ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,609 รายการ
“ความสัมพันธ์ไทย - จีน จากเอกสารสมัยราชวงศ์หยวน หมิง ชิง” เป็นหนังสือรวมบันทึกเหตุการณ์หรือจดหมายเหตุรายวันที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย - จีนจากเอกสารหยวนสื่อ หมิงสือลู่และชิงสือลู่ เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับไทย ซึ่งกรมศิลปากรเคยจัดพิมพ์รวมอยู่ในหนังสือประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑๓
ชื่อเรื่อง นำชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาผู้แต่ง กรมศิลปากรประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือท้องถิ่นISBN/ISSN 974-417-472-2หมวดหมู่ ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ เลขหมู่ 959.314 ศ528นสถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯสำนักพิมพ์ ศรีเมืองการพิมพ์ปีที่พิมพ์ 2543ลักษณะวัสดุ 226 หน้า : ภาพประกอบ ; 21 ซม.หัวเรื่อง พระนครศรีอยุธยา – ประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา – โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก “นำชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” ให้ความรู้ความเข้าใจในด้านประวติศาสตร์และโบราณคดีของโบราณสถานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจในมรดกทางด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พัฒนาการจัดแสดงพระตำหนักแดง ตามแผนโครงการอนุรักษ์และพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมจนแล้วเสร็จ และเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมเรือนไทยโบราณสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และเรียนรู้ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการอันเกี่ยวกับพิธีโบราณ ที่บอกเล่าความเป็นมาของการกำเนิดในสมัยอดีต พระตำหนักแดง จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตของเด็กไทย ตั้งแต่การเกิด การโกนจุก จนถึงประเพณีการเรียนการศึกษา โดยโบราณวัตถุสำคัญที่จัดแสดง อาทิ พระแท่นประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระแท่นบรรทมเพลิง (กระดานอยู่ไฟ) เครื่องเล่นของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร บ้านตุ๊กตาของเจ้าจอมเลียม ในรัชกาลที่ ๕ นอกจากนี้ยังเล่าเรื่องวัฒนธรรมการกินหมากของคนไทย โดยจัดแสดงเชี่ยนหมากและภาชนะบรรจุหมากพลูในรูปทรงต่าง ๆ ตลอดจนมีการใช้สื่อจัดแสดง (AR, Mapping, และ Game) เพื่อเสริมความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการศึกษาเรียนรู้ในเรื่องวิถีไทย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมพระตำหนักแดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ทุกวันพุธ – อาทิตย์ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓
สาวกนิพฺพาน (อานนฺท,ควมฺปติ,พิมฺพา,มหากสฺสป,โมคฺคลฺลาน,สารีปุตฺตเถรนิพฺพาน)
ชบ.บ.90/1-3
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
เลขทะเบียน : นพ.บ.239/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 68 หน้า ; 4.5 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 114 (194-202) ผูก 2 (2565)หัวเรื่อง : อนาคตวํส(อนาคตวงส์)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
โคมป่อง ศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ ขนาด: สูง ๓๔ ซม. ฐานกว้าง ๑๕ ซม. ย้ายมาจากวัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ โคมป่อง ใช้สำหรับจุดไฟประทีปเพื่อบูชาพระบรมธาตุ ทรงสี่เหลี่ยม มีร่องรอยการปิดทองล่องชาด ตัวโคมหล่อโปร่งเป็นลวดลายพันธุ์พฤกษา หลังคาเป้นลักษณะของหลังคาลาดซ้อนกัน ๒ ชั้น ที่มุมทั้ง ๔ ของหลังคา มรกระหนกตัวเหงา ยอดเป็นทรงบัวตูมระหว่างหลังคาทั้ง ๒ ชั้น คั่นด้วยท้องไม้เจาะเป็นลายลูกฟัก คล้ายกับช่องใต้ฐานหน้ากระดานของโคมป่องพระรัตนปัญญาเถระ ที่มีจารึกระบุ พ.ศ. ๒๐๕๑ และพระพุทธรูปในศิลปะล้านนาที่ร่วมสมัยกัน
"....กู่แดงบ้านกุดยาง : ร่องรอยวัฒนธรรมเขมรโบราณบนเส้นธารวัฒนธรรมต้นลำน้ำชี..."
#แม่น้ำชี... มีต้นกำเนิดจากชีผุด-ชีดั้น อยู่ในพื้นที่เขตอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ไหลผ่าน 9 จังหวัดในภาคอีสาน เเละไหลไปรวมกับแม่น้ำมูลที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีความยาวกว่า 760 กิโลเมตร แม่น้ำชี จึงถูกยกให้เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
#ในมิติทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ แม่น้ำชี เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของมนุษย์โบราณ จนทำให้กลายเป็น เส้นธารแห่งวัฒนธรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ ถึง ปลายน้ำ เนื่องจากการศึกษาทางโบราณคดี พบร่องรอยกิจกรรมมนุษย์โบราณมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
.
#กู่แดงบ้านกุดยาง เป็นอีกหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ ของการเกิดขึ้นเเละมีอยู่ของวัฒนธรรมเขมรโบราณ บริเวณต้นลำน้ำชี ในพื้นที่อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 16 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 17 โดยในวันนี้พี่นักโบจึงขอพาทุก ๆ ท่าน ไปรู้จัก “กู่แดงบ้านกุดยาง” เเละแหล่งโบราณคดีสำคัญ ใกล้เคียง กันครับ
เรียบเรียงนำเสนอโดย นายวรรณพงษ์ ปาละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาเจษฎาราชเจ้า
เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๓๑ มีนาคม (วันมหาเจษฎาบดินทร์)
----------------------------------------------
คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า
"พระบิดาแห่งการแพทย์แผนไทย"
โดยอนุสรณ์ถึงคราวที่ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สอบชำระตำรายาและตำราวิชาแพทย์แขนงต่าง ๆ แต่โบราณ แล้วจารึกลงแผ่นศิลาติดไว้ในวัดราชโอรสาราม และวัดพระเชตุพนฯ เพื่อให้สาธารณชนได้ดูและนำไปใช้รักษาตัว
สำหรับศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนฯ นั้น องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม (UNESCO) ได้ประกาศรับรองให้เป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔
----------------------------------------------
อนึ่ง นิทรรศการพิเศษเนื่องวันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี ๒๕๖๕ นี้ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติได้จัดทำนิทรรศการในหัวข้อเกี่ยวกับการแพทย์และการสาธารณสุขไทยโดยมีเรื่องราวของจารึกตำรายาดังกล่าวด้วย
----------------------------------------------
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนพิเศษ ๑๕๐ ง ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/150/4.PDF
องค์ความรู้ส่งเสริมการอ่านผ่านออนไลน์
เรื่อง ของขลังนางกวัก
นางกวักเป็นเครื่องรางของขลัง ที่นิยมในหมู่พ่อค้าแม่ค้า ด้วยนางกวักมีพุทธคุณเด่น ในด้านกวักโชคกวักลาภ กวักเงิน กวักทอง เรียกเงินเรียกทองให้ไหลมาเทมา เป็นมหาเสน่ห์ใครเห็นใครรัก เมตตามหานิยม ทำให้ค้าขายดี มีความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้าขาย วิธีการทำนางกวัก สมัยโบราณนิยมทำนางกวักด้วยงาช้าง ไม้จันทร์หอม หรือแก่นว่านตระกูลเสน่ห์ทั้งหลายเช่น เสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง เสน่ห์จันทร์เขียว เสน่ห์จันทร์หอม หรือไม้มงคลต่างๆ จากนั้นำมาแกะสลัก แล้วลงอักขระขอมหัวใจพระสีวลีผู้เป็นเอตทัคคะทางด้านโชคลาภ คือ “นา ชา ลี ติ” หรือคาถาอื่นๆจากนั้น บริกรรมปลุกเสกอธิษฐานจิตเสร็จแล้วนำไปบูชาที่ร้านค้าได้ ของบูชาแม่นางกวักส่วนมากนิยมบูชาด้วยน้ำแดงน้ำเขียว ดอกไม้หอมหรือพวงมาลัยสด ขึ้นหิ้งทุกวันและน้ำเปล่าอย่าให้ขาด และเครื่องประดับ ตามแบบที่นางกวักใช้หลายๆ แบบถวายให้ด้วยจะดียิ่งขึ้น
จากชื่อนางกวักนี้ได้ไปพ้องกับว่านชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ว่านนางกวัก” มีลักษณะเป็นไม้ล้มลุกมีดอกสีขาว มีหัวใต้ดิน นิยมปลูกไว้ในบ้านโดยมีความเชื่อว่าว่านชนิดนี้จะนำโชคลาภมาให้แก่เจ้าของบ้านหากปลูกไว้ แต่ยังไม่มีใครบอกได้ว่าชื่อพันธุ์ว่านนางกวักนี้กับของขลังนางกวักนั้น อันไหนเรียกก่อนกันอย่างไรก็ตาม ทั้งของขลังนางกวักในรูปลักษณ์หญิงนั่งกวักมือ กับว่านนางกวัก ก็ยังเป็นของขลังที่พ่อค้าแม่ค้านิยมนับถือมากเช่นเดียวกันและเห็นตามร้านค้าทั่วไปมีรูปนางกวักอยู่ในร้านด้วยให้คุณในด้านเสน่ห์เมตตา ทำให้กิจการการค้าขายดี เงินทองไหลมาเทมา มีเสน่ห์เป็นที่นิยมแก่คนทั่วไปเช่นเดียวกัน และขึ้นอยู่ที่แต่ละบุคคลที่มีความเชื่อ ในเรื่องของนางกวัก
อ้างอิง : แก้วกล้า อาคม. อาคมของขลังพลังจิตที่มองไม่เห็น. กรุงเทพฯ:
อักษรเงินดี, 2556.
ผู้เรียบเรียง : นางกรองแก้ว เปเหล่าดา บรรณารักษ์ชำนาญการ หอสมุด
แห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี