ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,483 รายการ


        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก ขอเชิญชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “ทำความรู้จักกับพระพุทธรูป” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับจุดกำเนิดการสร้างพระพุทธรูป แก่นักเรียนนักศึกษา ผู้เข้าชมทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก เพื่อเป็นการปูพื้นฐานการเรียนรู้เรื่องพระพุทธรูป ซึ่งเป็นเรื่องยากในการทำความเข้าใจ ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น         นิทรรศการ เรื่อง “ทำความรู้จักกับพระพุทธรูป” จัดแสดงในรูปแบบภาพลายเส้นการ์ตูน โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 ส่วน ประกอบด้วย กำเนิดพระพุทธรูป, พระพุทธรูปเข้ามาในดินแดนไทยได้อย่างไร, พระพุทธรูปศิลปะต่าง ๆ ในประเทศไทย โดยเฉพาะพระพุทธรูปสุโขทัย, ลักษณะของพระพุทธรูปปางต่าง ๆ และชื่อเรียกส่วนต่าง ๆ ของพระพุทธรูป          ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก จังหวัดสุโขทัย เปิดวันพุธ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดตามประกาศรัฐบาล เวลา 09.00 - 16.00 น. ปิดทำการวันจันทร์ - อังคาร สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 5564 1571 Facebook พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สวรรควรนายก : Sawanvoranayok National Museum https://www.facebook.com/sawanvoranayok 


ภาพจิตรกรรมประกอบด้านหลังส่วนล่างของฉากบังเพลิง ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอุดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขียนภาพดอกบัวผูกลวดลายขึ้นมาจากน้ำ และมีภาพพันธุ์ข้าวพระราชทานจากแปลงนาทดลองสวนจิตรลดา ด้านหลังเป็นภาพหญ้าแฝกลงสีบาง ๆ ในน้ำมีปลานิลขนาดเล็กและใหญ่ดูเป็นธรรมชาติ ปลานิลเป็นปลาพระราชทานจากรัชกาลที่ ๙ สร้างอาหารแก่คนไทยและวาดภาพนกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธรเพื่อให้ภาพมีชีวิตชีวา มีหยดน้ำสื่อฝนหลวงเติมความอุดมสมบูรณ์ให้พืชพรรณโดยมีต้นหญ้าแฝก พันธุ์ข้าวพระราชทาน ภาพพญานาค นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ปลานิล และแมลงปอ มีคติความเชื่อทางศาสนาพุทธไทยเรานั้น เมื่อพรมหากษัตริย์ทรงเสด็จสวรรคตแล้วจะไปจุติ บนสวรรค์ชั้นดุสิตเป็นพระโพธิสัตย์ เพื่อรอเวลาบำเพ็ญบุญมาเป็นพระพุทธเจ้าต่อไป ฉากบังเพลิงเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ เป็นส่วนหนึ่งของพระเมรุมาศหรือพระเมรุใช้สำหรับบังลมไว้ไม่ให้ตีไฟแตกกระจาย อีกทั้งยังใช้ในการปิดกั้นเพื่อมิให้บุคคลภายนอกเห็นการถวายพระเพลิงพระบรมศพ หรือพระศพ การปฏิบัติการด้านพิธีกรรม และการเคลื่อนย้ายพระบรมศพ หรือพระศพจากพระโกศสู่พระโกศไม้จันทน์เพื่อตั้งประดิษฐานบนจิตกาธานก่อนการถวายพระเพลิง โดยฉากบังเพลิงมีลักษณะเป็น “ฉากพับ” ยึดติดไว้กับเสาพระเมรุมาศ หรือพระเมรุทั้ง ๔ ด้าน เมื่อจะใช้งานจะดึงหรือยกออกมาปิดไว้ บางครั้ง งานออกพระเมรุใช้ฉากบังเพลิงปิดทั้ง ๔ ด้าน บางครั้งใช้ปิดเพียง ๒ ด้าน ผู้ออกแบบ นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจิตรกรรม (จิตรกร) สำนักช่างสิบหมู่ ภาพประกอบฉากบังเพลิงด้านหลังส่วนข้างล่าง ร.๙


​ในเชิงสัญลักษณ์ "ผีทะเล" คือตัวแทนของอุปสรรคและกิเลสตัณหา ที่มักเข้ามาซ้ำเติมในยามที่ชีวิตต้องเผชิญกับมรสุม เปรียบเสมือนความกลัวและการขาดสติที่เข้าครอบงำมนุษย์ จนอับจนหนทางและละทิ้งความพยายามที่จะเอาชีวิตรอด ในทางกลับกัน พระมหาชนกทรงเลือกใช้ "สติและปัญญา" เป็นอาวุธในการก้าวข้ามภัยพิบัติเหล่านั้น ​ภาพผีทะเล จึงนับเป็น"อุบายธรรม"อันชาญฉลาดที่ครูช่างโบราณใช้สะท้อนให้เห็นถึงภัยอันน่าสะพรึงกลัวในสังสารวัฏ พร้อมทั้งขับเน้นคุณค่าของ "ความเพียรที่ปราศจากความกลัว" ซึ่งเป็นหัวใจหลักของชาดกเรื่องนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ​ในทางคติชนวิทยา ความเชื่อเรื่อง "ผีทะเล" แท้จริงแล้วคือเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงของคนโบราณ เนื่องจากท้องทะเลเป็นพื้นที่อันตรายและยากเกินกว่าจะคาดเดา การแต่งเติมตัวตนให้ความน่ากลัวของธรรมชาติกลายเป็น "รูปารมณ์ของผี" (รูปร่าง หน้าตา หรือตัวตนของผี) จึงเป็นกุศโลบายที่ทำให้มนุษย์สามารถสร้างข้อห้าม กฎระเบียบ และพิธีกรรมต่าง ๆ ขึ้นมา เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ และหล่อหลอมให้ทุกคนที่อยู่บนเรือตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาททุกลมหายใจ จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถวัดภาวนาภิรตาราม เขตบางขุนนนท์ กรุงเทพมหานคร


"วันนี้มีจุดของ บ่อน้ำนางอุสา(แหล่งเก็บน้ำเพียงหนึ่งเดียวบนภูพระบาท) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่มรดกโลกภูพระบาท มาแนะนำครับ" เปิดให้บริการทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐ -๑๖.๓๐ น.(ไม่มีวันหยุด) มีบริการแผ่นพับ จุดชมวีดีทัศน์ นิทรรศการ ร่ม รถวีลแชร์ รถไฟฟ้า ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จุดบริการขายบัตร ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ค่าเข้าชม ชาวไทย ๒๐ บาท ชาวต่างชาติ ๑๒๐ บาท (ผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี ผู้พิการ พระภิกษุ-สามเณร ภิกษุณี) เข้าชมฟรี มีบริการนำชม (ไทย - อังกฤษ) ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ๐๔๒๒๑๙๘๓๘ , ๐๔๒๒๑๙๘๓๗ (ในวันและเวลาราชการ) #มรดกโลกภูพระบาท #เดินชมธรรมชาติ #แหล่งวัฒนธรรมสีมา #โบราณสถานสวยงาม


ชื่อเรื่อง : จามะเทวี ขัตติยนารีศรีหริภุญไชย ที่ระลึกในงานทอดกฐินวัดมงคลเวฬุวัน ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : ลำพูน สำนักพิมพ์ : วัดมงคลเวฬุวัน      จามะเทวี ขัตติยนารีศรีหริภุญไชย จัดทำขึ้นเพื่อแจกจ่ายในงานทอดกฐิน พระนางจามเทวีเป็นบุคคลที่สำคัญที่มีความสำคัญแก่คนจังหวัดลำพูนอย่างมาก ผู้คนต่างให้ความเคารพและศรัทธา เนื้อหาด้านในจะกล่าวถึงการกำเนิดของพระนางจามเทวี เหตุการณ์ต่างๆที่พระนางทรงทำ พระนางจามเทวีเป็นธิดากษัตริย์เมืองละโว้ เสด็จจากเมืองละโว้ขึ้นมาเสวยราชย์ที่เมืองหริภุญไชย อีกทั้งพระนางยังสถาปนาพุทธศาสนา ทำให้พุทธศาสนานั้นแพร่หลายในเมืองหริภุญไชย รวมทั้งยังทำให้มีความเจริญและมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์จนถึงปัจจุบัน



เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๕๙ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานของกรมศิลปากร โดยมีนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายพีรพน พิสณุพงศ์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายสหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ รองอธิบดีกรมศิลปากร และข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมอาคารดำรงราชานุภาพ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร




พบเครื่องถ้วยชามลายน้ำทอง มีพระบรมฉายาลักษณ์ ร.5 ที่กาน้ำ และจาน ไม่ทราบว่ามีจริงหรือไม่ เนื่องจากไม่เคยเห็นในหนังสือ รวมทั้งภาพใน Internet ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ


เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๒ นางสาวบุสรา สังข์สมบูรณ์ นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ ให้การต้อนรับและนำชมการดำเนินงานของหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ ตรัง แก่คณะศึกษาดูงานโครงการจัดตั้งอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกศิลปวัฒนธรรม (อสมศ.)​ จังหวัดตรัง และพัทลุง ของสำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม


 นางลัดดาวัลย์  ทิพย์สิงห์  หัวหน้าหอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม และนางสาวสรณ์สิริ  สีหนาท บรรณารักษ์ปฏิบัติการ ร่วมพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร  ณ วัดมหาธาตุ  ตำบลในเมือง อำเภอเมือง  จังหวัดยโสธร  วันที่ 16-17 พฤศจิกายน 2555


ภาพกิจกรรมโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์   แก่เยาวชนคนผู้พิการผู้ด้อยโอกาส พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระพุทธชินราช พิษณุโลก วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๘


  พระพิมพ์ศิลปะหริภุญไชย พุทธศตวรรษที่ ๑๘ ดินเผาได้มาจากวัดพระธาตุหริภุญชัย เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๘ปัจจุบันจัดแสดงในนิทรรศการถาวร มรดกหริภุญไชย         พระพิมพ์ทรงสามเหลี่ยม ปลายด้านบนหักหายไป ตรงกลางมีพระพุทธรูปประธานประทับนั่งขัดสมาธิเพชรแสดงปางมารวิชัยภายในซุ้มเรือนแก้วบนฐานสิงห์รองรับด้วยฐานบัวท้องไม้คาดด้วยลวดบัวลูกแก้ว ขนาบข้างด้วยพระพระพุทธรูปในลักษณะเดียวกันด้านซ้ายและด้านขวา ด้านละ ๒ องค์ ทั้งสองข้างมีรูปบุรุษนั่งชันเข่าเป็นบริวาร ถัดขึ้นไปด้านบน มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยภายในซุ้มเรือนแก้ว ลดหลั่นกันจำนวน ๗ องค์ ถัดขึ้นไปมุซุ้มพระพุทธรูป ๓ องค์ ด้านบนหักหายไป สันนิษฐานว่ามีซุ้มพระพุทธรูป อีก 1 องค์ ซึ่งกลุ่มผู้สะสมพระพิมพ์มักจะเรียกพระชนิดนี้ว่าพระสิบแปด เนื่องด้วยมีพระพุทธรูปภายในซุ้ม รวมถึงบริวารที่นั่งชันเข่าสองข้างที่ฐานด้านล่าง รวม ๑๘ องค์


black ribbon.