ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,668 รายการ
พิธีสู่ขวัญเด็ก ชบ.ส. ๙๘
เจ้าอาวาสวัดเขาคันธมาทน์ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี
มอบให้หอสมุด ๒๓ ก.ค. ๒๕๓๕
เอกสารโบราณ (สมุดไทย)
สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สังคิณี-มหาปัฎฐาน)
เลขที่ ชบ.บ.31/1-5
เอกสารโบราณ (คัมภีร์ใบลาน)
+++++ ปราสาทกู่กาสิงห์ +++++
----- ปราสาทกู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ภายในวัดบูรพากู่กาสิงห์ บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ หน้า ๓๖๙๖ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ และประกาศขอบเขตพื้นที่โบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๑๗ ง หน้า ๑๕ วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๔๒ มีพื้นที่ประมาณ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๓๐.๕๖ ตารางวา
----- ชื่อ “กู่กาสิงห์” สันนิษฐานว่ามาจากคำว่า “กู่” ที่ชาวบ้านใช้เรียกโบราณสถานขอมที่มีลักษณะคล้ายสถูปหรือเจดีย์ ส่วนคำว่า “กา” อาจหมายถึง อีกา ซึ่งในอดีตบริเวณนี้มีอีกาอยู่จำนวนมาก ตามที่คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่าตอนเย็นมักจะมีอีกาจำนวนมาก พากันมานอนที่หนองน้ำเรียกว่า หนองกานอน ส่วนคำว่า “สิงห์” อาจมาจากประติมากรรมรูปสิงห์ ๒ ตัว ที่เคยตั้งอยู่หน้าประตูทางเข้า ซึ่งประติมากรรมรูปสิงห์ถูกขโมยไป ในช่วง พ.ศ.๒๕๐๓ แต่ชาวบ้านก็ยังเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า “กู่กาสิงห์” สืบมาจนปัจจุบัน
----- ปราสาทกู่กาสิงห์ ลักษณะเป็นปราสาทอิฐสามหลัง ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน สร้างหันหน้าไป ทางทิศตะวันออก มีผังการก่อสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด ๓๕ × ๕๐ เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบปราสาทประธานทั้ง ๔ ด้าน ตั้งอยู่ในแนวแกนทิศตะวันออก – ตะวันตก ประกอบด้วยกลุ่มปราสาทประธาน ก่อด้วยอิฐตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ปราสาทประธานอยู่ตรงกลางมีมุขกระสันเชื่อมกับมณฑป มีประตูและบันไดทางขึ้นทางด้านทิศตะวันออกเพียงด้านเดียว อีกสามด้านทำเป็นประตูหลอก ถัดเข้าไปเป็นห้องครรภคฤหะ มีประติมากรรมโคนนทิ ตั้งอยู่ด้านหน้าปราสาทประธานองค์กลาง ส่วนปราสาทด้านทิศเหนือและทิศใต้ เป็นเพียงห้องครรภคฤหะสำหรับประดิษฐานประติมากรรมรูปเคารพสำหรับประกอบพิธีกรรม มีบรรณาลัยตั้งอยู่มุมด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้ ลักษณะเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันตกทั้ง ๒ หลัง และมีโคปุระ (ซุ้มประตู) ทั้ง ๔ ด้าน ก่อด้วยศิลาแลงผสมอิฐ แต่สามารถใช้เข้าออกได้แค่ด้านทิศตะวันออกและด้านทิศตะวันตก
----- จากการขุดแต่งปราสาทกู่กาสิงห์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้พบหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญจำนวนมาก เช่น ประติมากรรมพระคเณศ เศียรประติมากรรม ศิวลึงค์หินทราย แผ่นทองคำรูปดอกบัว ๘ กลีบ เครื่องประดับทองคำรูปนาค ๕ เศียร และ ชิ้นส่วนคานหามสำริดรูปนาค ๓ เศียร จากหลักฐานที่พบสามารถสันนิษฐานได้ว่าปราสาทกู่กาสิงห์ถูกสร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ โดยกำหนดอายุจากรูปแบบการวางผังอาคาร ที่มีลักษณะคล้ายกับปราสาทบาปวน รวมถึงความสอดคล้องของหลักฐานที่พบจากการขุดแต่งโบราณสถานที่มีรูปแบบศิลปะร่วมสมัยกับตัวโบราณสถาน ได้แก่ ทับหลัง และเสาประดับกรอบประตู จึงสันนิษฐานว่า ปราสาทกู่กาสิงห์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถานในลัทธิไศวนิกาย ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๖ และโบราณสถานแห่งนี้ได้ใช้งานเรื่อยมาจนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗ – ๑๘ (ศิลปะนครวัด – บายน) เนื่องจากพบหลักฐานเป็นเครื่องเคลือบเขมร และชิ้นส่วนยอดคานหามรูปเศียรพญานาคศิลปะเขมรแบบนครวัด นอกจากนี้ ปราสาทกู่กาสิงห์ น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับโบราณสถานอีก ๒ แห่ง ที่อยู่ใกล้เคียงกัน คือ กู่โพนวิจ (อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ศิลปะคลัง – บาปวน) และกู่โพนระฆัง (อายุสมัยราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ สมัยบายน) ในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ สันนิษฐานว่ามีการรื้อศิลาแลงจากปราสาทกู่กาสิงห์ มาใช้ก่อสร้างกู่โพนระฆังเพื่อเป็นอโรคยศาล แสดงให้เห็นถึงการหมดความสำคัญของลัทธิไศวนิกายในชุมชนแห่งนี้ และหันมานับถือพุทธศาสนานิกายมหายานแทน
----- อ้างอิงจาก -----
ศิลปากร, กรม. โดย หน่วยศิลปากรที่ ๖. รายงานการขุดแต่งและค้ำยันโบราณสถานกู่กาสิงห์ บ้านกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด. ม.ป.ท. : ม.ป.ป., ๒๕๓๓. (อัดสำเนา)
ศิลปากร, กรม. โดย สำนักศิลปากรที่ ๑๐ ร้อยเอ็ด. ทำเนียบโบราณสถานขึ้นทะเบียนสำนักศิลปากรที่ ๑๐ ร้อยเอ็ด (พ.ศ. ๒๔๗๘ – ๒๕๔๕). ขอนแก่น : บริษัทเพ็ญพรินติ้งจำกัด, ๒๕๕๖.
โดย นางสาวศุภภัสสร หิรัญเตียรณกุล นักโบราณคดีชำนาญการ
ภาพเก่าเล่าเรื่อง
พระพุทธนวราชบพิตรประจำเมืองน่าน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรจังหวัดน่าน เมื่อ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๑๒ จึงทรงพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านในขณะนั้น คือ พล.ต.ต. ศรีศักดิ์ ธรรมรักษ์ ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดน่าน หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ในปัจจุบัน
เพื่อเป็นนิมิตหมายแห่งคุณพระรัตนตรัยอันเป็นที่เคารพบูชาสูงสุดแห่งพุทธศาสนิกชน และนิมิตหมายแห่งความผูกพันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับบรรดาพสกนิกรของพระองค์ในทุกจังหวัดทั่วพระราชอาณาจักร โดยจังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่ ๑๓ ที่ได้รับพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตร
ปัจจุบันประดิษฐาน ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา (เวสฺสนฺตรชาตก) ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา (หิมพานต์-ฉกษัตริย์)
สพ.บ. 417/3ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 72 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา เทศน์มหาชาติ คาถาพัน ชาดก
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทย-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับทองทึบ-รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.179/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 18 หน้า ; 4 x 51.5 ซ.ม. : ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 101 (80-85) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : สังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ชื่อเรื่อง สลากริวิชาสุตฺต (สลากวิชาสูตร)
สพ.บ. 319/2ข
ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลาน
หมวดหมู่ พุทธศาสนา
ลักษณะวัสดุ 50 หน้า กว้าง 4.6 ซม. ยาว 58 ซม.
หัวเรื่อง พุทธศาสนา
บทคัดย่อ/บันทึก
เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
เลขทะเบียน : นพ.บ.275/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 70 หน้า ; 3.5 x 59 ซ.ม. : ชาดทึบ-ล่องชาด-ล่องรัก-ลานดิบ ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 117 (232-239) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : กฐินเภทวินิจฺฉยกถา--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
ผลการตรวจสอบโบราณสถานโคกพระ ซึ่งอยู่ในวัดโคกพระ บ้านหนองพยอม - สวนหอม ตำบลตะคุอำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา
๑. พื้นที่ที่พบหลักฐาน ตั้งอยู่ในเขตวัดโคกพระ บ้านสุขัง หมู่ ๙ ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา โดยตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้านสุขังสภาพปัจจุบันภายในพื้นที่วัดเป็นพื้นที่ราบค่อนข้างสูง โดยมีระดับสูงจากพื้นที่โดยรอบประมาณ ๑ เมตรตำแหน่งที่พบหลักฐานอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของพื้นที่วัด ซึ่งมีต้นไม้ขนาดกลาง ขนาดเล็กและวัชพืชขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ
๒. หลักฐานโบราณวัตถุสำคัญที่พบ ได้แก่ หินทรายชิ้นส่วนเสาประดับกรอบประตู จำนวน ๓ ชิ้น วางซ้อนกันเป็นช่องประตู เป็นกรอบประตูตัวข้าง ๒ ชิ้น และกรอบประตูตัวบน ๑ ชิ้น ส่วนด้านล่างมีดินถมปิดทับอยู่ กรอบประตูทั้ง ๓ ชิ้น มีการสลักตกแต่งเป็นเส้นนูนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ตามรูปแบบที่พบทั่วไปในโบราณสถานที่สร้างขึ้นในวัฒนธรรมเขมรประเภทปราสาทหิน ซึ่งในเขตพื้นที่อำเภอปักธงชัยพบโบราณสถานประเภทนี้จำนวนหลายแห่ง นอกจากนี้ยังพบหลักฐานแท่งหินทรายรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ๑ ชิ้น วางนอนอยู่บนพื้นดินใกล้กับตำแหน่งของกรอบประตูตัวข้าง หินทรายก้อนนี้มีร่องรอยการสลักตัวอักษรเป็นภาษาไทย อ่านเป็นใจความสำคัญได้ว่า “พระอนนท จารุวัณโน ภิกษุ สามเณร และชาวบ้านสุขัง ร่วมใจบูรณปฏิสังขรณ์ ๔ ก.พ.๒๕๒๕”
๓. จากการสำรวจตรวจสอบพื้นที่โดยรอบโบราณวัตถุดังกล่าว ไม่พบหลักฐานโบราณวัตถุหรือร่องรอยของซากโบราณสถานหรือสิ่งก่อสร้างใดๆ เพิ่มเติมอีก และพบว่ากรอบประตูทั้ง ๓ ชิ้น ไม่ได้มีลักษณะหรือมีร่องรอยการวางซ้อนประกอบกันเป็นชุดกรอบประตูของแท้ดั้งเดิม ตามรูปแบบและเทคนิควิธีการก่อสร้างสถาปัตยกรรมในวัฒนธรรมเขมรประเภทปราสาทหิน ดังนั้น จึงสันนิษฐานได้ว่า กรอบประตูทั้ง ๓ ชิ้น น่าจะถูกขนหรือเคลื่อนย้ายมาจากโบราณสถานปราสาทหินแห่งอื่น ซึ่งอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง และนำมาจัดวางประกอบซ้อนกันไว้ในพื้นที่ เมื่อพุทธศักราช ๒๕๒๕
๔. ฐานข้อมูลกรมศิลปากร ฐานข้อมูลสำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา และฐานข้อมูลกลุ่มโบราณคดี ไม่พบข้อมูลว่าพื้นที่ที่พบหลักฐานนี้ เป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นในวัฒนธรรมเขมรประเภทปราสาทหิน หรือเป็นโบราณสถานประเภทอื่นๆ
นายประพันธ์ เนื่องมัจฉา นายช่างสำรวจชำนาญงาน
นายนภสินธุ์ บุญล้อม นักโบราณคดีชำนาญการ
นางสาวทัศนีย์ ศรีจรัสวัฒนชัย เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ
นายอมรวุฒิ สังข์ศิลปชัย พนักงานขับรถยนต์