ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,708 รายการ

      ประติมากรรมดินเผารูปสิงห์ : ประติมากรรมประดับจุกภาชนะสมัยทวารวดี       ประติมากรรมดินเผารูปสิงห์จำนวน ๒ ชิ้น พบบริเวณเมืองโบราณอู่ทอง อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จัดแสดงห้องอู่ทองศรีทวารวดี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง       ชิ้นที่ ๑ ขนาดกว้าง ๓ เซนติเมตร สูง ๕.๗ เซนติเมตร สิงห์มีใบหน้ายาวรี ตากลมโตเบิกโพลง จมูกแบน รูจมูกใหญ่ แยกเขี้ยวยิงฟัน ใบหน้าดุร้าย มีแผงคอรูปสามเหลี่ยมซ้อนกัน ๒ ชั้น ตกแต่งด้วยเส้นขีด อยู่ในท่าหมอบบนฐานทรงกลมตกแต่งด้วยลายกลีบบัวหงาย บริเวณด้านข้างลำตัวทั้งสองด้านเจาะรูกลมทะลุถึงกัน อาจใช้สำหรับร้อยเชือก        ชิ้นที่ ๒ ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร สูง ๘.๕ เซนติเมตร สิงห์มีใบหน้ากลม มีตากลมโตเบิกโพลง จมูกแบน รูจมูกใหญ่ แยกเขี้ยวยิงฟัน ใบหน้าดุร้าย มีแผงคอรูปสามเหลี่ยมซ้อนกัน ๓ ชั้นตกแต่งด้วยเส้นขีด อยู่ในท่านั่งบนฐานทรงกลมตกแต่งด้วยลายกลีบบัวหงาย ฐานส่วนล่างหักหายไป ระหว่างขาหน้าและขาหลังทั้งสองด้านเจาะรูกลมทะลุถึงกัน อาจใช้สำหรับร้อยเชือก       สิงห์เป็นสัตว์มงคลที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ สง่างาม แข็งแกร่งและกล้าหาญ เป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูงที่มีอำนาจในการปกครองอย่างกษัตริย์หรือจักรพรรดิ ทั้งนี้ในคติความเชื่อทางด้านศาสนาพุทธ สิงห์เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพระพุทธเจ้า เนื่องจากพระองค์ได้รับการขนานนามว่าเป็นสิงห์แห่งศากยวงศ์         ประติมากรรมรูปสิงห์พบมากในงานศิลปกรรมสมัยทวารวดี นอกจากประติมากรรมดินเผา ๒ ชิ้นนี้แล้ว ที่เมืองโบราณอู่ทองยังพบตราดินเผารูปสิงห์อีกหลายชิ้น และยังพบประติมากรรมรูปสิงห์สำริดด้วย นอกจากนี้ยังพบรูปสิงห์ที่เป็นประติมากรรมดินเผาและปูนปั้นประดับศาสนสถานตามแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดี เช่น เจดีย์จุลประโทนและพระประโทนเจดีย์ จังหวัดนครปฐม เขาคลังใน จังหวัดเพชรบูรณ์ บ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ ทุ่งเศรษฐี จังหวัดเพชรบุรี เป็นต้น       สันนิษฐานว่าประติมากรรมรูปสิงห์ทั้ง ๒ ชิ้นนี้เป็นประติมากรรมที่ประดับอยู่บนจุกดินเผา ซึ่งใช้อุดปากภาชนะประเภทปากแคบหรือขวดที่มีความสำคัญ อาจใช้สำหรับบรรจุของที่ใช้ในพิธีกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ หรืออาจเป็นเครื่องใช้ของบุคคลชั้นสูงหรือชนชั้นปกครองก็เป็นได้ กำหนดอายุสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ หรือประมาณ ๑,๒๐๐ – ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว   เอกสารอ้างอิง กรมศิลปากร. โบราณคดีเมืองอู่ทอง. นนทบุรี : สหมิตรพริ้นติ้ง, ๒๕๔๕. ดวงกมล  อนันต์วัชรกุล. “คติความเชื่อเรื่องสัตว์ที่ปรากฏในวัฒนธรรมทวารวดี.” เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคลภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๔.


ชื่อเรื่อง                                        สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม  (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน) อย.บ.                                           15/5ประเภทวัดุ/มีเดีย                          คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                                     พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                                38 หน้า : กว้าง 4.7 ซม. ยาว 56 ซม.หัวเรื่อง                                       พุทธศาสนาบทคัดย่อ/บันทึก               เป็นคัมภีร์ใบลาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ ไม้ประกับธรรมดา ได้รับบริจาคมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     คำอธิบายและอภิธาน สำหรับประกอบเรื่อง นารายน์สิบปางผู้แต่ง                       พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวประเภทวัสดุ/มีเดีย       หนังสือหายากหมวดหมู่                   วรรณคดีเลขหมู่                      895.914 ม113คสถานที่พิมพ์               พระนครสำนักพิมพ์                 ม.ป.พ.ปีที่พิมพ์                    2466ลักษณะวัสดุ               140 หน้า หัวเรื่อง                     วรรณคดีไทยภาษา                       ไทยบทคัดย่อ/บันทึกพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม รัชกาลที่ 6 เรื่องการอวตารปางต่าง ๆ ทั้ง 10 ปางของพระนารายน์ พร้อมทั้งพระราชนิพนธ์อธิบายและอภิธาน สำหรับประกอบเรื่องนารายน์สิบปาง   


"งานแผ่นดินวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช" วันที่ 16 กุมภาพันธ์ เป็นวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรีมีการกาจัดงานแผ่นดินวันสมเด็จพระนารายณ์มหาราช งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่มีต่อจังหวัดลพบุรีและประเทศไทย เป็นงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดลพบุรี จัดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ช่วงระหว่างวันคล้ายวันพระราชสมภพ เป็นงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับชาวลพบุรีเป็นอย่างมาก ความเป็นเอกลักษณ์ของงาน คือ การแต่งกายชุดไทย และเป็นงานที่รำลึกถึงองค์สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสร้างความเจริญให้กับเมืองลพบุรี พระองค์สร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีแห่งที่ 2 รองมาจากกรุงศรีอยุธยา และทรงประทับที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ เป็นเวลาถึง 8 เดือน ใน 1 ปี และเสด็จสวรรคต ณ เมืองลพบุรีอีกด้วย การจัดงานในปี 2566 จะมีขึ้นในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ระหว่างวันที่ 10-19 กุมภาพันธ์ 2566 ที่จะตกแต่งประดับประดาด้วยแสงไฟที่สวยงาม ภายในงาน ชมขบวนแห่ประวัติศาสตร์จำลองประวัติศาสตร์ความเจริญ ในยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่ชาติตะวันตกเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรี มีรำบวงสรวง สวนนารายณ์นฤมิต ตำรับโอสถพระนารายณ์ ทหารวังเปลี่ยนเวร การแสดงละครลิง กิจกรรมแต่งชุดไทยจดทะเบียนสมรส หมากรุกคน ตลาดย้อนยุค ลานวัฒนธรรมและอาหารพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒนธรรม ซาโม่น ตลาดมอญเมืองละโว้ ชิม ช้อป สินค้า OTOP ของดีจังหวัดลพบุรี สัมผัสการแสดง แสง สี เสียง ประวัติศาสตร์จินตนาการ ที่ยิ่งใหญ่ สุดอลังการ และ เปิดให้ชมฟรี นักท่องเที่นวอย่าได้พลาด ประพนธ์ รอบรู้ : เรียบเรียง


ชื่อผู้แต่ง             กิ่งแก้ว  อัตถากร ชื่อเรื่อง              วัดศรีประวัติ ครั้งที่พิมพ์           - สถานที่พิมพ์        กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์          โรงพิมพ์พระจันทร์ ปีที่พิมพ์              ๒๕๒๑ จำนวนหน้า          ๑๒๙  หน้า                          ในการจัดทำหนังสือที่ระลึกงานผูกพัทธสีมาครั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายา เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีตัดลูกนิมิตเอก บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และเททองหล่อพระพุทธศรีสวัสดิ์มงคลจำลอง  วัดศรีประวัติ ตั้งอยู่ริมคลองมหาสวัสดิ์ แขวงบางคูเวียง จังหวัดนนทบุรี เดิมเรียกว่า “วัดช่องลม” และบ้างเรียกว่า “วัดกลางทุ่ง” ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้ได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดศรีประวัตยาราม หรือเรียกสั้นๆ ว่า “วัดศรีประวัติ”


          กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์”   จัดแสดงผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปกรรมชั้นครู  มาสืบต่อศาสตร์งานศิลปะแขนงต่างๆ สืบทอดภูมิปัญญาด้านงานช่างสิบหมู่อันเป็นมรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖    นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า สำนักช่างสิบหมู่ มีภารกิจสำคัญในการอนุรักษ์ สืบสาน สร้างสรรค์ มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ โดยศึกษาศาสตร์งานศิลป์ อันมีศิลปกรรมชั้นครูที่ยังคงเหลือให้เห็นตามโบราณสถานและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด้วยการฟื้นฟูศาสตร์ความรู้วิชาช่างศิลปกรรม สืบสานด้วยการสร้างสรรค์งานช่างศิลปกรรมแขนงต่าง ๆ ส่งต่อด้วยการเผยแพร่องค์ความรู้ศาสตร์วิชางานช่าง ให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์งาน นำไปสู่การพัฒนาทักษะเชิงช่างให้คงอยู่สืบไป ในโอกาส ๑๑๒ ปี แห่งการสถาปนากรมศิลปากรจึงได้จัดนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” เป็นการ สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์ ผ่านศิลปินศิลปากร จัดแสดงผลงานศิลปกรรมที่สร้างสรรค์โดยบุคลากรสำนักช่างสิบหมู่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปกรรมชั้นครูมาสืบต่อศาสตร์งานศิลปะแขนงต่างๆ ประกอบด้วย งานช่างเขียน: ปฐมบทแห่งการช่างไทย งานช่างรัก: ประณีตศิลป์แห่งรัก งานช่างศิราภรณ์: หลากวิชาช่างชำนาญศิลป์ งานช่างมุก: เลื่อมพรายลายฉลุศิลป์ งานช่างแกะ ช่างสลัก: วิจิตรแห่งภูมิปัญญาในงานจำหลักไม้ งานช่างบุ ช่างสลักดุน: วิจิตรแห่งโลหะศิลป์ งานช่างปิดทอง ช่างประดับกระจก: ประกายแห่งอัญมณี งานช่างปั้น ช่างหล่อ: ประติมากรรมแห่งศรัทธาศิลป์ งานช่างกระเบื้อง: วิวัฒน์ศิลป์ไทย โดยผลงานที่นำมาจัดแสดง อาทิบุษบกเกริน (จำลอง) หัวโขนจำลอง หัวโขนพระพิฆเนศประดับมุกเจดีย์ ฉัตร บังแทรกงานลายกำมะลอ เขียนภาพ “รามเกียรติ์ ตอนทศกัณฐ์ลักนางสีดา”แบบร่างประติมากรรมพระจันทร์ทรงราชรถโถน้ำพระพุทธมนต์ประดับมุก            กรมศิลปากร จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการพิเศษ “สืบ สร้าง สาน ศาสตร์ศิลป์” ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๖ ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์ – อังคาร) ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 


หลักเกณฑ์และแนวทางที่เกี่ยวข้องกับการให้คุณให้โทษและการสร้างขวัญกำลังใจแก่บุคลากร


เลขทะเบียน : นพ.บ.575/1                             ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 50 หน้า ; 5.5 x 50.5 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 187  (357-364) ผูก 1 (2566)หัวเรื่อง : สองสิม--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


ชื่อเรื่อง                         สํยุตฺตนิกายกถา (สํยุตฺตนิกาย)ลบ.บ.                            35/12หมวดหมู่                       พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ                  60 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 56.5 ซม.หัวเรื่อง                         พระไตรปิฎก                                                                         บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องรัก ไม้ประกับธรรมดา




องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง จังหวัดสุพรรณบุรีในศิลาจารึกสุโขทัย : ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ


อธิบดีกรมศิลปากรกำชับสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช กำกับดูแลโครงการอนุรักษ์โบราณสถานวัดพระมหาธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมส่งนักวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการอนุรักษ์ปืนใหญ่โบราณก่อนนำจัดแสดงตามหลักวิชาการต่อไป           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวผู้รับเหมาทุบรื้อปืนใหญ่โบราณในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช อ้างเพื่อการเป็นมรดกโลกนั้น สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ได้เข้าตรวจสอบและรายงานว่า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหนังสือลงวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ ขออนุญาตซ่อมแซมปรับปรุงวิหารในวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จำนวน ๕ หลัง  ได้แก่ วิหารพระม้า วิหารโพธิ์ลังกา วิหารพระแอด และวิหารสามจอม (วิหารพระเจ้าศรีธรรมโศกราช) โดยแจ้งว่างานจัดทำเอกสารนำเสนอการเป็นมรดกโลกฉบับสมบูรณ์ (Nomination Dossier) ใกล้แล้วเสร็จ คงเหลือเฉพาะงานแก้ไขซ่อมแซมปรับปรุงวิหาร ๕ หลัง ที่อยู่ในสภาพชำรุด และมีวัสดุแปลกปลอมติดตั้งอยู่ โดยรายการรื้อย้ายแท่นปืนใหญ่ ๙ ชุด เพื่อปรับพื้นปูหินอ่อนตามเดิม บริเวณรอบวิหารพระแอด อยู่ในรายการขออนุญาตในครั้งนี้ ซึ่งกรมศิลปากรได้อนุญาตให้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงตามแบบรูปรายการได้ โดยใช้ช่างฝีมือที่มีความชำนาญและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันระหว่างสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร แต่เมื่อสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช เสนอขอความเห็นชอบโครงการฯ ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และดำเนินการจัดจ้างรวมทั้งการขอเข้าทำงานของผู้รับจ้าง ไม่ได้มีการแจ้งให้สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ทราบแต่อย่างใด สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช จึงได้สั่งให้ผู้รับจ้างหยุดงานไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับอนุญาต และได้นัดประชุมร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผู้แทนวัดที่ได้รับแต่งตั้ง ผู้ควบคุมงาน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช และผู้รับจ้าง ได้ข้อสรุปดังนี้            ๑. มอบหมายให้ผู้แทนสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช  ควบคุมการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง โดยจะต้องดำเนินการติดตั้งป้ายโครงการฯ เพื่อชี้แจงการปฏิบัติงานต่อสาธารณชนให้เรียบร้อยโดยด่วน รวมทั้งให้ผู้รับจ้างเสนอแผนการทำงานเสนอคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และผู้ควบคุมงานพิจารณาก่อนดำเนินการ            ๒. พระธรรมวชิรากร เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร สั่งการให้เคลื่อนย้ายปืนใหญ่ที่รื้อถอนแท่นฐานจากบริเวณวิหารพระแอด ไปจัดเก็บรักษาภายในพิพิธภัณฑ์วัด ซึ่งกรมศิลปากรจะส่งนักวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ดำเนินการอนุรักษ์ปืนใหญ่ ก่อนการติดตั้งแท่นฐานและจัดแสดงตามหลักวิชาการต่อไป            ๓. การเข้าปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ตามสัญญาจ้างจะต้องแจ้งต่อวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช และสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ทราบล่วงหน้าทุกครั้ง รวมทั้งจะต้องไต้รับอนุญาตจากวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ก่อนการเข้าปฏิบัติงานภายในวิหารแต่ละหลัง           ทั้งนี้ ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครศรีธรรมราช ติดตาม กำกับดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด และรายงานให้ทราบเป็นระยะต่อไป


            ย้อนหลังไป 149 ปี เมื่อวันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2417 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เปิดพิพิธภัณฑ์หลวง ณ หอคองคอเดีย ภายในพระบรมมหาราชวังให้ประชาชนเข้าชมเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา นับเป็นวันกำเนิดพิพิธภัณฑ์สำหรับประชาชนแห่งแรกของประเทศไทย ต่อมา พ.ศ.2538 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ กำหนดให้วันที่ 19 กันยายน เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเป็นโอกาสให้องค์กรด้านพิพิธภัณฑ์ ได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ภารกิจแก่สังคม ในฐานะแหล่งเรียนรู้สำคัญของชาติ             ในปี พ.ศ.2566 กรมศิลปากร โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จึงได้ร่วมมือกับเครือข่าย พิพิธภัณฑ์ 20 แห่งจัดกิจกรรมมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย ระหว่างวันที่ 16 -19 กันยายน ภายใต้แนวคิด “การจัดการคลังและวัตถุพิพิธภัณฑ์สู่ความยั่งยืน” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน และอาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร           นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวถึงแนวคิดการจัดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทยประจำปี พ.ศ. 2566 ว่ากรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการดูแลรักษา Collection หรือวัตถุพิพิธภัณฑ์ และการจัดการองค์ความรู้ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งในโลก เพื่อการนำเสนอและเผยแพร่สรรพวิทยาการความรู้แก่สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ กรมศิลปากรเองก็ได้มีพิธีเปิดคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อันเป็นสถานที่จัดเก็บ อนุรักษ์โบราณวัตถุตามมาตรฐานพิพิธภัณฑ์สากล และกำหนดวิธีการให้บริการศึกษาค้นคว้าโบราณวัตถุที่เหมาะสมกับภารกิจหลักในการปกป้องคุ้มครองโบราณวัตถุอันเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยจะเปิดให้บริการศึกษาค้นคว้าเสมือนห้องสมุดโบราณวัตถุ ในวันพิพิธภัณฑ์ไทยปีนี้ คือวันที่ 19 กันยายน 2566             ในการจัดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทยครั้งนี้ อธิบดีพนมบุตร จึงมอบหมายให้สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชิญชวนเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มาร่วมกันเผยแพร่ความรู้ ภารกิจการอนุรักษ์ ดูแลรักษาวัตถุพิพิธภัณฑ์ และการจัดการความรู้ของแต่ละพิพิธภัณฑ์ ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ระหว่างวันที่ 16 -19 กันยายน 2566             กิจกรรมในมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทยในปีนี้ จึงประกอบด้วย นิทรรศการพิเศษในพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน เป็นการจัดแสดงสิ่งของสำคัญ สิ่งของแปลกจากคลังพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่มิได้เผยแพร่มาก่อน ได้แก่             - กาน้ำไข่นกกระจอกเทศ เขี้ยวปลาวาฬ            - ชุดแสตมป์ดวงแรกของประเทศไทย             - โทรศัพท์รุ่นแรกที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย            - เครื่องตัดต่อภาพยนตร์โบราณ เครื่องส่งโทรเลข จากคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ             - เขาสมัน งาช้างแปลก จากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร             - ตุ๊กตาทองตัวแรกของประเทศไทย จากหอภาพยนตร์             - เครื่องพิมพ์ดีดของ ป อินทรปาลิต จากพิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย             - ชุดตลับงาช้าง 20 ขนาด จากพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาด             - ตราประทับชาดงาดำ เป็นตราประจำตำแหน่งเจ้ากรมตำรวจภูธร เมื่อแรกก่อตั้งหน่วยงานตำรวจภูธร ซึ่งพัฒนาต่อมาเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปัจจุบัน จากคลังพิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน             - ตั๋วรถราง ป้ายรถราง จากคลังพิพิธภัณฑ์การไฟฟ้าไทย             - ปืนพระรามหก จากคลังอนุสรณ์สถานแห่งชาติ             - รูปยาซิกาแรตชุดเจ้านายไทย บริษัทยาสูบชำมุ้ยจำกัด พ.ศ.2468 จากคลังพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว - อัณฑะผู้ป่วยโรคเท้าช้าง จากคลังพิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน             - รูปพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญสมัยกรุงศรีอยุธยาบนภาชนะดินเผา จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย              - เหรียญเงินจีนจากแหล่งเรือจมในทะเลไทย จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พาณิชย์นาวี เป็นต้น            ในบริเวณนิทรรศการ ยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้ร่วมกิจกรรมปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และสิ่งสะสมประเภทวัสดุกระดาษ โลหะ เช่น เหรียญเงิน เอกสารโบราณ ภาพถ่ายเก่า ภาพจิตรกรรมสีน้ำ เป็นต้น โดยประชาชนสามารถนำสิ่งสะสมของตนมาปฏิบัติการอนุรักษ์ด้วยตนเอง โดยมีวิทยากรเชี่ยวชาญอบรมให้ความรู้จากพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ทั้งนี้สามารถสำรองที่นั่งได้ทาง เฟสบุ๊คเพจ Thai Museum Day นอกจากนี้ยังมีเวทีบรรยายความรู้ เผยแพร่ภารกิจพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในบริเวณงานโดยวิทยากรจาก พิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากกว่า ๒๐ พิพิธภัณฑ์             นอกจากนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ยังได้เปิดให้ชมพิพิธภัณฑ์ ณ วังหน้าในยามค่ำ หรือ Night Museum ไปจนถึงเวลา 20.00 น. โดยบริการรอบนำชม เวลา 17.00 น. และ 18.00 น. ตลอดวันที่ 17 - 19 กันยายน และจัดกิจกรรมพิเศษ “มหาคณปติบูชา” และตลาดอาร์ตทอยสร้างสรรค์พระคเณศ “ภัทรบูชา” ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ณ อาคารมหาสุรสิงหนาท ติดตามรายละเอียดใน เฟสบุ๊คเพจ Education.National Museum Bangkok


          รูปพระภิกษุอุ้มบาตรยืนเรียงกัน 3 องค์           แบบศิลปะ : อยุธยา           ชนิด : ดินเผา           ขนาด : สูง 21.5 เซนติเมตร กว้าง 25.5 เซนติเมตร           ลักษณะ : แผ่นดินเผารูปพระภิกษุ 3 องค์ ประทับยืนบนฐานสิงห์  องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่า อีก 2 องค์ที่ขนาบข้างซ้ายและขวา ครองจีวรห่มคลุม ชายจีวรเป็นริ้ววงโค้งพาดผ่านด้านหน้าพระเพลา พระหัตถ์ทั้งสองอยู่ในท่าประคองบาตร ท่าประทับยืนแยกพระบาท            สภาพ : ชำรุด ส่วนพระเศียรหักหายไปทั้งองค์ที่ตรงกลางและองค์ทางขวา, ภิกษุองค์กลางมีรอยร้าวคาดขวางพระวรกาย           ประวัติ : นายมนัส โอภากุล มอบให้เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2533 ย้ายจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2541           สถานที่จัดแสดง : ห้องศาสนศิลป์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี     แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi/360/model/20/   ที่มา: hhttp://www.virtualmuseum.finearts.go.th/suphanburi


องค์ความรู้สุพรรณบุรี เรื่อง พุหางนาค อุทยานสวนหินพุทธสถานทวารวดีอู่ทองนิเวศ ผู้เรียบเรียง : นางอภิญญานุช เผ่าพงษ์คล้าย บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ


black ribbon.