ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,708 รายการ





ชื่อเรื่อง                           ทสปุญฺญกิริยาวตฺถุวณฺณนา (ทสปุญฺญกิริยาวตฺถุวณฺณนา)สพ.บ.                                  171/2ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           56 หน้า กว้าง 4.8 ซ.ม. ยาว 54.3 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พุทธศาสนา                                          ธรรมเทศนาบทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ภาษาบาลี ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม  อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี 


ชื่อเรื่อง                                สตฺตปฺปกรณาภิธมฺมเทสนา (เทสนาสังคิณี-มหาปัฎฐาน)สพ.บ.                                  125/7ประเภทวัสดุมีเดีย                    คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                               พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                           22 หน้า กว้าง 5 ซ.ม. ยาว 53 ซ.ม. หัวเรื่อง                                 พระอภิธรรม  บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม  เส้นจาร ฉบับล่องชาด  ได้รับบริจาคมาจากวัดประสพสุข  ต.ทับตีเหล็ก อ.เมืองฯ จ.สุพรรณบุรี


       พระพุทธรูปมารวิชัย หรือพระพุทธรูปชนะมาร หล่อด้วยสำริด ประทับขัดสมาธิเพชร พระบาททั้งสองไขว้กัน และเห็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง ฝ่าพระบาทเรียบเสมอกัน พระรัศมีเป็นเปลว พระศกขมวดเป็นก้นหอย มีเส้นขอบไรพระศก พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง พระเนตรเรียว ฝังมุกและนิล พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์เล็กหยักเป็นคลื่น พระวรกายอวบอ้วน พระอุระนูน บั้นพระองค์เล็ก ครองจีวรห่มเฉียง ชายผ้าสังฆาฏิสั้นเป็นรูปหางปลาอยู่เหนือพระถัน ประทับเหนือฐานสามเหลี่ยม หน้าพระเพลามีชายจีวรคลี่เป็นแฉกคล้ายรูปพัด         จากรูปแบบศิลปกรรมสามารถกำหนดอายุว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง พุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ๒๒ พระพุทธรูปศิลปะอยุธยากลุ่มนี้ สร้างขึ้นโดยได้รับอิทธิพลทางจากศิลปะสุโขทัยและล้านนา กล่าวคือ มีรัศมีเป็นเปลว แบบพระพุทธรูปสุโขทัย มีพระวรกายที่อวบอ้วน มีชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระถัน ขัดสมาธิเพชร และที่หน้าพระเพลามีชายจีวรคลี่เป็นรูปพัดแบบพระพุทธรูปล้านนา ในขณะเดียวกันมีลักษณะที่แสดงรูปแบบของพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา คือ มีเส้นขอบพระเนตรกับพระขนงป้ายเป็นแผ่นวงโค้ง มีเส้นขอบไรพระศก และพระโอษฐ์หยักเป็นคลื่น ผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปศิลปะอยุธยา โดยสามารถศึกษาเปรียบเทียบกับกลุ่มพระพุทธรูปศิลปะอยุธยาตอนกลาง ที่พบในพระอุระและพระพาหาของพระมงคลบพิตร ซึ่งพระพุทธรูปเหล่านั้น ล้วนสร้างขึ้นก่อนถูกนำมาบรรจุในพระอุระและพระพาหาขององค์พระมงคลบพิตรในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๒  การพบรูปแบบพระพุทธรูปแบบศิลปกรรมสุโขทัยและล้านนา  ปรากฏในพระพุทธรูปสมัยอยุธยาองค์นี้ เป็นหลักฐานสำคัญว่าช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒ อยุธยามีความสัมพันธ์กับหัวเมืองทางเหนือ ได้แก่ สุโขทัยและล้านนา        สำหรับคติการสร้างพระพุทธรูปปางมารวิชัย แสดงพุทธประวัติเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงสามารถชนะพระยามารที่ยกพลมาผจญพระองค์ และได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งแสดงสัญลักษณ์โดยวางพระหัตถ์ขวาเหนือพระชานุ นิ้วพระหัตถ์ชี้ลงสู่พระธรณีเป็นกิริยาเรียกพระแม่ธรณีขึ้นมาเป็นพยานในพระบารมีที่ทรงบำเพ็ญมา พระแม่ธรณีจึงปรากฏกายขึ้นและบีบน้ำที่ทรงรดสรงในการบำเพ็ญทานในอดีตชาติ อันนับประมาณมิได้ จนท่วมทัพของพรยามารพ่ายแพ้ไป การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าถือเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าชัยชนะทั้งปวงของพระองค์  โดยนัย การบูชาพระพุทธรูปองค์นี้ จึงบูชาเพื่อชัยชนะทั้งทางโลกและทางธรรม ในทางโลกคือชัยชนะเหนือศัตรู ทางธรรมคือชัยชนะเหนือกิเลสทั้งปวง   เอกสารอ้างอิง สันติ เล็กสุขุม, ศิลปะอยุธยา, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๔๔. ศักดิ์ชัย สายสิงห์, พระพุทธรูปสำคัญและพุทธศิลป์ในดินแดนไทย, กรุงเทพฯ : เมืองโบราณ, ๒๕๕๔.


