ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,049 รายการ
ชื่อแบบฉบับ : มหานิปาตวณฺณนา ชาตกฎฺฐกถา ขุทฺทกนิกายฎฺฐกถา (ผูก ฆ1)
ชื่อเรื่อง : ทสชาติ สุวรรณสามชาดก-นารทชาดก (ผูก ฆ1)
เลขทะเบียน : ชม.บ.557/ฆ1
ผู้แต่ง : ไม่ปรากฏ ผู้สร้าง : อุบาสิภิกษุ ปีที่สร้าง : จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266)
จำนวน : 1 คัมภีร์ 14 ผูก (หอสมุดแห่งชาติฯ เชียงใหม่ มีผูก ก1, ข1-3, ค1-5:4ก, ฆ1-2, ง1-2)
จำนวนบรรทัด : 5 บรรทัด จำนวนหน้า : 62 หน้า
อักษร : ธรรมล้านนา ภาษา : บาลี-ไทยล้านนา เส้น : จาร
ฉบับ : ล่องชาด ไม้ประกับ : ทารัก ขอบทาชาด ประเภทเอกสารโบราณ : คัมภีร์ใบลาน
ประวัติ : อุบาสิภิกษุสร้าง จ.ศ.1085 (พ.ศ.2266 สมัยอยุธยา รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) มี 5 เรื่อง ได้มาจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2531
โครงการ : พัฒนาระบบบริการห้องสมุดดิจิทัล หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2568
เลขทะเบียน : นพ.บ.750/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 20 หน้า ; 4 x 56 ซ.ม. : ชาดทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 234 (370-381) ผูก 1 (2568)หัวเรื่อง : คำสอนโบราณ--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร ขอเชิญร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ เนื่องในกิจกรรมพิพิธภัณฑ์สร้างสรรค์ศิลป์ การอบรมศิลปะเพื่อเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ พบกับกิจกรรม Workshop “การประคบลายสีเบื้องต้น” เสริมสร้างประสบการณ์งานศิลปะ ที่สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ และต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ วิทยากรโดย นางสาวชุตินันท์ กฤชนาวิน ผู้อำนวยการศูนย์ศิลปะและการช่างไทย และคณะทำงานกลุ่มประณีตศิลป์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรวันศุกร์ที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๓๐ - ๑๔.๓๐ น. ณ ห้องประชุมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร
รับจำนวนจำกัด สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๕๗๐ โทร. ๐ ๕๕๗๑ ๑๕๗๐ หรือทางกล่องข้อความเฟซบุ๊ก “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กำแพงเพชร : Kamphaeng Phet National Museum” https://www.facebook.com/kamphaengphetnationalmuseum
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จัดงานวันรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี
เนื่องในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ เป็นวันเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์ไทย พระองค์ที่ ๔ แห่งราชวงศ์จักรี มีพระนามเดิมว่า “เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมติเทวาวงศ์พงษ์อิศรกษัตริย์” เสด็จพระบรมราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๓๔๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีชวด ฉศก จุลศักราช ๑๑๖๖ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๒ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ณ พระราชวังเดิม
พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณต่อแผ่นดินไทยมากมาย ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการปกครอง ป้องกันประเทศจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตก ตลอดจนบำรุงพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง และทรงเป็นกษัตริย์ผู้เปี่ยมด้วยพระอัจฉริยภาพ และทรงปรีชาสามารถ โดยเฉพาะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวเพชรบุรี โดยทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังพระนครคีรีขึ้นเมื่อพุทธศักราช ๒๔๐๒ เป็นพระราชวังแห่งแรกของประเทศไทย ที่สร้างบนยอดเขา ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร โดยเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติประเภทอนุสรณ์สถานที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ มาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก นับได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศและเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเราชาวไทยควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานพระราชวังแห่งนี้ ให้เป็นพระราชมรดกสำคัญ แก่ปวงชนชาวไทยและชาวเพชรบุรี
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเสด็จมา ณ เมืองเพชรบุรีบ่อยครั้ง ทุกครั้งพระองค์ทรงฟื้นฟูเมืองเพชรบุรีให้รุ่งเรือง และได้พระราชทานสิ่งที่เป็นพระบรมราชานุสรณ์ไว้ให้มากมาย สำหรับชาวเพชรบุรี นับว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญและโปรดสนพระราชหฤทัยเมืองเพชรบุรี ซึ่งทำให้ชาวเพชรบุรีได้ใกล้ชิดและมีความจงรักภักดีต่อพระองค์เสมอมา
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กำหนดจัดงานวันรัฐพิธีที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๑ ตุลาคมของทุกปี เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยจัดให้มีพิธีวางพวงมาลา พิธีบวงสรวง และพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท และพระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๖.๓๐ น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) Facebook : พระนครคีรี กรมศิลปากร / Phra Nakhon Khiri, The Fine Arts Department โทร. ๐ ๓๒๔๐ ๑๐๐๖, ๐ ๓๒๔๒ ๕๖๐๐
ชื่อเรื่อง อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นานเกษม จียะพันธ์ ท.ช.,ท.มผู้แต่ง -ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากISBN/ISSN -หมวดหมู่ ชุมนุมนิพนธ์เลขหมู่ 089.95911สถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์พระจันทร์ปีที่พิมพ์ 2514ลักษณะวัสดุ 170 หน้าหัวเรื่อง ชุมนุมนิพนธ์
ภาษา ไทย
บทคัดย่อ/บันทึก อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายเกษม จียะพันธ์ ท.ช., ท.ม. ณ ฌาปนสถานกองทัพบก วัดโสมนัสวิหาร 25 กันยายน 2515
องค์ความรู้ สำนักศิลปากรที่ ๙ อุบลราชธานีเรื่อง วัดไตรภูมิ (บ้านผือฮี) อำเภอจตุรพักตรพิมาน จังหวัดร้อยเอ็ด
#องค์เทพารักษ์องค์เทพารักษ์ที่มีความเก่าแก่และนับถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองพิษณุโลก เป็นเทพารักษ์จำหลักไม้ ลงรักปิดทอง ประทับยืนบนฐานไม้ เดิมประดิษฐานที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม (บริเวณพระราชวังจันทน์)A Figurine of Deity (The Guardian Spirit)This wooden carved figurine, created in the form of an ancient Thai deity, is regarded as a sacred icon of Phitsanulok. The figure was lacquered and gilded, and is displayed standing on a wooden pedestal. Originally, it was enshrined at the King Naresuan the Great Shrine, located in the vicinity of Phitsanulok Pittayakom School, which was the original site of the Chandra Royal Palace.
ครั้งแรกที่มีการจัดแสดงโบราณวัตถุจากสุสานจิ๋นซีในประเทศไทย โดยกรมศิลปากรได้มีการประสานขอยืมโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี เพื่อมาจัดแสดงในประเทศไทย ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มาตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยโดยรัฐบาลและภาคเอกชน และหน่วยงานหลักในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ สำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีซึ่งโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมที่นำมาจัดแสดงประกอบด้วย หุ่นทหารดินเผา ๔ ตัว รถม้าจำลอง ๑ ชุดและโบราณวัตถุอันเป็นสิ่งของเครื่องใช้มีค่าสำหรับจักรพรรดิในสุสาน รวมทั้งสิ้นจำนวน ๘๖ รายการ ๑๓๓ ชิ้น แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น ๔ หัวเรื่อง คือ
๑.พัฒนาการก่อนการรวมชาติ : ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอความเป็นแคว้นต่าง ๆ ที่มีการปกครองเป็นเอกเทศ แต่ก็ได้มีพัฒนาการ การสั่งสมทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม อันเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งและสามารถผนวกแคว้นต่าง ๆ เข้าเป็นอาณาจักรเดียวกันในกาลต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดง ก็ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธและเงินตรา
ภาพ : เครื่องประดับรูปเสือ
ภาพ : จับประตูรูปสิงห์โตคาบห่วง
ภาพ : หู ภาชนะในพิธีกรรมสำหรับใส่ของเหลวสำหรับบรรจุเหล้า
ภาพ : เหอ ใช้สำหรับใส่ของเหลว
๒.จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ จัดแสดงความสำเร็จในการรวมรัฐทั้ง ๗ ให้เป็นอาณาจักรหรือจักรวรรดิหนึ่งเดียว เป็นปึกแผ่นเดียวกัน พร้อมกับการปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม มีการกำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงทำการเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่างๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีนที่มีความยิ่งใหญ่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
ภาพ : ไกหน้าไม้
๓.สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มหาอาณาจักรใต้พิภพด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ ทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า เรื่องราวของจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้รับการบันทึกไว้โดย “ซือหม่าเฉียน” อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น ได้พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนานี้ได้กระจ่างขึ้น เมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผาครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๑๗ หรือคริสต์ศักราช ๑๙๗๔ นับเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญแห่งศตวรรษที่ ๒๐ซึ่งองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๐โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้ จะเป็นส่วนสำคัญของนิทรรศการ เช่น หุ่นดินเผาทหารแม่ทัพแม่ทัพสวมชุดเกราะ พลธนูสวมชุดเกราะนั่งชันเข่า นักรบสวมชุดเกราะ และม้าประกอบรถม้า สมัยราชวงศ์ฉิน พุทธศักราช ๓๒๒ – ๓๓๗ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถขั้นสูงของช่างและเทคโนโลยีในสมัยนั้น
ภาพ : หุ่นทหาร (ระดับสูง)
๔.สืบสานความรุ่งโรจน์: ยุคราชวงศ์ฮั่นแสดงถึงการต่อยอดความรู้มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉินมาสู่ราชวงศ์ฮั่น ปรากฏผ่านความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง สังคม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีทางการทหาร ตลอดจนด้านเศรษฐกิจการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติอีกซีกโลกบนเส้นทางสายแพรไหม จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณอย่างแท้จริง
ภาพ : หุ่นทหารพลธนู
ภาพ : ตุ๊กตารูปสัตว์
ขอเชิญชวนประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้าชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมเป็นพิเศษในวันจันทร์ที่ ๑๖ และวันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๒ จากนั้นจะเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ – อาทิตย์ จนถึงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (ปิดวันจันทร์ - อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย ๓๐ บาท ชาวต่างชาติ ๒๐๐ บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓ และ ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒
วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือ วัดพระแก้ววังหน้า เป็นวัดประจำพระบวรมหาราชวัง เช่นเดียวกับ วัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง ภายในพระอุโบสถวัดบวรสถานสุทธาวาส มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์และอดีตพระพุทธเจ้า ซึ่งมีคุณค่ายิ่ง สามารถสะท้อนรากฐานทางวัฒนธรรมของสังคมไทยสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์หลายประการ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ พุทธศาสตร์ และจิตรกรรมไทยได้เป็นอย่างดี
หนังสือเรื่อง “จิตรกรรมฝาผนังวัดบวรสถานสุทธาวาส” มีเนื้อหาว่าด้วยการอธิบายความหมายของภาพจิตรกรรมฝาผนังแต่ละตอนและวิเคราะห์รายละเอียดในการเขียนภาพบางภาพ ซึ่งมีการใช้กลวิธีเขียนภาพทั้งแบบจิตรกรรมไทยประเพณีและกลวิธีในการเขียนภาพสมัยใหม่แบบสมจริงปะปนกันอยู่ตามอิทธิพลวัฒนธรรมสมัยใหม่ซึ่งหลั่งไหลเข้ามาสู่สังคมไทยในสมัยนั้น นับว่าเป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการศึกษาค้นคว้าด้านจิตรกรรมไทยได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์สี่สีสวยงาม จำหน่ายราคาเล่มละ ๘๘๐ บาท ติดต่อสั่งซื้อได้ที่กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ โทร. ๐ ๒๒๒๒ ๐๙๓๔, ๐ ๒๒๒๒ ๓๕๖๙
ผู้แต่ง : วัชรี ชมพู และเบญจวรรณ พลประเสริฐ ปีที่พิมพ์ : 2547 สถานที่พิมพ์ : เชียงใหม่ สำนักพิมพ์ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ได้จัดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เรื่อง สมบัติใต้พิภพเวียงกุมกาม ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ข้อมูล หลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในด้านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ของเมืองโบราณแห่งนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ จึงได้จัดพิมพ์เอกสารเผยแพร่ เรื่องโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ เวียงกุมกาม เพื่อจะเป็นประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้า รวมถึงการปลูกฝังให้ชาวไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญ และร่วมกันอนุรักษ์ สืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงสืบไป