ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,224 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.423/ข/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 42 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 151 (96-103) ผูก ข4 (2566)หัวเรื่อง : มูลกัจจายน์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.563/7 ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4.5 x 57 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 183 (329-336) ผูก 7 (2566)หัวเรื่อง : ทศชาติ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญเที่ยวงานใต้ร่มพระบารมี ๒๔๑ ปี กรุงรัตนโกสินทร์ พบกับกิจกรรมในมิติทางศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย
- ไหว้พระ เที่ยววัด ยลวัง สัมผัสพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ
- ดื่มด่ำประทับใจแหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์
- ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก
- เลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย CPOT
- ลองลิ้มชิมอาหารเลิศรส
กิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๕ เมษายน ๒๕๖๖ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โรงละครแห่งชาติ และ ๒๑ แหล่งเรียนรู้รอบเกาะรัตนโกสินทร์ (สวนสันติชัยปราการ ๒๑ เมษายน-๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ )
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ร่วมกับสมาคมดิจิทัลเพื่อการศึกษาไทย จัดนิทรรศการโครงการ Art for Youth and Community โดยกรมศิลปากรให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าวและมีอาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(สื่อผสม) ประจำปี 2563 เป็นหัวหน้าโครงการ โดยนำความรู้ในการสร้างศิลปะใน 4 ความรู้หรือเทคนิค คือ 1.การวาดภาพด้วยดิน 2.การวาดภาพด้วยถ่าน (charcoal) 3.การสร้างงานศิลปะด้วย คราม 4.ภาพพิมพ์พฤกษา
จากศิลปินผู้มีความรู้และประสบการณ์ระดับเยี่ยม 4 ด้านนี้กว่า 20 ชีวิต จากมหาวิทยาลัยชั้นนำและได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นต้น นำความรู้เหล่านี้เดินสายไปมอบให้พร้อมจัด workshop อบรมให้กับนักเรียนและครูของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 5 แห่งในจังหวัดตราด ลพบุรี พิษณุโลก อุบลราชธานีและสุราษฎร์ธานี จุดเด่นของโครงการนี้คือ การประหยัดต้นทุนของการสร้างงานศิลปะโดยเน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติหาได้ในพื้นที่ ไม่ต้องเสียเงิน เพียงแต่ต้องมีความรู้และเทคนิค นำความร่วมมือของชุมชนคือบ้านวัดโรงเรียนเข้ามาผสมผสานให้ยั่งยืนต่อไป ผลงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันนี้นอกจากจะสร้างเอกลักษณยังสามารถต่อยอดเป็นรายได้ให้กับชุมชนด้วยต้นทุนต่ำมากได้ด้วย จึงเป็นเหตุผลประกอบรวมกันทำให้โครงการนี้ได้รับผลตอบรับดีมาก ประสบความสำเร็จตามความตั้งใจทุกประการ
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 9.00 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ - วันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
องค์ความรู้ : สำนักการสังคีต
เรื่อง เพลงคู่จีนกระสัน เพลงจีนสี่ผี เพลงประกอบการแสดงโขนที่กำลังเลือนหายไป
การบรรเลง - ขับร้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการแสดงไทย เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงโขนนั้นมี ๒ ชนิด ได้แก่
๑. การบรรเลงด้วยดนตรีอย่างเดียว เช่น เพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาต่าง ๆ
๒. การบรรเลง - ขับร้อง ประกอบกิริยาอารมณ์ต่าง ๆ มีทั้งเพลงอัตราจังหวะสองชั้น อัตราจังหวะชั้นเดียว และเพลงจังหวะพิเศษ
