ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,188 รายการ
ไซเดนฟาเดน. เรื่องเที่ยวที่ต่าง ๆ ภาคที่ 6 เที่ยวเมืองพิมายในจังหวัดนครราชสีมา. พระนคร : กรมศิลปากร, 2497. พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพขุนประมวญรถกรรม (โฮม วงศ์กำแหง) ว่าด้วยเรื่องเที่ยวเมืองพิมาย ประวัติเมืองพิมาย จังหวัดนครราชสีมา การก่อสร้างสถานีรถไฟ สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา การเดินทางจากนครราชสีมาไปพิมาย ปี พ.ศ.2461 โดยใช้ม้าเป็นพาหนะ ท่าเรือเมืองนครราชสีมาที่เรียกว่าท่าช้าง ฯลฯ
ชื่อผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ชื่อเรื่อง ตำนานกฎหมายเมืองไทย แล ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ ๒๕๐๓
จำนวนหน้า ๖๘
หนังสือ ตำนานกฎหมายเมืองไทย แล ประมวลคำอธิบายทางนิติศาสตร์ เล่มนี้ เจ้าภาพผู้จัดงานฌาปนกิจศพ นางพิสิษฐสังการ (ฉวี อัจฉะกาญจน์) ได้ขออนุญาต กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร จัดพิมพ์เพื่อแจกจ่ายเป็นวิทยาทาน เป็นอนุสรณ์แก่ผู้มาร่วมงานฌาปนกิจศพ นางพิสิษฐสังการ (ฉวี อัจฉะกาญจน์)
หมวดหมู่ พุทธศาสนาภาษา บาลี/ไทยอีสานหัวเรื่อง ธรรมเทศนา ชาดก นิทานคติธรรมประเภทวัสดุ/มีเดีย คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ 30 หน้า : กว้าง 4.5 ซม. ยาว 57 ซม. บทคัดย่อ
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจากพระอธิการเด่น ปญฺญาทีโป วัดคิรีรัตนาราม ต.ดอนคา อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินการอนุรักษ์เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2534
เลขทะเบียน : นพ.บ.32/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 34 หน้า ; 4.7 x 57.5 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 18 (189-193) ผูก 1หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เตาเผาสังคโลกเป็นอย่างไร?
เตาที่ใช้เผาเครื่องสังคโลกที่พบจากเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองสุโขทัยมีอยู่ด้วยกัน ๒ ชนิดคือ เตาประทุน เป็นเตาที่ระบายความร้อนในแนวนอน ลักษณะเตามีรูปร่างรี พื้นเรียบแบน ก่อหลังคาโค้งบรรจบกันคล้ายประทุนเรือ จึงเป็นที่มาของชื่อ “เตาประทุน” มักวางตัวลาดเอียงจากส่วนหน้าขึ้นไปยังส่วนท้ายประมาณ ๑๐ - ๓๐ องศา ส่วนประกอบของเตาประทุนแบ่งเป็น ห้องใส่ไฟ อยู่ส่วนหน้าในระดับต่ำที่สุด ตอนหน้ามีช่องใส่ไฟเจาะเป็นช่องโค้งรูปเกือกม้า ถัดมาเป็น ห้องบรรจุภาชนะ อยู่บริเวณตอนกลางเตา เป็นส่วนที่กว้างที่สุดและลาดเทจากส่วนหน้าเตาไปยังปล่องไฟ บนพื้นมักโรยทรายหนาประมาณ ๑๐ - ๑๕ เซนติเมตร เพื่อใช้ฝังกี๋ท่อสำหรับรองรับภาชนะ และ ปล่องไฟ เป็นส่วนสุดท้ายของเตามีรูปร่างกลม
ส่วนเตาตะกรับเป็นเตาที่ระบายความร้อนในแนวดิ่ง ลักษณะเตามีรูปร่างกลม ส่วนประกอบของเตาตะกรับมีอยู่ ๒ ส่วนคือ ห้องบรรจุภาชนะ อยู่ตอนบนสุด มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑.๕ เมตร ใช้วางภาชนะที่จะเผาแล้วใช้เศษภาชนะดินเผาวางสุมทับด้านบนอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้ความร้อนไหลผ่านกลุ่มภาชนะได้ช้าลงและ ห้องใส่ไฟ เป็นบริเวณใส่เชื้อเพลิงเพื่อให้ความร้อนลอยขึ้นสู่ด้านบนมักมีช่องใส่เชื้อเพลิงยื่นออกมาด้านหน้าเพื่อใส่เชื้อเพลิงได้สะดวกและกันความร้อนในเตาให้ไหลสู่ด้านบนได้มากขึ้น ระหว่างห้องบรรจุภาชนะและปล่องไฟจะมีแผ่นดินเหนียวกลมหนาประมาณ ๑๕ - ๒๐ เซนติเมตร เจาะรูกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง ๕ - ๑๐ เซนติเมตร จำนวนมากคั่นอยู่ เรียกว่า “แผ่นตะกรับ” ทำหน้าที่ให้ความร้อนไหลผ่านจากด้านล่างสู่ห้องบรรจุภาชนะด้านบนมักวางอยู่บนค้ำยันที่ทำจากดินเหนียวอยู่เบื้องล่างภายในพื้นที่ห้องใส่ไฟ
เตาเผาสังคโลกหมายเลข ๖๑ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย
วิชาโหราศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องดวงดาวมาสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ของมนุษย์ เป็นศาสตร์ที่เก่าแก่มีอายุยืนหลายพันปีมาแล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครทราบว่ามีแหล่งกำเนิดจากที่ใดก่อน
ปลายนิ้ว.ประวัติศาสตร์ผ่านศิลปะวิถี .จันท์ยิ้ม.(2):5;มิถุนายน-กรกฏาคม2560
หากกล่าวถึงเรื่องในชีวิตประจําวันรวมไปถึงข้าวของที่เราใช้กันอยู่นี้ เราเคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เรามาถึงตรงนี้ได้ยังไงกัน คนสมัยก่อนที่ขาดสิ่งอํานวยความสะดวกเหล่านี้ พวกเขามีชีวิตยังไงกันบ้าง พวกเขาจะนอน จะกิน จะเดินทางกันอย่างไร และสวมใส่เสื้อผ้าแบบไหนกัน ซึ่งเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าทุกอย่างล้วนมีวิวัฒนาการที่พัฒนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน ซึ่งการที่เรา จะสามารถศึกษาค้นหาเรื่องราววิถีชีวิตของคนสมัยก่อนได้นั้นก็มีหลักฐานมากมายทางประวัติศาสตร์เช่น หม้อ ชาม เสื้อผ้า เครื่องประดับ อาคารบ้านเรือน รูปปั้น รวมไปถึงภาพเขียนที่ถูกจารึกบนฝาผนัง
แม้ว่าในสมัยก่อนนั้นจะไม่มีเครื่อง อํานวยความสะดวกดังเช่นปัจจุบัน แต่นั่นทําให้ เราเห็นถึงความขยัน มุมานะ ไหวพริบ และ ความสร้างสรรค์ของคนสมัยก่อนมาก ซึ่งบางที เราอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเอาคนในยุคปัจจุบันไปอยู่ ในยุคก่อนนั้นจะสามารถดํารงชีวิตและเอาตัวรอด ได้แบบบรรพบุรุษเรารึเปล่า
คนสมัยก่อนนั้นมีวิธีในการถ่ายทอด เรื่องราวของพวกเขาให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ถึง วิถีชีวิตและวิวัฒนาการในแต่ละรุ่น เป็นที่รู้กัน ว่ามนุษย์เรามีวิธีการบันทึกถ่ายทอดเรื่องราว ผ่านรูปภาพที่ถูกเขียนขึ้นบนฝาผนังตั้งแต่ก่อน ที่จะมีการประดิษฐ์อักษรขึ้นมาใช้เสียอีก และ แม้จะมาถึงยุคที่มีการประดิษฐ์อักษรขึ้นมาใช้ แล้วก็ตาม การสื่อสารด้วยภาพเขียนนั้นก็ยังคง ถูกนํามาใช้ โดยมีการบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิต และเรื่องราวตามวรรณคดีที่มีการสอดแทรกข้อคิด และเป็นการสืบสานมรดกทางความคิดอีกด้วย อีกทั้งยังมีความสวยงามสมจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นแล้วในส่วนของเสื้อผ้าการแต่งกาย และข้าวของเครื่องใช้ ที่มีการสร้างสรรค์ขึ้นมา อย่างมีลวดลายวิจิตรบรรจงสวยงาม แสดงให้เห็น ถึงความมีอารยธรรมในแต่ละยุคสมัย ซึ่งในส่วนนี้ หากลองคิดดูแล้ว มนุษย์เรานั้นอยู่กับความเป็น ศิลปะมาช้านาน และเรารู้จักการหยิบมาใช้สอย จนก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าความสวยงาม โดยเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นมาเป็นไปของ มนุษยชาติ
ทุกอย่างล้วนมีจุดเริ่มต้นและจุดจบ แต่ถ้าหากว่าเรานั้นยังเป็นส่วนหนึ่งในช่วงของ กาลเวลาประวัติศาสตร์ที่ยังดําเนินอยู่นี้ สิ่งที่เรา ทุกคนพึงกระทําคือการรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุต่าง ๆ ที่เปรียบดังสมบัติทาง ประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษเราร่วมสร้างกันมา แม้จะต่างเชื้อสายต่างชาติพันธุ์กําเนิด แต่เรื่องราว ที่ผ่านมานั้นล้วนแต่เป็นส่วนสําคัญที่ทําให้เรา ทุกคนมีวิวัฒนาการและวิถีชีวิตดังเช่นปัจจุบันนี้ และในขณะเดียวกันวันหนึ่งเราเองก็คงจะเป็น บรรพบุรุษที่สร้างประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ไว้ให้ ลูกหลานเราได้ค้นหา ศึกษา และรักษาสืบต่อไป เพราะหากไร้อดีต ก็คงไม่มีปัจจุบัน
1. ว่าด้วยการดูฤกษ์ยามวันดีไม่ดี, ดูฤกษ์เรียงหมอน, ฤกษ์ขุดหลุมวางเสาเรือน, ฤกษ์ทำขวัญข้าวและแรกนา ฯลฯ 2. ตำรายาเกร็ด เช่น ยาแก้สันนิบาดทั้งปวง, แก้กระหายน้ำ, แก้ขัดเบา, ยามหาสมุด, ยาพรมรัก, ยาหอมแดงประทุมมะสาด, ยาทำลายพระสุเมรุน้อย 3. เวทย์มนต์คาถา อักษรขอม – ไทย ภาษาบาลี – ไทย เช่น เสกน้ำมัน, คาถาคุ้มครองป้องกัน, คาถาให้นอนหลับ, มนต์ฤาษี ฯลฯ
ชื่อเรื่อง : บทละครเรื่อง พญาราชวังสัน
ชื่อผู้แต่ง : มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ
ปีที่พิมพ์ : 2509
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : อรุณการพิมพ์
จำนวนหน้า : 132 หน้า
สาระสังเขป : บทละครเรื่อง พญาราชวังสัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2454 ทรงใช้เรื่อง “โอเทลโล” ของเชกส์เปียร์เป็นหลัก โดยพระราชนิพนธ์เป็นบทละครนอกและแปลงนามบุคคลตลอดจนสถานที่ในเรื่องเป็นไทยทั้งหมด เช่นเจ้าเมืองเวนิส แปลงเป็นสมเด็จพระวิกรมราชสีห์ โอเทลโล แปลงเป็น พญาราชวังสัน เดสเดโมนา แปลงเป็น บัวผัน เมืองเวนิสแปลงเป็น กรุงศรีวิชัย เป็นต้น ต่อมาภายหลังได้ทรงดัดแปลงบทละครให้เหมาะที่จะขับเป็นเสภา บทเสภานี้เริ่มตั้งแต่พญาราชวังสันปรารภถึงการจะไปรบและคิดถึงบัวผัน จนถึงยกทัพเรือออกเดินทะเล
วันจันทร์ที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ๑ ระหว่างวันที่ ๒๔ - ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดระยอง โดยวันนี้เยี่ยมชมการพัฒนาศักยภาพแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมตรวจพื้นที่โบราณสถาน (โบสถ์เก่า) ณ วัดลุ่มมหาชัยชุมพล โดยมีนายสตวัน ฮ่มซ้าย รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาววัชราวดี วิเชียรศรี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ ๕ ปราจีนบุรี ให้การต้อนรับ รายงานการพัฒนาพื้นที่โบราณสถานและแผนการพัฒนาโบราณสถานในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ๑ โบราณสถานวัดลุ่มมหาชัยชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดระยอง มีพระอุโบสถ (หลังเก่า) ลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนขนาดเล็ก ผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาเครื่องไม้ลดชั้น ๒ ชั้น มุงกระเบื้องดินเผาสีซ้อนกันชั้นละ ๒ ตับ เครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ไม้แกะสลัก หน้าบันปูนปั้นทาสีอิทธิพลศิลปะจีน ด้าน หน้าเป็นรูปมังกรตกแต่งด้วยลายพรรณพฤกษา ด้านหลังเป็นรูปหงส์ตกแต่งด้วยลายพรรณพฤกษา และภาพสัตว์ขนาดเล็ก ผนังพระอุโบสถก่ออิฐถือปูนมีบัวลูกแก้วรองรับ ผนังด้านหน้ามีช่องประตูตรงกึ่งกลาง ๑ ประตู ด้านหลังก่อทึบ ด้านข้างมีช่องหน้าต่างด้านละ ๕ บาน ซุ้มหน้าต่างแบบซุ้มหน้านางตกแต่งด้วยลายใบเทศตรงกึ่งกลางเป็นรูปครุฑยุดนาค บานประตูและหน้าต่างเป็นไม้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับนั่งปางมารวิชัยศิลปะรัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรได้ดำเนินการบูรณะฯ ล่าสุดเมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๖๐