ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,063 รายการ


เลขทะเบียน  นม.บ.15/ค/4


ชื่อเรื่อง : บทโขน ละคอน และลิเก หัวเรื่อง : กวีนิพนธ์ไทย คำค้น : - รายละเอียด : แสดงในงานดนตรีมหกรรมของกรมศิลปากร ณ สังคีตศาลา ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2504 ผู้แต่ง : กรมศิลปากร แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี หน่วยงานที่รับผิดชอบ/โรงพิมพ์/สำนักพิมพ์ : ห้างหุ้นส่วนจำกัดศิวพร ปีที่พิมพ์ : 2504 วันที่เผยแพร่ : 24 กันยายน 2568 ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : - ลิขสิทธิ์ :  - รูปแบบ : PDF ภาษา : ภาษาไทย ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร ตัวบ่งชี้ : - รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือบทโขน ละคอน และลิเก รวบรวมบทการแสดงจากงานดนตรีมหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2504 ซึ่งได้รับการคัดสรรและปรับปรุงโดย นายมนตรี ตราโมท ศิลปินพิเศษ กรมศิลปากร ร่วมกับหม่อมแผ้ว สนิทวงศ์เสนี และข้าราชการกองการสังคีต อาทิ บทชุมนุมฉุยฉาย บทละคอนเสภา ขุนช้างขุนแผน ตอน ฟันม่านและพาวันทองหนี ตลอดจนบทลิเก จันทโครพ ที่ใช้แสดงในงาน เลขทะเบียน : น. 56 บ. 67750 จบ. (ร) เลขหมู่ :      ศ          895.9112082               ศ528บ





รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมการก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สนามหลวง          วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.30 น. นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายอลงกรณ์ กาญจนะคูหะ ผู้อำนวยการสำนักสถาปัตยกรรม สถาปนิก วิศวกร ภูมิสถาปนิก ผู้ออกแบบ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามความคืบหน้า ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง        การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของพื้นที่สำหรับการจัดสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ซึ่งขณะนี้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้เริ่มเข้าพื้นที่ เพื่อเตรียมการปรับพื้นที่ท้องสนามหลวง และวางผังพระเมรุมาศ รวมทั้งอาคารประกอบ โดยกรมศิลปากรได้ยึดหลักการออกแบบพระเมรุมาศให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี และมีความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรม รวมทั้งสื่อแนวคิดซึ่งสะท้อนถึงพระราชจริยาวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย ภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศจัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์ และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนั้นยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูตตลอดจนแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมพระราชพิธี        การจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งก่อสร้างประกอบพระเมรุมาศบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างแล้วนั้น จะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2569 จากนั้นรัฐบาลจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป


         กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญท่านร่วมแต่งไทยย้อนยุคชมโบราณสถาน ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ ณ วัดไชยวัฒนาราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 9 - 13 เมษายน 2569 เวลา 08.30 - 21.00 น. กิจกรรมภายในงานมากมาย อาทิ ร่วมสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย เล่นสาดน้ำวิถีไทย สาธิตประดิษฐ์เครื่องตกแต่งพระเจดีย์ทราย จับจ่ายสินค้า “ตลาดอาหารไทยคลายร้อน” และ “ตลาดย้อนยุคยามเย็น” รำวง ชมดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พร้อมจุดเช็คอินสไตล์งานวัดอีกเพียบ ติดตามข้อมูลกิจกรรมได้ทาง Facebook: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา Ayutthaya Historical Park https://www.facebook.com/AY.HI.PARK สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3524 2525


กระดึงสำริด อายุสมัย สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สังคมเกษตรกรรม (ประมาณ ๑,๘๐๐ - ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว) พบที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอกล้ำ อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด จัดแสดง ณ โซนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด กระดึง คงใช้ผูกคอสัตว์หรือประดับอยู่กับเครื่องผูกบนคอสัตว์ เช่นเครื่องผูกบนหลังช้าง ม้า วัว สำหรับยึดสัปคับหรือที่วางสัมภาระ ค้นพบตามแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เคยค้นพบกระดึงอยู่กับโครงกระดูกสัตว์ประเภทใช้งานดังกล่าว จึงอาจใช้เพื่อประโยชน์อย่างอื่น เช่น เป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมเป็นต้น จากลักษณะรูปทรง มีเทคนิคการหล่อแบบไล่ขี้ผึ้ง (lost wax casting) โดยปั้นหุ่นรูปกระดิ่งแล้วแกะหรือปั้นลายรูปคล้ายจั่วบนขี้ผึ้ง แล้วหุ้มด้วยดินหุ่น เมื่อเทสำริดแทนขี้ผึ้ง แล้วปล่อยให้เย็นตัว จึงทุบดินหุ่นออก แล้วขัดแต่งผิวให้สวยงาม นับว่าเป็นกระดึงที่มีลวดลายเรียบง่าย แต่วางจังหวะของลวดลายได้เหมาะสมลงตัว บรรณานุกรม กรมศิลปากร. เมืองร้อยเอ็ด. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง, ๒๕๔๑.


องค์ความรู้ : หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ นครราชสีมา เรื่อง สะบ้า : ย้อนการละเล่นถิ่นโคราช สืบสานวิถีสงกรานต์บ้านเอ็ง เรียบเรียงโดย นางสาวกุลริศา รัชตะวุฒิ นักภาษาโบราณ กราฟิกโดย นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย บรรณารักษ์ปฏิบัติการ สะบ้า คือการละเล่นพื้นบ้านอันทรงคุณค่าที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ พบความนิยมอย่างแพร่หลายในแถบภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยเฉพาะในชุมชนชาวมอญและชาวไทยรามัญ นิยมจัดขึ้นในช่วงเทศกาลตรุษสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ เพื่อสร้างความบันเทิงและความสามัคคีในกลุ่มเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกันภายในชุมชน การเริ่มเล่นสะบ้าเริ่มเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานอย่างแน่ชัด แต่พบว่ามีการเล่นสะบ้าในสมัยรัชกาลที่ 1 ในหนังสือเรื่อง เล่าเรื่องพม่ารามัญ โดยผู้เขียน ส.พลายน้อย ซึ่งเสน่ห์ของการเล่นสะบ้าอยู่ที่ความหลากหลายของลักษณะการเล่นและชื่อเรียกตามแต่ละพื้นที่ ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน เช่น อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เรียกว่า สะบ้าบ่อน หรือ สะบ้าว่อน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของประเพณีสงกรานต์ไทยรามัญ จังหวัดยโสธรมีชื่อเรียกว่า สีบ้า ส่วนจังหวัดนครราชสีมา จะรู้จักกันดีในชื่อการละเล่นสะบ้าสีลอย  สำหรับการเล่นสะบ้าในนครราชสีมานั้น ปรากฏข้อความการเล่นสะบ้าในหนังสือ ท้าวสุระนารี โดยเนื้อหาในหนังสือเขียนเล่าไว้ว่าคุณหญิงโม ได้เชิญนายนรินทร์ภักดีและนางทองเหลือมาเล่นสะบ้าที่บ้านของท่านในช่วงตรุษสงกรานต์ ดังข้อความว่า “...แต่ก่อนกลับจะขอกำชับเป็นเชิงชวนว่า ค่ำวันนี้ทั้งแม่ทองเหลือและนายนรินทร์ต้องไปบ้านข้าเพื่อเล่นสะบ้ากับหมู่หนุ่มสาวอีกหลายผู้คน...” (หลวงศรีโยธา และคนอื่น ๆ 17-18). และยังได้อธิบายวิธีการเล่นและท่วงท่าการเล่นสะบ้าไว้ ดังข้อความว่า “...อันว่าการเล่นสะบ้านี้มีอยู่ราว 27 ท่า คือ ท่าสะลอย อีคอ อีอก สะดือ สลัดพก หัวเข่า ขานาง เหยียบม่วงสอย ทะเลื่อนซ่น ตากแดด ตาตุ่ม ตากลาง ตาขอ ตามิด จมูก มาบอย่า ท่าถีบ คีบต่อย กะเติง กระทะ สะครูด ยิงตรา 5 ยิงตรา 4 ยิงตรา 3 ยิงตรา 2 ยิงตราขอบ้อง สะลอยส่งหน้า สะลองส่งก้น...” (หลวงศรีโยธา และคนอื่น ๆ  22-23).  อุปกรณ์ กติกาและวิธีการเล่น อุปกรณ์การเล่นสะบ้า ได้แก่ ลูกสะบ้าที่เป็นผลของไม้เถา มีลักษณะกลมแบนขนาดการเล่นจะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายเท่า ๆ กัน และมีการจับคู่กับฝ่ายตรงข้าม ฝ่ายที่เริ่มเล่นก่อน เรียกว่า ฝ่ายขึ้นหรือฝ่ายรุก ขั้นตอนการเล่นนั้นฝ่ายรับจะขีดเส้นพื้นสนามแล้วนำลูกสะบ้ามาตั้งเรียงเป็นแถวหน้ากระดาน โดยมีระยะห่างที่พอเหมาะ ส่วนฝ่ายรุกจะยืนบนเส้นขนานที่กำหนดไว้ แล้วปล่อยลูกสะบ้าออกไปเพื่อให้กระแทกลูกสะบ้าของฝ่ายรับล้มลง ฝ่ายใดสามารถทำลูกสะบ้าตั้งของฝ่ายตรงข้ามล้มได้ครบตามลำดับท่าก่อนจะเป็นฝ่ายชนะ ความหลากหลายของท่วงท่าการเล่นสะบ้านั้น แต่ละพื้นที่จะมีกติกาและจำนวนท่าที่แตกต่างกันออกไปเพื่อท้าทายความสามารถของผู้เล่น ในแถบภาคอีสานจังหวัดอุดรธานีมีท่าเล่นมากที่สุดถึง 28 ท่า ส่วนจังหวัดนครราชสีมา มี 23 ท่า  ลำดับท่าการเล่นสะบ้ามีดังนี้ 1.ท่าสีลอย 2.ท่าอก  3.ท่าสะดือ 4.ท่าขาอ่อน 5.ท่าขาแก่ 6.ท่าหัวเข่า 7.ท่าเหยียบม่วง  8.ท่าตากแดด  9.ท่าตาส้น 10.ท่าตาตุ่ม  11.ท่าตากลาง 12.ท่าตาข้อ 13.ท่าตาหมิด 14.ท่าจมูก 15.ท่ามาบหญ้า 16.ท่าถีบ 17.ท่าคีบต่อย 18.ท่าย้อย 19.ท่าเนินกระทะ 20.ท่าเท้าตะครุบ 21.ท่าสะครูด 22.ท่าเปล่า 23.ท่าบองไปกรูด 24.ท่าเลียดไปบอง 25.ท่าบองไปเลียด 26.ท่าหงายน้อย 27.ท่าหงายใหญ่ 28.ท่าให้กา   ปัจจุบัน การเล่นสะบ้า เป็นการละเล่นยอดนิยมในเทศกาลสงกรานต์ในชุมชนชาวมอญและชาวไทยรามัญ นิยมเล่นเพื่อความสนุกสนานและสร้างความสามัคคี แม้จะหาชมได้ยากแต่ยังมีการอนุรักษ์ในหลายพื้นที่ เช่น ที่อำเภออำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี การละเล่นสะบ้าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติ และสำหรับจังหวัดนครราชสีมานั้น ชาวบ้านในอำเภอพิมาย เช่น ชาวบ้านตำบลดงใหญ่ยังคงรวมตัวเล่นสะบ้าก่อนเทศกาลสงกรานต์ในทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์การละเล่นที่มีเอกลักษณ์นี้ไว้ไม่ให้สูญหายตามกาลเวลา   บรรณานุกรม • พิชญ์ สมพอง.  “สะบ้า: การละเล่น.”  สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคอีสาน.  13 (2542): 4491-4494. • กระทรวงวัฒนธรรม.  กรมส่งเสริมวัฒนธรรม.  มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ประจำปีพุทธศักราช 2561.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก: https://book.culture.go.th/ich61/mobile/index.html#p=58 • ระบบฐานข้อมูลศิลปวัฒนธรรมและวัฒนธรรมจังหวัดชัยภูมิ.  การละเล่นสะบ้า.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก: https://culture.cpru.ac.th/2022/01/11/สะบ้า/ • หลวงศรีโยธา และคนอื่น ๆ.  ท้าวสุระนารี.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 8 เมษายน 2569, จาก: https://www.finearts.go.th/nlt-korat/view/55783 • "สงกรานต์โคราช" ชาวพิมายรวมตัวเล่นสะบ้าพื้นบ้าน รับปีใหม่ไทย | เรื่องดีดีทั่วไทย.  ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (TNN LIVE).  7 เมษายน 2569.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ 9 เมษายน 2569, จาก: https://www.facebook.com/watch/?v=1569835560779050  




ผู้แต่ง : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่านปีที่พิมพ์ : 2550 สถานที่พิมพ์ : น่าน สำนักพิมพ์ : องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน      น่านเป็นจังหวัดหนึ่งในล้านนาตะวันออก มีประวัติความเป็นมายาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้คนได้อาศัยบนผืนแผ่นดินน่าน ได้สร้างสรรค์ สั่งสม และสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมจนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะที่โดเด่นหลายประการ รวมทั้งรู้จักปกป้องรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ให้ยั่งยืน จนกลายเป็นมาดกอันทรงคุณค่าสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัด



ประชุมสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี ประจำเดือนกันยายน ครั้งที่ ๑๒/๒๕๕๘ วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๔ ลพบุรี


black ribbon.