ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,205 รายการ
เมื่อวันที่ ๑๒ - ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ได้อบรมโครงการเสริมสร้างวินัย คุณธรรม จริยธรรมและจรรยาสำหรับข้าราชการในสังกัด ณ ห้องประชุมหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ โดยมีนายสุพจน์ พรหมมาโนช ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ เชียงใหม่ เป็นประธานฯ
วันพฤหัสบดีที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒เวลา ๑๑.๐๐ น. คณะครูและนักเรียนโรงเรียนแวงน้อยศึกษาอ. แวงน้อย จ. ขอนแก่นจำนวน ๑๐๐ คนเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ขอนแก่นโดยมีนางแพรว ธนภัทรพรชัย เป็นผู้ให้การต้อนรับ
แหล่งเตาเผาบ้านบางปูน
เครื่องปั้นดินเผา แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ๆ ตามลักษณะของเนื้อดินคือ
๑.เครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อดิน หรือ เอิร์ทเทนแวร์ (Earthenware) เผาด้วยไฟในอุณหภูมิ ๘๐๐ –๑๑๕๐ องศาเซลเซียส
๒.เครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อหิน หรือ สโตนแวร์ (Stoneware) เผาด้วยไฟในอุณหภูมิ ๑๑๙๐ –๑๓๙๐ องศาเซลเซียส
๓.เครื่องปั้นดินเผาชนิดเนื้อกระเบื้อง หรือ พอร์สเลน (Porcelain ware) เผาด้วยไฟในอุณหภูมิ ๑๒๕๐ องศาเซลเซียสเป็นต้นไป
ในประเทศไทยพบหลักฐานการผลิตภาชนะดินเผาขึ้นใช้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์มีทั้งที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันและเพื่อประกอบพิธีกรรม มีหลายประเภทขึ้นอยู่กับการใช้งาน อาทิ ชาม หม้อ กระปุก ไห เป็นต้น โดยมีขนาดและรูปทรงรวมทั้งมีการประดับตกแต่งหลายรูปแบบ เช่น ทาน้ำดิน ลายขูดขีด ลายเชือกทาบ ลายเขียนสี ภาชนะสามขา เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นกับความนิยมและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในการผลิตของแต่ละท้องถิ่น และได้มีพัฒนาการต่อมาโดยลำดับ ภาชนะดินเผาที่พบมีทั้งที่ผลิตขึ้นเองในท้องถิ่น และนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยภาชนะดินเผาแบบแรกสุดที่พบเป็นแบบเนื้อดิน หรือ เอิร์ทเทนแวร์ ส่วนแบบเคลือบนั้น มีการผลิตขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๖ เป็นต้นมา
แหล่งเตาเผาบ้านบางปูน เป็นแหล่งเตาผลิตเครื่องปั้นดินเผาอยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือราว ๗.๕ กิโลเมตร กระจายอยู่ริมแม่น้ำสุพรรณบุรีหรือริมแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตกเป็นระยะทางยาวประมาณ ๗ กิโลเมตร อยู่ในเขตตำบลรั้วใหญ่ และบริเวณบ้านบางปูน บ้านโพธิ์พระยา ตำบลพิหารแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี
จากการขุดค้นทางโบราณคดี ได้พบร่องรอยของเตาเผาที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณ โครงเตาเป็นเตากูบที่ก่อด้วยดินเหนียวสร้างซ้อนทับในแนวเดียวกัน จำนวน ๑๐ เตา เป็นเตาแบบระบายความร้อนขึ้น ( Crossdraft Kiln) ขนาดโดยเฉลี่ยของเตายาว ๕-๘ เมตร กว้าง ๒-๓ เมตร ผนังด้านข้างหนาราว ๒๐ เซนติเมตร แบ่งออกเป็นสามส่วน คือ ห้องบรรจุเชื้อเพลิงสำหรับใส่ฟืนด้านหน้า พื้นลาดเอียงประมาณ ๑๐-๑๕ องศา, ห้องวางภาชนะ เป็นส่วนที่มีพื้นที่มากเนื่องจากต้องนำภาชนะที่ต้องการจะเผามาวาง พื้นเตาส่วนนี้ยกสูงขึ้นจากห้องบรรจุเชื้อเพลิงราว ๖๐ เซนติเมตร, ด้านในสุด เป็นปล่องสำหรับระบายควันไฟออก
จากการศึกษาวิเคราะห์หลักฐานทางด้านโบราณคดีสามารถกำหนดอายุของแหล่งเตาเผาแห่งนี้มีอายุในช่วงก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘-๑๙ หรือประมาณ ๖๐๐ ปีมาแล้ว ศิลปะของลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะได้รับอิทธิพลของศิลปะทวารวดีและศิลปะลพบุรีซึ่งแหล่งผลิตภาชนะดินเผาแห่งนี้ยังคงได้ผลิตภาชนะต่อเนื่องมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๒๐-๒๑
ภาชนะที่พบที่แหล่งเตาเผาบ้านบางปูนมีทั้งประเภทเนื้อดิน แบบที่เรียกว่า เอิทเทนแวร์(Earthenware) และประเภทเนื้อหิน แบบที่เรียกว่า สโตนแวร์ (Stoneware) โดยภาชนะประเภทเนื้อดินที่พบมีทั้งชาม, อ่าง และหม้อหรือไหก้นกลม ซึ่งมีการเคลือบน้ำดินสีแดงและเขียนลวดลายเป็นแนวเส้นขนาน ส่วนภาชนะดินเผาเนื้อแกร่งส่วนใหญ่เป็นไห จะมีตกแต่งลายบริเวณส่วนปาก คอ ก้น ไหล่ ลวดลายที่พบเป็นลายกดประทับภายในแนวเส้นขนานซ้อนกันเป็นแถว คั่นด้วยแนวลายหวี บางทีมีการประดับลายปั้นติดเป็นลายพู่ หรือลายเทพนมในแนวลายคล้ายใบโพธิ์ หรือใบเสมา ส่วนไหใบสำคัญจะประดับด้วยภาพเล่าเรื่อง เช่นภาพบุคคลคล้องช้าง หรือกำลังฝึกช้าง การล่าสัตว์ ภาพบุคคลไถนา ภาพบุคคลขี่ม้ากวัดแกว่งดาย ภาพบุคคลกำลังรบกัน ภาพลายกดประทับเป็นลายช้างเดินเรียงต่อกันเป็นแถวเป็นต้น
วันจันทร์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๒เวลา ๑๐.๐๐ น.คณะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลบ้านดุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จำนวน ๑๑๘ คนเข้าเยี่ยมชมหลุมขุดค้นวัดโพธิ์ศรีใน โดยมีนางสาวอารียา เนียมสอาด เป็นวิทยากรนำชม พร้อมอำนวยความสะดวก
อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 30 มีนาคม 2556
ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด
เชิญร่วมกิจกรรมสันทนาการเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ไม่เสียค่าใช้จ่าย
***บรรณานุกรม***
หนังสือหายาก
สถานเอกอัครราชฑูตอินโดเนเซีย. ประเทศ 3,000 เกาะ อินโดเนเซีย : สุมาตรา ชะวา กาลิมันตันซูลาเวซี โมลูกัซ อิเรียนตะวันตก. พระนคร : โรงพิมพ์ไทยพิทยา, ๒๕๐๑.
ชื่อผู้แต่ง หลวงอรรถกัลยาณวิณิช
ชื่อเรื่อง ปาฐกถา เรื่อง โภคทรัพย์ของจังหวัดยะลา
พิมพ์ครั้งที่ -
สถานที่พิมพ์ กรุงเทพฯ
สำนักพิมพ์ สำนักงานวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ 2579
จำนวนหน้า 20 หน้า
หนังสือ เรื่อง ปาฐกถา เรื่อง โภคทรัพย์ของจังหวัดยะลา จัดพิมพ์เนื่องจากแสดงทางวิทยุกระจายเสียง ในวันที่ 11 พฤษภาคม 247๙ โดยหลวงอรรถกัณ ยาณวินิจ ข้าหลวงประจำจังหวัดยะลา ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับเชิญชวนให้ประชาชนใจจังหวัดยะลา เห็นคุณค่าและความสำคัญในของลักษณะภูมิประเทศ เพื่อจะสร้างรายได้และอาชีพที่มั่นคงแก่ชาวจังหวัดยะลา
วันจันทร์ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงวัฒนธรรมร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้า สุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยมีนายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมลงนามถวายพระพร ณ อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม
เลขทะเบียน : นพ.บ.10/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 52 หน้า ; 4 x 55 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 6 (62-73) ผูก 2หัวเรื่อง : ศัพปาจิตตีย์--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.37/12ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 54 หน้า ; 4.4 x 54.5 ซ.ม. : รักทึบ ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 21 (217-223) ผูก 7หัวเรื่อง : ติโลกวินิจฺฉัย(ไตรโลกวินิจฉัย) --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม