ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,272 รายการ
#องค์ความรู้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ผีปู่ย่า ผี ตามความเชื่อของชาวล้านนาไทยโบราณ นอกจากจะหมายถึง วิญญาณของคนที่ล่วงลับไปแล้ว ยังรวมถึง ผีในลัทธิที่เคารพนับถืออีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผีที่มีอิทธิฤทธิ์ มีความศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้คุณและโทษแก่คนได้ โดยสามารถแบ่งผีออกได้เป็น 2 ประเภท คือ1. ผีที่เคารพยำเกรงสืบต่อกันมาในวงศ์ตระกูล เช่น ผีปู่ย่า ผีโป่งป่าถ้ำดอยหลวง2. ผีที่ต้องเคารพเชื่อถือตามความนิยมของชนชาวอื่นที่เข้ามาเป็นใหญ่หรือมาเป็นครูบาอาจารย์อยู่ในบ้านเมืองตั้งแต่โบราณ เช่น ผีครู (ผียักษ์), ผีมดหรือผีเมง, ผีแมน (ผีดิบ), ผีนาค.โดยในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะ “ผีปู่ย่า” ซึ่งจัดอยู่ในผีประเภทแรก คือ ผีที่เคารพยำเกรงสืบต่อกันมาในวงศ์ตระกูล หรือเรียกได้ว่าเป็น ผีบรรพบุรุษ หรือ ผีประจำตระกูลผีปู่ย่า แบ่งออกมาได้เป็น 4 ชนิด คือ ผี สาง เทวดา และเปรต (เผด)1. ผี คือ วิญญาณของผู้ที่ตอนมีชีวิตอยู่ประพฤติตนดี ได้ก่อร่างสร้างวงศ์ตระกูล ผีจะอาศัยอยู่ยังตามอาสน์ หอ หรือสถานที่ที่ลูกหลานทำไว้ให้สถิต2. สาง คือ วิญญาณที่ตายโหง ตายห่า หรือตอนมีชีวิตอยู่ประพฤติตนเป็นคนชั่วช้า สางจะไม่มีที่อยู่อาศัย เพราะผีจะรังเกียจสาง คอยขับไล่ไม่ให้เข้ามาอยู่ปะปนกับผี ต้องคอยเร่ร่อนหลอกคนให้สะดุ้งตกใจ และแย่งเอาโชคลาภของคนไป หากญาติพี่น้องจะทำบุญอุทิศผลให้ก็ต้องแอบทำ ไม่ให้ผีรู้ คือไปทำตามตรอก ซอก ซอยทางสามแพร่ง หรือข้างทางแทน 3. เทวดา คือ วิญญาณของเจ้านาย เจ้าบ้านผ่านเมือง ที่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่คนจำนวนมาก ที่เป็นกษัตริย์จะได้เป็น พระยาอินตา คือ พระอินทร์ 4. เปรต (เผด) คือ วิญญาณของเจ้านายเจ้าบ้านที่ทำตนไม่เที่ยงตรง โดยปกติเป็นคนพาล และคนที่ทำลายศาสนสถาน ฉ้อโกง ทำของปลอม เปรตต้องอาศัยอยู่ตามวัดคอยรับผลเมตตาจิต ต้องคอยตัดหญ้าในวัดโดยการกัดหญ้าทีละเส้น และแลบลิ้นเลียขัดพื้นโบสถ์วิหารให้สะอาด เพื่อใช้หนี้เวรกรรมที่ทำไว้เมื่อตอนเป็นคน อาหารก็ไม่สามารถกินจากที่ญาติอุทิศไปให้ได้ ต้องคอยกินเศษอาหารที่พระนำไปทิ้ง หรือคอยหลอกแล้วแย่งมากินเอา.สางกับเปรตจะเป็นผีที่น่าเกลียดน่ากลัว ไม่ทำคุณประโยชน์ให้แก่คน แต่ผีกับเทวดานั้นจะคอยช่วยเหลือ ปกปักรักษาคนให้มีความสุข ความเจริญ โดยเฉพาะกับคนที่เป็นลูกหลานของผีเหล่านั้น จะได้รับประโยชน์จากผีหรือเทวดามากกว่าผู้อื่น มักจะคอยติดตามลูกหลานไปปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้ ลูกหลานจึงเคารพยำเกรงและคอยเส้นไหว้บวงสรวงให้อยู่เสมอ พร้อมจัดที่ทางให้สถิตอยู่ เช่น ทำเป็นหิ้งไว้บนฝาหัวนอนเหมือนตั้งพระพุทธรูป หรือสร้างเป็นหอ เป็นห้องไว้ให้ .การบวงสรวงผีปู่ย่านั้น มักจะทำการประมาณเดือน 7-8-9 เหนือ (ตรงกับเดือนเมษายน – มิถุนายน) ของทุกปี แล้วแต่ความพร้อมหรือความสะดวกของแต่ละตระกูล โดยมีการนำเครื่องบวงสรวง เช่น หัวหมูไก่ต้ม สำรับคาวหวาน สุรา ดอกไม้ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย หรือแล้วแต่จะกำหนด มาสังเวย นอกจากนี้อาจจะทำเนื่องในโอกาสที่ญาติ ๆ บนบานศาลกล่าวผีปู่ย่าให้ช่วยคนในตระกูลแล้วหายเจ็บป่วยก็ได้ --------------------------------------อ้างอิง - แก้วมงคล ชัยสุริยันต์. ผีของชาวล้านนาไทยโบราณ. พระนคร: โรงพิมพ์พระจันทร์, 2486. หน้า 4-19.- สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ. ชีวิตไทย ชุด ฮีตฮอยเฮา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว, 2538 หน้า 185.
โบราณสถานเขาคา
โบราณสถานเขาคา ตั้งอยู่ที่ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ ลัทธิไศวนิกาย อยู่บนภูเขาลูกโดดขนาดเล็ก เปรียบเสมือนเขาไกรลาส (หรือเขาพระสุเมรุ) อันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ใกล้กันมีคลองท่าทน ซึ่งเปรียบได้ดั่งสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ และเป็นเส้นทางคมนาคมเข้าสู่เขาคา
สื่อองค์ความรู้ชุดโบราณสถานเขาคานี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัย เรื่อง การพัฒนาสื่ออินโฟกราฟฟิก เพื่อประชาสัมพันธ์โบราณสถานเขาคา ตำบลเสาเภา อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ของ นางสาวอัญชลี นะสุด นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
เรียบเรียง/กราฟิค-นางสาวอัญชลี นะสุด นางสาวอัญชลี นะสุด นักศึกษาสาขาวิชาการจัดการวัฒนธรรมเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
ตรวจทาน-นางสาวสิริยุพน ทับเป็นไทย นักโบราณคดีปฏิบัติการ
เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ใช้เพื่อการบันทึกการพัฒนากับทั้งสร้างสรรค์งานศิลปะสมัยใหม่ให้ออกมาเป็นต้นแบบอันทรงคุณค่ามากมาย ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ดีดของท่านถูกนำมาจัดแสดงไว้บนโต๊ะทำงานด้านใน โดยจัดแสดงร่วมกับกรอบรูปของท่าน รูปปั้นโรมาโน วิเวียนี รูปปั้นของท่าน เครื่องเล่นแผ่นเสียง และของใช้อื่นๆ ของท่าน ภายในห้องจัดแสดงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี อนุสรณ์
แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri/360/model/s07ok/
ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/silpabhirasri
กรมกำลังพลทหารอากาศ กรุงเทพ ฯ (เวลา 09.00 น.) จำนวน 40 คนวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. กรมกำลังพลทหารอากาศ นำคณะผู้เข้ารับการศึกษาเป็นนายทหารประทวนชั้นยศจ่าอากาศตรี ถึง พันจ่าอากาศ จำนวน ๓๐ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่งพนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้
ภาชนะดินเผา Knobbed Wares
ภาชนะนำเข้าจากต่างประเทศ
สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ 2,100 – 2,000 ปีมาแล้ว
ภาชนะดินเผาแบบมีปุ่มนูนที่ก้นด้านในภาชนะ มีลักษณะเทียบได้กับภาชนะแบบมีปุ่มในอารยธรรมอินเดีย สันนิษฐานว่าเป็นสินค้านำเข้ามาจากต่างประเทศซึ่งแสดงให้เห็นว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามันรับวัฒนธรรมจากต่างประเทศตั้งแต่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์
พบจากแหล่งโบราณคดีถ้ำเสือ อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง
Imported pottery (Knobbed-Base Bowl)
Early historic period. 2,100-2,000 B.P.
This pottery has embossed button at the base inside bowl. Its pattern comparable with the same pattern pottery in Indian civilization. Assume that imported from oversea which show that Andaman coast area exchange cultural with oversea since early historic period.
Found at Sua cave, La-un district, Ranong province.
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1836834539736087&set=a.1836561556430052
https://www.facebook.com/ThalangNationalMuseum/posts/pfbid038A3fm8yxwrGCfXazveUcSnqudWoQfVBDFwBRejSHTubrqA2sHXKkfjGiN1jVQY9xl
พิพิธภัณฑฯ เชียงใหม่ ชวนร่วมกิจกรรม Workshop “DIY การดุนลายบนแผ่นเงิน” เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2567
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ขอเชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม Workshop เนื่องในวันพิพิธภัณฑ์ไทย ประจำปี 2567 “DIY การดุนลายบนแผ่นเงิน” โดย วิทยากรจากวิสาหกิจชุมชนวัดศรีสุพรรณ (กลุ่มหัตถศิลป์ล้านนา) วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2567 เวลา 09:00 -12:00 น. ณ ห้องประชุม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ รับจำนวนจำกัดเพียง 50 คน (*อายุ 10 ปีขึ้นไป) ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ที่ link นี้ https://forms.gle/8n7X9iW1w1rwwoNUA ร่วมกิจกรรมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ inbox Facebook: Chiang Mai National Museum พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ หรือ โทร. 0 5322 1308
“สุดาวรรณ” ห่วงสถานการณ์น้ำท่วมขังโบราณสถานน่าน พะเยา เชียงราย -กลุ่มพิธีการศพที่ได้รับพระราชทานแพร่ มอบ สป.วธ. - กรมศิลปากรติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมตั้งศูนย์ประสานงาน ผลกระทบจากน้ำท่วมผ่านสายด่วนวัฒนธรรม 1765
นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยของโบราณสถานในพื้นที่ภาคเหนืออย่างใกล้ชิด กรมศิลปากรรายงานว่าจากกรณีฝนตกต่อเนื่องหลายวันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง น้ำหลากท่วมทุ่งในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน พะเยาและเชียงราย ขณะนี้กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ได้ลงพื้นที่และประสานงานกับเครือข่ายอาสาสมัครในการดูแลมรดกศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ดังกล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อโบราณสถานในพื้นที่ 3 จังหวัด ดังนี้ จังหวัดน่าน จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.วัดหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งมีโบราณสถานคือ วิหารที่ปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนังน้ำท่วมขึ้นถึงภายในวิหาร แต่ยังไม่ถึงภาพจิตรกรรมซึ่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมประมาณ 50 ซม ดังนั้น ภาพจิตรกรรม จึงไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากน้ำท่วม 2.วัดภูมินทร์ อำเภอ เมือง จังหวัดน่าน โบราณสถานคือวิหารจตุรมุขที่ปรากฏภาพจิตรกรรมฝาผนัง (ปู่ม่านย่าม่าน) ปัจจุบันน้ำยังท่วมไม่ถึงด้านบนวิหาร เนื่องจากอาคารนี้เป็นอาคารที่มีฐานสูงและบันไดสูงไปถึงพื้นด้านบนวิหารน้ำจึงท่วมเพียงบันไดเท่านั้น และ 3.พิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ปัจจุบันน้ำยังไม่ท่วมเข้ามาในพื้นที่เนื่องจากตั้งอยู่ในบริเวณที่สูงที่สุดของเมืองน่าน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดเวลาและให้นำรถยนต์เข้ามาจอดภายในได้ในช่วงนี้เพื่อบรรเทาความเสียหายของทรัพย์สินประชาชน ขณะที่จังหวัดพระเยามีโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบคือ เมืองโบราณเวียงลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เมืองนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งน้ำอิง น้ำจึงล้นฝั่งท่วมทั้งเมืองโบราณสถานจึงมีน้ำท่วมขังหลายแห่งแต่ไม่พบความเสียหายของตัวอาคาร ส่วนที่จังหวัดเชียงราย โบราณสถานที่ได้รับผลกระทบ คือวัดเสาหิน เป็น วิหารและเจดีย์ขนาดใหญ่ มีน้ำท่วมขังในพื้นที่รอบอาคารแต่ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหายของตัวอาคาร นางสาวสุดาวรรณ กล่าวอีกว่า กรมศิลปากร ได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 2.รับฟังข้อมูลจากอาสาสมัครฯ ของกรมศิลปากรที่อยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 3.หลังจากน้ำลดให้เข้าพื้นที่สำรวจตรวจสอบสภาพและความเสียหายโดยด่วน โดยเฉพาะงานศิลปกรรมที่ได้รับความเสียหายต้องได้รับการอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน 4.วางมาตรการลดความเสี่ยงของโบราณสถานในช่วงฤดูฝนนี้ หากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องครั้งต่อไป เช่น ปกป้องน้ำไม่ให้ท่วมเข้าไปในอาคารโบราณสถานอีก หรืออื่น ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และ 5.หากพบความเสียหายต่ออาคารโบราณสถานให้รีบแจ้งกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการฉุกเฉินเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในส่วนกระทรวงวัฒนธรรม รู้สึกเป็นห่วงและขอเป็นกำลังใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคน จึงได้ สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดยใช้สายด่วนวัฒนธรรม 1765 ในการรับแจ้งข้อมูลและรวบรวมข้อมูลหน่วยงานในสังกัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และกองพิธีการศพที่ได้รับพระราชทาน รวมไปถึงแหล่งโบราณสถานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อสรุปข้อมูลสำหรับลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบสภาพความเสียหายหลังจากสถานการณ์คลี่คลาย รวมถึงจัดทำแผนช่วยเหลือเบื้องต้น และบูรณะซ่อมแซมในอนาคตต่อไป
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชวนทุกท่านเตรียมพบกับงาน Bangkok Art Biennale 2024 เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ครั้งที่ 4 โดยในปีนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เป็น 1 ในสถานที่จัดแสดงผลงานจากศิลปินชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 14 ท่าน อาทิ Agnes Arellano, Aideen Barry, Lena Bui, Guerreiro do Divino Amor, Chitra Ganesh, Mella Jaarsma(in collaboration with Agus Ongge), George K., Kira O'Reilly, Som Supaparinya, Deneth Piumakshi Veda Arachchige, Supawich Weesapen, Wishulada และ Pokchat Worasab
มาร่วมค้นหาความหมายที่แตกต่างของ “ไกอา” (Gaia) ภายใต้แนวคิด “รักษา กายา” (Nurture Gaia) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชื่อของเทพี “ไกอา” หนึ่งในร่างของพระแม่ธรณี ซึ่งเป็นตัวแทนของแม่ผู้ให้กำเนิด และหล่อเลี้ยงสรรพชีวิต ที่ถูกกล่าวถึงมาเป็นเวลานานในหลากหลายช่วงเวลาและวัฒนธรรม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้ชมตระหนักถึงความสำคัญของไกอาในฐานะที่เป็นแม่ของแผ่นดิน ที่ถูกถ่ายทอดในรูปลักษณ์ที่หลากหลายตามบริบททางวัฒนธรรม ไปจนถึงตระหนักถึงการกระทำของมนุษย์ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน
นิทรรศการเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 24 ตุลาคม 2567 – 25 กุมภาพันธ์ 2568 วันพุธ – อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท I ชาวต่างชาติ 200 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/bkkartbiennale?mibextid=LQQJ4d
ชื่อเรื่อง : คู่มือเรียนอังกฤษทางวิทยุ รวมเล่มที่ 3
หัวเรื่อง : ภาษาอังกฤษ -- การใช้ภาษา
คำค้น : ภาษาอังกฤษ
รายละเอียด : -
ผู้แต่ง : เสงี่ยม เผ่าทองสุข
แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี
หน่วยงานที่รับผิดชอบ : การพิมพ์สตรีสาร
ปีที่พิมพ์ : 2498
วันที่เผยแพร่ : 30 มกราคม 2568
ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -
ลิขสิทธิ์ : -
รูปแบบ : PDF
ภาษา : ภาษาไทย
ประเภททรัพยากร : หนังสือหายาก
ตัวบ่งชี้ : -
รายละเอียดเนื้อหา : หนังสือคู่มือเรียนภาษาอังกฤษทางวิทยุ เป็นบันทึกจากการสอนภาษาอังกฤษทางวิทยุ บี.บี.ซี. ที่เรียบเรียงเป็นเล่มที่ 3 เริ่มบทที่ 64 - 83
เลขทะเบียน : น. 32 บ. 2563 จบ.
เลขหมู่ : 420.7
ส891ร
ล.3
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 64/3หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 18 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา
ชื่อผู้แต่ง ศิลาจารึก
ชื่อเรื่อง จารึกในประเทศไทย เล่ม ๔ อักษรขอม พุทธศตวรรษที่ ๑๗ -๑๘
ครั้งที่พิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ ๑
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์ภาพพิมพ์
ปีที่พิมพ์ ๒๕๒๙
จำนวนหน้า ๒๗๑ หน้า
ISBN ๙๗๔-๗๙๒๐-๗๔-๓
เลขเรียกหนังสือ ๔๑๗ ศ๕๓๗จ
เลขทะเบียนหนังสือ ๐๑๒๖๐๔
หมายเหตุ -
เพื่อส่งเสริมให้การศึกษษค้นคว้าอักษร ภาษาโบราณจากจารึกกว้างขวางยิ่งขึ้น กองหสมุดแห่งชาติ ได้จัดทำโครงการจัดพิมพ์จารึกในประเทศไทยขึ้น โดยรวบรวมจารึกต่าง ๆ ที่พบในประเทศไทย บางหลักได้มีการอ่านแปลและพิมพ์เผยแพร่แล้ว บางหลักยังไม่เคยพิมพ์ที่ใดมาก่อนโดยจารึกเหล่านั้นเป็นกลุ่ม ตามรูปแบบอักษรที่ปรากฏใช้ในจารึกนั้น ๆ รวมเป็นหนังสือจารึกในประเทศไทย ๕ เล่ม คือ ๑. จารึกอักษรปัลลวะหลังปัลลวะพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๔ , ๒. จารึกอักษรปัลลวะอักษรมอญพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๒๑ , ๓. จารึกอักษรขอม พุทธศตวรรษที่ ๑๕ -๑๖ , ๔. จารึกอักษรขอม พุทธศตวรรษที่ ๑๗ -๑๘ , ๕. จารึกอักษรขอม อักษรธรรม และอักษรไทย พุทธศตวรรษที่ ๑๙ -๒๔
ชื่อผู้แต่ง กองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ
ชื่อเรื่อง วารสารวัฒนธรรมไทย (ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕)
พิมพ์ครั้งที่ -
สถานที่พิมพ์ พระนคร
สำนักพิมพ์ โรงพิมพ์การศาสนา
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๕
จำนวนหน้า ๗๔ หน้า
รายละเอียด
ววารสารวัฒนธรรมไทย (ปีที่ ๒ ฉบับที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕) เนื้อหาภายในเล่มเสนอข่าว ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการดำเนินงาน ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี ประเพณี คติธรรม การจัดงานในบางโอกาส ในฉบับนี้ได้อัญเชิญพระราชนิพนธ์เรื่อง “ความรักชาติ” ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ไว้เป็นเรื่องแรกอีกเรื่องหนึ่งคือ “เรื่องของไทย” ของท่านศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธน และบทความเรื่องการเลียนและเรียน วัฒนธรรมทางศิลปกรรม ของอาจารย์จิตร บัวบุศย์ ตลอดจนชื่อบ้านนามเมือง
ชื่อเรื่อง สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ. 85/7หมวดหมู่ พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 46 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา