ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,735 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี ชวนร่วมกิจกรรม พิศภาพ เพลินเพลง "Passion of Prachinburi" ชมนิทรรศการภาพถ่าย บันทึกภาพความทรงจำจากวันวานบอกเล่าความงามและความประทับใจที่มีต่อปราจีนบุรี โดย กลุ่มคนรักการถ่ายภาพจังหวัดปราจีนบุรี นำโดยนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ พร้อมรับฟังการเสวนา Museum Talk พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ 2 ท่าน บก.ติ่งข่าวเวิร์คพอยท์ และ รศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล วันที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 19.00 - 20.00 น. เล่าเรื่อง 12 ภาพถ่าย “ศรัทธาแห่งปราจีนบุรี” Beyond the Shot: แรงบันดาลใจจากเลนส์สู่ภาพ พลังสะท้อนสังคม พูดคุยกับนายแพทย์จอมพล มุสิกวงศ์ และผู้แทนชมรมคนรักการถ่ายภาพ ค้นหาแรงบันดาลใจ และสารจากช่างภาพที่สะท้อนออกมาในผลงานภาพถ่าย
ทั้งนี้ นิทรรศการภาพถ่ายศรัทธาแห่งปราจีนบุรี ศิลปิน จอมพล มุสิกวงศ์ และ นิทรรศการถ่ายภาพ “พิศภาพ เพลินเพลง ep2” โดย 24 นักถ่ายคนปราจีน จัดแสดงเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น ในงานเทศกาลพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ สวนศิลป์บันดาลใจ Creative Museum – Prachinburi Art & Craft Fair จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม 2569 เวลา 15.00 - 20.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 3721 1586
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ขอเชิญชวนร่วมแต่งผ้าไทยชมพิพิธภัณฑ์ ในงานฮีต 12 ฮอยฮีตคองวัฒนธรรม บุญฮดสรง “สงกรานต์ ศานต์ใจ” ระหว่างวันที่ 11 - 12 เมษายน 2569 เวลา 09.00 - 16.00 น. ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี พบกับกิจกรรมสรงน้ำพระแบบดั้งเดิม, ตบประทาย ขนทรายเข้าวัด การสาธิตการทำน้ำอบฮดสรง, กิจกรรมงามอย่างไทย, การละเล่นพื้นบ้านแบบดั้งเดิม
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ประกาศขอความร่วมมือผู้ชมการแสดงทุกท่าน รับบัตรชมการแสดงเนื่องในการทดสอบระบบโรงละครแห่งชาติ รอบวันที่ ๙ - ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ภายในเวลาที่กำหนด รอบเวลา ๑๐.๐๐ น. รับบัตรภายในเวลา ๐๙.๓๐ น. และ รอบเวลา ๑๓.๓๐ น. รับบัตรภายในเวลา ๑๓.๐๐ น. ณ บริเวณภายในโรงละครแห่งชาติ ทั้งนี้ หากไม่มารับบัตรในเวลาที่กำหนด สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอสงวนสิทธิ์บัตรชมการแสดงให้กับท่านอื่นต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๖๕๓๒, ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒ นอกจากนี้ ทางสำนักการสังคีต ยังขอความร่วมมือผู้ชมการแสดง โปรดเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(เจริญ สุวฑฺฒโน) มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร พระชนกชื่อ น้อยคชวัตร พระชนนีชื่อ กิมน้อย คชวัตร ประสูติเมื่อวันศุกร์ เดือน ๑๑ ขึ้น ๔ ค่ำ ปีฉลู เบญจศก จุลศักราช ๑๒๓๕ ตรงกับวันที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๕๖ ณ ตำบลบ้านเหนือ อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงจบการศึกษาเบื้องต้นที่โรงเรียนประชาบาลวัดเทวสังฆาราม ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ต่อมาพุทธศักราช ๒๔๖๙ พระชันษา ๑๔ ปี ทรงบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) จังหวัดกาญจนบุรี โดยพระเทพมงคลรังษี (ดี พุทธโชติ)...........(บทความจากนิตยสารศิลปากร ปีที่ ๒๕๕๖ ฉบับที่ ๖ เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕๕๖ โดย อรวรรณ ทรัพย์พลอย นักอักษรศาสตร์ชำนาญการพิเศษ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์)
กรมศิลปากรชี้แจงประเด็นข่าวกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์
เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ กรมศิลปากรแถลงข่าวชี้แจงประเด็นกุฏิพระโบราณที่วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหาย โดยนายเอนก สีหามาตย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี นายช่างโยธาและวิศกรควบคุมงาน เป็นผู้แถลงข่าว ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร
ตามที่รายการเรื่องเล่าเสาร์ – อาทิตย์ ประจำวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๕ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ประจำวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓ และหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๕ ได้เสนอข่าวเกี่ยวกับกุฏิพระโบราณ ที่วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พังทลายเสียหายทั้งหมด สาเหตุจากช่างที่กรมศิลปากรจ้างมาซ่อมแซมบูรณปฏิสังขรณ์ นั้น
กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ขอชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวดังนี้
๑. วัดสิงห์ ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งยังปรากฏเจดีย์ โบสถ์ วิหารเก่าแก่ ควรค่าแก่การศึกษาด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี พระพุทธรูปสำคัญของวัดคือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย สมัยกรุงศรีอยุธยา พระพุทธไสยาสน์ (หลวงพ่อเพชร) นอกจากนี้ยังมีโกศบรรจุอัฐิหลวงพ่อพญากราย ซึ่งเป็นพระมอญธุดงค์มาจำพรรษา ที่วัดสิงห์ บนกุฏิของวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บรักษาของเก่า ได้แก่ ตุ่มสามโคก แท่นบรรทมของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสามโคก ใบลานอักษรมอญ ตู้พระธรรม และพระพุทธรูป ด้านหน้าวัดสิงห์มีการขุดค้นพบโบราณสถานเตาโอ่งอ่าง ซึ่งถือ เป็นหลักฐานของการตั้งชุมชนมอญในสมัยแรกในบริเวณนี้นับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนและกำหนดขอบเขตโบราณสถาน ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕ เล่มที่ ๑๐๙ ตอนที่ ๑๐๙
๒. กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานที่ประสบอุทกภัย โครงการบูรณะโบราณสถานวัดสิงห์ จำนวน ๑๒,๐๒๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งเป็น ๒ โครงการ
- โครงการงานบูรณะโบราณสถาน จำนวนเงิน ๔,๔๕๐,๐๐๐ บาท
- โครงการงานปรับยกระดับ (ปรับดีด) วงเงินสัญญาจ้าง ๗,๕๓๙,๐๐๐ บาท ดำเนินการว่าจ้างบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ดำเนินงาน ตามสัญญาจ้างเลขที่ ๑๒/๒๕๕๕ เริ่มสัญญาวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ สิ้นสุดวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๕ โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายช่างโยธาชำนาญงาน สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี เป็นผู้ควบคุมงาน
๓. เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๒๑.๓๐ น. นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา ได้รับแจ้งจากตัวแทนบริษัทกันต์กนิษฐ์ ก่อสร้าง จำกัด ในเวลาประมาณ ๑๖.๓๐ น. ขณะที่คนงานอยู่ในช่วงพัก ไม่มีใครอยู่ภายในบริเวณอาคารกุฏิโบราณ ได้ยินเสียงพร้อมทั้งปูนฉาบของตัวอาคารกะเทาะหลุดร่วงลงมา แล้วมุมอาคารด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เกิดการทรุดตัวลง ทำให้กระเบื้องหลังคาและโครงสร้างหลังคาทั้งหมด ทรุดลงมากองอยู่บริเวณพื้นไม้ชั้นสองของอาคาร ทำให้น้ำหนักบรรทุกของพื้นมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากนั้นผนังด้านทิศใต้ ก็ได้พังทลายตามลงมาเนื่องจากรับหนักของหลังคาที่ทรุดลงมาไม่ไหว
๔. เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ เวลา ๙.๐๐ น.ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี (นายประทีป เพ็งตะโก) นายกิตติพันธ์ พานสุวรรณ วิศวกรชำนาญการพิเศษ นายจมร ปรปักษ์ประลัย สถาปนิกชำนาญการ นายเฉลิมศักดิ์ ทองมา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสามโคก และคณะกรรมการวัดสิงห์ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายและหาสาเหตุของการพังทลาย ได้ข้อสรุปดังนี้
๔.๑ การที่อาคารเกิดการทรุดตัว เนื่องจากพื้นดินรับฐานรากอาคารอยู่ในที่ต่ำชุ่มน้ำตลอดทั้งปี ทำให้อ่อนตัวรับน้ำหนักอาคารไม่ไหวทำให้ผนังอาคารทรุดตัวลงมาประมาณ ๑ ใน ๔ ส่วน
๔.๒ ผนังอาคารมีร่องรอยแตกร้าวจำนวนมาก พบร่องรอยนี้จากการสำรวจเพื่อจัดทำรูปแบบรายการการอนุรักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๐ - ๒๕๕๔
๔.๓ ปูนสอเสื่อมสภาพจากการถูกน้ำแช่ขังและใช้งานอาคารมาเป็นเวลานาน ทำให้การยึดตัวของอิฐและปูนสอไม่ดี เป็นสาเหตุให้ตัวอาคารทรุดลงมา
๔.๔ สภาพอาคารที่ปูนฉาบผนังนอกหลุดร่อน ทำให้น้ำซึมผ่านเข้าไปในผนังทำให้ ปูนสอชุ่มน้ำ ทำให้แรงยึดเกาะระหว่างอิฐต่ำ
๔.๕ ขณะที่อาคารทรุดตัวอยู่ระหว่างการขุดเพื่อตรวจสอบฐานของอาคารส่วนที่ จมดินเพื่อเตรียมการกำหนดระยะที่ทำการตัดผนังเพื่อเสริมคานถ่ายแรง ยังไม่ได้ทำการตัดผนัง จึงยังมิได้มีการรบกวนโครงสร้างของอาคารโบราณ แต่ตัวอาคารก็เกิดการทรุดตัวลงมาเสียก่อน
หลังจากทำการตรวจสอบพื้นที่แล้ว สำนักศิลปากรที่ ๒ สุพรรณบุรี ได้สั่งการให้บริษัทผู้รับจ้างทำการค้ำยันผนังส่วนที่เหลือโดยให้ดำเนินการตามคำแนะนำของวิศวกร และทำการจัดเก็บวัสดุส่วนที่สามารถนำมาก่อสร้างเพื่อคืนสภาพอาคารไปจัดเก็บในที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งได้เร่งรัดให้ผู้รับจ้างดำเนินการบูรณะกุฏิให้คืนสภาพโดยเร็ว โดยให้บริษัทผู้รับจ้างร่วมกับสถาปนิก วิศวกร และผู้เกี่ยวข้อง ปรับปรุงรูปแบบรายการ และวิธีปรับดีดให้สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจุบันของกุฏิ และให้ดำเนินการบูรณะกุฏิให้กลับคืนสภาพเดิม โดยให้เป็นไปตามรูปแบบรายการบูรณะที่ได้รับอนุญาต
หมวดที่ ๒ การขออนุญาตพิมพ์หนังสือแจกในงานกุศล
๓. หนังสือและเอกสารที่กรมศิลปากรเป็นผู้มีลิขสิทธิ์สืบทอด หรือได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการเกี่ยวกับ ลิขสิทธิ์หรือหนังสือที่หน่วยงานในกรมศิลปากรค้นคว้าเรียบเรียงขึ้น ตามสาขางานที่หน่วยนั้น ๆ เกี่ยวข้อง รับผิดชอบดำเนินอยู่ กรมศิลปากรยินดีอนุญาตให้พิมพ์เผยแพร่ในงานกุศลได้ เว้นแต่หนังสือและเอกสาร ที่ควรสงวนไว้เป็นความลับ ไม่สมควรนำออกตีพิมพ์เผยแพร่ในปัจจุบัน หรือหนังสือที่กรมศิลปากร มีโครงการดำเนินงานอย่างอื่นไว้แล้ว
๔. ผู้ใดต้องการพิมพ์หนังสือดังกล่าวในข้อ ๓ เพื่อแจกเป็นวิทยาทาน หรือแจกเพื่อ การกุศลสาธารณประโยชน์ หรือแจกเป็นมิตรพลีในงานมงคลหรืออวมงคล หรืองานอื่น ซึ่งมิได้เป็นไป เพื่อประโยชน์แห่งการค้า ให้แจ้งความจำนงแก่ผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร หรือผู้แทน โดยกรอกข้อความ ตามแบบพิมพ์ของกรมศิลปากร การขออนุญาตนั้นจะต้องขอล่วงหน้า ก่อนวันงานไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ หรือผู้แทนแล้ว ให้ผู้ขออนุญาตนำต้นฉบับ ไปจัดพิมพ์ได้โดยปฏิบัติตามระเบียบ
๕. ในกรณีที่จะต้องจัดพิมพ์โดยรีบด่วน ซึ่งผู้ขออนุญาตไม่สามารถจะขออนุญาตล่วงหน้าได้ก่อน ๓๐ วัน เมื่อผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ พิจารณาแล้วเห็นว่าหนังสือที่จะพิมพ์นั้น เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าจะมอบต้นฉบับให้ผู้ขออนุญาตไปจัดพิมพ์เอง จะไม่เสร็จเรียบร้อยทันแจกในวันงานใด กรมศิลปากร อาจจะจัดหาโรงพิมพ์ที่พิมพ์ได้รวดเร็วและเรียบร้อยพิมพ์ให้เอง โดยให้โรงพิมพ์นั้นติดต่อ ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จากผู้ขออนุญาตพิมพ์
๖. ผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือแจกจ่ายเป็นกุศลวิทยาทานในงานต่าง ๆ โดยมิได้มุ่งประโยชน์เพื่อการค้า ต้องขออนุญาตพิมพ์จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เล่ม
๗. ผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือแจกในงานกุศล ต้องจ่ายหนังสือเป็นผลประโยชน์ให้แก่กรมศิลปากรร้อยละ ๒๐ ของจำนวนที่พิมพ์ แต่ทั้งนี้จำนวนหนังสือที่ต้องจ่ายไม่เกิน ๔๐๐ เล่ม ไม่ว่าจะขออนุญาตพิมพ์ จำนวนเท่าใด ก็ตาม
๘. อธิบดีกรมศิลปากรอาจพิจารณาอนุญาตให้จ่ายหนังสือผลประโยชน์น้อยกว่าจำนวนที่ระบุไว้ในข้อ ๗ ก็ได้
๙. การนำส่งหนังสือผลประโยชน์ให้ผู้ขออนุญาตนำส่งทันที่ที่พิมพ์เสร็จ หรือภายใน ๑๕ วัน หลังจากวันที่ ได้กำหนดแจกจ่ายหนังสือนั้น
๑๐. ถ้าผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือ ไม่นำหนังสือผลประโยชน์ มาส่งกรมศิลปากร ตามจำนวนที่กำหนดไว้ ในข้อ ๗ หรือนำมาส่งขาดจำนวน จะต้องชดใช้เงินแทนหนังสือ ตามราคาที่ ผู้อำนวยการ กองวรรณคดีและ ประวัติศาสตร์ หรือผู้แทนจะกำหนดให้
๑๑. ถ้าไม่ตกลงกันในเรื่องราคาตามข้อ ๑๐ ผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือจะยื่นคำร้องไปยัง อธิบดีกรมศิลปากร เพื่อขอให้พิจารณากำหนดราคาใหม่ก็ได้ แต่ถ้าอธิบดีกรมศิลปากรหรือผู้แทน กำหนดราคาใหม่ หรือยื่น ตามราคาที่ผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์หรือผู้แทน กำหนดไว้แล้ว ถือว่าเป็นการเด็ดขาด จะอุทธรณ์ต่อไปอีกไม่ได้
๑๒. หนังสือที่กรมศิลปากรอนุญาตให้นำออกตีพิมพ์เผยแพร่ได้ จะต้องส่ง ใบพิสูจน์ให้เจ้าหน้าที่ กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ตรวจแก้และเป็นผู้สั่งให้ตีพิมพ์ทั้งหมด
๑๓. กรมศิลปากรจะเขียนคำนำให้เป็นหลักฐานการอนุญาต ซึ่งผู้ขออนุญาตจะต้องตีพิมพ์ไว้ เป็นเบื้องต้นของหนังสือ
๑๔. ห้ามผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือตีพิมพ์ข้อความอื่น ๆ หรือบทความอื่น ๆ อันมิใช่ลิขสิทธิ์ของ กรมศิลปากร เพิ่มเติมลงในหนังสือโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ ยกเว้นคำไว้อาลัย หรือข้อความที่ได้นำส่งให้ผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์พิจารณา ตรวจอนุญาตแล้วเท่านั้น
๑๕. หน้าปกหนังสือที่พิมพ์แจกงานกุศล จะต้องพิมพ์ตราพระพิฆเณศร์ ซึ่งเป็นตราประจำกรมศิลปากร ลงไปด้วย ผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือจะขอรับแบบไป เพื่อทำแม่พิมพ์สำหรับตีพิมพ์ได้ จากผู้อำนวยการ กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ หรือผู้แทน
๑๖. หน้าปกหนังสือที่จะพิมพ์แจกในงานกุศล ให้พิมพ์ตามที่กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์กำหนดให้ ทั้งนี้โดยให้มีชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง กำหนดวันงาน และสถานที่ จะทำงานมงคลหรืออวมงคล ห้ามพิมพ์รูปภาพหรือลวดลายที่มีสีฉุดฉาด เว้นไว้แต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จากผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์หรือผู้แทน
๑๗. ห้ามผู้ขออนุญาตพิมพ์หนังสือแจกในงานกุศล นำหนังสือที่ตีพิมพ์ไปจำหน่าย เพื่อประโยชน์ในการค้า
๑๘. ให้ผู้อำนวยการกองวรรณคดีและประวัติศาสตร์รักษาการเกี่ยวกับ ขออนุญาตจัดพิมพ์หนังสือ ของกรมศิลปากร เพื่อแจกจ่ายในงานกุศลให้เป็นไปตามระเบียบนี้