ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,743 รายการ
องค์ความรู้ทางวิชาการ เรื่อง แหล่งภาพเขียนสีในเขตวนอุทยาน ภูหัน ภูระงำ บ้านหูลิง หมู่ 2 ตำบลวังแสง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น
ค้นคว้าและเรียบเรียง : นางสาวกุลวดี สมัครไทย นักโบราณคดีชำนาญการ , นายยุตเสวี ธีรรัฐ นักวิชาการวัฒนธรรม สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น ARTWORK : นางสาวทรัพย์อนันต์ ซื่อสัตย์
ชื่อเรื่อง อาทิกมฺมปาลิ(ปาราชิกปาลิ)มหาวิยงฺคปาลิ(ปาราชิกัณฑ์)
สพ.บ. อย.บ.2/8ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า กว้าง 5.5 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ลานดิบ ร่องชาด ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : เขตห้ามจับสัตว์น้ำ -- การกำหนดเขตห้ามจับสัตว์น้ำในกว๊านพะเยา มีหลักฐานหนึ่งปรากฏในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 และเป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 หลักฐานนั้นคือ ประกาศของกระทรวงเกษตราธิการ " เรื่องกำหนดไห้ไช้เครื่องมือบางหย่างทำการจับสัตว์น้ำ พายไนบริเวณเขตไกล้เคียงที่หวงห้ามรักสาพืชพันธุ์ กว๊านพะเยา ไนท้องที่จังหวัดเชียงราย " (การสะกดคำ ณ ขณะนั้น) โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า เขตห้ามจับสัตว์น้ำในกว๊านพะเยามีพื้นที่ดังนี้ 1. ทิศเหนือ ตั้งแต่วัดศรีโคมคำ เรียบแนวถนนประชาธิปัตย์ จนถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮองห้า) 2. ทิศใต้ ผ่านวัดสันนามูล ตำบลสันกว๊าน ไปสุดที่วัดจันตะราช ตำบลบ้านสันเวียงใหม่ 3. ทิศตะวันออก เริ่มจากวัดศรีโคมคำ ตัดข้ามกว๊านไปทางทิศใต้ จนจรดหมุดประมงที่กำหนดไว้ 4. ทิศตะวันตก นับแต่วัดจันตะราช ตำบลสันเวียงใหม่ ตัดเป็นเส้นตรงข้ามหมุดประมง ไปจนถึงวัดรัตนจักรแก้ว (ฮองห้า) ท้ายประกาศยังระบุด้วยว่า " ห้ามมิไห้ผู้หนึ่งผู้ไดนำเอาเครื่องมือเข้าไปทำการจับสัตว์น้ำ เว้นแต่เครื่องมือ ลอบ, ไซ, จั๋ม (ยกยอ), สุ่ม, และเบ็ดต่างๆ ซึ่งอนุญาตไห้นำเข้าไปไช้เพื่อทำการจับสัตว์ไนเขตดังกล่าวนั้นได้ " ชาวอำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย หรือแม้กระทั่งปัจจุบันก็ตาม ทราบดีว่า กว๊านพะเยามีสัตว์น้ำกับพันธุ์พืชน้ำจืดเศรษฐกิจที่พบบ่อย เช่น ปลาหมอเทศ ปลาหมอช้าง ปลาดุก ปลาช่อน ปลากระดี่ กุ้งฝอย บัว และสาหร่าย (ไม่นับรวมผักตบชวาเพราะเป็นวัชพืช) ฯลฯ ซึ่งทางการจำเป็นต้องกำหนดพื้นที่ห้ามจับ ห้ามเก็บ เพราะต้องการสร้างบริเวณอนุรักษ์ และโดยเฉพาะฤดูวางไข่มีผลต่อการขยายพันธุ์ ขยายปริมาณนับแต่อดีตเรื่อยมา น่าเสียดายที่หลักฐานเคยมีแผนที่แสดงขอบเขตหวงห้ามดังกล่าวแนบมาด้วย หากไม่ปรากฏในแฟ้มเอกสารจดหมายเหตุตั้งแต่แรก แต่อย่างไรก็ดี " ประกาสกะซวงกเสตราธิการ " ฉบับนี้ถือเป็นหลักฐานชั้นต้น สามารถยืนยันการเอาใจใส่ ดูแลรักษาระบบนิเวศของกว๊านพะเยามาอย่างต่อเนื่อง. . . ต่อเนื่องมาถึง 3 รัชกาลจนกระทั่งปัจจุบัน.ผู้เขียน : นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง : หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพะเยา (2) กษ 1.1.1.1/1 เรื่องการบันทึกการปฏิบัติงานตำหรวดรักสาการณ์ สถานีประมงกว๊านพะเยาและคดีความต่างๆ [ 29 ส.ค. 2485 - 18 ก.ค. 2528 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 54/7ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 42 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
