ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 52,496 รายการ

เลขทะเบียน  นม.บ.17/2


รายงานผลการตรวจสอบโบราณวัตถุที่พบในเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์ แปลง “ทำเลเลี้ยงสัตว์โคกแกะ” จากแปลงที่ดินนายเกษม อุดมสุขหมู่ที่ 4 ตำบลบ้านไทร อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์


ชื่อเรื่อง                     อนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันเอกปลั่ง กิตติวรรณผู้แต่ง                       -ประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   เบ็ตเตล็ดหรือความรู้ทั่วไปเลขหมู่                      090.0234สถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 เทคนิคพริ้นท์ปีที่พิมพ์                    2512ลักษณะวัสดุ               128 หน้าหัวเรื่อง                     อนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึก          อนุสรณ์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ พันเอกปลั่ง กิตติวรรณ ณ วัดโสมนัสวิหาร 17 เมษายน 2512




        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย ขอเชิญนักเรียน นักศึกษา ผู้กำกับ และผู้สร้างภาพยนตร์อิสระจากทั่วประเทศ ส่งผลงานเข้าร่วมฉายในกิจกรรม Creative Museum Expo ESAN 2026 พื้นที่แห่งการแบ่งปันแรงบันดาลใจ แลกเปลี่ยนมุมมอง และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสเรื่องราวผ่านภาพยนตร์ โดยประเภทผลงานที่เปิดรับ ได้แก่ ภาพยนตร์สั้น, แอนิเมชัน และหนังทดลอง (Experimental) คุณสมบัติเบื้องต้น ผลงานต้องมีความยาวไม่เกิน 30 นาที, ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร, ผู้ส่งต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือได้รับสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงาน กำหนดจัดฉายภายในงาน Creative Museum Expo ESAN 2026 @ Phimai National Museum ระหว่างวันที่ 5 – 9 สิงหาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอพิมาย ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSd6ii6WfoexRI6GdGEgZAF579ayjVh6bLPSwu4qhN5IPE3BWg/viewform ถ้าคุณมีเรื่องราวที่อยากเล่าผ่านภาพยนตร์ มาร่วมสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ผ่านภาพยนตร์ และแบ่งปันเรื่องราวของคุณไปพร้อมกัน สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4447 1167 Facebook “Phimai National Museum:พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย” https://www.facebook.com/PhimaiNationalMuseum 


สุน แก้วศรี (2455 – 2531)   นายสุน แก้วศรี เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือนอ้าย ปีชวด พ.ศ. 2455 (วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2455) ที่บ้านต้นตาล ตำบลหาดยาง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี บิดาชื่อ นายพรม มารดาชื่อ นางทองมา มีพี่น้อง 7 คน   การทำงาน นายสุน แก้วศรี ประกอบอาชีพทำนา ภายหลังครอบครัวได้อพยพไปตั้งรกรากที่อำเภอสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี โดยยังคงประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก ด้วยความขยันหมั่นเพียรได้บุกเบิกพื้นที่ทำนานับร้อยไร่ และพื้นที่ปลูกไม้ผลต่างๆ เช่น ทุเรียน เป็นต้น   ชีวิตครอบครัว นายสุนได้สมรสกับนางปุย ราวปี พ.ศ. 2477 - 2478 มีบุตรและธิดาด้วยกัน 6 คน ดังนี้                    1. นางชุบ คงมี 2. นายทรัพย์ แก้วศรี 3. นายทรงวิทย์ แก้วศรี (ราชบัณฑิตและนักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศาสนา) 4. นางสมศรี แก้วศรี 5. นายวรเชษฐ์ แก้วศรี 6. นางสมนึก แก้วปกรณ์กุล           การถึงแก่กรรม                     พ.ศ. 2531 นายสุนได้มีอาการปวดท้องและถ่ายเป็นเลือด แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคกระเพาะ ลำไส้ทะลุ จึงได้ดำเนินการผ่าตัด หลังจากนั้นอาการได้ทรุดลง และถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 ณ โรงพยาบาลปราจีนบุรี รวมอายุได้ 75 ปี     ข้อมูลหนังสืออนุสรณ์งานศพ   บรรณานุกรม ทรงวิทย์ แก้วศรี.  เอกลักษณ์ไทย.  กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.   รายละเอียดเนื้อหา  ความเป็นอยู่และประเพณีไทย เอกลักษณ์ไทย ประวัติศาสตร์ไทย   เลขเรียกหนังสือ   ห 392.09593 ท146อ สถานที่จัดเก็บ     หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี        


ผู้แต่ง : สุรศักดิ์ ศรีสำอางปีที่พิมพ์ : 2553 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977)      ล้านนา-สุโขทัย จารึก : สารัตถะทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ เป็นการรวมบทวิเคราะห์ทางวิชาการด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ อันเกี่ยวข้องกับงานด้านจารึกภาษาโบราณ จำนวน 5 เรื่อง คือ จารึกบนฐานพระพุทธรูป “แม่ศรีมหาตา” สะท้อนผ่านความสัมพันธ์ระหว่างล้านนา สุโขทัย และอโยธยา ต่อมาเป็น จารึกบนฐานพระพุทธรูป “พระญาศรียศราช” เป็นเรื่องราวที่มาของ ขุนพล พระญาเชลียงและศึกเมืองน่าน เมื่อพ.ศ. 1987 ต่อมาเป็นหลักฐานใหม่ทางประวัติศาสตร์ นั่นคือ จารึกบนฐานพระพุทธรูป “พระมหาเถรนาคเสน” อีกหนึ่งจารึกคือ จารึก “พระมหาเถระ มหาสามี” ราชครูกษัตริย์ “ยวน” และสุดท้ายเป็นกลุ่มจารึก “เจ้าสี่หมื่นพะเยา” ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการชำระประวัติศาสตร์เพื่อนำไปใช้ต่อยอดได้อีกหลากหลายผลงาน


ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกรมศิลปากร ชื่อเรื่อง เล่มที่ ตอนที่ หน้า วันที่ประกาศ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (เจดีย์วัดป่าบึงเขาหลวง บ้านกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี, หอไตรหนองขุหลุ บ้านขุหลุ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี) 118 พิเศษ ๒๙ ง 1 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (อาคารสถานทูตรัสเซีย (เดิม) เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 2 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดเทิง (ร้าง) บ้านทรายขาว อำเภอวังสะพุง, อาคารที่ว่าการอำเภอเมืองเลย อำเภอเมืองเลย, อาคารสุขศาลาจังหวัดเลยและอาคารพาณิชย์ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย) 118 พิเศษ ๒๙ ง 3 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดภคินีนาถ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 4 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ตึกแถวบางส่วนริมถนนอัษฎางค์, ริมถนนพระพิทักษ์, ริมถนนบ้านหม้อ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 5 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กระทรวงศึกษาธิการ (วังจันทรเกษม) เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 6 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดไก่เขี่ย อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก, วัดท่ามักกะสัง (วัดขุนตารด) อำเภอศรีสำโรง, วัดทุ่งเนินพยอม (วัดป่าแฝก) อำเภอกงไกรลาศ, วัดไทรงาม (วัดนากลาง) อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย) 118 พิเศษ ๒๙ ง 7 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ตึกแถวริมถนนหน้าพระลาน เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 8 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กู่บ้านเมย, รอยพระพุทธบาทหินลาด บ้านหนองตับเต่า, วัดบึงแก้ว บ้านชนบท, วัดมัชฌิมวิทยาราม (วัดบ้านลาน), วัดสว่างสุทธาราม บ้านหนองกุง จังหวัดขอนแก่น, กู่น้อย บ้านหมี่ จังหวัดมหาสารคาม, วัดบ้านโคก 118 พิเศษ ๒๙ ง 9 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (พระตำหนักเขาคอกคชคีรี บ้านท่าคล้อ อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี) 118 พิเศษ ๒๙ ง 11 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ป้อมพระสุเมรุ มุมถนนพระอาทิตย์เชื่อมต่อถนนพระสุเมรุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 12 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดไตรภูมิ ตำบลในเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์) 118 พิเศษ ๒๙ ง 13 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดเขานางทอง (ถ้ำนางทอง) อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 14 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดโมลีโลกยาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 15 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๒๙ ง 16 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กู่บ้านเขวา (คูมหาธาตุ เมืองย่างทิศนาค หรือ กู่) จังหวัดมหาสารคาม) 118 พิเศษ ๒๙ ง 17 ๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตท้องที่ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และ จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน ๗ แห่ง) 118 พิเศษ ๓๓ ง 1 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตท้องที่ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา และ จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๗ แห่ง) 118 พิเศษ ๓๓ ง 3 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตท้องที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน ๒ แห่ง) 118 พิเศษ ๓๓ ง 5 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตท้องที่ จังหวัดตรัง จังหวัดพังงา และ จังหวัดระนอง จำนวน ๔ แห่ง) 118 พิเศษ ๓๓ ง 6 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (อาคารโรงพิมพ์คุรุสภา (โรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวช) กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๓๓ ง 7 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตท้องที่ จังหวัดชัยนาท จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง และ จังหวัดอุทัยธานี จำนวน ๘ แห่ง) 118 พิเศษ ๓๓ ง 8 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดพระธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี) 118 พิเศษ ๓๓ ง 10 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ปราสาทเฉนียง จังหวัดสุรินทร์) 118 พิเศษ ๓๓ ง 11 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (เขาพระนารายณ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี) 118 พิเศษ ๓๓ ง 12 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (อาคารศาลจังหวัดภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต) 118 พิเศษ ๓๓ ง 13 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วังสีทา จังหวัดสระบุรี) 118 พิเศษ ๓๓ ง 14 ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในท้องที่จังหวัดสงขลา จำนวน ๒ แห่ง คือ วัดโพธิ์ และวัดพังกก) 118 พิเศษ ๘๗ ง 1 ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในท้องที่จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสมุทรสาคร จำนวน ๘ แห่ง ได้แก่ วัดเทพอาวาส วัดศรีสุริยวงศาราม โบราณสถานหมายเลข ๑ เมืองคูบัว โบราณสถานหมายเลข ๘ เมืองคูบัว โบราณสถานหมายเลข ๓๑ เมืองคูบัว โบราณส 118 พิเศษ ๘๗ ง 2 ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตกรุงเทพมหานคร ศาลากลางจังหวัดมีนบุรี) 118 พิเศษ ๘๗ ง 4 ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อสถานประกอบการค้าที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ประจำปี ๒๕๔๔ (ในท้องที่ กรุงเทพมหานคร จังหวัดนครปฐม จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดเชียงใหม่) 118 พิเศษ ๘๗ ง 5 ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตกรุงเทพมหานคร ตำหนักพรรณราย ตึกแถวบริเวณท่าเตียน โรงงานสุราบางยี่ขัน สถานีรถไฟธนบุรี วัดมกุฏกษัตริยาราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม วัดบพิตรพิมุข) 118 พิเศษ ๑๑๓ ง 1 ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ในเขตกรุงเทพมหานคร วังบางขุนพรหม (ธนาคารแห่งประเทศไทย)) 118 พิเศษ ๑๑๓ ง 3 ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดยอดทอง ในจังหวัดพิษณุโลก) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 1 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดนางพญา (เดิมชื่อ วัดนางพระยา) ในจังหวัดพิษณุโลก) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 2 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดใหม่อภัยาราม ในจังหวัดพิษณุโลก) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 3 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดหนองเกตุใหญ่ วัดหนองปรือ ในจังหวัดชลบุรี, วัดสว่างอารมณ์ วัดนครเนื่องเขต (วัดต้นตาล) ในจังหวัดฉะเชิงเทรา, วัดนาตาขวัญ วัดบ้านค่าย วัดอุดมธัญญาวาส วัดเขากระโดน ในจังหวัดระยอง และวัดทองย้อย ใ 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 4 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ศาลากลางจังหวัดชลบุรีหลังเก่า (สำนักงานสมาญศึกษาจังหวัดชลบุรี) ในจังหวัดชลบุรี และ เจดีย์กลางน้ำ และวัดตะพงใน ในจังหวัดระยอง) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 6 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ศิลาจารึกปากลำโดมน้อย อาคารพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุบลราชธานี วัดบูรพาราม ดอนขุมเงิน โรงเรียนบ้านสะพือใต้ ในจังหวัดอุบลราชธานี และ วัดจักรวาฬภูมิพินิจ วัดขอนแก่นเหนือ ในจังหวัดร้อยเอ็ด) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 7 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กู่โพนวิจ ในจังหวัดร้อยเอ็ด) 118 พิเศษ ๑๒๔ ง 9 ๑๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ข่วงสิงห์ (ร้าง) อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 1 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 2 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเพิ่มเติม (วัดพระเจ้าองค์ดำ (ร้าง) อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 3 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเพิ่มเติม (วัดธาตุน้อย (ร้าง) อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 4 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดเทพนิมิตร อำเภอปะนาเระ และมัสยิดรายอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 5 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ภาพเขียนสีเขายะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 6 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่, วัดกู่ขาว (ร้าง) วัดกู่เฮือง (ร้าง) เจดีย์ธาตุกุด วัดร้างดอนป่าตัน วัดกู่ป่าลาน จังหวัดลำพูน และวัดพระธาตุลานเตี้ย วัดบุนนาค (หนองบัว) ร้าง จังหวัดพะเยา) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 7 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดกุมกาม (ร้าง) วัดช้างค้ำ (กานโถม) วัดหัวหนอง (ร้าง) วัดป่าเขตต์ (ร้าง) วัดนางเหลียว (ร้าง) ในท้องที่จังหวัดเชียงใหม่) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 9 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดชายนา วัดท่าพญา วัดพัทธสีมา จังหวัดนครศรีธรรมราช, วัดเขาพระอานนท์ วัดพัฒนาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ วัดสวี จังหวัดชุมพร) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 10 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (กู่โนนแท่น จังหวัดขอนแก่น, วัดโพธิ์ชัย จังหวัดมหาสารคาม) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 12 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดสระทอง (อุโบสถ) สิมวัดไชยศรี (อุโบสถ) สิมวัดสระบัวแก้ว (อุโบสถ) สิมวัดสนวนวารีพัฒนาราม (อุโบสถ) จังหวัดขอนแก่น และวัดศรีคูณเมือง สิมไม้วัดเจริญทรงธรรม (อุโบสถ) จังหวัดหนองบัวลำภู) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 13 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดอู่ตะเภา จังหวัดสุพรรณบุรี) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 15 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (วัดบางไกรใน จังหวัดนนทบุรี) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 16 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ตึกแถวริมถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 17 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (เจดีย์สามสบ วัดหินแหลม จังหวัดกาญจนบุรี, ศาลาตึก โรงเรียนราชินีบูรณะ จังหวัดนครปฐม, วัดสักน้อย (ร้าง) จังหวัดนนทบุรี, วัดสองพี่น้อง จังหวัดปทุมธานี และวัดบ้านทึง จังหวัด สุพรรณบุรี) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 18 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (โรงเรียนเปาโรหิตย์ สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี หอการค้าไทย-จีน (เดิม) ห้องสมุดเนียลสัน เฮล์ กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 20 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔ ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน (ศาลเจ้ากวางตุ้ง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร) 118 พิเศษ ๑๒๗ ง 21 ๒๑ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๔



ราชบัลลังก์ ย่อมเป็นที่ปรารถนาของคนที่มีวาสนาอาจไขว่คว้าได้ถึง แม้จะต้องเข่นฆ่ากันระหว่างพี่กับน้อง พ่อกับลูก ก็เคยมีมาแล้วในอดีต แต่ก็มีกษัตริย์พระองค์หนึ่งของกรุงศรีอยุธยา แม้จะขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้องตามราชประเพณี แต่เมื่อทรงทราบว่า มีคนอื่นอยากได้จนตัวสั่น ก็ยอมสละให้แต่โดยดีขณะที่ครองราชบัลลังก์มาได้เพียง ๑๐ วัน ด้วยมีพระราชประสงค์จะหาความสงบสุขทางใจมากกว่าพระราชอำนาจบนราชบัลลังก์ อนุสรณ์สถานปลีกวิเวกของพระองค์ ก็ยังคงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ มีชื่อว่า “พระตำหนักคำหยาด” ที่ใกล้วัดคำหยาด ในอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ส่วนพระมหากษัตริย์ที่สละราชบัลลังก์มาปลีกวิเวกอยู่ที่นี่ ก็คือ สมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ ๔ หรือเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในพระนาม “พระเจ้าอุทุมพร” กษัตริย์พระองค์ที่ ๓๒ รองสุดท้ายของกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าอุทุมพรเป็นราชโอรสในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ตอนที่พระราชชนนีทรงครรภ์นั้น พระราชบิดาทรงพระสุบินว่ามีผู้ถวายดอกมะเดื่อให้ จึงพระราชทานพระนามว่า เจ้าฟ้าอุทุมพรราชกุมาร แต่เรียกกันทั่วไปว่า “เจ้าฟ้าดอกมะเดื่อ” เมื่อตำแหน่งรัชทายาทว่างลง เนื่องจาก “เจ้าฟ้ากุ้ง” หรือ “เจ้าฟ้าธรรมธิเบศ ราชโอรสองค์โตต้องพระราชอาญาถึงสิ้นพระชนม์ ขุนนางข้าราชการทูลขอให้ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิตขึ้นเป็นรัชทายาทแทน แต่เจ้าฟ้าอุทุมพรกลับขอให้สถาปนาพระเชษฐา กรมหลวงอนุรักษ์มนตรี หรือ เจ้าฟ้าเอกทัศน์ ขึ้นเป็นรัชทายาท แต่พระราชบิดาไม่ทรงยินยอม รับสั่งว่า “กรมขุนอนุรักษ์มนตรีนั้นโฉดเขลา หาสติปัญญาและความเพียรมิได้ ถ้าจะให้ดำรงฐานาศักดิ์มหาอุปราชสำเร็จราชการกึ่งหนึ่งนั้น บ้านเมืองก็จะเกิดภัยพิบัติเสียหาย เห็นแต่กรมขุนพรพินิตกอปรด้วยสติปัญญาเฉลียวฉลาดหลักแหลม สมควรจะดำรงเศวตฉัตรครองสมบัติรักษาแผ่นดินสืบไปได้ เหมือนดังคำปรึกษาด้วยท้าวพระยามุขมนตรีทั้งปวง” จึงมีพระราชโองการให้เจ้าฟ้าเอกทัศน์ออกผนวช และสถาปนาเจ้าฟ้าอุทุมพรขึ้นเป็นมหาอุปราช ในปี พ.ศ.๒๓๐๑ พระเจ้าอยู่หัวประชวรหนัก รับสั่งให้พระราชโอรสที่มีบทบาทสำคัญเข้าเฝ้า ตรัสมอบสมบัติให้เจ้าฟ้าอุทุมพร และให้คนอื่นๆถวายสัตย์ยอมเป็นข้าทูลละออง เจ้าฟ้าเอกทัศน์ทราบข่าวก็รีบลาผนวชกลับมาอยู่วัง รอขึ้นครองราชย์แทน ด้วยถือว่าพระองค์เป็นพระราชโอรสที่อาวุโสที่สุด เมื่อพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสวรรคต ขุนนางข้าราชการก็อัญเชิญเจ้าฟ้าอุทุมพรขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติตามพระบรมราชโองการ แต่เจ้าฟ้าเอกทัศน์กลับเสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ ซึ่งเป็นที่ประทับของกษัตริย์ เจ้าฟ้าอุทุมพรเห็นว่าพระเชษฐาอยากครองราชย์เต็มที่ เลยสละราชสมบัติให้หลังจากครองราชย์ได้เพียง ๑๐ วัน แล้วเสด็จออกผนวชที่วัดประดู่ เจ้าฟ้าเอกทัศน์ขึ้นครองราชย์เป็น สมเด็จพระบรมราชาที่ ๓ หรือ พระเจ้าอยู่หัวพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ แต่รู้จักกันทั่วไปในนาม พระเจ้าเอกทัศน์ หรือ “ขุนหลวงขี้เรื้อน” กษัตริย์องค์สุดท้ายของกรุงศรีอยุธยาที่เสียเมืองแก่พม่าอย่างยับเยิน เจ้าฟ้าเอกทัศน์บริหารราชการแผ่นดินตามที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศคาดไว้ไม่มีผิด ข้าราชการสอพลอได้ดิบได้ดี ขุนนางกลุ่มหนึ่งจึงไปเข้าเฝ้าเจ้าฟ้าอุทุมพรขอให้สึกออกมากอบกู้บ้านเมืองก่อนที่จะล่มสลาย เจ้าฟ้าพระภิกษุรับสั่งว่า “รูปเป็นสมณะ จะคิดอ่านการแผ่นดินนั้นไม่ควร ท่านทั้งปวงเห็นควรประการใดก็ตามแต่จะคิดกัน” ผู้เข้าเฝ้าตีความเอาเองว่าทรงเอาด้วย จึงไปเริ่มดำเนินการ แต่เจ้าฟ้าอุทุมพรกลับเกรงว่าเมื่อทำการสำเร็จแล้วผู้ก่อการอาจจับทั้งพระเชษฐาและพระองค์สำเร็จโทษ ขึ้นครองราชย์เสียเอง จึงนำความไปทูลเจ้าฟ้าเอกทัศน์ ผู้ก่อการทั้งหมดเลยถูกจับ แต่โทษประหารนั้นเจ้าฟ้าอุทุมพรทูลขอไว้ เลยต้องโทษเพียงจองจำ ในปี พ.ศ.๒๓๐๒ พระเจ้าอลองพญา กษัตริย์พม่า ยกทัพมาตีไทย ตีหัวเมืองได้ตลอดจนมาถึงกรุงศรีอยุธยา ขุนนางข้าราชการเห็นว่าพระเจ้าเอกทัศน์รักษาบ้านเมืองไว้ไม่ได้แน่ จึงทูลขอให้เจ้าฟ้าอุทุมพรลาผนวชมาช่วยรักษาพระนคร พระเจ้าเอกทัศน์ก็ยอม เพราะจนปัญญาไม่รู้ว่าจะสั่งสู้พม่าได้อย่างไร เจ้าฟ้าอุทุมพรจึงลาผนวชมาบัญชาการรบ พอดีพระเจ้าอลองพญาถูกปืนใหญ่ของตัวเองระเบิด ประชวรหนักจนต้องเลิกทัพกลับไป และสิ้นพระชนม์เมื่อออกไปพ้นด่านเมืองตาก เมื่อเสร็จศึกพม่า พระเจ้าเอกทัศน์ก็แสดงความไม่ต้องการพระอนุชาอีก ค่ำวันหนึ่งเจ้าฟ้าอุทุมพรเข้าเฝ้าถวายข้อราชการตามปกติ พระเจ้าเอกทัศน์รับสั่งให้เข้าเฝ้าถึงในพระที่ แต่ทรงถอดดาบพาดไว้บนพระเพลา เจ้าฟ้าอุทุมพรก็รู้ความหมายว่าพระเชษฐาไม่ไว้วางพระทัย จึงเสด็จลงเรือพระที่นั่งไปทรงผนวชที่วัดโพธิ์ทองคำหยาด และไปประทับที่พระตำหนักคำหยาด ซึ่งพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศผู้เป็นพระราชบิดาสร้างไว้เป็นที่ประทับแรมเมื่อเสด็จประพาสเมืองอ่างทอง ราษฎรจึงพากันขนานพระนามพระองค์ว่า “ขุนหลวงหาวัด” ในปี พ.ศ.๒๓๐๗ พระเจ้ามังระ พระโอรสของพระเจ้าอลองพญา ส่งเนเมียวสีหบดีเป็นแม่ทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีก พระเจ้าเอกทัศน์รับสั่งให้นิมนต์พระราชาคณะเข้ามาอยู่เสียในกำแพงพระนครเพื่อความปลอดภัย พระภิกษุเจ้าฟ้าอุทุมพรก็เสด็จมาด้วย ขุนนางข้าราชการจึงทูลขอให้ลาผนวชมาช่วยป้องกันพระนคร แต่เจ้าฟ้าอุทุมพรเข็ดเสียแล้ว แม้ราษฎรจะเขียนหนังสือใส่บาตรจนเต็มตอนออกบิณฑบาตรก็ไม่ยอม จนปี พ.ศ.๒๓๑๐ กรุงศรีอยุธยาก็แตกเสียเมืองแก่พม่า พระเจ้าเอกทัศน์หนีไปได้ แต่ก็ต้องสิ้นพระชนม์เพราะอดพระกระยาหารขณะไปหลบซ่อนพม่า เนเมียวสีหบดีได้กวาดต้อนชาวกรุงศรีอยุธยารวมทั้งพระภิกษุเจ้าฟ้าอุทุมพรไปพม่า พระเจ้ามังระให้คนไทยที่ถูกกวาดต้อนไปลำดับเรื่องราวในพงศาวดารไทยจดบันทึกไว้ ต่อมาใน พ.ศ.๒๔๙๒ อังกฤษยึดพม่าได้ พบหนังสือเล่มนี้อยู่ในหอหลวงพระราชวังมัณฑเล มีชื่อว่า “คำให้การของขุนหลวงหาวัด” จึงนำไปไว้ในหอสมุดเมืองร่างกุ้ง ต่อมาหอวชิรญาณได้ขอคัดลอกมาแปลเป็นภาษาไทย แต่เห็นว่าเป็นคำให้การของคนไทยที่ถูกกวาดต้อนไปหลายคน ไม่ใช่เจ้าฟ้าอุทุมพรเพียงพระองค์เดียว จึงเรียกชื่อเสียใหม่ว่า “คำให้การของชาวกรุงเก่า” พระเจ้าอุทุมพร กษัตริย์พระองค์ที่ ๓๒ ของกรุงศรีอยุธยา ไม่มีโอกาสได้กลับมาแผ่นดินบ้านเกิด คงสวรรคตที่ประเทศพม่า ปัจจุบัน “พระตำหนักคำหยาด” ซึ่งถูกทอดทิ้งให้รกร้างมาเป็นเวลานานเหลือแต่เพียงผนังอิฐ ๔ ด้าน ประตูและหน้าต่างมีลักษณะโค้งยอดแหลม เหมือนสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ได้รับอิทธิพลมาจากเปอร์เซีย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ เป็นอนุสรณ์ให้นึกถึง “ขุนหลวงหาวัด” ซึ่งน้อยนักที่จะมีผู้ไม่ปรารถนาในพระราชบัลลังก์เช่นพระองค์






black ribbon.