ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,635 รายการ
เลขทะเบียน : นพ.บ.33/ข/4ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 44 หน้า ; 4 x 50.5 ซ.ม. : ล่องชาด ; ไม้ประกับธรรมดา ชื่อชุด : มัดที่ 19 (194-204) ผูก 7หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา --เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
วันจันทร์ที่ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ นายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา เข้าประชุมตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่และร่วมประชุมพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับการรุกล้ำแนวเขตโบราณสถานคูเมือง-กำแพงเมืองบ้านตะลุงเก่า ร่วมกับคณะกรรมการ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยผู้ร้องเรียน ณ ห้องประชุมพนมรุ้ง ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์
1. ตำรายาเกร็ด เช่น ยาต้มแก้ฝีในท้อง 8 จำพวก, แก้กลอนห้าประการ, แก้ฝีริดสีดวง 8 จำพวก ยาฝีในท้อง ยากระไส ยาฟอกฝ่าตีน, ยาสะเลด, ยามุตะกิต, ยาะตุทั้ง 5, ยาตะมอย ฯลฯ 2. เวทย์มนต์คาถา ใช้ลงฝักส้มป่อย
การประชุมผู้บริหารกรมศิลปากร (Conference)วันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ณ ห้องประชุมสำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
สำนักศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมาจัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง โบราณคดีลุ่มน้ำมูล-ชีเพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีในวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ โรงแรมสบายโฮเทลอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาโดยผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบไปด้วย นักวิชาการจากกรมศิลปากรนักวิชาการวัฒนธรรม นักวิจัย ครู/อาจารย์ จากสถาบันการศึกษาในเขตจังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ชื่อเรื่อง : เสภาเรื่อง ขุนช้าง – ขุนแผน ตอนต่อจากฉบับหอสมุดแห่งชาติ
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2507
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : เลี่ยงเซียงจงเจริญ
ภาชนะแบบมีปุ่มแหลม(Knobbed ware) เป็นภาชนะที่นำเข้าจากต่างประเทศ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตภาชนะรูปแบบนี้มีทั้งหิน โลหะ และดินเผา ซึ่งมีรูปทรงที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ทรงจานก้นโค้งและจานก้นแบน เป็นต้น แต่มีลักษณะเด่นที่เหมือนกัน คือมีปุ่มแหลมตรงกลางด้านในของภาชนะ ภาชนะบางใบอาจมีร่องวงกลมล้อมรอบนักวิชาการได้ให้ความคิดเห็นว่าภาชนะแบบมีปุ่มแหลม ไม่ใช่ภาชนะที่ใช้สำหรับหุงต้มในชีวิตประจำวัน โดยเอียน โกลเวอร์ (Ian Glover) นักโบราณคดีผู้ทำการขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร ให้ความคิดเห็นว่าภาชนะรูปแบบนี้ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรมต่างๆ อาทิ การฝังศพ และยังได้ตีความว่า ปุ่มแหลมของภาชนะ หมายถึง เขาพระสุเมรุ ในต่างประเทศได้พบภาชนะแบบมีปุ่มแหลมที่แหล่งโบราณคดี Wari-Bateshwar ประเทศบังกลาเทศ ซึ่งเป็นเมืองท่าที่เจริญอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๓ – ๘ในบริเวณอ่าวเบงกอลและพบในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ยังพบภาชนะแบบมีปุ่มแหลมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศเวียดนาม จังหวัดธันฮัว(Than Hoa) และในประเทศไทย สำหรับในประเทศไทยพบในภาคกลางที่แหล่งโบราณคดีบ้านดอนตาเพชร จังหวัดกาญจนบุรี ที่ภาคใต้พบในสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ที่แหล่งโบราณคดีเขาสามแก้วจังหวัดชุมพร ซึ่งเป็นเมืองท่าที่เจริญอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๓ - ๙ นอกจากนี้ยังพบที่แหล่งโบราณคดีถ้ำเสือและแหล่งโบราณคดีหาดปากคลองกล้วย จังหวัดระนอง ภาชนะแบบมีปุ่มแหลมใบนี้จึงเป็นตัวแทนของวัตถุที่ถูกนำเขามาในสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของภาคใต้ เป็นโบราณวัตถุชิ้นเด่นของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง ...............................................................ข้อมูลโดย : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง
ผู้แต่ง : สุนทรภู่
ฉบับพิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 1
สถานที่พิมพ์ : พระนคร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2509
หมายเหตุ : พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางมนัศมานิต (ชรินทร์ ทินกร ณ อยุธยา) ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม วันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2509
หนังสือเรื่องพระอภัยมณีนี้ เป็นคำกลอน เฉพาะตอนที่ 31-35 ที่มีความไพเราะและมีคุณค่าทางวรรณคดีอย่างยิ่ง ในท้ายเล่มจะมีเรื่องสมบัติกวี ของศุภร บุนนาค เฉพาะบางตอนมาตีพิมพ์ไว้ในเล่มเดียวกัน
ระหว่างพ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๐๔ อันเป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงรับพระราชภาระเป็น “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์”
๐ ในช่วงเวลาแห่งการเสด็จฯ เยือนต่างประเทศของพระองค์ตลอดเกือบ ๗ เดือน ในการนี้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีได้ทรงปฏิบัติพระราชกิจต่างพระเนตรพระกรรณ ได้อย่างเรียบร้อยบริบูรณ์โดยในระหว่างนั้นได้ทรงเสด็จฯเข้าร่วมประชุมกับคณะองคมนตรีเป็นประจำเสมอมิได้ขาด กับยังได้ทรงลงพระนามาภิไธยในกฎหมายและประกาศทีสำคัญหลายฉบับ อาทิพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์อิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี พ.ศ.๒๕๐๓ พระราชบัญญัติเรื่องการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๐๓ และประกาศเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจ แห่งชาติระหว่างเวลา พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๐๙ และประกาศเรื่องแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๓ เป็นต้น นอกจากนี้สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนียังได้ทรงเสด็จฯ ออกรับเอกอัครราชทูตของประเทศต่างๆ ที่ขอเข้าเฝ้าฯ เพื่อถวายพระราชสาส์นตราตั้งในการมาประจำที่ประเทศไทยตลอด๐ นับได้ว่าสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงเป็นผู้สำเร็จราชแผ่นดินที่เป็นสตรีพระองค์ที่ ๓ นับเนื่องจากสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในรัชกาลที่ ๙