ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 53,245 รายการ

            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี เชิญชมนิทรรศการหมุนเวียน "Object of the Month" วัตถุจากคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี ประจำเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เชิญพบกับ "คันฉ่องสำริด"              โบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ ได้แก่ "คันฉ่องสำริด" มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐.๗ เซนติเมตร วัสดุเป็นสำริด อายุสมัยอยุธยา พบในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี มอบในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี มีลักษณะเป็นแผ่นรูปกลมแบน ด้านที่ใช้สำหรับส่องหน้ามีขอบมน ผิวแบนเรียบ ด้านหลังยกขอบเป็นสันขึ้นมา ใกล้ขอบตกแต่งลายขีดวงกลมซ้อนกัน ๒ เส้น             ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการ "คันฉ่องสำริด" ได้ในเดือนมกราคม ๒๕๖๗ เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร  ณ ห้องโถงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๓๕๕๓ ๕๓๓๐ หรือเฟสบุ๊ก: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี


องค์ความรู้เรื่อง ขมิ้น เรียบเรียง นางสาวกาญจนา ศรีเหรา บรรณารักษ์


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี ขอเชิญรับชมรับฟังรายการ "เสาร์นี้...มี LIVE" โดยในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 ร่วมพูดคุยในหัวข้อ "ว่าด้วยโบราณวัตถุ & ศิลปวัตถุ" สามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ : King Narai National Museum ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป




            พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร จัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ทุกวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว เด็กและเยาวชน ได้ร่วมทำกิจกรรมศิลปะ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และสานความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว โดยกิจกรรมจะหมุนเวียนเปลี่ยนรูปแบบทุกเดือน             พบกับกิจกรรม D.I.Y. กุหลาบแสนสวยจากแผงไข่ ได้ทุกวันเสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗ ณ อาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร เลขที่ ๑๒๐ ถนนปิ่นดำริห์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองฯ จังหวัดกำแพงเพชร            ขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ได้ทุกวันเสาร์ – วันอาทิตย์ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ติดตามรายละเอียดกิจกรรมแต่ละเดือนได้ทางเฟซบุ๊ก เพจ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร : Kamphaeng Phet National Museum” https://www.facebook.com/kamphaengphetnationalmuseum สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๕๗๐


           ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปากร ปี ๒๕๖๗ เพื่อรับนิตยสารศิลปากรจำนวน ๖ ฉบับ (ออกทุก ๒ เดือน) เพียงปีละ ๖๐๐ บาท สมัครตอนนี้ รับฟรี!!! หนังสือกากีคำกลอนและลิลิตกากี และหนังสือไตรภูมิกถา หรือ ไตรภูมิพระร่วง พระราชนิพน์พระมหาธรรมราชาที่ ๑ ลิไทย รายการละ ๑ เล่ม ผู้ที่สนใจสมัครสมาชิกได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร (อาคารเทเวศร์) ชั้น ๑ โทรศัพท์ ๐-๒๑๒๖-๖๖๖๐ และ ๐-๒๑๖๔-๒๕๐๑ ต่อ ๓๐๔๒ , ๑๐๐๔ ระหว่างวันจันทร์ - วันศุกร์ (ในวันและเวลาราชการ) หรือสอบถามเพิ่มเติม Facebook : นิตยสารศิลปากร, Facebook : ศูนย์หนังสือกรมศิลปากร 



               นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรได้อนุมัติงบประจำปีงบประมาณ 2568 (งบฉุกเฉิน) จำนวน 2 ล้านบาท บูรณะโบราณสถานพลับพลา ร.7 ในโครงการบูรณะโบราณสถานตามรอยเสด็จประพาสน้ำตกกะช่องเพื่อเสริมการท่องเที่ยวเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง                 อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 11สงขลา ได้ดำเนินโครงการฯ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 แต่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนได้ เนื่องจากการขออนุญาตใช้พื้นที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และสวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง ยังไม่ได้รับการอนุมัติเห็นชอบใช้พื้นที่ ทั้งนี้ กรมศิลปากรไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อเดือนมกราคม 2567 ได้รับแจ้งว่า อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พิจารณาเห็นชอบให้ใช้พื้นที่ และมอบหมายให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และสวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง ร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา กรมศิลปากร ดำเนินโครงการบูรณะดังกล่าว ขณะนี้ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบหลักเขตโบราณสถานและประชุมหารือแนวทางในการบูรณะโบราณสถานพลับพลา ร.7 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด และศาลาแปดเหลี่ยม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตสวนพฤกษศาสตร์เขาช่อง ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เพื่อดำเนินการบูรณะต่อไป               พลับพลา ร.7 เป็นอาคารประทับพักร้อนริมน้ำตกโตนใหญ่ และได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2455 ว่า “ธารหทัยสำราญ” โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาคารที่มีชื่อว่า “ตำหนักโปร่งฤทัย” ซึ่งพระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ เมื่อ พ.ศ. 2452 ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2471 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ในคราวเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลภูเก็ตได้เสด็จมาเสวยพระกระยาหาร ณ พลับพลาแห่งนี้ จึงได้รับการเรียกชื่อว่า “พลับพลา ร.7” ตราบจนมาถึงปัจจุบัน                กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถานตำหนักโปร่งฤทัย (พลับพลา ร.5) ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 113 ตอนพิเศษ 50 ง วันที่ 18 ธันวาคม 2539 ซึ่งในช่วงที่กรมศิลปากรสำรวจขึ้นทะเบียนตำหนักโปร่งฤทัยเป็นโบราณสถานนั้น ตัวตำหนักได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว  จึงได้กำหนดขึ้นทะเบียนศาลาริมทาง 2 แห่ง เพื่อเป็นอนุสรณ์การเสด็จคือ ศาลาแปดเหลี่ยมที่น้ำตกโตนน้อย และพลับพลา ร.7 ที่น้ำตกโตนใหญ่ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ตำบลช่อง อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง


แบบฟอร์ม คําขอรับใบอนุญาตนําเอกสารจดหมายเหตุ ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติออกไปจัดแสดงนอกสถานที่


ชื่อเรื่อง : ตำราพูดภาษาอังกฤษ - เยอรมัน ตามมาตรฐานสากลนิยมหัวเรื่อง : ภาษาเยอรมัน -- บทสนทนาและวลี            ภาษาอังกฤษ -- บทสนทนาและวลีคำค้น : ภาษาอังกฤษ          ภาษาเยอรมัน รายละเอียด : - ผู้แต่ง : ที.โอ.ซีแหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรีหน่วยงานที่รับผิดชอบ : ป. พิศนาคะการพิมพ์ปีที่พิมพ์ : 2509วันที่เผยแพร่ : 4 กุมภาพันธ์ 2568ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน: ยส ปรัชญากุล ลิขสิทธิ์ : - รูปแบบ : PDFภาษา : ภาษาไทยประเภททรัพยากร : หนังสือหายากตัวบ่งชี้ : -รายละเอียดเนื้อหา: ตำราการพูดภาษาอังกฤษและเยอรมันที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยแยกเป็นหมวด ๆเลขทะเบียน : น. 32 บ. 5002 จบ.เลขหมู่ : 438.3495911            ท521ต





กรมศิลป์จี้การรถไฟฯ ปฏิบัติตามหลักการอนุรักษ์ หลังพบโบราณสถานในพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ บริเวณ จ.พะเยา แต่ไม่แจ้งให้กรมศิลปากรทราบตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม                นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ชาวบ้านและพระสงฆ์ บ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ขุดพบโบราณสถานบริเวณที่นาของชาวบ้านซึ่งถูกเวนคืนในการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ นั้น สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ได้เข้าตรวจสอบพบว่าโบราณสถานดังกล่าว คือ โบราณสถานบ้านเจดีย์งาม (ธาตุนกแซว) คาดว่าน่าจะมีอายุในสมัยล้านนา ทั้งนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยผู้เป็นเจ้าของโครงการฯ ซึ่งมีหน้าที่สำรวจโบราณสถานและแหล่งโบราณคดีของพื้นที่ก่อสร้างทางรถไฟตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี ไม่ได้รายงานเรื่องการพบโบราณสถานดังกล่าวให้กรมศิลปากรทราบ จึงมีหนังสือแจ้งให้การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีอย่างเคร่งครัด เพื่ออนุรักษ์โบราณสถานไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ และให้หยุดการก่อสร้างบริเวณที่พบโบราณสถาน      บ้านเจดีย์งาม ไว้จนกว่าการปฏิบัติงานโบราณคดีเร่งด่วน และการหาแนวทางร่วมกันเพื่อลดผลกระทบด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ที่เหมาะสมจะได้เสร็จสิ้นลง                ทั้งนี้ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ยังได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวกับบริษัทผู้ก่อสร้างในพื้นที่แล้ว ผู้รับจ้างยืนยันว่าต่อไปจะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งการพบโบราณสถานระหว่างการก่อสร้างต้องประสานงานกับหน่วยงานของกรมศิลปากรพื้นที่เพื่อแจ้งให้ทราบถึงแผนและระยะเวลาก่อสร้าง หากมีการพบหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ใดๆ ให้หยุดดำเนินโครงการในบริเวณนั้นทันที และแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็วที่สุด               โบราณสถานบ้านเจดีย์งาม ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา มีสถานะเป็นโบราณสถานที่ยังไม่ประกาศขึ้นทะเบียนแต่มีผลตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 สำหรับชิ้นส่วนโบราณสถานที่พบ ขณะนี้ได้เก็บรักษาไว้ที่วัดเจดีย์งามซึ่งสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำในการเก็บรักษาและอนุรักษ์ โดยได้ชี้แจงให้ประชาชนในพื้นที่ทราบถึงข้อกฎหมายตาม พรบ.โบราณสถาน เพื่อมิให้มีการบุกรุกหรือขุดค้นอีกต่อไป               อธิบดีกรมศิลปากร ย้ำว่า กรมศิลปากรให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ไม่ให้โบราณสถานเสียหายในขณะเดียวกันการพัฒนาประเทศยังคงเดินหน้าต่อไปได้


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       137/3หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลานจาก จ.พระนครศรีอยุธยา สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2468


black ribbon.