ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,681 รายการ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงนาฏศิลป์ไทย ณ โรงละครแห่งชาติ และสถานที่ต่างๆ หลายครั้ง และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมศิลปากรจัดนาฏศิลป์และดนตรีไทยไปแสดงในโอกาสที่จัดงานต่าง ๆ หรือเมื่อมีการต้อนรับพระราชอาคันตุกะ ตลอดทั้งการแสดงในต่างประเทศ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศด้วย ที่สำคัญคือพระราชทานพระราชทรัพย์ให้กรมศิลปากรปรับปรุงเครื่องแต่งกายโขนละครใหม่ให้สง่างาม นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงอนุรักษ์เครื่องแต่งกายของการแสดงนาฏศิลป์ไทยให้คงมาตรฐานตามที่บรรพชนสร้างสรรค์และพัฒนาการตามยุคสมัย ด้วยทรงมีพระราชประสงค์ให้แขกต่างถิ่นที่มาเยือนได้เห็นว่าประเทศไทยมีมรดกศิลปวัฒนธรรมอันงดงามไม่เหมือนกับชาติใดในโลก ปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กราบบังคมทูลว่า “การแสดงโขนกำลังซบเซา ขาดคนดู” ซึ่งในครั้งนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงมีพระราชเสาวนีย์ด้วยพระสุรเสียงอ่อนโยนแต่มั่นคงว่า “เมื่อไม่มีใครดู แม่จะดูเอง” จากพระราชเสาวนีย์เพียงถ้อยคำสั้นๆ กลับกลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนจนเกิดการฟื้นคืนชีพของโขนไทย และสามารถทำให้คนทั้งชาติได้รับชมโขนขึ้นอีกครั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง ทั้งงานด้านศิลปาชีพและศิลปะการแสดง ทรงสนพระราชหฤทัยงานด้านศิลปวัฒนธรรมอันเป็นรากเหง้าที่สำคัญของชาติ หนึ่งในนั้นคือ นาฏกรรมโขน ซึ่งมีพระราชประสงค์ให้อนุรักษ์และสืบสานอยู่คู่แผ่นดินไทย ดังพระราชปรารภที่ว่า “ทุกวันนี้ประชาชนชาวไทย ไม่ใคร่มีโอกาสได้ชมโขน เนื่องจากการจัดแสดงโขนแต่ละครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย” จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ในการอนุรักษ์และการพัฒนาการแสดงโขน โดยทรงให้ศึกษาการแต่งหน้าโขนให้มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ และการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนให้ประณีตงดงามตามแบบโบราณราชประเพณี และให้พัฒนาการแสดงโขนให้ทันสมัยเหมาะสมกับสังคมยุคใหม่ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๖ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพใน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จัดแสดงการแสดงโขน เรื่อง “รามเกียรติ์ ตอนพรหมาศ” ตามพระราชเสาวนีย์อย่างเป็นทางการขึ้นเป็นครั้งแรก ในปีพ.ศ. ๒๕๕๐ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๕ พรรษา ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนใหม่ในสังคมไทยที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จนต้องจัดแสดงหลายรอบ และมีการแสดงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ชุดต่างๆ ในปีต่อๆ มา ได้แก่ ปีพ.ศ. ๒๕๕๕ ชุด จองถนน, ปีพ.ศ. ๒๕๕๖ ชุด ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์, ปีพ.ศ. ๒๕๕๗ ชุด ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ, ปีพ.ศ. ๒๕๕๘ ตอน พรหมาศ, ปีพ.ศ. ๒๕๕๙ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์, ปีพ.ศ. ๒๕๖๑ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์, ปีพ.ศ. ๒๕๖๒ ตอน สืบมรรคา, ปีพ.ศ. ๒๕๖๕ ตอน สะกดทัพ, ปีพ.ศ. ๒๕๖๖ ตอน กุมภกรรณทดน้ำ, ปีพ.ศ. ๒๕๖๗ ตอน พระจักราวตาร และปีพ.ศ. ๒๕๖๘ ตอนสัตยาพาลี ด้วยความตั้งพระราชปณิธานอย่างแน่วแน่ในการทำนุบำรุงโขน จึงทำให้โขนได้พลิกฟื้นเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง อันได้แก่ ผู้แสดงโขน ผู้แสดงดนตรี ผู้ขับร้อง ผู้พากย์ ผู้สร้างฉาก ผู้สร้างเครื่องแต่งกาย และผู้สร้างหัวโขน เป็นต้น เพราะโขนเป็นศิลปะการแสดงทั้งศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนงที่ต้องผสานทั้งองค์ความรู้และทักษะเข้าด้วยกันอย่างพร้อมเพรียงให้บริบูรณ์ การแสดงโขน ตอน สัตยาพาลี ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ ๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ - วันจันทร์ที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นเรื่องราวของพญาพาลีกษัตริย์วานรเมืองขีดขินที่เสียสัจจะเพราะความหลงผิด แต่ภายหลังมีความสำนึกผิดในสัจจะ ผลของการเสียสัตย์ของพาลีนำพาเข้าสู่เรื่องราวมากมาย อย่างตอนเหตุการณ์ทรพีบุตรทรพาโอหังไม่กตัญญูจนถูกพาลีฆ่าตายในถ้ำ แต่เลือดของทรพีพุ่งออกมานอกถ้ำ สุครีพจึงเข้าใจผิดคิดว่าพาลีตายแล้ว จึงปิดปากถ้ำและกลับไปรับตำแหน่งแทน พาลีรอดออกมาได้ในภายหลัง เมื่อรู้ว่าน้องขึ้นครองราชย์แทนก็โกรธเข้าใจว่าน้องทรยศ ซึ่งก่อนหน้านี้พาลีเคยอธิษฐานสัตยาต่อพระอิศวรว่าจะไม่ล่วงเกินภรรยาของสุครีพ หากทำผิดขอให้ถึงแก่ความตายด้วยศรของพระนารายณ์ แต่เมื่อความหลงทำให้พาลีผิดสัตย์แย่งนางดาราภรรยาของสุครีพมาเป็นของตน หลังจากนั้นพาลีได้ต่อสู้กับสุครีพ พระรามผู้เป็นอวตารของพระนารายณ์ จึงจำต้องรักษาสัตย์ยิงศรของพระนารายณ์พิฆาต พาลีสำนึกผิดทูลถวายชีวิตและฝากสุครีพพร้อมพลวานรถวายเป็นข้าพระราม ยอมตายตามคำสัตย์ของตนเอง นอกจากได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ยังได้ข้อคิดเรื่องของการรักษาสัจจะ รวมทั้งด้านคุณธรรม ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ รู้รักสามัคคี รู้จักหน้าที่ ที่ต้องพึงปฏิบัติ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้อนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริม สืบสาน สร้างสรรค์ ถ่ายทอด และพัฒนามรดกทางวัฒนธรรมของไทยอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ รวมถึงการที่สนับสนุนให้เยาวชนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการรักษาและสืบสานศิลปะการแสดงโขน และจัดการแสดงโขนเพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยที่หลากหลายแขนง เป็นไปตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินงาน คือ พระราชดำรัสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน” นอกจากนี้พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อโขน นาฏกรรมคู่แผ่นดินไทย จนสามารถสร้างอัตลักษณ์ไทยในเวทีโลกจนได้รับการยกย่องจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก (UNESCO) ในปีพ.ศ. ๒๕๖๑ ว่าเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ” และถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนได้อย่างสง่างาม เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม แหล่งอ้างอิง : คณะกรรมการฝ่ายจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ          เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙.  จดหมายเหตุงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์          พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๙.           กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ, ๒๕๖๑ บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จำกัด.  การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน สัตยาพาลี.  [ออนไลน์].  สืบค้นเมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘,           จาก: https://www.thaiticketmajor.com/performance/gaan-sa-daeng-khon-dton-sattaya-phali.html แพรว.  ภาพประวัติศาสตร์ ‘บิล-ฮิลลารี คลินตัน’ ร่วมชมการแสดงโขนกับในหลวง-พระราชินี เมื่อครั้งมาเยือนไทย. [ออนไลน์].           สืบค้นเมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘, จาก: https://praew.com/people/64226.html มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช.  ๑๒ สิงหาพระบรมราชินีนาถ.  กรุงเทพฯ: มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช,  ๒๕๕๑.มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช.  มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาพระบรมราชินีนาถ.  กรุงเทพฯ: มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช, ๒๕๕๕.มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง        Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ.  [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘,        จาก: https://www.facebook.com/p/Khon-Performance-โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ-100064343153695/?locale=th_THรื่นฤทัย สัจจพันธุ์.  อัคราภิรักษศิลปิน บารมีพระมิ่งแม่ ปกป้องศิลป์ไทย นานเทอญ.  กรุงเทพฯ: โนเบิ้ลบุ๊คส์, ๒๕๖๑.สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.  คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.  ๗ รอบ พระชนมพรรษา        พระบรมราชินีนาถ คู่พระบารมี.  กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร,  ๒๕๖๐.



       สำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา เปิดรับสมัครร้านค้า/ร้านอาหาร/ร้านขนม/เครื่องดื่ม ในงาน "อยุธยานาวา เมืองท่านานาชาติ ร่มพระบารมีสิริยาลัย" ณ วัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วันที่ 26 ธันวาคม 2568 - 4 มกราคม 2569 และ วันที่ 9-11, 16-18, 23-25, 30-31 มกราคม และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 (ทุกวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ตลอดเดือนมกราคม 2569 และวันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 2501 โดยมีระยะเวลารับสมัครตั้งแต่วันที่ 11 - 13 พฤศจิกายน 2568 ผู้สนใจสามารถกรอกรายละเอียดใบสมัครได้ที่นี่ https://forms.gle/qKCMMu7A679QcPju6



สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย.  อรรถกถาภาษาไทย พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลักขันธวรรค : ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.                     พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2557.                 เป็นคัมภีร์อธิบายพระไตรปิฎก ทีฆนิกาย สีลักขันธวรรค พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 1มีทั้งหมด 13 สูตร ประกอบด้วย 1. พรหมชาลสูตร ว่าด้วยข่ายแห่งพระสัพพัญญุตญาณอันประเสริฐ 2. สามัญญยผลสูตร ว่าด้วยผลแห่งความเป็นสมณะ 3. อัมพัฏฐสูตร ว่าด้วยชายหนุ่มชื่ออัมพัฏฐะ 4. โสณทัณฑสูตร  ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะ 5. กูฏทัณตสูตร 6. มหาลิสูตร ว่าด้วยเจ้าลิจฉวีชื่อมหาลิ 7. ชาลิยสูตร ว่าด้วยปริพาชกชื่อชาลิยะ 8 มหาสีหนาทสูตร ว่าด้วยการบันลืออย่างองอาจดังพญาราชสีห์ 9. โปฏฐปาทสูตร ว่าด้วยปริพาชกชื่อโปฏฐปาทะ และ 10. สุภสูตร ว่าด้วยสุภมานพ 11. เกวัฏฏสูตร ว่าด้วยบุตรคหบดีชื่อเกวัฏฏะ 12. โลหิจจสูตร วาด้วยพรามหณ์ชื่อโลหิจจะ 13. เตวิชชสูตร ว่าด้วยเรื่องไตรเพท ทั้งหมดนี้มีอรรถกถา 1 เล่ม ชื่อว่า สุมังคลวิลาสินี พรรณนาสีลักขันธวรรค                อ             294.318             ส771อ              ห้องค้นคว้า


         - โครงการอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.) จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยกรมศิลปากร ต้องการสรรหาบุคคลที่มีความรัก หวงแหน เห็นคุณค่าของโบราณสถาน โบราณวัตถุ มรดกศิลปวัฒนธรรม และมีจิตใจที่เสียสละ เข้ามาเป็นอาสาสมัคร ช่วยสอดส่อง ตรวจสอบ และดูแลรักษาโบราณสถานในเบื้องต้นร่วมกับกรมศิลปากร          อส. ย่อมาจาก อาสาสมัคร คือ การสมัครใจช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผล ตอบแทน          มศ. ย่อมาจาก มรดกศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ โบราณสถาน โบราณวัตถุ  ศิลปวัตถุ รวมทั้งแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่มี คุณค่าควรแก่การทำนุบำรุง ดูแลรักษา          ดังนั้น อส.มศ. คือ อาสาสมัครท้องถิ่น ผู้เป็นตัวแทนของชุมชนในการดูแลรักษาโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในท้องถิ่น รวมทั้งเป็นผู้ประสานงานด้านการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรม ที่อยู่ในภารกิจของกรมศิลปากรด้วยความเสียสละ   อส.มศ. มีบทบาทหน้าที่           - รู้จักโบราณสถาน โบราณวัตถุในท้องถิ่นของตน          - สอดส่อง ดูแลรักษา แจ้งข่าวเหตุการณ์ ความเสียหาย ที่จะเกิดขึ้นกับมรดกทางศิลปวัฒนธรรม          - เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าและความสำคัญของมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ได้แก่ โบราณสถาน โบราณวัตถุ เอกสารโบราณ เป็นต้น ให้ประชาชนเข้าใจมีความรักหวงแหน และเห็นคุณค่ามากยิ่งขึ้น และจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริม เชิดชูคุณค่าของ มรดกทางศิลปวัฒนธรรมในนาม อส.มศ.ในท้องถิ่น          - ประสานงานด้านการอนุรักษ์มรดกทางศิลปวัฒนธรรม ระหว่างหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่   จรรยาบรรณ ของอส.มศ.            เสียสละ รู้คุณค่า โบราณสถาน โบราณวัตถุ และมรดกศิลปวัฒนธรรม มีความรับผิดชอบ มีความเข้มแข็งและอดทน มีคุณธรรมและซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกในการปกป้อง คุ้มครอง และอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของชาติ มีความรัก หวงแหน และภาคภูมิใจ ในเอกลักษณ์ของความเป็นไทย   ข้อมูลจาก กรมศิลปากร.  คู่มือปฏิบัติงานอาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลรักษามรดกทางศิลปวัฒนธรรม (อส.มศ.).  พิมพ์ครั้งที่ ๓.  กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร, ๒๕๖๕.


สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย.  อรรถกถาภาษาไทย พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค : ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.                             พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2559.             เป็นคัมภีร์อธิบายพระไตรปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 2 มีทั้งหมด 10 สูตร ประกอบด้วย 1. มหาปทานสูตร ว่าด้วยประวัติของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ 2. มหานิทานสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ 3. มหาปรินิพพานสูตร ว่าด้วยมหาปรินิพพาน 4. มหาสุทัสสนสูตร  ว่าด้วยพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ามหาสุทัสสนะ 5. ชนวสภยักษ์ ว่าด้วยชนวสภยักษ์ 6. มหาโควินทสูตร ว่าด้วยมหาโควินทพราหมณ์ 7. มหาสมยสูตร ว่าด้วยการประชุมครั้งใหญ่ของเทวดา 8 .สักกปัญหสูตร ว่าด้วยปัญหาของท้าวสักกะ 9. มหาสติปัฏฐานสูตร ว่าด้วยการเจริญสติปัฏฐาน สูตรใหญ่ และ 10. ปายาสิราชัญญสูตร ว่าด้วยเจ้าปายาสิ ทั้งหมดนี้มีอรรถกถา 1 เล่ม ชื่อว่า สุมังคลวิลาสินี พรรณนามหาวรรค              อ           294.318           ส771อ           ห้องค้นคว้า  


สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย.  อรรถกถาภาษาไทย พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค : ฉบับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.                         พระนครศรีอยุธยา: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2557.                   เป็นคัมภีร์อธิบายพระไตรปิฎก ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 3 มีทั้งหมด 11 สูตร ประกอบด้วย 1. ปาฏิกสูตร ว่าด้วยนักบวชเปลือยชื่อสุนักขัตตะ 7 พระองค์ 2. อุทุมพริกสูตร ว่าด้วยการบันลือสีหนาทที่อุทุมพริการาม 3. จักกวัตติสูตร ว่าด้วยพระเจ้าจักรพรรดิ 4. อัคคัญญสูตร  ว่าด้วยต้นกำเนิดของโลก 5. สัมปสาทนียสูตร ว่าด้วยความเลื่อมใสยิ่งในพระผู้มีพระภาค 6. ปาสาทิกสูตร ว่าด้วยเหตุให้เกิดความเลื่อมใส 7. ลักขณสูตร ว่าด้วยพระลักษณะ 8 .สิงคาลกสูตร ว่าด้วยสิงคาลกมาณพ 9. อาฏานาฏิยสูตร ว่าด้วยมนต์เครื่องรักษาชื่ออาฏานาฏิยะ 10. สังคีติสูตร ว่าด้วยการสังคายนา และ 11. ทสุตตรสูตร ว่าด้วยธรรมหมวด 1 ประการถึง 10 ประการ ทั้งหมดนี้มีอรรถกถา 1 เล่ม ชื่อว่า สุมังคลวิลาสินี พรรณนาปาฏิกวรรค                  อ               294.318               ส771อ                ห้องค้นคว้า  


มรดกทะเลไทย : อาณาจักรแห่งสรรพชีวิตในโลกสีคราม.  กรุงเทพฯ: บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน), 2548.             หนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับทะเลไทย ตั้งแต่ ภูมิศาสตร์ทะเลไทย ระบบนิเวศน์ทางทะเล พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเล ใต้ทะเล และโฉมหน้าทะเลไทย ในภาคผนวกมี แผนที่อุทยานแห่งชาติทางทะเลของประเทศไทย และภาพถ่ายดาวเทียมแสดงลักษณะของอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ประโยชน์ของระบบนิเวศนชายฝั่งทะเลและกิจกรรมที่ได้รับทางทะเล พร้อมทั้งแนะนำให้รู้จักอุทยานแห่งชาติทางทะเลในประเทศไทยจำนวน 26 แห่ง มีดัชนีเรียงลำดับตามตัวอักษร ก-ฮ              อ         333.9164         ม192          ห้องค้นคว้า  


สนอง คลังพระศรี.  สารานุกรมดนตรีอีสาน.  นครปฐม: วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, 2566.            หนังสือรวบรวมเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานของไทย เช่น กลอง ซอ ปี่ พิณ เป็นต้น จัดเนื้อหาแบบเรียงตามลำดับตามอักษร ก-ฮ ตั้งแต่ ก  คำว่ากลองก้นล่งหรือกลองยาว  ถึง คำว่า ฮ ไฮ่  แต่ละคำศัพท์อธิบายความหมายศัพท์แต่ละชื่อ  มีภาพประกอบ และ ที่มา มีดัชนีค้นคำท้ายเล่ม           อ        781.62        ส194ส         ห้องค้นคว้า


กรมฝึกหัดครู.  100 ปี การฝึกหัดครูไทย.  กรุงเทพฯ: กรมฝึกหัดครู, 2535.             หนังสือรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับงาน 100 ปี การฝึกหัดครูไทย และ กิจกรรม100 ปี งานการฝึกหัดครูไทย พัฒนาการของการฝึกหัดครูไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จนถึงยุคสมัยใหม่ โดยเน้นบทบาทของกรมฝึกหัดครูในการวางรากฐานการศึกษาวิชาชีพครู การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและระบบการผลิตครู รวมถึงการยกระดับสถานศึกษาสู่สถาบันราชภัฏ เพื่อพัฒนาครูให้มีคุณภาพและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยในแต่ละยุคสมัย               อ          378.103          ก492ร           ห้องค้นคว้า  



วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นายธงชัย มหา ผู้อำนวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ประธานตรวจรับการจ้าง พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้ควบคุมงาน ลงพื้นที่ตรวจรับงานจ้างโครงการก่อสร้างห้องน้ำสำหรับบริการนักท่องเที่ยวโบราณสถานปราสาทเมืองแขก ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา (งวดที่ 2)


          วันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ นางสาวมนัชญา วาจก์วิศุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตรวจรับงานงวดที่ ๒ โครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์อุโบสถ (สิม) หลังเก่า วัดมงคลนิมิตร ตำบลหายโศก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี



black ribbon.