ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,909 รายการ

          พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี (หลังใหม่) ตั้งอยู่ในศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี อยู่บริเวณด้านทิศใต้ของอาคารศาลากลางจังหวัด (หากหันเข้าหาหน้าศาลากลาง อาคารพิพิธภัณฑ์ฯ อยู่ด้านขวามือ)           อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี หลังนี้ ออกแบบภายใต้แนวความคิดของบ้านเรือนไทยภาคกลางที่มีใต้ถุนสูง เพื่อเป็นพื้นที่ใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาชีพของคนสุพรรณบุรีดั้งเดิมนั้นเป็นชาวนา รวมไปถึงอาชีพของคนไทยด้วย แนวคิดและการออกแบบโดย นายปณิธาน เจริญใจ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม           ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น มีใต้ถุนด้านล่าง พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1,890 ตารางเมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับตกแต่งผนังด้วยดินเผาลวดลายรวงข้าว และประเพณีในการทำนา 12 เดือน           นิทรรศการแบ่งออกเป็น 8 ส่วน ห้องจัดแสดงชั้นที่ 1 แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 4 เรื่อง 1. ร่องรอยของข้าวจากอดีต 2. ลมมรสุมกับฤดูกาลปลูกข้าว 3. การทำนาในประเทศไทย 4. จากคันไถสู่ควายเหล็ก ห้องจัดแสดงชั้นที่ 2 แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 เรื่อง 1. ประเพณีและวิถีชีวิตชาวนา 2. พระบารมีปกเกล้าชาวนาไทย 3. ทวยราษฎร์แซ่ซ้องรอเวลา 4. พระเสด็จฯ มาโปรดชาวนาไทย           อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี หลังนี้เป็นหลังใหม่หลังที่ 2 ค่ะ สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2552 เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ พ.ศ.2553 มาถึงปีนี้ อาคารหลังนี้มีอายุครบ 10 ปี แล้วค่ะ (เขียน ณ วันที่ 28 มีนาคม 2563)           ปัจจุบันพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี เปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชม และเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 น. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี แห่งใหม่ (สร้างหลังที่ 2) ตั้งอยู่ในศูนย์ราชการจังหวัดสุพรรณบุรี บ้านใต้ถุนสูงของเกษตรกร ในจังหวัดลพบุรี แนวความคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรมอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทยสุพรรณบุรีทั้ง 2 แห่ง จากอาคารบ้านเรือนถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวนาไทย ลักษณะของบ้านเรือนในชนบท สู่แนวความคิดในการออกแบบอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี สถาปนิก : นายปณิธาน เจริญใจ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากรข้อมูลประกอบการเรียบเรียง : นายปณิธาน เจริญใจ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เรียบเรียงและถ่ายภาพ : นางสาวภัทรา เชาว์ปรัชญากุล ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชาวนาไทย สุพรรณบุรี สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กรมศิลปากร แบบอาคาร : สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร (ฉบับสำเนา) หมายเหตุ : เผยแพร่ข้อมูลวันที่ 28 มี.ค. 2563 Facebook Page : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชาวนาไทย Thaifarmersnationalmuseum 



ชื่อเรื่อง : สุภาษิตสอนสตรี สวัสดิรักษาคำกลอนและเพลงยาวถวายโอวาทของสุนทรภู่ ชื่อผู้แต่ง : สุนทรโวหาร (ภู่), พระ ปีที่พิมพ์ : 2512 สถานที่พิมพ์ : พระนคร สำนักพิมพ์ : โรงพิมพ์อักษรเพชรเกษม จำนวนหน้า : 276 หน้า สาระสังเขป : สุภาษิตสอนสตรี สวัสดิรักษาคำกลอนและเพลงยาวถวายโอวาทของสุนทรภู่ แบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย 1. สุภาษิตสอนสตรี เป็นคำสอนสำหรับสตรีทุกคน มีทั้งข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติ ในเรื่องของการวางตัว กิริยามารยาท การพูดจา การเลือกคู่ครอง ความซื่อสัตย์ต่อสามี การดูแลบ้านเรือน เป็นต้น 2. เรื่องสวัสดิรักษา เป็นคำสอนชายไทย เรื่องแนวทางประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติทั้งต่อตนเองและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แนวทางปฏิบัติทุกประการล้วนมุ่งรักษา “สิริ” อันจะทำให้เกิดสวัสดิมงคลแก่ตนเอง เพื่อให้ประสบแต่สิ่งดีงามและส่งผลสู่เชื้อสายวงศ์ตระกูล 3. เพลงยาวถวายโอวาท เป็นคำสอนให้ปฏิบัติในสิ่งที่ดีที่ควร คำสอนที่สำคัญได้แก่ คำสอนเกี่ยวกับการศึกษา ให้สนใจตั้งใจศึกษาหาความรู้ในเรื่องต่างๆ ตามโบราณราชประเพณี คำสอนเกี่ยวกับการผูกมิตรไมตรี ให้คบหานักปราชญ์ ไม่คบคนชั่ว เป็นต้น  4. เรียนลัดพุทธศาสนา ของพุทธทาสภิกขุ เป็นคำสอนพุทธศาสนาของนิกายเซ็นที่รวมความเห็นของฝ่ายเถรวาทกับอาจาริยวาทเข้าด้วยกันจนเป็นคำสอนพุทธศาสนาที่สมบูรณ์


ชื่อผู้แต่ง       พุทธทาสและคนอื่นๆ ชื่อเรื่อง         อนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพพระอธิการเก่ง ฐิยโส (ศรีสุวรรณ) ครั้งที่พิมพ์     - สถานที่พิมพ์   - สำนักพิมพ์     - ปีที่พิมพ์        2509      จำนวนหน้า    22   หน้า หมายเหตุ พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพพระอธิการเก่ง ฐิยโส (ศรีสุวรรณ)             หนังสือที่ระลึกงานศพพระอธิการเก่ง ฐิตยโส (ศรีสุวรรณ ) เจ้าอาวาสวัดสีหยัง ต.บ่อตรุ อ.ระโนด จ.สงขลา เนื้อหาประกอบด้วยบทความทางศาสนา โดยผู้เขียนบทความ 4 ท่าน ประกอบด้วย เรื่องกับไปเหลือโดยพุทธทาสภิกขุ เรื่องความสูญสิ้นโดย วิมุตตยานันทะ เรื่อง แนวทางแก้ทุกข์ โดยพระปัญญานันทมุณีและเรื่องนี้คือคุณค่าของชีวิตโดยพระพุทธภาษิต


           การสำรวจคลองสำคัญในประวัติศาสตร์ปัตตานี ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา ดำเนินการสำรวจคลองสำคัญในประวัติศาสตร์ปัตตานี โดยเป็นการสำรวจในข้อมูลภาคสนาม ครอบคลุมเส้นทางการไหลของคลองทั้งสิ้น ๑๐ สาย โดยสรุปผลการสำรวจได้ดังนี้ ๑.คลองกือเซะ            คลองกือเซะจัดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกในกลุ่มลุ่มน้ำสาขาภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง(พื้นที่ส่วนที่๓) คลองสายนี้ไหลผ่านพื้นที่ด้านทิศเหนือของอำเภอยะรัง และทิศตะวันอออกของอำเภอเมืองปัตตานี โดยส่วนปลายของคลองนี้จะไปรวมกับคลองมานิงที่บ้านปาเระ ตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี รวมระยะความยาวของคลองสายนี้ประมาณ ๑๐.๘ กิโลเมตร            ในสมัยรายาฮีเยาครองบัลลังก์เกิดปัญหาน้ำเค็มรุกเข้ามาในคลองกือเซะจนไม่สามารถอำนวยประโยชน์ในการเกษตรกรรมได้            “...รายาฮีเยาทรงรับสั่งให้ราษฎรพร้อมกันขุดคลอง โดยเริ่มจากรือเซะมุ่งไปทางทิศเหนือจนถึงแม่น้ำที่อ่าวเตอร์มางัน (ใกล้กับหมู่บ้านปรีกีปัจจุบัน) เมื่อสามารถขุดคลองเชื่อมกับแม่น้ำแล้ว น้ำก็ไหลมาตามคลองแห่งใหม่ผ่านคลองกรือเซะแล้วไหลออกทะเลตรงอ่าวรา เมื่อน้ำทางเหนือไหลออกคลองกรือเซะก็เป็นผลให้น้ำจืดลง ทุ่งนาบริเวณนั้นก็ให้ผลเป็นที่พอใจ...”            เมื่อถึงสมัยรายาบีรูก็เกิดปัญหาขึ้นกับคลองกือเซะอีกครั้ง ดังปรากฏในตำนานเมืองปัตตานีว่า            “...และพบว่ากระแสน้ำไหลแรงเซาะริมฝั่งที่ติดต่อกับพระราชวังได้รับความเสียหายอีกประการหนึ่งน้ำในคลองกรือเซะกลายเป็นน้ำจืด จึงเป็นเหตุให้นาเกลือตรงชายทะเลไม่สามารถเป็นเกลือได้เพราะน้ำลดความเค็มลง รายาบีรูจึงมีกระแสรับสั่งให้สร้างเขื่อนกั้นน้ำที่ไหลมาจากด้านเหนือ โดยไหลเข้าคลองกรือเซะและได้ปิดคลองปาฟีรีด้วย เขื่อนดังกล่าวนั้นสร้างด้วยหินและให้นามหมู่บ้านนั้นว่าบ้านทำนบหิน(บ้านตาเนาะบาตู)...” ๒.คลองเตอมางัน           เป็นคลองขุดแยกจากคลองกือเซะที่บ้านตาเนาะบาตู ตำบลคลองมะนิง อำเภอเมืองปัตตานี แล้วไหลผ่านเข้าไปในพื้นที่ตำบลสะดาวา ตำบลประจัน ตำบลยะรัง ตำบลวัด ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง และไหลไปรวมกับแม่น้ำปัตตานีในบริเวณตำบลกระโด อำเภอยะรัง คลองสายนี้เป็นคลองขุด ซึ่งรายาฮิเยารับสั่งให้ขุดขึ้น เพื่อนำน้ำจากแม่น้ำปัตตานี เข้ามาเพิ่มในคลองกือเซะ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเค็มรุกคลองกือเซะ จนไม่สามารถทำนาได้ แต่ในเวลาต่อมาน้ำจืดจากคลองนี้ไหลเข้าไปในคลองกือเซะมากเกินไปจนเกิดปัญหาในการทำนาเกลือ รายาบีรูจึงรับสั่งให้สร้างทำนบหินกั้นคลองสายนี้ที่บริเวณบ้านตาเนาะบาตู จากการสำรวจพบว่าคลองสายนี้อาจไม่ใช่คลองขุดทั้งสาย โดยในบางช่วงอาจเป็นการขุดลอกแนวคลองเดิมในบางพื้นที่ให้ลึกขึ้น ทั้งนี้สามารถแบ่งช่วงของคลองสายนี้ได้เป็น ๔ ช่วง ๓.คลองมานิง           คลองมานิงจัดอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกในกลุ่มลุ่มน้ำสาขาภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง(พื้นที่ส่วนที่๓) คลองสายนี้ไหลผ่านอำเภอยะรัง และทิศตะวันออกของอำเภอเมืองปัตตานี รวมระยะความยาวของคลองสายนี้จากบึงบาโง ตำบลวัด อำเภอยะรัง มาจนถึงตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ ๓๒ กิโลเมตร คลองแห่งนี้เป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางและการค้า เนื่องจากเป็นคลองใหญ่มีน้ำมาก และสามารถเชื่อมต่อเข้าไปได้ถึงเมืองโบราณยะรัง ดังนั้นในระหว่างทางเดินของลำน้ำจึงมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เรียงรายอยู่มากมายเช่น กาแลบือซา(ท่าใหญ่) ทีเยรายอ(สถานที่พบเสากระโดงเรือ) เป็นต้น ๔.คลองปาเระ           คลองปาเระหรือสุไหงปาเระ เป็นคลองที่เกิดจากการบรรจบกันของคลองกือเซะกับคลองมานิง(คลองบ้านดี) ที่บ้านปาเระ หมู่ที่ ๒ ตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี จากนั้นไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกราว ๑.๒ กิโลเมตร ก็บรรจบกับทะเลที่อ่าวปัตตานีที่กัวลาอารู (Kuala-Aru) คลองแห่งนี้เป็นต้นทางที่จะสามารถเดินทางเข้าสู่เมืองปัตตานีทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ และยังเป็นต้นทางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังกาแลบือซา ซึ่งเป็นท่าเรือใหญ่สำหรับขึ้นลงสินค้าภายในคลองมานิงได้ด้วย และริมคลองนี้ยังเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของเชลยชาวพะโคและล้านช้าง ซึ่งกษัตริย์อยุธยาพระราชทานแก่สุลต่านมันโซร์ ชาห์ แห่งปัตตานีด้วย ๕.คลองปาเปรี            คลองปาเปรีหรือสุไหงปาเปรี ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านตันหยงลุโละ ตำบลตันหยงลุโละ และหมู่ที่ ๑ บ้านปาเระ ตำบลบาราโหม อำเภอเมืองปัตตานี มีลักษณะเป็นคลองสายสั้นไหลลงสู่อ่าวปัตตานีเหนือกัวลาอารู ในอดีตพื้นที่บริเวณต้นคลองเคยมีฐานะเป็นคูเมืองปัตตานีด้านทิศเหนือ และในตำนานเมืองปัตตานีกล่าวว่าคลองสายนี้เคยถูกปิดไปครั้งหนึ่งในสมัยรายาบีรู เมื่อครั้งเกิดปัญหาน้ำจืดไหลเข้ามาในคลองกือเซะมากเกินไปจนทำนาเกลือไม่ได้ ๖.คลองคูเมืองปัตตานีด้านทิศตะวันตก           คลองคูเมืองปัตตานีด้านทิศตะวันตกตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ บ้านตันหยงลุโละ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี คลองสายนี้เป็นคลองขุดเชื่อมคลองปาเปรีซึ่งเป็นคูเมืองด้านทิศเหนือ กับคลองกือเซะซึ่งเป็นคูเมืองด้านทิศใต้ คลองสายนี้นอกจากทำหน้าที่เป็นคูเมืองแล้ว ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของคลองสายนี้ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันตกซึ่งมีประตูเมืองใหญ่คือปินตูกรือบันหรือประตูชัยฮังตูวะห์ตั้งอยู่ กับลานใหญ่หน้ามัสยิดกรือเซะ จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ซึ่งผู้คนสัญจรไปมามากมาย ๗.คลองดัชต์และกาแลเบอลันดา            คลองดัชต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านบาน ตำบลบานา และหมู่ที่ ๑ บ้านตันหยงลุโละ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ในอดีตคลองแห่งนี้เป็นลำน้ำใหญ่ กล่าวกันว่าเรือสินค้าขนาดใหญ่ของชาวต่างชาติเข้ามาจอดขนส่งสินค้าในคลองแห่งนี้ อีกทั้งสองฝั่งคลองยังเป็นที่ตั้งของสถานีการค้าและโกดังสินค้าของต่างชาติ โดยสถานีการค้าที่ใหญ่โตและมีชื่อเสียงคือห้างของบริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (VOC) และมีท่าเรือขนส่งสินค้าที่มีชื่อเสียงเรียกโดยภาษาท้องถิ่นว่า กาแลเบอลันดา ส่วนคลองก็เรียกกันว่าคลองดัชต์ หรือบางครั้งก็เรียกทับศัพท์ว่า คลองกาแลเบอลันดา ๘.อาอีลีเละฮ์           อาอีลีเละฮ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ตำบลบานา และหมู่ที่ ๓ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี มีลักษณะเป็นคลองสายสั้น โดยแนวคลองนี้จะตัดผ่านคลองดัชต์ ทำให้คลองถูกแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนเหนือและส่วนใต้ ในอดีตคลองแห่งนี้เป็นลำน้ำสาขาที่แยกออกจากคลองดัชต์ โดยการที่ปลายข้างเหนือสามารถออกทะเลได้ ส่วนปลายด้านใต้สามารถเชื่อมต่อไปจนถึงกรือเซะ จึงเป็นคลองย่อยที่สถานีการค้าหรือห้างของบริษัทต่างชาติ ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าทั้งนำเข้าไปยังเมืองปัตตานี และรับสินค้าจากในเมืองมาเก็บที่โกดัง ก่อนนำลงเรือใหญ่เพื่อส่งขายยังต่างเมืองต่อไป ๙.สุไหงปาแน            สุไหงปาแนตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ บ้านสุไหงปาแน ตำบลบานา อำเภอเมืองปัตตานี สุไหงปาแน(คลองหมาก) เป็นคลองที่มีจุดเริ่มต้นจากการรับน้ำจากทุ่งซึ่งมีลักษณะเป็นพรุขนาดใหญ่ในพื้นที่หมู่ที่ ๑ บ้านสุไหงปาแน ตำบลบานา จากนั้นมีทิศทางการไหลของน้ำจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก โดยจะไปรวมกับคลองกือเซะที่บ้านกรือเซะ(กำปงปัง) หมู่ที่ ๓ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี และการที่ปลายคลองสายนี้ไปบรรจบกับคลองกือเซะซึ่งเชื่อมต่อเข้ากับคูเมืองปัตตานีได้ จึงทำให้คลองสายนี้กลายเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญสำหรับการขนถ่ายสินค้าเข้าออกเมืองปัตตานี ๑๐.คลองสาย            คลองสายหรือสุไหงปายอ ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ ๒ บ้านยือแร ตำบลยะรัง พื้นที่เทศบาลตำบลยะรัง และหมู่ที่ ๒ บ้านบาซาเวาะเซ็ง ตำบลปิตูมุดี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กล่าวกันว่าในอดีต คลองสายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับชะวากทะเลโบราณยะรัง กับกลุ่มเมืองโบราณยะรัง โดยมีการสร้างเมืองขนาดเล็กไว้ในบริเวณใกล้กับปากคลองซึ่งมีชื่อเรียกว่า กอจอกะจิ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตปกครองของหมู่ที่ ๑ บ้านกรือเซะ ตำบลยะรัง อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี -------------------------------------------- บทความเรียบเรียง โดย นายสารัท ชลอสันติสกุล นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๑๑ สงขลา--------------------------------------------




โคลงโลกนิติ                 หนังสือโคลงโลกนิตินี้เป็นสุภาษิตเก่าแก่ แต่งมาแต่โบราณครั้งกรุงเก่า เดิมนักปราชญ์ผู้แต่งเที่ยวเลือกคาถาสุภาษิต ภาษาบาลีและสันสกฤต อันมีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ คือ คัมภีร์โลกนิติบ้าง คัมภีร์โลกนัยบ้าง ตลอดจนคัมภีร์พระธรรมบทก็มีเลือกคาถาสุภาษิตเหล่านั้นมาตั้งแล้วแปลแต่งเป็นคำโคลงไปทุก ๆ คาถา รวมเป็นเรื่องเรียกว่าโคลงโลกนิติเป็นสุภาษิตที่นั้บถือกันมาช้านาน





ชื่อเรื่อง                     เทศนาธัมมสังคิณี-ยมกปกรณ์สพ.บ.                       193/3ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               20 หน้า : กว้าง 4.9 ซ.ม. ยาว 56.6 ซ.ม. หัวเรื่อง                     พุทธศาสนา                              บทสวดมนต์บทคัดย่อ/บันทึกเป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรขอม เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดพยัคฆาราม อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี


เกร็ดความรู้อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์            หลุมโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ บริเวณนอกกําแพงเมืองด้านทิศใต้ติดกับแม่น้ำแควน้อย ได้มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์จํานวน ๔ โครง แต่ที่เห็นอยู่ในหลุมขุดค้นมีเพียง ๒ โครง อีก ๒ โครงไม่สามารถกําหนดอายุและเพศได้ เนื่องจากถูกรบกวนจากสัตว์ใน ดิน จึงได้นําขึ้นจากหลุมขุดค้นและนําไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเก่า อําเภอเมืองฯ จังหวัดกาญจนบุรี โครงกระดูกที่หันศีรษะไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเพศหญิง อายุประมาณ ๓๐-๓๕ ปี และโครงกระดูกที่หันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเพศหญิง มีอายุ ประมาณ ๒๐-๓๐ ปี ทั้งสองโครงจะฝังรวมกับภาชนะดินเผา ภาชนะสําริด เครื่องมือเหล็ก และสําริด กําไลเปลือกหอยและสําริด ลูกปัดหิน และลูกปัดแก้ว            แหล่งโบราณคดีที่เป็นหลุมฝังศพในลักษณะนี้พบหลายแห่งตามริมฝั่งแม่น้ํา แควน้อย ในเขตอําเภอไทรโยค จนถึงอําเภอเมืองฯ จังหวัดกาญจนบุรี อันแสดงให้เห็น ถึงกลุ่มคนในวัฒนธรรมดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ํา ก่อนที่จะมีการสร้างปราสาท เมืองสิงห์ในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่ากลุ่มคนเหล่านี้เคยอยู่ มาเมื่อประมาณ ๒.๐๐๐ ปีมาแล้ว และเคยมีการติดต่อกับชุมชนอื่นเช่นที่บ้านดอนตาเพชร อําเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เพราะหลักฐานต่าง ๆ ที่พบคล้ายคลึงกัน และมีอายุ ในช่วงปลายยุคโลหะเช่นเดียวกัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/muangsing/index.php/th/%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99/13-event/132-historicalpark.html?option=com_content&view=article&layout=edit&id=121


เลขทะเบียน : นพ.บ.68/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  42 หน้า ; 4.5 x 54 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ฉลากไม้ไผ่ชื่อชุด : มัดที่ 44 (19-28) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ (8 หมื่น) --เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.100/3ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  78 หน้า ; 5 x 58 ซ.ม. : ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 59 (160-169) ผูก 3 (2564)หัวเรื่อง : มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ทสหร-นคร-กัณฑ์) --เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน : นพ.บ.130/3กห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ :  60 หน้า ; 5 x 55 ซ.ม. : ล่องรัก ; ไม้ประกับธรรมดา  ชื่อชุด : มัดที่ 76 (288-301) ผูก 1 (2564)หัวเรื่อง : ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตฎีกา (ฎีกาธมฺมจกฺก)--เอกสารโบราณ            คัมภีร์ใบลาน            พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม



black ribbon.