สำหรับการบรรเลงด้วยดนตรีอย่างเดียวที่เป็นเพลงหน้าพาทย์ประกอบกิริยาอาการต่าง ๆ นั้น โดยปกติจะมีความยาวเท่ากับท่ารำ แต่บางครั้งที่เป็นการแสดงยกทัพที่มีการรำตรวจพลหรือการไป – มา ของตัวละครสูงศักดิ์ที่จัดเป็นขบวนจะต้องใช้เพลงมากกว่าหนึ่งเพลงบรรเลงต่อเนื่องกันให้เพียงพอกับท่ารำหรือระยะทางด้วยต้องบรรเลงอย่างต่อเนื่อง
การแสดงโขน ตอนศึกกุมภกรรณ เป็นการแสดงตอนหนึ่งที่มีความสำคัญและเป็นที่นิยมอย่างมากซึ่งมีเนื้อเรื่องย่อ
ดังนี้
“กุมภกรรณ เป็นอนุชาของทศกัณฐ์ มีตำแหน่งพระอุปราช มีหอกโมกขศักดิ์เป็นอาวุธ อุปนิสัยมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความยุติธรรม หลังจากที่ไมยราพ พระนัดดาต้องสิ้นชีพในสงคราม ทศกัณฐ์ได้นึกถึงกุมภกรรณจึงได้ให้มโหทรไปเชิญกุมภกรรณขึ้นมาเฝ้าเพื่อปรึกษาการทำศึกสงครามกับกองทัพพระราม กุมภกรรณได้พิจารณาถึงสาเหตุศึกครั้งนี้เห็นว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะทศกัณฐ์ไปลักพานางสีดามเหสีของพระราม จึงทูลให้ทศกัณฐ์ส่งนางสีดาคืนให้แก่พระราม ทศกัณฐ์ไม่ฟังคำกล่าวตักเตือนของกุมภกรรณและยังได้ทำการขับไล่กุมภกรรณด้วย เมื่อกุมภกรรณเห็นว่าไม่สามารถเกลี้ยกล่อมทศกัณฐ์ได้จึงจำเป็นรับอาสาทำสงครามกับกองทัพของพระราม”
จากเนื้อเรื่องย่อ ทศกัณฐ์สั่งให้มโหทรไปเชิญกุมภกรรณผู้เป็นอุปราชมาเข้าเฝ้าเพื่อปรึกษา กุมภกรรณนั้นเป็นน้องแท้ ๆ ของทศกัณฐ์และมีฐานะเป็นอุปราช ในการจะมาเข้าเฝ้าทศกัณฐ์จึงต้องตั้งเป็นขบวนมาซึ่งประกอบไปด้วยนางกำนัล เพลงที่ใช้บรรเลงประกอบกิริยาการเดินเป็นขบวน คือ เพลงพญาเดิน ซึ่งเพลงนี้ต้องบรรเลงตั้งแต่กุมภกรรณออกเดินทางจากท้องพระโรงของกุมภกรรณมาถึงหน้าท้องพระโรงของทศกัณฐ์ และเมื่อทศกัณฐ์เห็นขบวนของกุมภกรรณ ก็ร่ายรำออกไปรับและรำต่อเนื่องจนมาถึงแท่นประทับดนตรีจึงทอดจบลง
เพลงพญาเดิน เป็นเพลงหน้าพาทย์ที่ใช้กับตัวละครผู้ที่สูงศักดิ์ โครงสร้างเพลงพญาเดินมีทั้งหมด ๖ ตัว (ไม่นิยมเรียกท่อน) ใช้หน้าทับเฉพาะ การนำเพลงพญาเดินมาบรรเลงประกอบการแสดงในช่วงนี้ความยาวของเพลงไม่เพียงพอต่อการแสดง ในอดีตนั้นครูโบราณจึงได้นำเพลงสำเนียงจีนอัตราจังหวะสองชั้นมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน โดยจะนิยมเลือกเพลงใดเพลงหนึ่งซึ่งนิยมใช้อยู่เพียง ๒ เพลง ได้แก่ เพลงคู่จีนกระสันซึ่งเป็นเพลงท่อนเดียวและเพลงจีนสี่ผีเป็นเพลง ๔ ท่อน ใช้หน้าทับเดียวกันกับเพลงพญาเดินมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน ตัวอย่างการนำเพลงคู่จีนกระสันกับเพลงจีนสี่ผีมาบรรเลงต่อจากเพลงพญาเดิน โดยเริ่มที่เพลงพญาเดินตัวที่ ๖
ปัจจุบันนี้เพลงคู่จีนกระสันและเพลงจีนสี่ผี เริ่มที่จะสูญหายและไม่มีผู้ใดบรรเลง เนื่องจากมีการปรับกระบวนท่ารำให้สอดคล้องกับเวลาและสถานที่ จึงทำให้ทั้งสองเพลงนี้เริ่มจะสูญหายจากการแสดงโขน
กลุ่มดุริยางค์ไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ได้มีการถ่ายทอดทำนองเพลงทั้ง ๒ เพลงนี้จากผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย เพื่อเป็นการอนุรักษ์เพลงที่ใกล้จะสูญหายและเห็นคุณค่าความสำคัญของทั้ง ๒ เพลงนี้ด้วย
รายการอ้างอิง
กิติศักดิ์ เขาสถิตย์. ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์, ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
จรัญ พูลลาภ. นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร.
สัมภาษณ์,๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
ไชยยะ ทางมีศรี. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีไทย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร.สัมภาษณ์, ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
สุรสิทธิ์ เขาสถิตย์. ดุริยางคศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร. สัมภาษณ์, ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔.
เรียบเรียง : นายสุกิตติ์ ทำบุญ นักวิชาการละครและดนตรีปฏิบัติการ
ชื่อเรื่อง ธมฺมบทวณฺณนา ธมฺมบทฏฺฐกถา (ขุทฺทกนิกายฏฺฐกถา)
อย.บ. 243/17
หมวดหมู่ พุทธศาสนา
ลักษณะวัสดุ 60 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54 ซม.
หัวเรื่อง พระธรรมเทศนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับชาดทึบ ไม้ประกับธรรมดา
องค์ความรู้ทางวิชาการเรื่อง พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ศิลปะอยุธยา ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม
ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม มีการจัดแสดงพระพุทธรูปที่ค้นพบจากพระอุระและพระพาหาซ้ายของพระมงคลบพิตร ในคราวที่กรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานภายในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พ.ศ.2499
โดยมีพระพุทธรูปกลุ่มหนึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกันกับพระพุทธรูปในศิลปะล้านนา คือกลุ่มพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแลเห็นฝ่าพระบาททั้งสองหงายขึ้น พระวรกายอวบอ้วน พระพักตร์ค่อนข้างกลม พระรัศมีเป็นต่อมกลมคล้ายดอกบัวตูมหรือหยดน้ำ ครองจีวรห่มเฉียง ชายสังฆาฏิมักเป็นแถบสั้นพาดอยู่บนพระอังสาซ้ายเหนือพระอุระ และยังมีพระพุทธรูปลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายองค์ที่พระยาโบราณราชธานินทร์เก็บรวบรวมไว้ นิยมเรียกกันโดยทั่วไปว่า “แบบขนมต้ม”
เดิมเข้าใจว่ากลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา มีแหล่งกำเนิดที่นครศรีธรรมราชก่อน แล้วส่งต่อมายังศิลปะอยุธยา แต่ปัจจุบันมีการศึกษาแล้วพบว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยานั้น รับรูปแบบมาจากพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนาที่เรียกว่าพระพุทธรูป “แบบเชียงแสนสิงห์หนึ่ง”ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับคตินิยมพระพุทธสิหิงค์ ที่มีรูปแบบและคตินิยมในล้านนาก่อนที่จะถ่ายทอดลงมายังอยุธยา และส่งต่อไปยังนครศรีธรรมราช
สันนิษฐานว่าช่างอยุธยาคงได้รับรูปแบบและตำนานเกี่ยวกับพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรจากล้านนาอย่างชัดเจน ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ที่อยุธยามีความสัมพันธ์กับล้านนา ในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและพระเจ้าติโลกราช ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ล้านนานิยมสร้างพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรอย่างมาก และต่อมามีหลักฐานปรากฏในเอกสาร เช่น คำให้การขุนหลวงหาวัด ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า “พระพุทธสิหิงค์นั้นเป็นพระสมาธิเพชร” แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ว่าพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรนั้นคือพระพุทธสิหิงค์
อย่างไรก็ตามพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา ก็ปรากฏลักษณะเฉพาะของตนเองที่ต่างไปจากศิลปะล้านนา ได้แก่ เส้นขอบพระเนตรกับพระขนงป้ายเป็นแผ่นโค้ง พระโอษฐ์กว้างหยักเป็นคลื่น บางองค์มีไรพระศก ส่วนฐานของพระพุทธรูปเป็นฐานยกสูง ประกอบด้วยฐานกลีบบัวหงายซ้อนเหนือฐานปัทม์และขาสิงห์ย่อเก็จ ทั้งนี้ลักษณะสำคัญที่ไม่เคยปรากฏในกลุ่มพระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะล้านนาคือ การเล่นชายสังฆาฏิและชายผ้าที่พระเพลาโดยตกแต่งให้มีริ้วผ้าซ้อนเป็นชั้นๆ แตกต่างกันไปในแต่ละองค์
พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชรในศิลปะอยุธยา สามารถกำหนดอายุร่วมกับพระพุทธรูปกลุ่มอื่นๆ ที่พบในพระอุระและพระพาหาของพระมงคลบพิตร ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดอายุได้ในสมัยอยุธยาตอนกลาง ราวช่วงต้นหรือกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๑ – ช่วงกลางพุทธศตวรรษ ๒๒
----------------------------------------------
อ้างอิง
1. กรมศิลปากร, 2566. พระพุทธรูปสำคัญในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ. กรุงเทพฯ : รุ่งศิลป์การพิมพ์ (1977) จำกัด.
2. ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2551). “พระพุทธรูปขัดสมาธิเพชร ศิลปะอยุธยา: กรณีศึกษาพระพุทธรูปที่พบในองค์พระมงคลบพิตร”. เมืองโบราณ ปีที่ 34 ฉบับที่ 1 (มกราคม – มีนาคม 2551) 132-141.----------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม:Chantharakasem National Museum
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02JVWwfPJ4BMc4ksBa5WWcZoH6H6z4wBtLTvz71SkynCtdjykFekesaDuhZ8wJeA3sl&id=100057533676734&mibextid=Nif5oz----------------------------------------------เผยแพร่ทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
ปรางค์ครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เป็นอโรคยศาล หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระราชาแห่งอาณาจักรขอมโปรดให้สร้างขึ้น ช่วงเวลาที่พระองค์ครองราชย์สมบัติที่เมืองพระนครหลวง ประมาณ พ.ศ. 1724-1763 หรือในพุทธศตวรรษที่ 18 ตามความในศิลาจารึกปราสาทตาพรหม ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา และกรมศิลปากรดำเนินการขุดแต่งเมื่อ ปี พ.ศ. 2551
พนักงานดูแลรักษาโบราณสถาน : คูณ กรุยกระโทก
แนะนำหนังสือเกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ ในสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชื่อเรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เจ้าฟ้าศิลปิน ทรงชุบชูชีวินปวงชน กรมศิลปากรจัดพิมพ์เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ท่านสามารถอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ที่เว็บไซต์กรมศิลปากร ตามลิงค์ด้านล่างนี้https://www.finearts.go.th/.../18352-%E0%B8%AA%E0%B8%A1...
กรมศิลปากรจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของกรมศิลปากร "เปิดพิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน" โดยเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 - 18.30 น.
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ...ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 150 บาท นักเรียน นักศึกษา เด็ก ผู้พิการ และชาวไทยผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0 3524 1587
องค์ความรู้ เรื่อง วันรักนกเงือก
ผู้เรียบเรียง : นางสาวลักษมณ ประจวบมูล บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : กิจกรรมกลุ่ม -- เมื่อ 29 ปีมาแล้ว แม่บ้านเกษตรกรในแต่ละตำบลของอำเภอแม่ใจ รวมกลุ่มทำอาชีพเสริมและสร้างสรรค์ของดีของขึ้นชื่อประจำถิ่นให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั่วไป. เอกสารจดหมายเหตุของสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เรื่อง "การรายงานการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร " เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 ทำให้ทราบว่า แม่บ้านเกษตรกรตำบลต่างๆในอำเภอแม่ใจรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมหรือผลิตเครื่องอุปโภค - บริโภคจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มผลิตสินค้า OTOP ที่มาก่อนกาล. ทั้งนี้ รายงานข้างต้นจำแนกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแต่ละตำบลแล้วระบุกิจกรรมที่ทำ ได้แก่ 1. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านห้วยเจริญราษฎร์ ตำบลเจริญราษฎร์ ทำหน่อไม้อัดปี๊บ พวงหรีดจากวัสดุธรรมชาติ 2. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านสันสลี ตำบลเจริญราษฎร์ ทำน้ำปู ทอเสื่อ และเย็บกระเป๋า 3. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านพิจิตรพัฒนา ตำบลเจริญราษฎร์ ทำข้าวเกรียบฟักทอง 4. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรป่าแฝกใต้ ตำบลป่าแฝก ทำกล้วยฉาบ ขนมทองม้วน 5. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านป่าตึง ตำบลแม่ใจ ทำกล้วยฉาบ แชมพูสมุนไพร 6. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านทุ่งป่าข่า ตำบลศรีถ้อย ทำข้าวเกรียบฟักทอง 7. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแม่สุกพัฒนา ตำบลแม่สุก ทำแชมพูสมุนไพร หน่อไม้อัดปี๊บ 8. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแม่สุก ตำบลแม่สุก ทอผ้า 9. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเจริญใจ ตำบลศรีถ้อย เย็บหมอนพิง 10. กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านแม่จว้าใต้ ตำบลแม่สุก ทำไหข้าวจากไม้ไผ่. จากรายงานนี้ พบว่ามีกลุ่มแม่บ้านบางตำบลทำกิจกรรมหรือผลิตสินค้าเหมือนกัน เข้าใจว่าในพื้นที่ตำบลนั้นๆ มีวัตถุดิบชนิดเดียวกัน กอปรกับกลุ่มแม่บ้านคงจะเลือกรับการอบรมอาชีพเสริมประเภทเดียวกันนั่นเอง. อย่างไรก็ตาม การรายงานการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านนี้ พบเพียงรายงานจากสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ใจเท่านั้น สันนิษฐานว่า อำเภออื่นๆคงจะรายงานเช่นกัน เพื่อเป็นภาพรวมและสรุปผลในที่ประชุมระดับจังหวัดต่อไป. แต่เหนือสิ่งอื่นใด การรวมกลุ่มทำกิจกรรมทั้งหมดนับจากเริ่มต้น เป็นคำถามให้ชวนคิดในปีพ.ศ.นี้ว่า " กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอำเภอแม่ใจสร้าง Soft Power ขึ้นมาก่อนแล้วหรือไม่ ? ".ผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา).เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา พย 1.13.1/40 เรื่อง รายงานการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรของอำเภอแม่ใจ [ 11 ก.ค. 2537 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ
-- องค์ความรู้จากเอกสารจดหมายเหตุ : ตามเค้าไปประชุม (เกษตร) -- เมื่อ 33 ปีก่อนนั้น หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพะเยา จัดประชุมเพื่อ "ประสานการทำงานและเตรียมข้อมูลสำหรับรายงานคณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนาติดตามผลการตรวจราชการ เขต 5 " หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดังกล่าวที่เข้าประชุม อาทิ เกษตรจังหวัด สหกรณ์จังหวัด ปศุสัตว์จังหวัด พัฒนาที่ดินจังหวัด ศูนย์ขยายพันธุ์พืชฯ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ป่าไม้จังหวัด และประมงจังหวัด เป็นต้น โดยเรื่องที่หารือร่วมกันอยู่ในวาระที่ 2 ได้แก่ เรื่องหมู่บ้านประสานแผนพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดได้คัดเลือกหมู่บ้านที่มีความพร้อมดำเนินงานไร่นาสวนผสม ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมทำนาเฉลี่ย 500 กิโลกรัมต่อไร่ ภายหลังเก็บเกี่ยวแล้วจึงปลูกผักนอกแปลงนา เพาะเห็ดฟาง กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ไม่ต่ำกว่า 20 ไร่ อีกทั้งยังให้เลี้ยงปลาในนาข้าว ในบ่อ และหนองน้ำพร้อมๆกัน ถ้าหากจัดการได้ผลดีแล้วจะส่งเสริมการปลูกไม้ผลในแบบ "สวนหลังบ้าน" ต่อไป ถัดมา ยังมีพื้นที่ว่างอื่นๆอีก ได้สนับสนุนให้เลี้ยงวัวพันธุ์เนื้อลูกผสมกับไก่พันธุ์พื้นเมืองแบบจบครบเรื่องการเกษตรสำหรับหมู่บ้านหนึ่งๆ ที่ประชุมพิจารณารายละเอียดแล้วสรุปว่า ขอเลือกให้หมู่บ้านสันป่าเป้า หมู่ที่ 10 ตำบลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เป็นหมู่บ้านประสานแผนพัฒนาการเกษตร ประจำปี พ.ศ.2534 - 2536 เพราะเกษตรกรมีศักยภาพเพียบพร้อม สามารถผลิตพืชผักสวนครัวต่อวันเป็นจำนวนไม่น้อย นอกจากข้อสรุปข้างต้นแล้ว ที่ประชุมยังได้กำหนดการจัดกิจกรรมปลูกต้นไม้ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในมหามงคลสมัยพระชนมายุครบ 90 พรรษา โดยแบ่งสถานที่ปลูกต้นไม้ 2 แห่งคือ บริเวณถนนจากหมู่บ้านสันจกปก หมู่ที่ 9 ตำบลดอกคำใต้ ไปยังลำน้ำอิง และแนวถนนบ้านสันป่าเป้า หมู่ที่ 10 ตำบลดอกคำใต้ ไปยังลำน้ำอิงเช่นกัน ทั้งนี้ระบุวันทำกิจกรรมเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 ฉะนั้น จึงเป็นอันว่าการประชุมหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครั้งนี้ ได้มติร่วมกันสองเรื่องสำคัญ ซึ่งโดยรวมแล้วคือการพัฒนาทั้งอาชีพ รายได้ สิ่งแวดล้อม และถวายความจงรักภักดี นับว่าคุ้มค่าเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมอย่างยิ่งผู้เขียน: นายธานินทร์ ทิพยางค์ (นักจดหมายเหตุ หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา)เอกสารอ้างอิง: หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา. เอกสารสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา พย 1.13.1.2/4 เรื่อง รายงานการประชุมผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดพะเยา ครั้งที่ 1/2534 [ 5 มิ.ย. 2534 ].#จดหมายเหตุ #องค์ความรู้จากจากจดหมายเหตุ #หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯพะเยา #เอกสารจดหมายเหตุ