ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,503 รายการ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง
เล่มที่
ตอนที่
หน้า
วันที่ประกาศ
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อสถานประกอบการค้าทีได้รับอนุญาตให้ทำการค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุประจำปี ๒๕๔๔ (เพิ่มเติม)
119
พิเศษ ๖๑ ง
11
๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ [พระพุทธรูป จำนวน ๒ รายการ วัดทองแท่งนิสยาราม จังหวัดลพบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
1
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ [พระพุทธรูป จำนวน ๗ รายการ วัดพระเหลาเทพนิมิต , พระพุทธรูป จำนวน ๓ รายการ วัดไชยาติการาม จังหวัดอำนาจเจริญ, พระพุทธรูป จำนวน ๒ รายการ วัดจอมแจ้ง (ภูนก) จังหวัดสุโขทัย, พระพุทธรูป จำนวน ๒ รายการวัดม
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
2
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดพรหมพะแนง (ร้าง) จังหวัดปราจีนบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
5
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เนินดินแดง จังหวัดเพชรบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
6
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดโคกมะเฟือง วัดโคกมะม่วง จังหวัดนราธิวาส, วัดควนใน จังหวัดปัตตานี, พังพระ จังหวัดสงขลา]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
7
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดลุมพินี จังหวัดพังงา, สโมสรข้าราชการจังหวัดตรัง วัดมงคลสถาน, วิหารคริสต์จักรตรัง, พระปรมาภิไธยย่อ ปปร., ปภร. และ พระนามาภิไธยย่อ สก., จวนผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง จังหวัดตรัง]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
8
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [พระธาตุแก้งกอย จังหวัดชัยภูมิ, วัดประทุมธรรมชาติ, ปราสาทแก้ว จังหวัดสุรินทร์]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
9
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดสนามพราหมณ์ จังหวัดเพชรบุรี, วัดราษฎร์บำรุง (หงอนไก่), วัดเกาะ จังหวัดสมุทรสาคร, วัดกิ่งแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
10
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ปราสาทกำแพงน้อย จังหวัดศรีสะเกษ]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
11
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขาน้ำร้อน จังหวัดสุราษฎร์ธานี]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
12
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเพิ่มเติม [วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) จังหวัดนราธิวาส]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
13
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานเพิ่มเติม [เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์]
119
พิเศษ ๑๑๗ ง
14
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เมืองพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
1
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดประดู่ (ร้าง), วัดกลาง (ร้าง), วัดกุฎ (ร้าง) จังหวัดลพบุรี วัดสมุหประดิษฐาราม จังหวัดสระบุรี ศาลจังหวัดอ่างทอง (หลังเก่า) จังหวัดอ่างทอง]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
2
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดโบสถ์ จังหวัดชลบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
3
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ที่ว่าการอำเภอตะกั่วป่า (หลังเก่า), จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, ถ้ำสุวรรณคูหา จังหวัดพังงา, เนินประวัติศาสตร์ (บริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๕) จังหวัดระนอง, บ้านตระกูลคีรีรัตน์ จังหวัดตรัง,วัดมง
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
4
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [คันดินโบราณเมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
6
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) จังหวัดสระบุรี, ตำหนักเจ้าฟ้าสร้าง, วัดตลาด, วัดท่าซุงทักษิณาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
7
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ธาตุกุดจอก จังหวัดชัยภูมิ]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
8
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [โบราณสถานศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
9
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
10
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดมหาธาตุ จังหวัดชัยนาท]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
11
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดหน้าเมือง จังหวัดพังงา]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
12
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน [กู่สวนแตง จังหวัดบุรีรัมย์]
119
พิเศษ ๑๑๙ ง
13
๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดบ้านกู่ (วัดชัยมงคล) วัดโพธาราม จังหวัดมหาสารคาม, วัดมหาธาตุ จังหวัดเลย, วัดศรีธาตุการาม จังหวัดสกลนคร, วัดป่าพระธาตุกู่ วัดธาตุเมืองพิณ จังหวัดหนองบัวลำภู]
119
พิเศษ ๑๒๙ ง
1
๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดผาผ่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ดงเวียงแก่น จังหวัดเเชียงราย, วัดพระอุด จังหวัดเชียงใหม่]
119
พิเศษ ๑๒๙ ง
3
๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดกู่อ้ายสี, วัดกู่ป้าด้อม, วัดกุมกามทีปราม จังหวัดเชียงใหม่]
119
พิเศษ ๑๒๙ ง
4
๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดเกวียนหัก วัดตะกาดเง้า จังหวัดจันทบุรี, วัดบางปรง จังหวัดฉะเชิงเทรา, วัดใหญ่อินทาราม วัดบางพระวรวิหาร วัดต้นสน จังหวัดชลบุรี, วัดยายเม้าเตี้ย จังหวัดปราจีนบุรี]
119
พิเศษ ๑๒๙ ง
6
๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ป้อมไพรีพินาศ จังหวัดจันทบุรี]
119
พิเศษ ๑๒๙ ง
7
๒๖ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดโพธิ์ชัย จังหวัดกาฬสินธุ์, วัดสระเกตุ, วัดธาตุนาใหญ่, วัดมาลาภิรมย์, เจดีย์ (ธาตุ) วัดเบญจ์,วัดศรีฐาน, วัดเจริญราษฎร์ จังหวัดร้อยเอ็ด, วัดธรรมรังษีนิคมเขต, เจดีย์วัดสิงห์ท่า จังหวัดยโสธรวัด
119
พิเศษ ๑๓๑ ง
1
๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำเพ็ง, ห้างทองตั้งโต๊ะกัง, กรมอู่ทหารเรือ (ปล่องควันหม้อน้ำ), อาคารศุลกสถาน (สถานีตำรวจดับเพลิงบางรัก), ที่หลบภัยสาธารณะในสวนสัตว์ดุสิต, สำนักงานประปา สาขาแม้นศรีพระราชวังสร
119
พิเศษ ๑๓๑ ง
3
๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขาตาพัน,วัดวังพระธาตุ จังหวัดกำแพงเพชร, วัดท้อแท้ (ร้าง), วัดหลังศาล (ร้าง), วัดระฆังเงิน (ร้าง) จังหวัดพิษณุโลก, วัดดอนข่อยเขาแก้ว จังหวัดตาก, วัดสุนทร (ร้าง), เขื่อนกั้นน้ำโบราณ (สรีดภงส์ ๒
119
พิเศษ ๑๓๒ ง
1
๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง รายชื่อสถานประกอบการค้าที่ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ประจำปี ๒๕๔๖
120
พิเศษ ๑๔๙ ง
3
๒๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๖
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี]
121
พิเศษ ๕๒ ง
1
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดฉะเชิงเทรา]
121
พิเศษ ๕๒ ง
2
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดกระบี่, ตรัง และพังงา]
121
พิเศษ ๕๒ ง
3
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดสงขลา และปัตตานี]
121
พิเศษ ๕๒ ง
4
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดระนอง]
121
พิเศษ ๕๒ ง
5
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี]
121
พิเศษ ๕๒ ง
6
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดเชียงใหม่ และพะเยา]
121
พิเศษ ๕๒ ง
7
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [เขตท้องที่จังหวัดมุกดาหาร และอำนาจเจริญ]
121
พิเศษ ๕๒ ง
8
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดสุราษฎร์ธานี]
121
พิเศษ ๕๓ ง
1
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดสกลนคร]
121
พิเศษ ๕๓ ง
2
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดขอนแก่น]
121
พิเศษ ๕๓ ง
3
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]
121
พิเศษ ๕๓ ง
4
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดอุบลราชธานี]
121
พิเศษ ๕๓ ง
5
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดนครศรีธรรมราช]
121
พิเศษ ๕๓ ง
6
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดพัทลุง]
121
พิเศษ ๕๓ ง
7
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดพระนครศรีอยุธยา]
121
พิเศษ ๕๓ ง
8
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน [จังหวัดมหาสารคาม]
121
พิเศษ ๕๓ ง
9
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน [โบราณสถานตึก (ที่ทำการ) กรมสารวัตรทหารบก แขวงวชิระ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร]
121
พิเศษ ๕๓ ง
10
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน [วัดพระปรางค์ หมู่ที่ ๙ ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี]
121
พิเศษ ๕๓ ง
11
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขเขตที่ดินโบราณสถาน [โบราณสถานวัดศรีรองเมือง ตำบลสบตุ๋ย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง]
121
พิเศษ ๕๓ ง
12
๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ
121
พิเศษ ๕๕ ง
1
๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗
ปราสาทตาเมือนตู๊จ
ที่ตั้ง บ้านหนองคันนา ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
อายุสมัย อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
รายละเอียด
ปราสาทตาเมือนตู๊จ เป็นศาสนสถานพยาบาลเรียกว่า “อโรคยศาล” เพื่อให้เป็นสถานที่รักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วย สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมของอโรคยศาล จะมีลักษณะเหมือนกันทุกแห่ง คือ ปราสาทประธาน ๑ หลัง สร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม ส่วนยอดสลักด้วยหินทราย ลายกลีบบัว มีประตูทางเข้าออกด้านเดียว ส่วนอีก ๓ ด้านทำเป็นประตูหลอก ประตูทางเข้าออกนี้ทำเป็นห้องยาวๆ ด้านหน้าเป็นมุข หลังคาทำจากหินทรายและศิลาแลง และด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีบรรณาลัยสร้างด้วยหินทรายและศิลาแลง แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูทางเข้าออก ๑ ประตู ด้านทิศตะวันออก ทั้งหมดอยู่ในเขตกำแพงแก้วและซุ้มประตูสร้างด้วยศิลาแลง กำแพงแก้วมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีซุ้มประตูอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ซึ่งแบ่งออกเป็น ๓ คูหา และบริเวณคูหากลางพบศิลาจารึก ๑ หลัก ปัจจุบันอยู่ที่อาคารหอพระสมุดวชิรญาณ กรุงเทพมหานคร เป็นจารึกอักษรขอม ภาษาสันสกฤต สร้างขึ้นเมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ข้อความกล่าวถึง“พระไภษัชยครุไวฑูรยะ”หมายถึงพระโพธิสัตว์ผู้ประทานความไม่มีโรคแก่ประชาชนผู้นับถือ และกล่าวถึงเรื่องการสร้างอโรคยศาล หรือโรงพยาบาลให้เป็นสถานที่รักษาโรค โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงบริจาควัสดุอุปกรณ์พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ให้อยู่ประจำสถานพยาบาลด้วย ส่วนด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาท นอกกำแพงแก้วมีสระน้ำ ๑ สระ
ปัจจุบันปราสาทตาเมือนตู๊จได้รับการบูรณะแล้ว
การเดินทางจากอำเภอเมืองสุรินทร์ ถนนหมายเลข ๒๑๔ ถึงอำเภอปราสาทเลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข ๒๔ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข ๒๓๙๗ เลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข ๒๒๔ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข ๒๔๐๗ ระยะทาง ๘๑.๔ กิโลเมตร
วันพุธที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๐๐ น. นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน ๑๕ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง โดยมีนางสาวภัสอาภา ธีรวุฒิชูวงศ์ และ นางสาวพรศิริ เลิศเสถียรชัย ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ เป็นวิทยากรนำชม
โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่
ด้าน เครื่องเคลือบดินเผา ระหว่างไทย - ญี่ปุ่น ปีงบประมาณ ๒๕๕๔
ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๔
ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา
ร่วมพิธีเปิดกิจกรรมงานวันวิชาการประจำปีการศึกษา ๒๕๖๑
ของวิทยาลัยนาฏศิลป์นครราชสีมา
ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่านครราชสีมา วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๒
สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา เข้าร่วมกิจกรรมในงาน ๑๐๘ ปีแห่งการสถาปนากรมศิลปากร (๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒) และเปิดนิทรรศการ “หนึ่งจังหวัด...หนึ่งสุดยอดมรดกศิลปวัฒนธรรม” พร้อมทั้งการออกร้าน Creative Fine Arts ของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากร โดยมีอดีตผู้บริหาร ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และประชาชนร่วมงานจำนวนมาก ระหว่างวันที่ ๒๕-๒๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
บทความ จาก พิพิธภัณฑสาร ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 (มกราคม - มีนาคม พ.ศ. 2557)
แหล่งเตาเผาบ้านบางปูน เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี หรือแม่น้ำท่าจีน พบร่องรอยเตาเผาและชิ้นส่วนภาชนะกระจายเป็นทางยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ในเขตตำบลรั้วใหญ่ ตำบลพิหารแดง ตำบลโพธิ์พระยา และตำบลสนามชัย อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองสุพรรณบุรีไปทางทิศเหนือราว ๗.๕ กิโลเมตร เตาเผาบ้านบางปูนมีลักษณะเป็นเตาแบบระบายความร้อนแนวนอนหรือแนวระนาบ (crossdraft kilns)หลังคาเตาโค้งรีคล้ายประทุนเรือหรือหลังเต่า ใช้ไม้ไผ่เป็นโครงสร้างหลังคาแล้วพอกด้วยดินเหนียวจนทั่ว อาจมีการสุมไฟเพื่อไล่ความชื้นและทำให้โครงสร้างเตาที่ประกอบด้วยดินผสมวัสดุอื่น ๆ อยู่ตัว แต่โครงสร้างที่มีเพียงดินยึดกันเช่นนี้ ทำให้ส่วนหลังคาเตายุบตัวลงก่อนเสมอ ส่วนประกอบของเตาแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน ๑. ห้องบรรจุเชื้อเพลิง (fire box)อยู่ต่ำกว่าส่วนอื่น พื้นห้องลาดเอียงราว ๑๐-๑๕ องศา มีช่องใส่ฟืนด้านหน้าเป็นรูปโค้ง และเป็นช่องสำหรับนำภาชนะเข้าไปในเตา ๒. ห้องวางภาชนะ (firing chamber) พื้นห้องยกสูงขึ้นจากห้องบรรจุเชื้อเพลิงราว ๖๐ เซนติเมตร มีพื้นที่มากกว่าส่วนอื่น เพราะต้องนำภาชนะเข้ามาจัดวางเพื่อเผา ผนังหนาประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร มักแตกร้าวเพราะการหดตัวของดิน ๓. ปล่องไฟ (Chimney) เป็นปล่องระบายความร้อนและควันไฟ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม แตกต่างจากปล่องไฟของแหล่งเตาอื่นที่มีลักษณะเป็นวงกลม เครื่องปั้นดินเผาที่ได้จากแหล่งเตาบ้านบางปูน เป็นภาชนะทรงชาม อ่าง ไหก้นกลม และไหเท้าช้างมีการขึ้นรูปด้วยวิธีขดดินเป็นเส้นและใช้แป้นหมุน เมื่อนำไปเผาด้วยอุณหภูมิความร้อนที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้ได้ภาชนะทั้งประเภทเนื้อดิน (earthenware) และเนื้อแกร่ง (stoneware) ซึ่งมีความคงทนแตกต่างกัน การตกแต่งภาชนะมีทั้งการเคลือบน้ำดิน เขียนสี ขุดเป็นลายรูปเมล็ดข้าว ลายซี่หวี ลายขูดขีดโครงร่างรูปสัตว์ และลายกดประทับในกรอบสี่เหลี่ยม ซึ่งนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน ลวดลายกดประทับที่พบ ได้แก่ ๑. ลายหงส์ ๒. ลายกลีบบัว คล้ายลายเฟื่องอุบะหรือลายกรุยเชิง ๓. ลายเทพนม เป็นภาพบุคคลสวมเครื่องประดับ พนมมือไว้ที่อก ขาทั้งสองข้างอยู่ในลักษณะคล้ายท่าเหาะ ๔. ลายในกรอบรูปกลีบบัว เป็นบุคคลสวมเครื่องประดับนั่งชันเข่า มือซ้ายวางบนเข่า ส่วนมือขวายกเสมอศีรษะ ๕. ลายบุคคลคล้องช้าง เป็นบุคคลสวมเครื่องประดับ ถือคันจาม (ไม้ยาวติดเชือกบาศ ใช้ถือเวลาคล้องช้าง) ด้านหน้าบุคคลมีช้างสวมเครื่องประดับ แสดงให้เห็นว่าการคล้องช้างเป็นประเพณีของชนชั้นสูงที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนอยุธยา-รัตนโกสินทร์ ๖. ลายพระราชพิธีพืชมงคลและจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นภาพบุคคลสวมเครื่องประดับถือคันไถเทียมวัว ๑ คู่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนที่มีการทำนา ปลูกข้าวเป็นหลัก จึงได้เกิดพระราชพิธีตามความเชื่อ เพื่อบูชาเทวดาและทำขวัญพืชพันธุ์ให้มีความอุดมสมบูรณ์ ๗. ลายนักรบบนหลังม้า ๘. ลายบุคคลกำลังขึ้นม้า ๙. ลายนักรบถืออาวุธและโล่ ๑๐. ลายนักรบบนหลังช้าง ลักษณะการทำลวดลายในกรอบสี่เหลี่ยมเป็นสิ่งที่พบเห็นได้จากหลักฐานในวัฒนธรรมทวารวดี เช่น ภาพปูนปั้นประดับฐานเจดีย์ อาจแสดงให้เห็นความสัมพันธ์บางประการที่สืบเนื่องต่อมาในช่วงหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ส่วนรายละเอียดของลวดลายนั้นมีความคล้ายคลึงกับลายบนภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ และเครื่องถ้วยเขมร ที่พบในประเทศกัมพูชา เช่น ลายคลื่น ลายเม็ดพริก ลายเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ รวมไปถึงลายรูปบุคคลที่มีการสวมเครื่องประดับและแต่งกายคล้ายภาพสลักที่ปรากฏบนปราสาทบายน ในประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ยังพบว่าลวดลายกลีบบัวคล้ายกับลายกรุยเชิงประดับปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดไก่เตี้ย จังหวัดสุพรรณบุรี ในสมัยอยุธยาตอนต้น ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐ ส่วนลายกระหนกที่ใช้ประกอบรูปบุคคลในกรอบสี่เหลี่ยม คล้ายกับลายกระหนกที่ใช้ตกแต่งบนแผ่นทองกรอบสี่เหลี่ยมฉลุรูปม้า ซึ่งได้จากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะเช่นกัน การศึกษาภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาบ้านบางปูน ทำให้เห็นความสัมพันธ์ของเมืองต่าง ๆ ผ่านการรับส่งอิทธิพลซึ่งกันและกัน ดังลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะ และยังสะท้อนให้เห็นเรื่องราวของผู้คนในอดีต ทั้งด้านวิถีชีวิต ด้านความเชื่อ ด้านประเพณี ด้านการรบ รวมไปถึงความรู้ด้านเทคนิคเทคโนโลยีในการผลิตภาชนะของแหล่งเตาเผาบ้านบางปูน เอกสารอ้างอิง จารึก วิไลแก้ว, ๒๕๓๑.แหล่งเตาเผาบ้านบางปูน. กรุงเทพฯ : โครงการโบราณคดีประเทศไทยกองโบราณคดี กรมศิลปากร. เกศรินทร์ แซ่เบ๊, ๒๕๔๙. วิเคราะห์งานศึกษาเครื่องถ้วยแหล่งเต่าสุพรรณบุรีที่บ้านบางปูน อำเภอเมือง จังหวัด สุพรรณบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพฯ. นิภา สังคนาคินทร์, เรียบเรียง, ๒๕๕๘.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ : บริษัท พรทรัพย์การพิมพ์ จำกัด. ที่มาของข้อมูล : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี