ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,601 รายการ

เลขทะเบียน : นพ.บ.781/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 4 x 52 ซ.ม. : ชาดทึบ-รักทึบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 241 (452-462) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง : นำชมวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ผู้แต่ง :  พระธรรมดิลก (จันทร์ กุสโล) ปีที่พิมพ์ : 2544 (พิมพ์ครั้งที่ 2) สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : บุณย์ศิริงานพิมพ์ จำนวนหน้า : 118 หน้า สาระสังเขป : วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง มีปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองที่ควรรู้ควรศึกษา คือ องค์พระธาตุเจดีย์หลวง พระอัฏฐารส พระประธานในพระวิหาร เสาอินทขิล (เสาหลักเมือง) บ่อเปิง บ่อน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่ พระมหากัจจายนะ  พระนอน และประวัติความเป็นมาของวัด ทั้งที่เป็นอดีตและปัจจุบัน "นำชมวัดเจดีย์หลวง (ฉบับสมโภช 600 ปี พระธาตุเจดีย์หลวงวรวิหาร" จัดพิมพ์เป็นคู่มือนำชมวัดเจดีย์หลวงวรวิหารแก่ผู้ที่สนใจศึกษา เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เข้ามาชมวัด ได้รู้ความเป็นมาของปูชนียสถาน ปูชนียวัตถุ และโบราณวัตถุ เกิดความเข้าใจและรู้คุณค่าในมรดกทรัพย์สินทางศรัทธาของชาวเชียงใหม่หรือชาวล้านนา พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร  เลขเรียกหนังสือ : 294.3135 พ334น (ห้องมรดกล้านนา) เลขทะเบียนหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ : nlcm_lc2568_00005 โครงการ : อนุรักษ์ จัดเก็บ และบริการหนังสือ วารสาร และเอกสารโบราณของหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568 (ไฟล์เอกสารเพื่อการอนุรักษ์)  


เลขทะเบียน  นม.บ.16/1ก



         วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๙ น. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร และผู้บริหารกรมศิลปากร ร่วมสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙” เป็นปฐมฤกษ์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร          เนื่องในเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมพิเศษสักการะพระพุทธรูป “มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙” อัญเชิญพระพุทธรูปที่กอปรด้วยพุทธศิลป์อันงดงาม โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) เป็นพระประธาน พร้อมด้วยพระพุทธรูปอีก ๙ องค์ ที่จัดแสดงและสงวนรักษา ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยล้วนเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร (พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร) เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๖๙ ในโอกาสที่ราชบัณฑิตยสภาได้ดำเนินการปรับปรุงและขยายส่วนจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานเดิม ให้เป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระแห่งการเริ่มต้นศักราชใหม่  พระพุทธรูปทั้ง ๑๐ องค์ ประกอบด้วย           ๑. พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑           ๒. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗           ๓. พระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ๒ พระหัตถ์ ศิลปะลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๘           ๔. พระพุทธรูปปางสมาธิ ศิลปะลังกา พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๘           ๕. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะก่อนอยุธยา แบบอู่ทองรุ่นที่ ๑ ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙           ๖. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙           ๗. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๐           ๘. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ - ๒๒           ๙. พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม ศิลปะลังกา แบบสิริวัฒนบุรีหรือแคนดี พุทธศตวรรษที่ ๒๒ - ๒๔           ๑๐. พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะพม่า แบบมัณฑะเลย์ ปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๔ - ต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๕           ขอเชิญพุทธศาสนิกชนสักการะพระพุทธรูป “มงคลพุทธปฏิมา เทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๙” ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๖๘ ถึงวันอาทิตย์ที่ ๔ มกราคม  ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ  


         กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญสัมผัสเสน่ห์ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในมุมมองที่แตกต่างยามค่ำคืน ในกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี “เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ” ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จังหวัดสงขลา            นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรได้จัดโครงการท่องเที่ยวโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ยามราตรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางอำเภอเมืองสงขลา จึงได้จัดกิจกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ยามราตรี (Songkhla Night Museum) "เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ" เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมบรรยากาศโบราณสถานอันสวยงามยามค่ำคืน พร้อมสัมผัสวิถีไทยกับกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ เป็นการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจภายหลังเหตุการณ์มหาอุทกภัย           ภายในงาน นอกจากจะเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ยามราตรี โดยงดเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมแล้ว ยังมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ Star Party กล้องส่องดวงดาว โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา รถพิพิธภัณฑ์สัญจร Mobile Museum จากสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินิทรรศการ “ชุดไทยสัญจร” จากพิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชมโรงน้ำชา (Museum Tea House) ตลาดสินค้าสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม และกิจกรรมจากเครือข่ายภาคประชาชนในจังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ยังมีการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม โดยวันที่ 23 มกราคม 2569 พบกับการแสดงวงมโหรี โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา การแสดงดนตรีพื้นบ้านรองเง็ง โดยคณะอัสลีมาลา (Ussaleemala) และการแสดงโนรา นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (โนรา) ร่วมด้วยนิสิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ และไฮไลท์ในวันที่ 24 มกราคม 2569 พบกับการแสดง "โขน" เรื่องรามเกียรติ์ ตอน จองถนน ยกรบ โดยสำนักการสังคีต กรมศิลปากร           ขอเชิญประชาชนผู้สนใจร่วมกิจกรรมในงาน “เยือนถิ่นสมิหลา ยลสงขลายามค่ำ” ชมความงามของสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ในยามค่ำคืน ร่วมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และดื่มด่ำมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ระหว่างวันที่ 23 – 24 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. – 21.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา จังหวัดสงขลา





        สำนักหอสมุดแห่งชาติ ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกครูกลอนสุนทรภู่ เนื่องในวันสุนทรภู่ ประจำปี 2569 “เชิดชูครูกลอนสุนทรภู่ด้วยเพลงพื้นบ้าน” ในวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 – 16.00 น. ณ ห้องประชุมใหญ่ หอสมุดแห่งชาติ พบกับงานแสดงเชิดชูครูกลอนสุนทรภู่ด้วยเพลงพื้นบ้าน จากกลุ่มผู้ฝึกปฏิบัติ และคณะวิทยากร จำนวน 8 ท่าน ได้แก่          - รองศาสตราจารย์บัวผัน สุพรรณยศ อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้อํานวยการสถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย         - ว่าที่ร้อยตรีไอยเรศ งามแฉล้ม อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคําแหง         - นายสตานันท์ ครุฑพิเชฐ เจ้าหน้าที่นิทรรศการ ฝ่ายบริหารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์         - นางสาวสุธาทิพย์ ธราพร ศิลปินเพลงพื้นบ้านและผู้ช่วยเลขาธิการสมาคมเพลงพื้นบ้านภาคกลาง ประเทศไทย         - นายธวัชชัย เกตุเสาะ เจ้าหน้าที่สถาบันส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย         - นายสามารถ ประสงค์สุข กรรมการสมาคมเพลงพื้นบ้านภาคกลางประเทศไทย และหัวหน้าฝ่ายกิจกรรม ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดพรหมวงศาราม (ศพอ.พว) ดินแดง กรุงเทพฯ         - นายพีรพงษ์ บุญสิทธิ์ วิทยากรด้านเพลงพื้นบ้าน         - นายปฏิภาณ น้ำนุช กําลังศึกษาในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย         ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าชมการแสดง โดยแสกน QR Code หรือผ่านลิงก์ https://shorturl.asia/BYzZH  (รับจำนวนจํากัด) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 9828 - 32 ต่อ 734, 735 ในวันและเวลาราชการ หรือ Facebook: National Library of Thailand หอสมุดแห่งชาติ https://www.facebook.com/NationalLibraryThailand  



ผู้แต่ง : ศรีเลา เกษพรหม ปีที่พิมพ์ : 2541 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์มิ่งเมือง      ลัวะเยียะไร่ ไทใส่นา เป็นเรื่องของการทำนาปลูกข้าว ทั้งของคนที่อยู่บนดอย โดยเฉพาะลัวะ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นคนกลุ่มเดิมที่อยู่ในแถบนี้ก่อนที่คนไทจะอพยพเข้ามา และกล่าวถึงการทำนาของคนไทยยวนที่อยู่บนพื้นราบ สะท้อนถึงภาพวิถีชีวิต และขั้นตอนในการทำนาของคนไทในอดีต ซึ่งมีระบบความเชื่อเข้ามาผสมผสาน นับเป็นวัฒนธรรมที่น่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการทำนา จึงทำให้คนละลืมวัฒนธรรมในการทำนาแบบดั้งเดิมเกือบหมดสิ้น


เมืองโบราณเวียงสระเป็นเมืองโบราณในเขตอำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำตาปี เป็นเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ ๒ ชั้น โดยใช้ลำน้ำธรรมชาติคือแม่น้ำตาปีสายเก่าเป็นคูเมืองด้านทิศตะวันตก และใช้แนวคลองตาลซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำตาปีตรงด้านทิศเหนือเป็นคูเมือง ส่วนคูเมืองด้านทิศตะวันตกและทิศใต้เป็นคูขุดชักน้ำจากแม่น้ำตาปีและคลองตาลให้ไหลมาบรรจบกัน พื้นที่ภายในเมืองแบ่งออกเป็น ๒ ส่วน คือเมืองในและเมืองนอก เมืองในมีขนาดประมาณ ๒๐๐ x ๖๒๐ เมตร สภาพทั่วไปเป็นสวนปาล์มมีเนินโบราณสถานอยู่ ๔ เนิน และมีสระน้ำโบราณอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนเมืองนอกนั้นมีขนาดประมาณ ๔๙๒ x ๕๕๐ เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองใน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งวัดเวียงสระ และพื้นที่สวนยางพารา ภายในเมืองโบราณเวียงสระพบ.........(บทความจากนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖ ประจำเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ๒๕๕๖)






black ribbon.