เลขทะเบียน : นพ.บ.73/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  54 หน้า ; 4.6 x 50 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 46 (35-51) ผูก 2 (2564)หัวเรื่อง : สีมาวินิจฉฺย (สีมาวินิจฉัย) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


องค์ความรู้วิชาการ เรื่อง ชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทย : ตอนที่ ๓ พระวิษณุบนชายฝั่งทะเลอันดามันจัดทำข้อมูลโดย : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง 


เลขทะเบียน : นพ.บ.134/5ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  46 หน้า ; 4.4 x 47.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 80 (318-321) ผูก 5 (2564)หัวเรื่อง : ปัญญาบารมี--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อผู้แต่ง              พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ชื่อเรื่อง               เรื่องวิจารณ์นิทานปันหยีหรืออิเหนาเรื่องพระรามและสูจิบัตรโขนละคร ครั้งที่พิมพ์          - สถานที่พิมพ์         กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์           โรงพิมพ์การศาสนา ปีที่พิมพ์                 2518 จำนวนหน้า           218 หน้า หมายเหตุ                พิมพ์ในโอกาสเกียรติคุณของพระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิยากร เรื่องวิจารณ์นิทานปันหยีหรืออิเหนาทรงได้เค้าเรื่องมาจากหนังสือเรื่อง  Pandjiverhalen onderling vergeleken ของระเด่นปูรฺพจรก ส่วนรื่องพระรามว่าด้วยเรื่องประวัติความเป็นมาของวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ครอบคลุมถึงนิทานเก่าแก่ของเรื่องนี้ที่แพร่หลายในแถบเอเชียและสูจิบัตรโขน-ละครภาษาอังกฤษแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่แก่ชาติต่างประเทศ


สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน) เลขที่ ชบ.บ.8/1-7 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)




    รัตนโกสินทร์ พ.ศ. ๒๕๖๐      ไม้ สีอคิลิค     ฉากบังเพลิงเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ เป็นส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศหรือพระเมรุใช้สำหรับบังลมไว้ไม่ให้ตีไฟแตกกระจาย อีกทั้งยังใช้ในการปิดกั้นเพื่อมิให้บุคคลภายนอกเห็นการถวายพระเพลิงพระบรมศพ หรือพระศพ การปฏิบัติการด้านพิธีกรรม และการเคลื่อนย้ายพระบรมศพ หรือพระศพจากพระโกศสู่พระโกศไม้จันทน์เพื่อตั้งประดิษฐานบนจิตกาธานก่อนการถวายพระเพลิง โดยฉากบังเพลิงมีลักษณะเป็น “ฉากพับ” ยึดติดไว้กับเสาพระเมรุมาศ หรือพระเมรุทั้ง ๔ ด้าน เมื่อจะใช้งานจะดึงหรือยกออกมาปิดไว้ บางครั้ง งานออกพระเมรุใช้ฉากบังเพลิงปิดทั้ง ๔ ด้าน บางครั้งใช้ปิดเพียง ๒ ด้าน      ฉากบังเพลิงพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วาดภาพนารายณ์ ๑๐ ปาง  โดยฉากบังเพลิงที่ปัจจุบันจัดแสดงใน โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  เป็นฉากบังเพลิงพระเมรุมาศด้านทิศตะวันตก เบื้องหน้าพระที่นั่งทรงธรรม โดยเป็นฉากที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ทรงเจิมสีนพเก้า ๙ จุด ๙ สี บนตาบกึ่งกลางกรอบพระพักตร์มงกุฎของพระกฤษณะ พระนารายณ์ปางที่ ๘ กฤษณาวตาร เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐      จิตรกรได้สร้างสรรค์งานเขียนให้พระกฤษณะอยู่ในรูปของพระนารายณ์ มีสี่กร (มือ) ในอิริยาบถนั่งเป่าขลุ่ย ถือจักร และตรี เพื่อสื่อให้เห็นว่าพระกฤษณะนั้นเป็นหนึ่งในร่างอวตารของพระนารายณ์  เบื้องหลังของพระองค์ปรากฏภาพโค (วัว) เพื่อสื่อให้เห็นว่าในฉากนี้เป็นการอวตารในภาค กฤษณาวตาร  เนื่องด้วย พระกฤษณะเป็นลูกของนางเทวากีกับวสุเทวะ พระองค์เติบโตท่ามกลางหมู่คนเลี้ยงโค (วัว) ตามตำนาน ในเรื่องนารายณ์สิบปาง เล่าว่าเมื่อคราวที่พระกฤษณะผ่านไปพบคนเลี้ยงวัวที่เขาโควรรธนะกำลังจะทำพิธีบูชายัญวัวให้กับพระอินทร์ พระกฤษณะเห็นดังนั้นจึงห้ามไว้แล้วชักชวนให้คนเหล่านั้นหันมาบูชาเขาโควรรธนะที่ให้หญ้า ให้น้ำ รวมถึงความอุดมสมบูรณ์กับฝูงวัว และคนเลี้ยงวัวแทน เมื่อพระอินทร์เห็นดังนั้นก็พิโรธจนบันดาลให้เกิดห่าฝนพายุขึ้นไม่หยุด พระกฤษณะจึงยกเขาโควรรธนะขึ้นเพื่อบังฝนให้กับฝูงวัวและคนเลี้ยงวัวทั้งหลายอยู่ ๗ วัน ๗ คืน จนพระอินทร์ต้องยอมแพ้ แล้วปล่อยให้คนเลี้ยงวัวหันมานับถือเขาโควรรธนะแทนในที่สุด วัวจึงเป็นสัญลักษณ์หรือเป็นคติของความอุดมสมบูรณ์ และการปกป้องคุ้มภัย ที่พระกฤษณะหรือพระรามทรงประทานให้      ปัจจุบันฉากบังเพลิงพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จัดแสดงในโรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 




black ribbon.