ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,738 รายการ

         กาน้ำชา พร้อมฝา          แบบศิลปะ : รัตนโกสินทร์          ขนาด : ปากกว้าง 5.5 เซนติเมตร สูง 22.8 เซนติเมตร, ศูนย์กลางฝา 7.4 เซนติเมตร สูงฝา 24.6 เซนติเมตร          อายุสมัย : อายุราว พุทธศักราช 2300 - 2400          ลักษณะ : รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงกระบอก มีขา 4 ขา หูทองเหลือง          สถานที่จัดแสดง : ห้องจัดแสดงอัฐบริขาร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี            แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/inburi/360/model/06/   ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/inburi


          โบราณสถานวัดบ้านเจียง ตั้งอยู่ภายในวัดบ้านเจียงด้านทิศตะวันตก เดิมเรียกว่า "วัดปราสาท" มีโบราณสถานวางตัวตามแนวทิศตะวันออก - ตะวันตก ประกอบด้วยเจดีย์และวิหาร เจดีย์เป็นทรงปราสาทยอดระฆัง มีส่วนฐานบัวคว่าบัวหงายแบบล้านนา รองรับส่วนเรือนธาตุยกเก็จประดับซุ้มจระนาทั้งสี่ด้าน กรอบซุ้มจระนาตกแต่งเป็นวงโค้งประดับมกรคายนาคที่ปลายวงโค้ง เหนือขึ้นไปเป็นชุดบัวคว่า - บัวหงาย รองรับชุดหน้ากระดานแปดเหลี่ยม ส่วนยอดพังทลาย รอบฐานเจดีย์พบหลักฐานเป็นลานประทักษิณล้อมรอบทั้ง ๔ ด้าน วิหารอยู่ด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ มีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วิหารคงเหลือองค์ประกอบเพียงโถงประธานและฐานชุกชี           จากรูปแบบเจดีย์ วิหาร และโบราณวัตถุที่พบจากการขุดค้น - ขุดแต่งทางโบราณคดี พุทธศักราช ๒๕๖๔ อาทิ เครื่องถ้วยเนื้อแกร่งจากแหล่งเตาภาคเหนือ (แหล่งเตาพาน จังหวัดเชียงราย และแหล่งเตา สันกาแพง จังหวัดเชียงใหม่) กาหนดอายุโบราณสถานวัดบ้านเจียง (เจดีย์ - วิหาร) ราวพุทธศตวรรษที่ ๒๑ -๒๒ หรือประมาณ ๓๐๐ - ๔๐๐ ปีมาแล้ว             Wat Ban Jiang Monument is located on the west side of Ban Jiang Temple. It was originally called "Wat Prasat". The ancient ruins are oriented east to west and consist of the principal chedi and vihara. The principal chedi is Stupa in prasat form with bell-shaped on top . The lowest part of this chedi is an Lanna lotus-based style which supports the chedi’s square indented body. Each side of the body features a curved shape with the Makara disgorges the Naga decoration at the end of curved roof above the niche. The upper part of the niche is a set of octagonal shaped. Unfortunately, the top of the chedi collapsed. A circumambulatory path surrounds the chedi. The vihara is on the east of the chedi which is rectangular shape. This vihara remains a feature of main hall and a brick pedestal supporting the principal Buddha image.           According to the architectural styles and archaeological evidence by archaeological excavations in 2021, stone wares were found which indicates that they were produced in the Northen Ceramics Kilns (Phan Kiln in Chiang Rai Province and San Kamphaeng Kiln in Chiang Mai Province). Wat Ban Jiang Monument can be dated between the 16th – 17th century or approximately 300 – 400 years ago.


เทศบาลตำบลบางสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี  (เวลา 13.00 น.) จำนวน 88 คนวันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๓.๐๐ น. ผู้เข้าร่วมโครงการศึกษาดูงานเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๗ จากเทศบาลตำบลบางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน ๘๐ คน เข้าศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ โดยมีนายธิริทธิ์ เรืองทวีทรัพย์ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ และว่าที่ร้อยตรีรุ่งเรือง ชื่นชม ตำแหน่งพนักงานประจำพิพิธภัณฑ์ เป็นวิทยากรนำชมในครั้งนี้


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ปิดให้บริการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 23 - 25 สิงหาคม 2567 (หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย) เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่เมืองน่าน ส่งผลให้เส้นทางโดยรอบพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน มีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง  - พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ น่าน ขออภัยมา ณ ที่นี้ -


           กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “พลับพลาเปลื้องเครื่อง อาคารฐานานุศักดิ์สำหรับพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์” วิทยากร นายทัตพล พูลสุวรรณ นักอักษรศาสตร์ชำนาญการ สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ผู้ดำเนินรายการ นายสิทธิพร บุปผา นักวิชาการเผยแพร่ กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๗ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร            รายการ “ไขความรู้จากครูกรมศิลป์” มีรูปแบบเนื้อหาของรายการเกี่ยวกับประวัติความเป็นไทย เกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญ ประเพณี วัฒนธรรม วีถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ผ่านการบอกเล่า ถ่ายทอดความรู้ แนวความคิด เนื้อหาวิชาการ จากประสบการณ์ของผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกรมศิลปากร กำหนดถ่ายทอดสดผ่านเฟสบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) ทุกวันพฤหัสบดี เวลา ๑๑.๐๐ น. ตลอดปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๖๗ - กันยายน ๒๕๖๘  




             กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา โดยกลุ่มโบราณคดี ขอเชิญชวนชาวนครราชสีมาเเละผู้สนใจ เข้ามาเยี่ยมชมหลุมขุดค้นทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน เเละเรียนรู้เรื่องราวของมนุษย์โบราณ ผ่านนิทรรศการ "สืบร่องรอยมนุษย์โบราณเมืองนครราชสีมา ผ่านหลักฐานทางโบราณคดี" เปิดให้ชมทุกวันไปจนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ระหว่างเวลา 09.30 - 16.00 น. โดยมีนักโบราณคดีพร้อมเล่าเรื่องราวให้กับทุกท่าน              ทั้งนี้ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เริ่มดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน จังหวัดนครราชสีมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา "ร่องรอยมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา" ซึ่งนับว่าเป็นโครงการต่อเนื่องมาตั้งเเต่ พ.ศ. 2567 โดยหลุมขุดค้นยังทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้เฉพาะกิจข้างหลุมขุดค้นทางโบราณคดี เพื่อบอกเล่าองค์ความรู้ทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งกรมศิลปากรตั้งใจให้ชาวนครราชสีมา ตลอดจนผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมหลุมขุดค้น เเละเยี่ยมชมนิทรรศการไปพร้อม ๆ กัน ภายใต้แนวคิด "ต่อยอดวิชาการ ผสานชุมชน" โดยการขุดค้นจะดำเนินการระหว่างวันที่ 25 มกราคม -12 กุมภาพันธ์ 2568              หลังจากที่ดำเนินงานทางโบราณคดีมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 วัน (25 - 28 มกราคม 2568) ซึ่งในขณะนั้นได้ขุดค้นถึงระดับความลึกที่ 100 - 120 เซนติเมตรจากผิวดิน นับเป็นชั้นดินสมมุติแรกที่เริ่มพบโครงกระดูกมนุษย์ ในวัฒนธรรมก่อนประวัติศาสตร์ สมัยเหล็ก โดยผลจากการกำหนดอายุด้วยวิธีวิทยาศาสตร์แหล่งเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยวิธีเรืองแสงความร้อน พบว่าร่องรอยของมนุษย์โบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์บริเวณโนนพลล้านนั้น มีอายุอยู่ในช่วง 2,400 - 1,500 ปีมาแล้ว ซึ่งการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์หมายเลข 1 ร่วมกับภาชนะดินเผาแบบพิมายดำ และแวดินเผา ในปีนี้ นับเป็นหมุดหมายสำคัญของร่องรอยมนุษย์โบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่เมืองเก่านครราชสีมา ซึ่งนับเป็นการดำเนินงานทางโบราณคดีต่อเนื่องเป็นปีที่ 2              ผู้สนใจสามารถมาส่งกำลังใจในการขุดค้นทางโบราณคดี พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์กันได้ ณ แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4447 1518 -------------------------------------------------*ที่มาของข้อมูล: Facebook กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา https://www.facebook.com/ArchaeoFAD10  


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       64/6หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               28 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อผู้แต่ง         กองวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ ชื่อเรื่อง           วารสารวัฒนธรรมไทย (ปีที่ ๓  ฉบับที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๖) พิมพ์ครั้งที่       - สถานที่พิมพ์     พระนคร สำนักพิมพ์       โรงพิมพ์การศาสนา ปีที่พิมพ์          ๒๕๐๖ จำนวนหน้า      ๗๒  หน้า รายละเอียด             วารสารวัฒนธรรมไทย ปีที่ ๓  ฉบับที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๖ เนื้อหาภายในฉบับเสนอข่าวความเคลื่อนไหว  หรือเกี่ยวกับการดำเนินงาน  ตลอดจนศิลปะ วรรณคดี ประเพณี คติธรรม  และการจัดงาน        ในบางโอกาส  นอกจากนั้นยังมีบทความที่น่าสนใจหลายเรื่อง เช่น  ตรุษ - สงกรานต์  ของหม่อมหลวงปีย์  มาลากุล  โบราณสถานจังหวัดลพบุรี  ของดำรง  สุทธิโยธิน  พิธีตัดจุก  ของอุระคินทร์  และบทความคอลัมน์อื่นๆที่น่าสนใจ


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       86/3หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               40 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 




 หัวเรื่อง : การรำ               การรำ -- ไทย -- ประวัติ                ละคร -- ไทย -- ประวัติและวิจารณ์             โขน  คำค้น : ละครรำ          นาฏศิลป์ไทย          ละครดึกดำบรรพ์         ละครชาตรี  รายละเอียด : กรมศิลปากร จัดพิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2531   ผู้แต่ง : ธนิต อยู่โพธิ์, 2450-2547  แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี  หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : กรมศิลปากร  ปีที่พิมพ์ : 2531  วันที่เผยแพร่ : 22 กรกฎาคม 2568  ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -  ลิขสิทธิ์ : กรมศิลปากร  รูปแบบ : PDF.  ภาษา : ภาษาไทย  ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร  ตัวบ่งชี้ : -  รายละเอียดเนื้อหา : “ศิลปละคอนรำ หรือคู่มือนาฏศิลปะไทย” เรียบเรียงโดย ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากรและผู้เชี่ยวชาญด้านการนาฏศิลปไทย เนื้อหาแบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่ ภาค 1 ตำนานกล่าวถึงกำเนิดนาฏศิลปไทย ละครรำในสมัยต่างๆ โขนหลวง ละครดึกดำบรรพ์ ความแตกต่างของคำว่าละคอนกับละคร ภาค 2 ปฏิบัติ ว่าด้วยเรื่องของการฝึกหัดละครหลวง นาฏศิลปไทยเบื้องต้น ท่ารำแม่บท ระบำไทย ตลกและจำอวด การเล่นเบิกโรง และดนตรีและการขับร้องประกอบ ภาค 3 นาฏศิลปพื้นบ้านแบบต่างๆ และภาค 4 พิธีไหว้ครูและครอบโขนละคร ตำนานละครชาตรี และพระบรมราโชวาทท้ายพระราชนิพนธ์บทละคร  เลขทะเบียน : น. 32 1980 จบ.   เลขหมู่ :  793.3209593                   ธ262ศ 


หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี ชวนผู้อ่านไปค้นพบหลากหลายเรื่องราวความรู้ที่น่าสนใจจากหนังสือกรมศิลปากร วันนี้ขอนำเสนอเรื่อง “ที่มาของชื่อเมืองแปดริ้ว”   บริเวณตอนล่างของแม่น้ำบางปะกงเป็นที่ตั้งของเมืองฉะเชิงเทราหรือเมืองแปดริ้ว เป็นสองชื่อที่ได้รับการเรียกขานกันมาเนิ่นนาน และต่างมีที่มาจากหลายหลักฐานเรื่องราวของชื่อบ้านนามเมือง โดยชื่อ “ฉะเชิงเทรา” เป็นชื่อที่ใช้ในทางราชการ ส่วนชื่อ “แปดริ้ว” เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกขานกันมานานแล้ว   นักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี มีความเห็นว่า “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเป็นการเพี้ยนเสียงมาจากคำว่า “สตรึงเตรง” หรือ “ฉ’ทรึงเทรา” แปลว่าคลองลึกหรือแม่น้ำลึก อาจมาจากเหตุผลตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ของบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ส่วนชื่อบ้านนามเมืองว่า “แปดริ้ว” มีตำนานเล่าที่มาของชื่อแตกต่างกันออกไป ได้มาจากการที่เมืองนี้มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ ในลำน้ำเต็มไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะ “ปลาช่อน” ซึ่งเป็นปลาน้ำจืดที่มีอยู่ชุกชุม ปลาช่อนจากที่นี่มีชื่อเสียงว่ามีขนาดใหญ่ กว่าท้องถิ่นอื่น เมื่อนำมาทำเป็นปลาแห้งต้องบั้งถึงแปดริ้วเพื่อตากแห้ง แทนที่จะบั้งเนื้อเป็นริ้วเพียงสี่ริ้วหรือห้าริ้วตามปกติ จึงสันนิษฐานว่าการเรียกชื่อเมืองว่า “แปดริ้ว” อาจมาจากขนาดอันใหญ่โตของปลาช่อนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่   อย่างไรก็ตาม ชื่อ “แปดริ้ว” ยังมีคำอธิบายว่าอาจจะนำมาจากนิทานพื้นบ้าน ซึ่งคนในท้องถิ่นพนมสารคามเล่าถึงเรื่อง “พระรถ-เมรี” เป็นนิทานเรื่องหนึ่งในปัญญาสชาดกว่า ยักษ์ได้ฆ่านางสิบสองแล้วลากศพไปยังท่าน้ำในบริเวณที่เป็น “คลองท่าลาด” แล้วชำแหละศพออกเป็นริ้วๆ รวมแปดริ้ว แล้วทิ้งลอยไปตามลำน้ำท่าลาด ริ้วเนื้อริ้วหนังของนางสิบสองที่ถูกชำแหละได้ลอยมาที่แม่น้ำบางปะกงไปจนถึงฉะเชิงเทรา เมืองนี้จึงได้ชื่อว่า “แปดริ้ว” ตามเรื่องราวในนิทานปรัมปรา   ผู้อ่านที่สนใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมืองแปดริ้ว และพระพุทธโสธร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ห้องศิลปากรและหนังสือหายาก หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี จากหนังสือ “พระพุทธโสธรและสัตตทศบริรักษ์ : จดหมายเหตุการอนุรักษ์พระพุทธโสธร และพระพุทธรูป 17 องค์” โดยกรมศิลปากรและวัดโสธรวราราม วรวิหาร ได้จัดพิมพ์หนังสือเพื่อเป็นที่ระลึกในการอนุรักษ์พระพุทธรูปภายในพระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร   ข้อมูลอ้างอิงและภาพประกอบ พระพุทธโสธรและสัตตทศบริรักษ์ : จดหมายเหตุการอนุรักษ์พระพุทธโสธร และพระพุทธรูป 17 องค์ =The conservation of Phra Phuttha Sothon and seventeen Buddha      statues.  ฉะเชิงเทรา: วัดโสธรวราราม วรวิหาร, 2567. 



black ribbon.