ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 52,431 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.781/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 24 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก 3ก (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
วธ. ยืนยันปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา
เป็นโบราณสถานของไทย มอบกรมศิลป์เดินหน้าบูรณะ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.00 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการบูรณะปราสาทตาควาย กลุ่มปราสาทตาเมือนและโบราณสถานตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้แทนกองทัพบก ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานร่วมบูรณาการด้านความมั่นคงของชาติ เข้าร่วมฯ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีกัมพูชายื่นหนังสือประท้วง ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมของไทยหยุดดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณะปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน โดยอ้างว่าเป็นของกัมพูชานั้น กระทรวงวัฒนธรรมขอชี้แจงว่า ปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือน เป็นโบราณสถานของไทย ทั้งนี้ ปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาเมือนโต๊ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่ พ.ศ. 2478 และรัฐบาลไทยได้อนุมัติงบประมาณในการบูรณะ ระหว่างปี พ.ศ. 2533 - 2539 จนสามารถบูรณะปราสาทประธานแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยปราศจากการทักท้วง หรือคัดค้านจากฝ่ายกัมพูชา
สำหรับปราสาทตาควาย เป็นโบราณสถานซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการสำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนของไทย มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 – 2545 มีการจัดทำรายงานการสำรวจทางโบราณคดีเป็นหลักฐาน ซึ่งขณะดำเนินการสำรวจครั้งนั้น เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรยืนยันได้ว่า ไม่ปรากฏเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายกัมพูชาอยู่ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ดินแดนประเทศไทย สภาพในเวลานั้น ตัวปราสาทตาควายยังมีความสมบูรณ์ กรมศิลปากรจึงไม่ได้ตั้งงบประมาณในการบูรณะ แต่ได้บรรจุในบัญชีรายชื่อโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน
เหตุการณ์การปะทะของทหารไทยและกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาได้ใช้ปราสาทตาควายเป็นฐานที่มั่นทางการทหาร ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักต่อโบราณสถาน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าผิดต่อหลักการสากล ที่ห้ามใช้โบราณสถานเป็นที่มั่นหรือฐานปฏิบัติการทางทหาร ต่อมาภายหลังการหยุดยิง และประเทศไทยสามารถสถาปนาพื้นที่เหนือดินแดนปราสาทตาควาย และกลุ่มปราสาทตาเมือนไว้ได้ สภาพที่ปรากฏคือ ความเสียหายอย่างมากของปราสาทตาควาย และร่องรอยความเสียหายของกลุ่มปราสาทตาเมือน กระทรวงวัฒนธรรมจึงมอบหมายให้กรมศิลปากรทำการสำรวจเพื่อเตรียมการบูรณะโดยทันที ซึ่งได้รับความร่วมมือจากกองทัพภาคที่ 2 เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้วางทุ่นระเบิดจำนวนมาก ภายในตัวปราสาทและบริเวณโดยรอบ อันเป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง ในการทำงานสำรวจและบูรณะโบราณสถาน ทั้งนี้ ผลจากการสำรวจพบว่า ปราสาทตาควายจำเป็นต้องรีบดำเนินการบูรณะโดยด่วน เนื่องจากโครงสร้างของตัวปราสาท ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง
“กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ซึ่งมีผลจากการที่ฝ่ายกัมพูชาเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการทหาร โดยไม่คำนึงถึงหลักการที่นานาอารยประเทศยอมรับร่วมกัน ทำให้โบราณสถานซึ่งเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญของมวลมนุษยชาติต้องถูกทำลายลง ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังคงยืนยันถึงความจำเป็นและความชอบธรรมในการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทตาควายและกลุ่มปราสาทตาเมือน รวมทั้งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดน ที่มีสถานะเป็นโบราณสถานของไทย และตั้งอยู่บนดินแดนของประเทศไทย” นางสาวซาบีดา กล่าว
ภาพ : ปราสาทตาควายก่อนการปะทะ
ภาพ: ปราสาทตาควายหลังการปะทะภาพ: ปราสาทตาเมือนธมก่อนการปะทะ
ภาพ: ปราสาทตาเมือนธมหลังการปะทะ
วันจันทร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙..๓๐ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานการประชุมชี้แจงการปฏิบัติและร่วมฝึกซักซ้อมผู้บริหารกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เดินเคียงในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้ผู้บริหารมีความพร้อม และวางแผนการฝึกซ้อมการเดินในริ้วขบวนฯ ได้อย่างถูกต้องและสมพระเกียรติ
ในการนี้ พ.อ.รณภัทร เชาวนเกตุ รองฯ ผอ.กรม สน.พล.ร.11 ได้กล่าวนำการชี้แจงการปฏิบัติและการฝึกซักซ้อมผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับคณะชุดครูฝึก โดยมีนางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาววิภารัตน์ ประดิษฐอาชีพ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ร่วมสังเกตุการณ์ และนายทศพร ศรีสมาน รองอธิบดีกรมศิลปากร นายชิณวุฒิ วิลยาลัย รองอธิบดีกรมศิลปากร ผู้ทรงคุณวุฒิกรมศิลปากร และผู้บริหารระดับสูงกรมศิลปากร เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๘ , ห้องประชุม ชั้น ๕ อาคารกรมศิลปากร เทเวศร์ กรมศิลปากร
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันผ้าไทยแห่งชาติ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2569 กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการ เรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู สืบทอด พัฒนา และเผยแพร่งานประณีตศิลป์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย ให้เป็นสมบัติศิลป์อันงดงามและทรงคุณค่าคู่แผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน โดยนิทรรศการฯ นำเสนอความรู้เกี่ยวกับผ้าและสิ่งทออันงดงามของไทย โดยเฉพาะผ้าทอมือชิ้นเยี่ยมแบบต่าง ๆ ของแต่ละภูมิภาค และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ชิ้นเยี่ยมที่เป็นมรดกของแผ่นดินไทยในแต่ละยุคสมัย ซึ่งคัดเลือกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และสำนักหอสมุดแห่งชาติ รวมจำนวน 111 รายการ มาจัดแสดง อาทิ ผ้าสมปักปูม ผ้าซิ่นทิวมุกจกดาว ผ้าซิ่นเชียงแสน ผ้าซิ่นหมี่ตาต่อตีนจก ผ้าจวนตานี แบ่งหัวข้อการจัดแสดงออกเป็น 1. กว่าจะเป็นผ้าทอ เล่าความเป็นมาของผืนผ้าจากฝีมือมนุษย์ นับแต่อดีตผ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาทิ แวดินเผา ลูกกลิ้งดินเผา 2. กระสวย หูก กี่ วิถีการทอ 3. ชาติพันธุ์ภูษาภรณ์ 4. ภูษิตศรัทธา อาทิ ผ้าห่อคัมภีร์ ผ้าที่ใช้ประกอบในพิธีกรรมต่าง ๆ เสื้อยันต์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก และ 5. สืบทอดสยามวัตถา ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ กำหนดเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (เปิดวันพุธ - อาทิตย์ เวลา 09.00 - 16.00 น. ปิดวันจันทร์ - อังคาร) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายวิชาการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. 0 2224 1402 และ 0 2224 1333
-------------------------------------------------------
วัตถุชิ้นเยี่ยมในนิทรรศการ “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ”
อานม้าปักดิ้น เลื่อมและปีกแมลงทับ
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
เครื่องราชบรรณาการจากเมืองเชียงใหม่
อานม้าปักลวดลายผีเสื้อบริเวณอานม้า และปักลายสิงห์ล้อมด้วยลายดอกไม้ที่แผงข้าง (พนัง)
ผ้ามน
ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๖
กลุ่มชาติพันธุ์ภูไท
รับมอบจากพิพิธภัณฑ์นายแพทย์สำนวน ปาลวัฒน์วิไชย ได้จากกลุ่มชาติพันธุ์ภูไท อำเภอกุสินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ผ้ามนนอกจากใช้ประดับศีรษะสตรีภูไท บางครั้งนำมาใช้เป็นผ้าปรกศีรษะนาค ซึ่งจะใช้ผ้ามนของมารดา
ผ้าจวนตานี
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ผ้ามัดหมี่ของชาวไทยมุสลิม หรือ “ผ้ายกตานี” ใช้เทคนิคทอยกสอดดิ้นทองเป็นเส้นพุ่งเสริม ทำให้เกิดลวดลายเป็นสีทอง เรียกว่า “ลิมาร์” หมายถึง ห้า อันเป็นลักษณะของแถบลายผ้าที่ใช้สีตัดกัน ๕ สี
ผ้าสมปักปูมท้องนาค
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
คุณท้าวภัณฑสารนุรักษ์ ส่งมาจากคลังใน เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๑
ผ้าสมปักชั้นสูงสุดที่พระมหากษัตริย์ใช้พระราชทานแก่ขุนนางชั้นเสนาบดี สำหรับนุ่งเข้าเฝ้าหรือในการพระราชพิธี ถือเป็นเครื่องใช้ที่ได้รับพระราชทานรายปีเรียกว่า “ผ้าหวัดรายปี”
ผ้ายกนคร
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพระยาพฤฒาธิบดี (ปลอด กนิษฐรัต) จางวางกำกับน้ำ กระทรวงมหาดไทย รัชกาลที่ ๕
ผ้าทรงสะพัก
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ผ้าตาดทองทอด้วยทองแล่งกับไหมสี ยกดอกสี่เหลี่ยม เรียกว่า “ลายตาตั๊กแตน” ตกแต่งด้วยการปักเลื่อมและไหมลายช่อดอกไม้ ส่วนใบไม้ปักด้วยปีกแมลงทับ ใช้สำหรับเจ้านายสตรีบรรดาศักดิ์สูง
ผ้าซิ่นตีนจก
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
กลุ่มชาติพันธุ์ไทยวน
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
รูปแบบผ้าซิ่นตีนจกเมืองเชียงแสน มีลักษณะเป็นซิ่นต๋า (ลายริ้วขวางลำตัว) มัดก่านลายโคมสลับเกาะล้วงลายไข่ปลาต่อตีนจก
ผ้าซิ่นทิวมุกจกดาว
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
นางสงวนศักดิ์ คูณผล ได้รับสืบทอดมาจากนางวรเวธวรรณกิจ (ทับทิม โชติบุตร) ผู้เป็นมารดา มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
ผ้าชนิดเดียวของอีสานที่มีการทอลายขวางลำตัว มีกระบวนการ “วางเครือทิว” ค่อนข้างซับซ้อนและผสมผสานหลายเทคนิค เพื่อให้มีระบบลวดลายเท่ากัน ใช้สำหรับสตรีชั้นสูง (อัญญานาง) เชื้อสายเจ้านายเมืองอุบลราชธานี
ผ้าซิ่นตีนแดง
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
กลุ่มชาติพันธุ์ลาว
นางยวนจิต สามิบัติ อำเภอเสลภูมิ จังหวัดรอยเอ็ด มอบให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด
ผ้าซิ่นตีนแดงลายหงส์ชูช่อ ต่อตีนลายขิดแบบดั้งเดิม โดยผู้สูงอายุจะใช้ผ้าหมี่คั่นเป็นลายทางเล็กๆ ส่วนผู้หญิงที่ยังไม่แต่งงานจะใช้ซิ่นมัดหมี่ลายขนาดใหญ่ทั้งผืน
ผ้าซิ่นตีนจก ไทยยวนราชบุรี
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ผ้าซิ่นตีนจก
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
สมบัติของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
ย่าม
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
ฝีมือช่างนครศรีธรรมราช
นายพลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ถวายสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทราวาส ต่อมาสมเด็จฯ ประทานให้แก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๙
ย่ามตัดเย็บจากผ้าฝ้ายทอมือของช่างนครศรีธรรมราช ปากย่ามประดับผ้าถัก ปักลายดอกพิกุลด้วยเส้นไหมทอง และตกแต่งด้วยเลื่อม
ผ้าห่อคัมภีร์ใบลาน
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ – ๒๕
คัมภีร์ใบลานรวบรวมและเก็บรักษาไว้ ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ
ผ้าห่อคัมภีร์ทอด้วยกรรมวิธีการทอยก-และปักไหม
คัมภีร์พระภิกขุปาฏิโมกข์
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔
ศาสตราจารย์เตือน บุนนาค มอบให้วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗
ทอด้วยเส้นไหมทอง อักษรขอม ภาษาบาลี พร้อมฝาประกับ
ผ้าห่อคัมภีร์
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
ฝีมือช่างไทยวน
รับมาจากด่านศุลกากรคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๓๐
ผ้าห่อคัมภีร์ทำจากไม้ไผ่พันด้วยเส้นฝ้ายย้อมสีลายตารางหมากรุก ใช้ห่อคัมภีร์ใบลานพร้อมไม้ประกับกระจกสีเขียวมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากผ้าห่อคัมภีร์ทั่วไปที่ทอจากผ้าทั้งผืน เชื่อว่าไม้ไผ่ที่สอดในผืนผ้าเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสู่สวรรค์สำหรับผู้ถวาย
ผ้ายันต์
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
ข้าหลวงธรรมการณ์มณฑลพิษณุโลก ขออนุญาตแกะพิมพ์จำลองเพื่อจำลองพิมพ์ขายแก่ผู้ต้องการเพื่อนำเงินไปบำรุงวัด (ซ้าย)
พระโอรสธิดาในสมเด็จ ฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ๕ องค์ ประทานยืม (ขวา)
ลายบนผ้ายันต์คัดลอกจากอกเลาบานประตูวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ในอกเลามีรูปหนุมานแบกบุษบก ภายในประดิษฐานพระอุณาโลมสัญลักษณ์ของพระพุทธเจ้า
เสื้อยันต์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
นายสวิง สว่างแผ้ว มอบให้ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๐๓
ทำจากผ้าดิบสีแดงพิมพ์ลวดลายยันต์และรูปมงคลต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล และพุทธคุณ เสื้อยันต์เป็นวัตถุมงคลซึ่งที่นิยมในหมู่ชายไทยมาตั้งแต่อดีต เมื่อคราวไปรบจะพกติดตัวไปด้วยเพื่อให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากสงคราม เสื้อยันต์หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิมพ์แจกในช่วง พ.ศ.๒๔๘๔ -๒๔๘๕ ซึ่งตรงกับช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒
ผ้าไหมยกดอก
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ยืม
จังหวัดลำพูนเป็นแหล่งทอผ้าไหมยกดอกที่มีชื่อเสียง มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายดอกพิกุล หรือดอกแก้ว ลายกลีบลำดวน ลายใบเทศ ลายเม็ดมะยมและลายพุ่มข้าวบิณฑ์
กรมศิลปากรจัดกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 โดยเส้นทางท่องเที่ยวแต่ละจุด มีวันเวลาเปิดเข้าชม ดังต่อไปนี้
- อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง(ตรงข้ามวัดพระแก้ว) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน) - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ จัดแสดงผลงานของศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. (ปิดจันทร์ - อังคาร) - หอประติมากรรมต้นแบบ เปิดระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (เปิดทุกวัน) - อาคารถาวรวัตถุ(ตึกแดง) ชมนิทรรศการพิเศษเรื่องเครื่องโต๊ะ ระหว่างวันที่ 12 - 16 สิงหาคม 2569 ชมนิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง เปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 - 16.00 น. ชมฟรี (ปิดจันทร์-อังคาร)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ชมนิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ” ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 4 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์ - อังคาร)
- โรงละครแห่งชาติ จัดการแสดงรายการ “ยลสังคีตศิลป์ถิ่นโรงละครแห่งชาติ” จัดโดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร เปิดการแสดงวันที่ 12 และ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. *จำหน่ายบัตรหมดแล้ว สามารถชมอาคารโรงละครแห่งชาติภายนอกได้
- วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) เปิดให้เข้าชมพระอุโบสถ วันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เวลา 09:00 - 16:00 น. *บางบริเวณปิดบูรณะ ชมฟรี (เปิดทุกวัน)
- พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทย นิทรรศการเปิดให้ชมตามปกติ เวลา 09.00 – 16.00 น. มีค่าเข้าชม (ปิดจันทร์-อังคาร)
ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรม “รากนครา มรรคาแห่งรัตนโกสินทร์” เดินทางตามรอยมรดกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ระหว่างวันที่ 12 สิงหาคม - 20 กันยายน 2569 เพื่อร่วมสืบสาน สนับสนุน และอนุรักษ์ให้มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติดำรงอยู่คู่สังคมไทย ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ภาพ: อาคารกรมศิลปากรเดิม สนามหลวง (ตรงข้ามวัดพระแก้ว)
ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่องภาพถ่ายเก่า ร.5 “The Memory of King Chulalongkorn ความทรงจำแห่งพระพุทธเจ้าหลวง”
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
ภาพ: อาคารถาวรวัตถุ (ตึกแดง)
ภาพ: นิทรรศการถาวรตู้พระธรรมลายทอง
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ภาพ: นิทรรศการพิเศษเรื่อง “สยามพัสตราภรณ์พิไล เทิดไท้พระพันปีฯ”
ภาพ: โรงละครแห่งชาติ
ภาพ: วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า)
ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
ผู้แต่ง : ชมรมล้านนาคดีเชียงใหม่ปีที่พิมพ์ : 2533 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : วิทยาลัยครูเชียงใหม่ ล้านนาคดีสัญจร : ตามรอยโคลงมังทรารบเชียงใหม่นี้ ประกอบด้วยบทความต่างๆ 12 เรื่องด้วยกัน ทั้งในเชิงวิชาการ สารคดีหลายสาขาจากสมาชิกชมรมผู้มีความสนใจ และความถนัดในเรื่องต่างๆกัน จึงเกิดผลงานที่สอดคล้องกับวรรณคดีเรื่อง โคลงมังทรารบเชียงใหม่ ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม ตลอดจนแนะนำชมรมล้านนาคดีเชียงใหม่ บทความเหล่านี้ต่างได้แรงบันดาลใจจากโคลงมังทรารบเชียงใหม่เป็นแม่แบบในการดำเนินงาน ดังเช่น พิธีบวงสรวงตราหลวงหลาบเงินอันเป็นอาชญาบัตรที่ชาวบ้านแปะ ได้สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งผู้เขียนมุ่งหวังให้ความรู้แก่ผู้สนใจศึกษา
แหล่งเรือจมเกาะมันนอก หรือเรือเมล์ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
ความเป็นมาของแหล่งโบราณคดี
กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับแหล่งเรือจมเกาะมันนอก จากคำบอกเล่าของคุณวิเชียร สิงห์โตทอง เจ้าของกิจการและเรือเช่าท่องเที่ยวดำน้ำ ตกปลา ชื่อ The Toy Tourโดยคุณวิเชียรได้เล่าว่าพบแหล่งเรือจมเกาะมันนอกเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 ระหว่างการไปตกปลา จากนั้นได้ลงดำน้ำสำรวจพบซากเรือเหล็ก และชิ้นส่วนโลหะกระจัดกระจายอยู่ภายในลำเรือ แหล่งเรือจมเกาะมันนอก อยู่ที่ความลึกประมาณ 18 – 20 เมตร ต่อมาจึงได้แจ้งให้กลุ่มโบราณคดีใต้น้ำทราบเพื่อดำเนินการสำรวจแหล่งเรือดังกล่าว ปัจจุบันแหล่งเรือเกาะมันนอกเป็นที่รู้จักทั่วไปในหมู่ชาวประมงที่ลากอวนจับปลาอยู่ในบริเวณนั้น
ที่ตั้ง
แหล่งเรือจมเกาะมันนอก ตั้งอยู่ที่ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ห่างจากเกาะมันนอกมาทางทิศใต้ประมาณ 4 ไมล์ทะเล หรือ 7.4 กิโลเมตร ละติจูด 12 องศา 30 ลิปดา 19.9 ฟิลิปดา เหนือ และ ลองติจูด 101 องศา 42 ลิปดา 25.9 ฟิลิปดา ตะวันออก
สภาพแหล่งโบราณคดี
จากการสำรวจแหล่งเรือจมเกาะมันนอกเบื้องต้น พบว่าเป็นเรือเหล็ก หัวเรืออยู่ทางทิศใต้ ท้ายเรืออยู่ทางทิศเหนือ ขนาดของตัวเรือ ยาว 41.20 เมตร กว้าง 6.50 เมตร ที่ใช้เทคนิคการต่อเปลือกเรือหรือแผ่นเหล็กเข้าด้วยกันโดยการเจาะรูย้ำหมุด แนวกราบเรือขวาหายไปบางส่วน ชิ้นส่วนแผ่นเหล็กตัวเรือที่ผุพังกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พบอิฐที่ใช้ปูพื้นดาดฟ้าเรือกระจายทั่วไป พบชิ้นส่วนไม้บ้างเล็กน้อย และท่อที่ทำจากทองแดง นอกจากนี้ยังมีเศษอวนลากมาติดบริเวณซากเรือโดยทั่วไป สภาพตัวเรือที่เหลืออยู่สูงจากพื้นทรายประมาณ 1 เมตร และส่วนที่ยังจมอยู่ในพื้นทรายอีกประมาณ 1 เมตร รอดำเนินการขุดค้นต่อไป
หลักฐานโบราณวัตถุ
โบราณวัตถุที่พบจากการสำรวจครั้งนี้ จำแนกได้ดังนี้
1. ส่วนประกอบต่างๆของตัวเรือ
- วัสดุเป็นโลหะเหล็ก เช่น ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ไอน้ำ, ช่องกระจกเรือ, ชิ้นส่วนประตู ชุดกุญแจ
รอก ฯลฯ
- วัสดุเป็นไม้ เช่น แผ่นไม้มีร่องรอบไหม้ไฟ เป็นต้น
- วัสดุอื่นๆ เช่น ผ้ากันความร้อน, ซิลิโคนยาเรือ, อิฐ เป็นต้น
2. เหรียญเงินกษาปณ์ชนิดต่างๆ
- เหรียญกษาปณ์ของไทยสมัยรัชกาลที่ 5และ 6ปะปนกัน จำนวน 430เหรียญ
- เหรียญกษาปณ์ของฝรั่งเศส จำนวน 2เหรียญ
- เงินพดด้วงของไทยจำนวน 3ชิ้น
3.โบราณวัตถุประเภทโลหะ พบหลากหลายประเภท
- ส่วนประกอบต่างๆของตู้เซฟยี่ห้อ CHUBB เช่น ประตูตู้เซฟ, ป้ายยี่ห้อCHUBB} ฝาบานพับ
ตู้, กรอบตู้, แป้นยึดน็อต, และโลหขาตู้
- นาฬิกาพกทรงกลม
- กระดุมทองขนาดเล็กจำนวน 3เม็ด
4.โบราณวัตถุอื่นๆ
- จุกปิดขวดน้ำหอมรูปทรงหยดน้ำ, ชิ้นส่วนแก้วมีอักษร “GAPOR”
- อิฐดินเผาทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
5.เศษภาชนะดินเผา มี 2ประเภท คือ
- เศษภาชนะดินเผาแบบ Stone ware จำนวน 5ชิ้น
- เศษภาชนะดินเผาแบบ Porcelain จำนวน 11ชิ้น
โบราณวัตถุทั้งหมดได้ส่งให้กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์สงวนรักษาเรียบร้อยแล้ว
การวิเคราะห์แปลความเบื้องต้น
จากหลักฐานต่างๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็นโครงสร้างของหม้อไอน้ำ อีกทั้งพบชิ้นส่วนหลักเดวิด ที่ใช้สำหรับชักหย่อนเรือบด กอปรกับชื่อเรียกเรือลำนี้ที่ใช้เรียกขานกันมานานว่า เรือเมล์ ซึ่งอาจจะหมายความถึงเรือโดยสาร จึงสันนิษฐานว่าเรือลำนี้น่าจะเป็นเรือจักรกลไอน้ำที่อาจจะใช้เป็นเรือโดยสารที่แล่นขึ้นล่องระหว่างกรุงเทพฯและเมืองท่าต่างๆ เนื่องจากในอดีตการเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง อีกทั้งจันทบุรีมีหลักฐานเอกสารระบุว่าในอดีตเคยเป็นเมืองท่าของป่าและเครื่องเทศ จึงมีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นเรือโดยสารระหว่างกรุงเทพฯ และจันทบุรี นอกจากนี้การพบประตูตู้นิรภัยและเหรียญกษาปณ์จำนวนมากซึ่งอาจจะเป็นที่เก็บรักษาเงินค่าโดยสารและสิ่งของมีค่าอื่นๆ ที่มากับเรือลำนี้
การกำหนดอายุแหล่งเรือจมนี้จากเหรียญกษาปณ์ไทยที่สามารถทราบปีที่เริ่มต้นผลิตจนถึงปีที่สิ้นสุดการผลิต (เหรียญที่อายุเก่าสุด ผลิตเมื่อปี พ.ศ. 2412) และเหรียญกษาปณ์ฝรั่งเศสที่ระบุปี ค.ศ. 1913 (พ.ศ. 2456) แหล่งเรือจมเกาะมันนอกน่าจะมีอายุประมาณ 100ปี อย่างไรก็ตามเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นที่ยังไม่ได้ข้อสรุป หากได้มีการการขุดค้นตลอดทั้งลำเรือเพื่อเก็บข้อมูลโดยละเอียด คาดว่าน่าจะได้หลักฐานเพิ่มเติมที่จะช่วยในการวิเคราะห์แปลความมากยิ่งขึ้น
รายงานข้อมูลแหล่งเรือจมเกาะมันนอก หรือเรือเมล์ ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พร้อมภาพประกอบ
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙
ประวัติ
แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ มีนามจริงว่านางเกลียว เสร็จกิจ เกิดเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๔๙๐ ที่อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรนายอังค์ นางปลด เสร็จกิจ แม่ขวัญจิต เริ่มฝึกร้องเพลงพื้นบ้านกับพ่อไสว วงษ์งามและแม่บัวผัน จันทร์ศรี ตั้งแต่อายุได้ ๑๕ ปี ท่านเป็นผู้ที่สนใจเพลงพื้นบ้านอย่างยิ่ง ประกอบกับมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ ทำให้ร้องเพลงพื้นบ้านได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเพลงอีแซว แม่ขวัญจิต เป็นแม่เพลงที่มีปฏิภาณไหวพริบดี สำนวนกลอนคมคาย เป็นที่จับใจของผู้ชมผู้ฟัง ท่านสามารถนำเหตุการณ์ปัจจุบันมาร้องเป็นเพลงอีแซวเพื่อสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมแก่ประชาชนได้อย่างมีศิลปะ ทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของคนทั่วประเทศ จนกลายเป็นแม่เพลงที่เป็นสัญลักษณ์ของแม่เพลงพื้นบ้านแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี
ภารกิจที่น่ายกย่องและชื่นชมของแม่ขวัญจิตก็คือท่านจะสละเวลามาเป็นอาจารย์พิเศษ มาเป็นวิทยากรอบรมเพลงพื้นบ้านให้แก่ครู อาจารย์ และนักเรียนที่สนใจ เป็นวิทยากรพิเศษให้ความร่วมมือแก่สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่างๆ ร่วมอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปะพื้นบ้านมาโดยตลอด อุปนิสัยท่านเป็นผู้ที่มีความกตัญญู เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็นที่ปรากฏแก่สาธารณชน เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม ดังที่ผมเคยกล่าวไว้เมื่อไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพแม่บัวผัน
ชื่อเสียงของแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ไม่ใช่จะโด่งดังแต่เฉพาะเพลงพื้นบ้าน หากในด้านเพลงลูกทุ่งชื่อเสียงของขวัญจิต ศรีประจันต์ ก็เคยอยู่ในระดับนักร้องลูกทุ่งหญิงแนวหน้าของเมืองไทย คู่กับนักร้องชายชาวสุพรรณที่โด่งดังอีกคนคือไวพจน์ เพชรสุพรรณ เพลงที่ทำให้คนไทยรู้จักขวัญจิต ศรีประจันต์ เป็นอย่างดีก็คือเพลง “ กับข้าวเพชฌฆาต “ แต่งโดยครูจิ๋ว พิจิตร เพลงนี้ก็ใช้ทำนองเพลงฉ่อยซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านนั่นเอง
ผลงาน
แม่ขวัญจิต นอกจากเทปเพลงลูกทุ่งดังกล่าวแล้ว ยังมีเทปเพลงพื้นบ้านอีกหลายชุด ทั้งที่เป็นผลงานของคณะเพลงอีแซวขวัญจิต ศรีประจันต์ และเป็นผลงานที่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ร้องร่วมกับนักร้องคนอื่นๆเช่นชัยชนะ บุณโชติ และโดยเฉพาะกับไวพจน์ เพชรสุพรรณร้องร่วมกันไว้หลายชุด นอกจากนี้แม่ขวัญจิตยังได้ให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดสุพรรณบุรีร้องเพลงฉ่อยแนะนำจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ด้วย
ทางด้านวีดิทัศน์ วีซีดีผลงานของท่านก็มีให้เห็นอยู่ ด้วยความสามารถเป็นผู้เชี่ยวชาญในการร้องเพลงพื้นบ้าน เช่นเพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ แหล่ เป็นต้น ผนวกกับความมีน้ำใจในการเผยแพร่ความรู้ และอนุรักษ์เพลงพื้นบ้าน แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ จึงได้รับโล่เชิดชูให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรมสาขาศิลปะพื้นบ้านภาคกลาง จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดก็คือท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(เพลงพื้นบ้าน-อีแซว) ประจำปี พ.ศ. ๒๕๓๙
ราชกิจจานุเบกษา
ประกาศกรมศิลปากร
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกรมศิลปากร
ชื่อเรื่อง
เล่มที่
ตอนที่
หน้า
วันที่ประกาศ
ประกาศพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้นายอีมันเฟรดีแต่งเครื่องยศกรมศิลปากรชั้นเสวกตรี
34
๐ ง
868
๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๐
ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
52
๐ ง
3679
๘ มีนาคม พ.ศ.๒๔๗๘
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
53
๐ ง
901
๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง แก้ไขกำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
53
๐ ง
906
๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๗๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
53
๐ ง
1526
๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๔๗๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
54
๐ ง
2285
๓ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๐
แก้คำผิด ราชกิจจานุเบกษา ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
54
๐ ง
458
๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๐
แก้คำผิด ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ ประกาศกรมศิลปากร กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ หน้า ๓๖๘๒
54
๐ ง
497
๑๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๐
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
55
๐ ง
4005
๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
57
๐ ง
806
๑๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
57
๐ ง
2527
๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๘๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง หลักสูตรและวิธีการสอบวิชาช่างตรี ศิลปินตรี
60
๖๐ ง
3534
๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๖
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดบัญชีโบราณวัตถุสถาน
66
๖๔ ง
5280
๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดโบราณวัตถุสถานแห่งชาติ
67
๑๕ ง
1064
๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ
69
๖๐ ง
3281
๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
70
๖๓ ง
3697
๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๙๖
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ
71
๓ ง
14
๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๗
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ
72
๒ ง
21
๔ มกราคม พ.ศ.๒๔๙๘
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ
72
๑๔ ง
381
๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๙๘
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
72
๙๑ ง
2853
๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๙๘
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
73
๒๕ ง
1060
๒๗ มีนาคม พ.ศ.๒๔๙๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นบัญชีโบราณวัตถุในถ้ำผาปู่ ตำบลนาอ้อ อำเภอเมืองเลย จังหวัดเลย เป็นโบราณวัตถุสำหรับชาติ
73
๔๘ ง
1676
๑๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
73
๕๗ ง
2058
๒๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
73
๖๘ ง
2411
๒๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๙๙
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
74
๓๐ ง
784
๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๐
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนและขึ้นบัญชีโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
74
๘๘ ง
2490
๑๕ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๐
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนและขอบเขตโบราณสถานสำหรับชาติ
74
๙๖ ง
2670
๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๐
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
75
๑๒ ง
352
๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
75
๒๒ ง
838
๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
75
๓๔ ง
1411
๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
75
๔๕ ง
1700
๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถานสำหรับชาติ
75
๔๕ ง
1701
๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
75
๙๐ ง
2888
๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ
75
๑๐๙ ง
3127
๒๓ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๑
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
76
๓ ง
26
๖ มกราคม พ.ศ.๒๕๐๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
76
๙๐ ง
2241
๒๒ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสถานสำหรับชาติ
76
๙๘ ง
2426
๒๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
76
๑๐๘ ง
2530
๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
76
๑๑๗ ง
2714
๒๒ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๐๒
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
77
๑๘ ง
781
๘ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณวัตถุสำหรับชาติ
77
๓๒ ง
1304
๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
77
๖๐ ง
1785
๑๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ (จังหวัดเชียงราย)
77
๘๑ ง
2131
๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ (จังหวัดอุตรดิตถ์)
77
๘๑ ง
2133
๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๓
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดจำนวนโบราณสถานสำหรับชาติ
78
๕๒ ง
1529
๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๔
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กระทำแทนอธิบดีกรมศิลปากรในการออกใบอนุญาต
78
๗๗ ง ฉบับพิเศษ
2
๓๐ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๔
แก้คำผิด ระเบียบกรมศิลปากร ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ และ ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๐๔ เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๗๗
78
๘๒ ง
22149
๑๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๔
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถานสำหรับชาติ
78
๙๔ ง
2351
๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๔
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
79
๕๘ ง
1468
๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง กำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน
79
๕๘ ง
1469
๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถาน
79
๗๑ ง
1712
๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
79
๘๔ ง
1966
๑๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง เพิกถอนโบราณสถาน
79
๙๓ ง
2182
๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
79
๙๗ ง
2279
๓๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ
79
๙๙ ง
2331
๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
79
๑๐๐ ง
2387
๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๕
ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
80
๒๙ ง
859
๒๖ มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๖
โครงการองค์ความรู้เรื่อง ใบเสมาอิสาน เล่มสอง (องค์ความรู้ปี ๒๕๕๒)
ห้องนิทรรศการชั่วคราว จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพัฒนาการของขวานหินในแต่ละยุคสมัย เกี่ยวกับเรื่องของขั้นตอนการทำขวานหิน ตัวอย่างการใช้งานขวานหิน รู้ได้อย่างไรชิ้นไหนคือขวานหิน ทุกหัวข้อมีภาพบรรยายประกอบเด็กๆ สามารถอ่านและเข้าใจได้ง่าย
นอกจากนี้ ยังได้จำลองรูปแบบของขวานหินสามารถถือและถ่ายรูปกับขวานหินโบราณได้ และมีหุ่นรูปการ์ตูนมนุษย์หินถือขวานหินยืนอยู่