ติดตามข้อมูลกิจกรรมได้ทางเฟซบุ๊ก “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park” https://www.facebook.com/AY.HI.PARK --------------------------------------------------
Ticket fee
Single ticket 80 baht per person
Combine ticket 300 baht person
(7 momuments including Wat Mahathat, Wat Rachaburana, Wat Phra Ram, Wat Phra Si Sanphet and Royal Palace, Wat Chaiwattanaram, Wat Maheyong and Wat Kudi dao)
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่“พระพุทธรูปศิลปะหริภุญไชยที่พบจากเวียงท่ากาน”เวียงท่ากาน ตั้งอยู่ในเขตบ้านท่ากาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวียงหรือเมืองโบราณรูปสี่เหลี่ยมมุมมน กว้างประมาณ 500 เมตร และยาวประมาณ 700 เมตร มีลักษณะเป็นคูน้ำ-คันดิน กว้างประมาณ 10-12 เมตร เมืองโบราณแห่งนี้ตั้งอยู่ในที่ราบระหว่างหุบเขา เป็นเนินดินสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ ห่างจากแม่น้ำปิงราว 3 กิโลเมตร และห่างจากลำน้ำแม่ขานราว 2 กิโลเมตร ดังนั้นพื้นที่ตั้งของเวียงท่ากานจึงมีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัย“ท่ากาน” สันนิษฐานว่ากร่อนมาจากคำว่า “พันนาทะการ” ซึ่งปรากฏอยู่ในตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ว่า “เจ้าพญามังรายก็เอาคำปูน 500 ฝากมหาเถรเจ้าไปบูชามหาโพธิ์เจ้าในเมืองลังกาหั้นแล มหาเถรเจ้าทั้งสี่ก็รับคำทั้ง 500 กลับคืนเมืองลังกา แล้วบูชามหาโพธิ์ในลังกา มหาเถรทั้งสี่ตนอธิษฐานว่า ผู้ข้าทั้งหลายจักเอาศาสนาพุทธเข้ามาดลในล้านนา ผิว่าจักก้านกุ้งรุ่งเรืองแท้ ขอหื้อลูกมหาโพธิ์ตกลงเหนือจีวรแห่งตูข้า แค่ว่าอั้นลูกมหาโพธิ์ตกลงมาเหนือผ้าจีวรแห่งข้าเจ้าตนและลูกมหาเถรทั้งสี่ก็เอามหาโพธิ์ใส่ในบาตรแห่งตน ลูกมหาโพธิ์ก็งอกออกทั้งสี่ต้น ก็เอามาหื้อแก่พญามังรายเอาไปปลูกที่ทุ่งยางเมืองฝางต้นหนึ่ง เอาไปปลูกยังรั้วนางต้นหนึ่ง เอาไปปลูกยังพันนาทะการต้นหนึ่ง พญามังรายก็หื้อราชมารดาแห่งตนชื่อว่าเทพคำข่ายและกับนางปายโคไปปลูกแทนที่ไม้เดื่อเกลี้ยง วัดกานโถมต้นหนึ่งแล” หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พันนาทะการในสมัยต้นราชวงศ์มังรายเป็นชุมชนหรือเมืองสำคัญที่พญามังรายให้นำต้นโพธิ์จากลังกามาปลูก ปัจจุบันสันนิษฐานว่าต้นโพธิ์ดังกล่าวอยู่ที่โบราณสถานวัดต้นโพธิ์ (ร้าง) เวียงท่ากาน อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ อีกแง่มุมหนึ่งคำว่า “ท่ากาน” เป็นมุขปาฐะที่เล่าสืบต่อกันมาว่า “สมัยก่อนมีกาเผือกตัวใหญ่จะบินลงที่นี่ ชาวบ้านกลัวว่าถ้าบินลงมาแล้วจะเกิดความเดือดร้อน จะพากันไล่อีกาตัวนั้น” การไล่อีกา เรียกว่า “ต๊ะก๋า” ต่อมา พ.ศ.2450 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อ “ท่ากาน” จวบจนปัจจุบันจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า “พันนาทะการ” เป็นเมืองโบราณสำคัญที่อยู่ภายใต้การปกครองของล้านนาเชียงใหม่ตั้งแต่สมัยพญามังราย กระทั่งปรากฏชื่อเมืองโบราณนี้อีกครั้งสมัยพญาเมืองแก้ว ใน พ.ศ.2059 ว่า “ปีรวายไจ้ศักราช 878 ชาวเชียงใหม่ ชาวต่างเมือง ปั้นดินจักก่อเมกเวียงเชียงใหม่ในปีเมิงเป้า ศักราช 879 ตัว พระยาแก้วหื้อหมื่นปิงยีรั้งก่อเวียงเชียงใหม่ปีเดียวนั้น เดือน 11 ออก 7 ค่ำ เม็งวัน 6 เจ้าเมืองเชียงทอง พระยากายกับเจ้าเมืองนายเอาไพร่ไทย ช้างม้าออกเป็นข้าพระเป็นเจ้าพระยาแก้ว ทั้งหญิงชายใหญ่น้อยที่ 23,220 คน เจ้าพระยาแก้วหื้อหมื่นปิงยีหนึ่ง หมื่นด่างเต่าคำหนึ่ง ไปรับเอาคนครัวเมืองนายมา ได้ช้างม้าโพ้น 38 ตัว ได้ม้า 250 ตัว พระเป็นเจ้าหื้อเจ้าเมืองเชียงทองกินเมืองฝางชื่อว่าแสนฝาง พระยากายเงี้ยวอยู่กับแสนฝาง จัดทั้งหญิงทั้งชายโพ้น 1,200 คน ลำนั้นแจกหื้ออยู่พันนาทะกาน เก้าช่องเมืองพร้าวหั้นแลฯ” จากนั้นใน พ.ศ.2101 พระเจ้าบุเรงนองมีชัยชนะเหนืออาณาจักรล้านนา ทำให้พันนาทะการ หรือเวียงท่ากาน ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า และได้ถูกทิ้งร้างไประยะหนึ่ง กระทั่ง พ.ศ.2339 พระเจ้ากาวิละได้ใช้นโยบาย “เก็บผักใส่ส้า เก็บข้าใส่เมือง” กวาดต้อนกลุ่มไทยยองเข้ามาอยู่อาศัยบริเวณบ้านท่ากานกระทั่งปัจจุบันการศึกษาทางโบราณคดีบริเวณเวียงท่ากาน นับตั้งแต่ พ.ศ.2508 เป็นต้นมา สามารถอธิบายพัฒนาการของชุมชนโบราณบริเวณนี้ได้เป็น 5 ระยะ ได้แก่ ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (ก่อนวัฒนธรรมหริภุญไชย) สมัยวัฒนธรรมหริภุญไชย สมัยอาณาจักรล้านนา สมัยพม่าปกครอง และสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากการศึกษาโดยอาศัยลำดับชั้นทับถมทางวัฒนธรรมแล้ว หลักฐานอีกประการหนึ่งที่ช่วยในการศึกษาพัฒนาการของเมืองโบราณแห่งนี้คือ “พระพุทธรูป” เนื่องจากพระพุทธรูปแต่ละสมัยมีลักษณะเฉพาะด้านรูปแบบศิลปะ และวัสดุที่ใช้ในการสร้าง โดยเฉพาะศิลปะหริภุญไชย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมแรก ๆ ที่ปรากฏในเวียงท่ากาน และเป็นพื้นฐานให้กับศิลปกรรมสมัยล้านนาในช่วงเวลาต่อมาวัฒนธรรมหริภุญไชย เป็นวัฒนธรรมแรก ๆ ที่เข้ามายังเวียงท่ากานหลังจากการอยู่อาศัยแบบดั้งเดิม โดยวัฒนธรรมนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองโบราณหริภุญไชย จังหวัดลำพูน ตามที่ปรากฏในจามเทวีวงศ์ ปริเฉทที่ 4 ว่า “พระเจ้าจักรพรรดิราช (พระเจ้ากรุงละโว้) ได้ส่งพระธิดาของพระองค์นามว่า จัมมเทวี เพื่อเป็นพระราชาในเมืองนี้ ก็แลพระนางจัมมเทวีนั้นได้เสด็จสู่นาวาด้วยมหาบริวารทั้งหลายทั้งปวงประมาณ 500 คน แลด้วยพระมหาเถรทั้งหลายผู้ทรงไตรปิฎกประมาณ 500 รูป ไปโดยระหว่างทางแม่น้ำพิงคนที มีกำหนด 7 เดือนเป็นประมาณได้ถึงแล้วในเมืองนี้ ฝ่ายพระวาสุเทพและพระสุกกทันต์ ก็พร้อมกับชาวพระนครหริปุญเชทั้งปวง เชิญพระนางจัมมเทวีนั้นให้นั่งเหนือแผ่นทองแล้วอภิเษก” จากการศึกษาทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ พบว่าวัฒนธรรมดังกล่าวมีการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลายเข้าด้วยกัน ได้แก่ วัฒนธรรมขอมที่มาจากละโว้ (ลพบุรี) วัฒนธรรมทวารวดี (มอญ) วัฒนธรรมพุกาม รวมถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ทำให้รูปแบบทางศิลปกรรมของพระพุทธรูปส่วนหนึ่งมีความคล้ายกับศิลปะขอมแบบลพบุรี เช่น รูปแบบพระพักตร์ (ใบหน้า) ที่คมเข้ม ปรากฏเส้นพระมัสสุ (หนวด) พระขนง (คิ้ว) ต่อกันเป็นปีกกา เป็นต้น นอกจากนี้ยังปรากฏอิทธิพลของพระพุทธศาสนานิกายวัชรยานจากวัฒนธรรมละโว้ เช่น พระพิมพ์แบบพระแผงห้าร้อย พระพิมพ์แบบพระสาม (พระพิมพ์ตรีกาย) และพระบุทองคำทรงเทริดขนนกแบบศิลปะลพบุรี เป็นต้น อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปศิลปะหริภุญไชยยังนิยมการทำพระพุทธรูปจากดินเผา และปูนปั้น สำหรับประดับตกแต่งศาสนสถาน เช่นที่ปรากฏบนเจดีย์กู่กุด วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน เป็นต้น จากการดำเนินงานทางโบราณคดีเวียงท่ากาน จังหวัดเชียงใหม่ พบพระพุทธรูปดินเผาศิลปะหริภุญไชยจำนวนหนึ่ง เช่น ชิ้นส่วนพระพุทธรูปยืนดินเผาจากวัดหนองหล่ม (ร้าง) วัดน้อย (ร้าง) และวัดหัวข่วง (ร้าง) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปดินเผาที่พบจากเมืองโบราณสมัยหริภุญไชย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมหริภุญไชยตอนปลายต่อชุมชนแห่งนี้ โดยช่วงเวลานี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพุกามและพัฒนาเป็นศิลปะหริภุญไชยอย่างแท้จริง รวมถึงเป็นพื้นฐานให้กับศิลปกรรมในสมัยล้านนาต่อมานอกจากพระพุทธรูปดินเผา และพระพุทธรูปปูนปั้น ที่สร้างขึ้นสำหรับตกแต่งศาสนสถานแล้ว เวียงท่ากานแห่งนี้ยังพบพระพุทธรูปหินทราย ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นประธานของอาคารใดอาคารหนึ่งในวัด เช่น พระพุทธรูปประธานภายในวิหารวัดกู่ไม้แดง (ร้าง) พระพุทธรูปหินทรายที่พบบริเวณวัดกลางเวียง (ร้าง) เป็นต้น พระพุทธรูปหินทรายที่พบจากเวียงท่ากานน่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัยล้านนา (หลังวัฒนธรรมหริภุญไชย) เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากถูกสร้างเป็นประธานของอาคารที่สร้างขึ้นในสมัยหลัง แต่อย่างไรก็ตามความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปหินทรายในวัฒนธรรมล้านนาพบได้ค่อนข้างจำกัด พระพุทธรูปหินทรายที่พบบริเวณเวียงท่ากานมีลักษณะการแกะสลักขึ้นอย่างง่าย ๆ คล้ายโกลน สันนิษฐานว่าอาจมีการพอกปูนหรือตกแต่งภายนอกอีกชั้นหนึ่ง โดยพบทั้งพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรซึ่งนิยมทำในสมัยหริภุญไชยถึงสมัยล้านนาในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 และพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ พระพุทธรูปประทับนั่งทั้ง 2 อิริยาบถนี้สันนิษฐานว่าเป็นเทคนิคเชิงช่างที่สืบทอดมาจากวัฒนธรรมละโว้ (ลพบุรี) ซึ่งนิยมสร้างพระพุทธรูปจากหินทรายส่งอิทธิพลมายังวัฒนธรรมหริภุญไชย ดังนั้นหลักฐานพระพุทธรูปดินเผา ปูนปั้น และหินทรายที่กล่าวมาในข้างต้นจึงเป็นหลักฐานหนึ่งที่สะท้อนถึงอิทธิพลจากวัฒนธรรมละโว้ (ลพบุรี) มาสู่วัฒนธรรมหริภุญไชย ตามเรื่องราวที่ปรากฏในตำนานจามเทวีวงศ์ ด้วยเหตุนี้เองทำให้ชุมชนบริเวณเวียงท่ากานที่มีภูมิศาสตร์เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยเป็นเมืองบริวารภายใต้วัฒนธรรมหริภุญไชย กระทั่งพญามังรายได้เข้ามายึดเมืองหริภุญไชยและผนวกเมืองบริวารทั้งหมดให้อยู่ภายใต้วัฒนธรรมล้านนา อย่างไรก็ดีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแบบหริภุญไชยยังคงดำเนินต่อไปสะท้อนผ่านรูปแบบศิลปกรรม และเทคนิคเชิงช่าง ต่อมาเวียงท่ากานตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า และถูกทิ้งร้างในเวลาต่อมา กระทั่งฟื้นฟูโดยกลุ่มไทยยองที่กวาดต้อนเข้ามาสมัยพระเจ้ากาวิละค้นคว้า/เรียบเรียง นายนนทวัชร์ ไกรสกุล ภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่เอกสารประกอบการเรียบเรียงกองพล สุพรรณโรจน์. รายงานการขุดแต่งโบราณสถานเวียงท่ากาน วัดหนองไผ่ 1 (ร้าง) เสนอ สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่, 2552.พัฒน์รพี ขันธกาญจน์ และเกษม ไชยวงศ์. รายงานการขุดแต่งศึกษาและบูรณะกลุ่มโบราณสถานกลางเมืองเวียงท่ากาน. เชียงใหม่: หน่วยศิลปากรที่ 4 กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2531.เรื่องจามเทวีวงศ์ พงศาวดารเมืองหริภุญไชย. พระนคร: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร, 2463. (เจ้าดารารัศมี พระราชชายา พิมพ์ในงานปลงศพ เจ้าทิพเนตร อินทวโรรสสุริยวงศ์).เวียงท่ากาน: โครงการขยายแนวร่วมกลุ่มเครือข่ายชุมชนเวียงท่ากาน. เชียงใหม่: สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ กรมศิลปากร, ม.ป.ป.ศิริพันธ์ ยับสันเทียะ และกษมา เกาไศยานนท์. เวียงท่ากาน 1 รายงานการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน. กรุงเทพฯ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2534.__________. เวียงท่ากาน 2 รายงานการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถาน. กรุงเทพฯ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร, 2534.ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปุราณรักษ์. เวียงท่ากาน การขุดแต่งศึกษาโบราณสถาน. เชียงใหม่: สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 6 เชียงใหม่ กรมศิลปากร, 2543.
ผู้แต่ง : ไมเคิล ไร้ท์ ปีที่พิมพ์ : 2526 สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์ : สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จารึกหลัก 2 มีคนพยายามอ่านมาแล้วหลายครั้ง แต่ทำไมต้องเอามาอ่านใหม่อีกครั้ง เหตุมีสองประการคือ 1. หลักนี้มีความสำคัญยิ่งนัก เพราะเล่าถึงเหตุการณ์สุโขทัยก่อนสมัยพ่อขุนรามคำแหงซึ่งความนี้ไม่ปรากฏในที่อื่น 2. หลักนี้มีปัญหามาก อ่านยากกว่าหลักอื่นใด แต่เข้าใจว่าได้พบวิธีอ่านใหม่ที่ทำให้ความยากกลับกลายเป็นความค่อนข้างง่าย ศิลาจารึกสุโขทัยส่วนใหญ่สั้นมากหรือขาดตอนมากจน เราไม่อาจจะกล่าวได้ว่า เอกสารเหล่านี้มีลักษณะ คำเขียน หรือ คำพูด แต่มีบางหลักที่บ่งชัดว่าเป็นคำเขียน
พิพิธิภัณฑสถานแห่งชาติเสมือนจริง ชัยนาทมุนี: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/chainatmuni
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี สังกัดสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานที่รวบรวมเก็บรักษา อนุรักษ์ และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดชัยนาท ตั้งอยู่ภายในบริเวณ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท มีพื้นที่ 3 ไร่ 45 ตารางวา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี ก่อตั้งขึ้นด้วยความสนใจของพระชัยนาทมุนี (นวม สุทตฺโต) อดีตเจ้าคณะจังหวัดชัยนาท และอดีตเจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ซึ่งได้รวบรวมโบราณศิลปวัตถุที่พบในเขตจังหวัดชัยนาทและบริเวณใกล้เคียง มาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานของวัดเป็นจำนวนมาก ต่อมาพระชัยนาทมุนีได้ยินดีมอบโบราณศิลปวัตถุดังกล่าวให้เป็นสมบัติของชาติ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทย
ในปี พุทธศักราช 2509 กรมศิลปากรจึงได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานขึ้นในบริเวณใกล้กับวัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตั้งชื่อว่า พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชัยนาทมุนี เพื่อเป็นที่ระลึกแด่พระชัยนาทมุนี เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2512 เป็นต้นมา
กรมศิลปากรขอเชิญชวนเด็กและเยาวชน ร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๖ ในวันเสาร์ที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๕๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศ เด็กๆ ที่สนใจสามารถติดต่อเข้าร่วมกิจกรรมในหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรใกล้บ้าน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
การจัดกิจกรรมในส่วนกลาง มีดังนี้
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมบนเวที ดนตรีประกอบการเล่านิทาน ,การแสดงของเด็กและเยาวชน กิจกรรมด้านวิชาการ กิจกรรมตอบปัญหา, กิจกรรมแรลลี่, กิจกรรมเปิดโลกกว้างสู่อาเซียน กิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชน ระบายสี, งานประดิษฐ์จากดินฟีโม่, ชวนน้องปั้นดิน กิจกรรมสันทนาการ โยนห่วงยาง, ปิดลูกโปง, เก้าอี้ดนตรี และกิจกรรมต่างฯ อีกมากมาย สำหรับเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรม จะได้รับของขวัญของรางวัลทุกคน
- สำนักการสังคีตจัดการแสดงรายการศิลปากรคอนเสิร์ตรอบพิเศษ ชุด “Children’s Day Concert” อำนวยเพลงโดย นายสถาพร นิยมทอง การแสดงจะเป็นการบรรเลงและการขับร้องจากศิลปินกรมศิลปากรร่วมกับสถานศึกษาและสถาบันการดนตรีที่มีชื่อเสียง อาทิ โรงเรียนหลักสูตรการดนตรีกรุงเทพมหานคร โรงเรียนดนตรีวีมุส โรงเรียนราชินี โรงเรียนปราโมชวิทยา รามอินทรา โรงเรียนโพธิสารพิทยากร ตลอดจนเครือข่ายศิลปินจากสถานศึกษา เข้าร่วมฟังได้โดยไม่เก็บค่าบัตรเข้าชม
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธีกิจกรรมประกอบด้วย การบรรยายเกี่ยวกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี และตอบคำถามรับของรางวัล การตอบปัญหาเกี่ยวกับวันเด็ก เรื่องทั่วไป เรื่องอาเซียน การเล่นเกมส์เก้าอี้ดนตรี การต่อจิกซอว์ และกิจกรรมสันทนาการอื่นๆ เช่น การแข่งร้องเพลง การแข่งเต้น
- สำนักหอสมุดแห่งชาติ กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดคัดลายมือ การวาดภาพระบายสี เล่นเกมและกิจกรรมต่างๆ สร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว ลุ้นรับของรางวัลมากมาย พร้อมทั้งบริการอาหารเครื่องดื่มและรับของรางวัล ฟรีตลอดงาน
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ กิจกรรมประกอบด้วย การแข่งขันประกวดวาดภาพระบายสี, ซุ้มกิจกรรมศิลปะ โดยคณะจารย์ นักศึกษาจากสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากรวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา ศิษย์เก่าสถาบันบัณทิตพัฒนศิลป์, การแข่งขันแรลลี่ตอบปัญหาชิงรางวัล ด้านศิลปะ กิจกรรมสันทนาการ เช่น ดนตรี ประกวดร้องเพลง เกม ฯลฯ โดยความร่วมมือกับสำนักศิลปกรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม, ฉาย DVDแนะนำ และนำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ให้แก่เยาวชนและผู้ปกครองที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมทั้งบริการอาหารกลางวันและเครื่องดื่ม
- หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงรำอวยพร การบรรเลงเพลง จากวงดนตรี “วีรพล” การแข่งขันตอบปัญหา การแสดงบนเวที ประกวดร้องเพลง การแข่งขันวาดภาพ การแข่งขันเรียงความ เกมการละเล่น พร้อมแจกของขวัญของรางวัลมากมาย
กิจกรรมในส่วนภูมิภาค อาทิ
- อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย กิจกรรมประกอบด้วย การละเล่น เกมต่างๆ การตอบปัญหา การประกวดร้องเพลง และแจกของรางวัล
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดวาดภาพ ระบายสี การปั้นตุ๊กตา การประกวดร้องเพลงและการแสดงออกบนเวที ฯลฯ
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ กิจกรรมประกอบด้วย การแสดงบนเวทีโดยเยาวชนจากโรงเรียนหรือชุมชนต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ การละเล่นเกมต่างๆ บนเวที ฉายภาพยนตร์ตลอดทั้งวัน และจับฉลากชิงรางวัล
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่น กิจกรรมประกอบด้วย กิจกรรมสันทนาการ การแสดงบนเวทีของกลุ่มเด็กนักเรียน การแสดงความสามารถ เล่นเกมตอบปัญหาชิงรางวัล รวมทั้งแจกของรางวัล อาหารและเครื่องดื่ม
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี กิจกรรมประกอบด้วย การแนะนำพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย ด้วยวีดิทัศน์ การบรรยายความรู้เกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของพิพิธภัณฑ์/ศัพท์น่ารู้ เกมตอบคำถามและเกมที่เกี่ยวข้องกับพิพิธภัณฑ์/ข้าวและการทำนา
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จัดกิจกรรม “ค่ายเยาวชนสุขสันต์ พิพิธภัณฑ์หรรษา” กิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ให้เยาวชนได้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ และเรียนรู้การปั้นตุ๊กตาพื้นบ้านล้านนาจากครูภูมิปัญญาล้านนา ในวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๕ ณ โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ภายในจังหวัด สุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียง
ฯลฯ
นอกจากนี้กรมศิลปากรยังเปิดให้เด็กๆ เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมเข้าชมอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สถานที่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ หอสมุดแห่งชาติ หอจดหมายเหตุแห่งชาติทั่วประเทศติดต่อ : หน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรใกล้บ้าน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ไม่เสียค่าใช้จ่าย
เนื่องในวันเข้าพรรษาประจำปี ๒๕๖๐ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ได้จัดนิทรรศการพิเศษเรื่อง "บรรพชนคนอีสานยุคก่อนประวัติศาสตร์กับเทียนพันปี"
วันศุกร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๘.๐๐ น. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน กรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๒ โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมในพิธี จากนั้นในเวลา ๑๙.๐๐ น. สำนักการสังคีต กรมศิลปากร จัดแสดงโขนสมโภชองค์พระกฐิน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด รามาวตาร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอย่างหนึ่งของไทย ณ วัดทรงศิลา ตำบในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ
วัสดุ สำริด
แบบศิลปะ ศิลปะล้านช้าง
อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 22-24
สถานที่พบ พบระหว่างการไถที่ดินของนางสาวปาริชาต อุดมสี บ้านนาดูน ตำบลหนองกวั่ง อำเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2549
พระพุทธรูปปางมารวิชัย พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง พระเนตรเหลือบต่ำ ภายในพระเนตรฝังวัตถุสีขาว พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็ก พระหนุเป็นปม มีเส้นไรพระศกเป็นแถวเม็ดกลม เม็ดพระศกเป็นทรงกรวยแหลมเรียงเป็นระเบียบ อุษณีษะเป็นต่อมกลมขนาดเล็ก พระรัศมีเป็นเปลว พระกรรณยาวปลายงอนเล็กน้อย พระศอเป็นปล้อง ครองจีวรห่มเฉียงเปิดพระอังสาขวา สังฆาฏิเป็นแถบสี่เหลี่ยมปลายตัดตรงยาวจรดพระนาภี ชายสังฆาฏิมีการตกแต่งด้วยแถวเม็ดประคำ 2 แถว แถวละ 3 เม็ด พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา นิ้วพระหัตถ์ทั้งสี่ยาวเสมอกัน ประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียงเรียบซ้อนกัน 2 ชั้น
วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๑ หอสมุดแห่งชาติิเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง ดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการพัฒนาและส่งเสริมหอสมุดแห่งชาติเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตประจำปี ๒๕๖๑ โดยผู้อำนวยการสำนักหอสมุดแห่งชาติ (นางสาวกนกอร ศักดาเดช) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ กิจกรรมที่ดำเนินการประกอบด้วย
๑. เวทีเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน "บันทึกแห่งรัก เมื่ออ่านให้เจ้าฟัง" ดำเนินการโดยกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมการอ่านโครงการอ่านยกกำลังสุขตรัง ของสำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ เข้ามาเปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้กระบวนการดำเนินงานที่นำไปสู่ความสำเร็จ
๒. กิจกรรมฐานการเรียนรู้ เกี่ยวกับงานศิลปะ จำนวน ๔ ฐาน
- "จักสานก้านจาก" วิทยากรโดยคุณสุจิน ไข่ริน
- "บิดลูกโป่ง" วิทยากรโดยคุณลุงสุชาติ ขุมขัง
- "เพ้นท์สี" วิทยากรโดยคุณสุภัทร์ จิระโรจน์
- "ปั้นดินน้ำมัน" วิทยากรโดยคุณครูนาฎลดา เดชอรัญ
๓. การจัดแสดงหนังสือและผลิตภัณฑ์ประกอบกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้
๔. กิจกรรม "เจ้าหนูถามจัง" ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้จังหวัดตรัง