กมฺมฎฺฐานวิธิ (วิธีเจริญกัมมัฎฐาน) ชบ.บ 120/1
เอกสารโบราณ
(คัมภีร์ใบลาน)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฺฐาน) ชบ.บ 161/2 เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
ประติมากรรมดินเผารูปสิงห์ : ประติมากรรมประดับจุกภาชนะสมัยทวารวดี
ประติมากรรมดินเผารูปสิงห์จำนวน ๒ ชิ้น พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
ชิ้นที่ ๑ ขนาดกว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๕.๗ เซนติเมตร สิงห์มีใบหน้ายาวรี ตากลมโตเบิกโพลง จมูกแบน รูจมูกใหญ่ แยกเขี้ยวยิงฟัน ใบหน้าดุร้าย มีแผงคอรูปสามเหลี่ยมซ้อนกัน ๒ ชั้น ตกแต่งด้วยเส้นขีด อยู่ในท่าหมอบบนฐานทรงกลมตกแต่งด้วยลายกลีบบัวหงาย บริเวณด้านข้างลำตัวทั้งสองด้านเจาะรูกลมทะลุถึงกัน อาจใช้สำหรับร้อยเชือก
ชิ้นที่ ๒ ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๘.๕ เซนติเมตร สิงห์มีใบหน้ากลม มีตากลมโตเบิกโพลง จมูกแบน รูจมูกใหญ่ แยกเขี้ยวยิงฟัน ใบหน้าดุร้าย มีแผงคอรูปสามเหลี่ยมซ้อนกัน ๓ ชั้นตกแต่งด้วยเส้นขีด อยู่ในท่านั่งบนฐานทรงกลมตกแต่งด้วยลายกลีบบัวหงาย ฐานส่วนล่างหักหายไป ระหว่างขาหน้าและขาหลังทั้งสองด้านเจาะรูกลมทะลุถึงกัน อาจใช้สำหรับร้อยเชือก
สิงห์เป็นสัตว์มงคลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ สง่างาม แข็งแกร่งและกล้าหาญ เป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงที่มีอำนาจในการปกครองอย่างกษัตริย์หรือจักรพรรดิ ทั้งนี้ในคติความเชื่อทางด้านศาสนาพุทธ สิงห์เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพระพุทธเจ้า เนื่องจากพระองค์ได้รับการขนานนามว่าเป็นสิงห์แห่งศากยวงศ์
ประติมากรรมรูปสิงห์พบมากในงานศิลปกรรมสมัยทวารวดี นอกจากประติมากรรมดินเผา ๒ ชิ้นนี้แล้ว ที่เมืองโบราณอู่ทองยังพบตราดินเผารูปสิงห์อีกหลายชิ้น และยังพบประติมากรรมรูปสิงห์สำริดด้วย นอกจากนี้ยังพบรูปสิงห์ที่เป็นประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นประดับศาสนสถานตามแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี เช่น เจดีย์จุลประโทนและพระประโทนเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เขาคลังใน จังหวัดเพชรบูรณ์ บ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ ทุ่งเศรษฐี จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น
สันนิษฐานว่าประติมากรรมรูปสิงห์ทั้ง ๒ ชิ้นนี้เป็นประติมากรรมที่ประดับอยู่บนจุกดินเผา ซึ่งใช้อุดปากภาชนะประเภทปากแคบหรือขวดที่มีความสำคัญ อาจใช้สำหรับบรรจุของที่ใช้ในพิธีกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ หรืออาจเป็นเครื่องใช้ของบุคคลชั้นสูงหรือชนชั้นปกครองก็เป็นได้ กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. นนทบุรี : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๔๕.
ดวงกมล อนันต์วัชรกุล. “คติความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี.” เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคลภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ. 15/5ประเภทวัดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 38 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อเรื่อง คำอธิบายและอภิธาน สำหรับประกอบเรื่อง นารายน์สิบปางผู้แต่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ วรรณคดีเลขหมู่ 895.914 ม113คสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์ 2466ลักษณะวัสดุ 140 หน้า หัวเรื่อง วรรณคดีไทยภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึกพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม รัชกาลที่ 6 เรื่องการอวตารปางต่าง ๆ ทั้ง 10 ปางของพระนารายน์ พร้อมทั้งพระราชนิพนธ์อธิบายและอภิธาน สำหรับประกอบเรื่องนารายน์สิบปาง
"งานแผ่นดินวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช"
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรีมีการกาจัดงานแผ่นดินวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่มีต่อจังหวัดลพบุรีและประเทศไทย เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ช่วงระหว่างวันคล้ายวันพระราชสมภพ เป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวลพบุรีเป็นอย่างมาก
ความเป็นเอกลักษณ์ของงาน คือ การแต่งกายชุดไทย และเป็นงานที่รำลึกถึงองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับเมืองลพบุรี พระองค์สร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองมาจากกรุงศรีอยุธยา และทรงประทับที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นเวลาถึง 8 เดือน ใน 1 ปี และเสด็จสวรรคต ณ เมืองลพบุรีอีกด้วย
การจัดงานในปี 2566 จะมีขึ้นในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ระหว่างวันที่ 10-19 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะตกแต่งประดับประดาด้วยแสงไฟที่สวยงาม
ภายในงาน ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์จำลองประวัติศาสตร์ความเจริญ ในยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ชาติตะวันตกเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี มีรำบวงสรวง สวนนารายณ์นฤมิต ตำรับโอสถพระนารายณ์ ทหารวังเปลี่ยนเวร การแสดงละครลิง กิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรส หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค ลานวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ซาโม่น ตลาดมอญเมืองละโว้ ชิม ช้อป สินค้า OTOP ของดีจังหวัดลพบุรี สัมผัสการแสดง แสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการ ที่ยิ่งใหญ่ สุดอลังการ และ เปิดให้ชมฟรี นักท่องเที่นวอย่าได้พลาด
ประพนธ์ รอบรู้ : เรียบเรียง
ชื่อผู้แต่ง กิ่งแก้ว อัตถากร
ชื่อเรื่อง วัดศรีประวัติ
ครั้งที่พิมพ์ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์พระจันทร์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๑
จำนวนหน้า ๑๒๙ หน้า
ในการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานผูกพัทธสีมาครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายา เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีตัดลูกนิมิตเอก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเททองหล่อพระพุทธศรีสวัสดิ์มงคลจำลอง วัดศรีประวัติ ตั้งอยู่ริมคลองมหาสวัสดิ์ แขวงบางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี เดิมเรียกว่า “วัดช่องลม” และบ้างเรียกว่า “วัดกลางทุ่ง” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดศรีประวัตยาราม หรือเรียกสั้นๆ ว่า “วัดศรีประวัติ”
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” จัดแสดงผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปกรรมชั้นครู มาสืบต่อศาสตร์งานศิลปะแขนงต่างๆ สืบทอดภูมิปัญญาด้านงานช่างสิบหมู่อันเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักช่างสิบหมู่ มีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน สร้างสรรค์ มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยศึกษาศาสตร์งานศิลป์ อันมีศิลปกรรมชั้นครูที่ยังคงเหลือให้เห็นตามโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด้วยการฟื้นฟูศาสตร์ความรู้วิชาช่างศิลปกรรม สืบสานด้วยการสร้างสรรค์งานช่างศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ ส่งต่อด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์วิชางานช่าง ให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์งาน นำไปสู่การพัฒนาทักษะเชิงช่างให้คงอยู่สืบไป ในโอกาส ๑๑๒ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากรจึงได้จัดนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” เป็นการ สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์ ผ่านศิลปินศิลปากร จัดแสดงผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปกรรมชั้นครูมาสืบต่อศาสตร์งานศิลปะแขนงต่างๆ ประกอบด้วย งานช่างเขียน: ปฐมบทแห่งการช่างไทย งานช่างรัก: ประณีตศิลป์แห่งรัก งานช่างศิราภรณ์: หลากวิชาช่างชำนาญศิลป์ งานช่างมุก: เลื่อมพรายลายฉลุศิลป์ งานช่างแกะ ช่างสลัก: วิจิตรแห่งภูมิปัญญาในงานจำหลักไม้ งานช่างบุ ช่างสลักดุน: วิจิตรแห่งโลหะศิลป์ งานช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก: ประกายแห่งอัญมณี งานช่างปั้น ช่างหล่อ: ประติมากรรมแห่งศรัทธาศิลป์ งานช่างกระเบื้อง: วิวัฒน์ศิลป์ไทย โดยผลงานที่นำมาจัดแสดง อาทิบุษบกเกริน (จำลอง) หัวโขนจำลอง หัวโขนพระพิฆเนศประดับมุกเจดีย์ ฉัตร บังแทรกงานลายกำมะลอ เขียนภาพ “รามเกียรติ์ ตอนทศกัณฐ์ลักนางสีดา”แบบร่างประติมากรรมพระจันทร์ทรงราชรถโถน้ำพระพุทธมนต์ประดับมุก
กรมศิลปากร จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖ ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ – อังคาร) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
หลักเกณฑ์และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณให้โทษและการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร
เลขทะเบียน : นพ.บ.575/1 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 5.5 x 50.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 187 (357-364) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : สองสิม--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม