ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 51,063 รายการ

๑. อาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง จัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากการสำรวจทางโบราณคดี การขุดแต่งโบราณสถานในจังหวัดสุโขทัยและโบราณสถานในจังหวัดใกล้เคียงเขตภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร อุตรดิตถ์ นครสวรรค์ เพชรบูรณ์และตาก รวมทั้งโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่เคยเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์วัดราชธานี ตำบลธานี อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย นอกจากนั้นแล้วยังจัดแสดงโบราณวัตถุจากโบราณสถานอื่นๆที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในอดีตบนผืนแผ่นดินไทย      ๒. อาคารอนุสรณ์ลายสือไท จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสุโขทัยในด้านต่างๆ ตั้งแต่ก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงการพัฒนาเมืองสุโขทัยให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์ กระทั่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ร่วมกับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยและกำแพงเพชร      ๓. อาคารปูนปั้นประติมาคาร จัดแสดงประติมากรรมปูนปั้น ที่ใช้สำหรับประดับตกแต่งปราสาท เจดีย์ วิหารและอาคารต่างๆที่พบจากโบราณสถานในเขตจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งได้มีการจัดแสดงไว้เป็นหมวดหมู่ สามารถศึกษารูปแบบศิลปะ ศาสนาและวิถีชีวิตของชาวสุโขทัยที่สะท้อนจากงานศิลปกรรมประเภทนี้ได้เป็นอย่างดี      ๔. ส่วนจัดแสดงกลางแจ้ง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุขนาดใหญ่ โบราณสถานที่เหลือเพียงส่วนฐานที่ได้รับการขุดแต่งและบูรณะ เมื่อ ปีพุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งได้พบพระธาตุและสิ่งของต่างๆเป็นจำนวนมาก ที่บรรจุในเครื่องสังคโลกและเครื่องถ้วยจีน อีกทั้งยังได้จำลองเตาเผาเครื่องสังคโลกแสดงให้เห็นรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตเครื่องสังคโลกสุโขทัย เป็นต้น      ๕. อาคารไม้โถง จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ วัตถุทางชาติพันธุ์ เช่น วิหารจำลอง เกวียน เรือสำปั้น อุปกรณ์เกี่ยวกับการทำนา เช่น เครื่องสีข้าว คันไถ เป็นต้น


โบราณสถานนอกกำแพงเมืองทิศตะวันตก ชื่อโบราณสถาน                                        วัดนครชุม ที่ตั้ง                                               อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือและอยู่ห่างจาก       ประตูอ้อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร หรือ                        ห่างจากวัดศรีชุมไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๑.๒ กิโลเมตร                                                           ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย พิกัดทางภูมิศาสตร์             รุ้ง  ๑๗  องศา  ๒  ลิปดา  ๓  พิลิปดาเหนือ                                           แวง  ๙๙  องศา  ๔๐  ลิปดา  ๔๔  พิลิปดาตะวันออก อายุสมัย                        สุโขทัย ลักษณะและสภาพ             เป็นเนินโบราณสถานที่มีคูน้ำล้อมรอบอยู่ทั้งสี่ด้าน  ลักษณะของเนิน         โบราณสถานยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ  มีร่องรอยของการก่ออิฐและศิลาแลง     ที่ถูกปกคลุมด้วยดิน วัชพืชและต้นไม้โดยทั่วไป  มีลักษณะคล้ายฐานเจดีย์        และ                                   วิหาร  ปัจจุบันถูกขุดทำลายเสียหายเป็นอันมาก  มีรูปร่างที่ไม่ชัดเจน       พื้นที่ที่เป็นที่ตั้งกลุ่มเนินโบราณสถาน  มีขนาดกว้าง                                     ประมาณ ๒๐ เมตร ยาว ๓๕ เมตร                                               คูน้ำที่ล้อมรอบมีอยู่  ๒  ชั้น  คูชั้นนอกล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยม กว้างประมาณ  ๕๐  เมตร  ยาว  ๗๐  เมตร  คูชั้นในล้อมรอบกลุ่มเนิน                     โบราณสถานในพื้นที่กว้างประมาณ  ๒๐  เมตร  ยาว  ๔๐  เมตร ประวัติ                          ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก การดำเนินการ                 ๑. ขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม  ๕๒  ตอนที่  ๗๕                       วันที่  ๘  มีนาคม  ๒๔๗๘                                   ๒. ขุดแต่ง พ.ศ.2556 ชื่อโบราณสถาน                                        โบราณสถานร้าง ต.ต.๒วัดทับกระสา ที่ตั้ง                                               อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือและอยู่ห่างจาก       ประตูอ้อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๑.๑ กิโลเมตร หรือ                        ห่างจากวัดศรีชุมไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๕๐๐  เมตร                                        ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย พิกัดทางภูมิศาสตร์             รุ้ง  ๑๗  องศา  ๑  ลิปดา  ๓๙  พิลิปดาเหนือ                                         แวง  ๙๙  องศา  ๔๑  ลิปดา  ๑๔  พิลิปดาตะวันออก อายุสมัย                        สุโขทัย ลักษณะและสภาพ             เป็นเนินโบราณสถาน  ฐานวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง  เสาศิลาแลง             กลมขนาดใหญ่  ขนาดของเนินฐานวิหารที่ปรากฏนั้น  มีความกว้าง                   ประมาณ  ๒๐  เมตร  ยาว  ๓๐  เมตร                                               ด้านทิศตะวันตกของฐานวิหาร  เป็นเนินโบราณสถานก่ออิฐ               ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง  ๑๐  เมตร  มีลักษณะเป็นฐานเจดีย์แต่ไม่ทราบ                 รูปทรงชัดเจน                                               กลุ่มโบราณสถานนี้  ตั้งอยู่กลางป่าไผ่  สภาพที่เหลืออยู่                   ไม่สมบูรณ์นัก  เนื่องจากถูกขุดทำลายไปเป็นอันมาก ประวัติ                          ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก การดำเนินการ                 ขุดแต่ง  พ.ศ. 2555 ชื่อโบราณสถาน                                        วัดยายชี ที่ตั้ง                                               อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณด้านทิศตะวันตก  ติดถนนทางเข้าวัดศรีชุม                 ด้านทิศตะวันตกห่างจากประตูอ้อไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ                               ประมาณ  ๗๐๐  เมตร  หรืออยู่ห่างทางทิศใต้วัดศรีชุมประมาณ  ๖๐๐ เมตร                      โดยอยู่ห่างจากกำแพงเมืองด้านตะวันตกไม่มากนัก  ในเขตตำบลเมืองเก่า             อำเภอเมือง  จังหวัดสุโขทัย พิกัดทางภูมิศาสตร์             รุ้ง  ๑๗  องศา  ๑  ลิปดา  ๑๓  พิลิปดาเหนือ                                         แวง  ๙๙  องศา  ๔๑  ลิปดา  ๔๕  พิลิปดาตะวันออก อายุสมัย                        - ลักษณะและสภาพ             เป็นเนินโบราณสถานร้าง  ที่มีร่องรอยของการก่ออิฐและเสาศิลาแลง                 มีลักษณะเป็นฐานวิหารและเจดีย์  ซึ่งมีเนินดิน  ต้นไม้และวัชพืช        ปกคลุม          โดยทั่วไป  ขนาดของเนินโบราณสถานกว้างโดยประมาณ  ๒๐ เมตร                                                    ยาวประมาณ  ๔๐  เมตร ประวัติ                          ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก การดำเนินการ                 ขุดแต่ง  พ.ศ.2555 ชื่อโบราณสถาน                                        วัดสะพานหิน ที่ตั้ง                                               อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณด้านทิศตะวันตก  และตั้งอยู่บนยอดภูเขาลูกเตี้ยๆ         สูงประมาณ  ๒๐๐  เมตร  บรเวณอรัญญิก  โดยห่างจากประตูอ้อมาทาง           ทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ  ๒.๓  กิโลเมตร  ในเขตตำบลเมืองเก่า                                                           อำเภอเมือง  จังหวัดสุโขทัย พิกัดทางภูมิศาสตร์             รุ้ง  ๑๗  องศา  ๑  ลิปดา  ๓๕  พิลิปดาเหนือ                                         แวง  ๙๙  องศา  ๔๐  ลิปดา  ๓๐  พิลิปดาตะวันออก อายุสมัย                        สุโขทัย ลักษณะและสภาพ             เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บนภูเขาลูกเตี้ย ๆ นอกกำแพงเมืองบริเวณอรัญญิก ทางขึ้นไปวัดที่อยู่บนยอดเขา  เป็นทางเดินปูด้วยหินขึ้นจากด้านทิศตะวันออก       จนถึงบริเวณลานวัดบนภูเขา  บนลานวัดมีกลุ่มโบราณสถานที่ประกอบด้วย                                  สิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้                                                                     ๑. ฐานวิหาร  ๕  ห้อง  ก่ออิฐ เสาทำด้วยศิลาแลง หันหน้าไป                                     ทางทิศตะวันออก  ฐานกว้าง  ๒๐  เมตร  ยาว  ๒๖  เมตร  ภายในวิหาร                         มีพระพุทธรูปปูนปั้นยืน  ปางประทานอภัย  ยกพระหัตถ์ขวา                     สูง ๑๒.๕๐ เมตร  เรียกว่า  พระอัฏฐารศ                                       ๒. ฐานเจดีย์ขนาดเล็ก  ๖  ฐาน  กระจายทั่วไปบนลานวัด  มีอยู่องค์หนึ่ง       มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  ฐานกว้าง  ๔x๔  เมตร                                     อยู่ตรงเชิงบันไดด้านทิศตะวันออก                                        ๓. สะพานหิน  ที่เป็นทางขึ้นอยู่ด้านทิศตะวันออก  ทอดยาวจากถนน           เชิงภูเขาจนถึงลานวัด  ปูด้วยหิน  ยาวประมาณ  ๓๐๐ เมตร  นอกจากนี้              ทางด้านทิศเหนือมีทางขึ้นอ้อมเขา  เข้าใจว่าเป็นทางช้างขึ้นอีกด้วย ประวัติ                          วัดสะพานหินมีประวัติเกี่ยวข้องที่กล่าวถึงในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง              พุทธศักราช ๑๘๓๕ ความว่า                                               “...เบื้องตะวันตกเมืองสุโขทัยนี้  มีอไรญิก  พ่อขุนรามคำแหง              กระทำโอยทานแก่มหาเถร  สังฆราชปราชญ์ เรียนจบปิฎกไตร  หลวกกว่า       ปู่ครู     ในเมืองนี้  ทุกคนลุกแต่เมืองศรีธรรมราชมา  ในกลางอรัญญิก มีพิหาร                           อันณื่งมนใหญ่  สูงงามแก่กม  มีพระอัฏฐารศอันณื่งลุกยืน...” ข้อสังเกตทั่วไป                 ที่ปรากฏในศิลาจารึกว่า  พระอัฏฐารศ  เข้าใจว่าหมายถึง พระพุทธรูปยืน           ปางประธานอภัยที่วัดสะพานหินนี่เอง และวัดนี้ คงจะมีความสำคัญ และ            เป็นที่นับถือของชาวเมืองสุโขทัยในสมัยโบราณโดยทั่วไป  ดังปรากฏ                                      ข้อความในศิลาจารึกหลักเดียวกันนี้กล่าวว่า                                               “...วันเดือนดับเดือนเต็ม  ท่านแต่งช้างเผือกกระพัดลยาง  เที้ยร           ย่อมทองงา...ขวา  ชื่อรูจาครี  พ่อขุนรามคำแหง  ขึ้นขี่ไปนบพระ  (เถิง)               อรัญญิกแล้วเข้ามา...” การดำเนินการ                 ๑. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม ๕๒                            ตอนที่  ๗๕  วันที่  ๘  มีนาคม  ๒๔๗๘                                   ๒. บูรณะครั้งแรก  พ.ศ. ๒๔๕๘  โดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลก                          ประชานาถ  ได้โปรดให้กำนันชื่อจ้อง  ทำการบูรณะ  โดยการก่อบันได               ยันผนังหลังองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่ไว้                                   ๓. ขุดแต่งและบูรณะครั้งแรก  พ.ศ. ๒๔๙๘                                   ๔. ขุดแต่งและบูรณะต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๘ ชื่อโบราณสถาน                                        วัดจรเข้ร้อง ที่ตั้ง                                               อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณด้านทิศตะวันตก  และอยู่ห่างจากประตูอ้อ                ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๑ กิโลเมตร  ในเขตตำบลเมืองเก่า                  อำเภอเมือง  จังหวัดสุโขทัย พิกัดทางภูมิศาสตร์             รุ้ง  ๑๗  องศา  ๑  ลิปดา  ๕  พิลิปดาเหนือ                                           แวง  ๙๙  องศา  ๔๑  ลิปดา  ๕  พิลิปดาตะวันออก อายุสมัย                        สุโขทัย ลักษณะและสภาพ             เป็นเนินโบราณสถานที่มีร่องรอยการก่ออิฐและศิลาแลง  ตลอดจน          เสาศิลาแลงกลมขนาดใหญ่  มีลักษณะเป็นเนินโบราณสถาน  ที่ยังไม่ได้                        ขุดแต่งและบูรณะมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมโดยทั่วไป  ลักษณะของเนิน                                          โบราณสถานประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้  คือ                                       ๑. เนินฐานวิหาร  ก่ออิฐ  เสาศิลาแลงกลม  ขนาดฐานกว้าง  ๑๕  เมตร                            ยาว  ๒๕  เมตร                                       ๒. เนินฐานเจดีย์ประธาน  ก่ออิฐ  อยู่ด้านหลังหรือทิศตะวันตกของวิหาร                                                    ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเนินประมาณ  ๑๐  เมตร                                       ๓. กลุ่มฐานเจดีย์รายขนาดเล็ก  ตั้งกระจายอยู่ด้านหน้าหรือทิศตะวันออก                          ของฐานวิหาร  เป็นเนินดินมีร่องรอยก่ออิฐขนาดต่างๆ กัน ๒-๓ กลุ่ม ประวัติ                          ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก การดำเนินการ                 ยังไม่ได้มีการขุดแต่งและบูรณ





ห้องบริการชั้น ๑ห้องโสตทัศนวัสดุ      ให้บริการเพื่อการศึกษาและบันเทิงจากข้อมูลที่อยู่ในสื่อต่าง ๆ เช่น แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพ ภาพนิ่ง แผนที่ วีดิทัศน์ซีดีรอมนอกจากนั้นยังมีบริการฉายวีดิทัศน์สารคดีต่างๆมีการฉายภาพยนตร์ในทุกวันเสาร์ที่ ๒ ของเดือน                                               ห้องหนังสือทั่วไป ๑        ให้บริการหนังสือทั่วไป โดยจัดหมวดหมู่ หนังสือ ระบบทศนิยมดิวอี้ หมวด ๐๐๐ - ๔๐๐ซึ่งแยกตามสาขาวิชา คือ ความรู้ทั่วไป  ปรัชญา ศาสนา สังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์— ห้องหนังสือทั่วไป ๒          ให้บริการหนังสือหมวดหมู่ ๕๐๐ - ๙๐๐ ซึ่งแยกตามสาขาวิชา คือ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์ประยุกต์ หรือเทคโนโลยี  ศิลปะวรรณคดี  ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์รวมถึง นวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือแปล  หนังสือภาษาต่างประเทศ ชั้น ๒ห้องเกียรติยศ           ห้องเกียรติยศ ประกอบด้วย ภาพถ่ายประวัติ ผลงาน ประมวลสุนทรพจน์เครื่องราชอิสริยาภรณ์  และเหรียญตราไทยของ พณฯ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ห้องประชุม จัดเป็นห้องประชุมสัมมนา ทางวิชาการหรือกิจกรรมโครงการต่างๆ—(ขนาด ๑๐๐ - ๑๕๐ ที่นั่ง) ห้องเด็กและเยาวชน           เป็นห้องหนังสือเด็ก ให้บริการหนังสือเด็ก ของเล่นเด็ก นิทรรศการอาเซียน ประกอบด้วย     เปิดโลกความรู้สู่…ASEAN  ธง ๑๐ ประเทศ, มุมหนังสืออาเซียน —ห้องวารสารและหนังสือพิมพ์           ให้บริการวารสารแลหนังสือพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ฉบับปัจจุบันและฉบับล่วงเวลา นอกจากนั้น ยังมีมุมวารสารเย็บเล่ม    จุลสาร กฤตภาค ตลอดจนดรรชนีวารสาร ห้องหนังสืออ้างอิงและหนังสือท้องถิ่น           ให้บริการเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยจากหนังสือประเภทต่าง ๆ ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เช่น พจนานุกรม สารานุกรม  วิทยานิพนธ์  ราชกิจจานุเบกษา  และสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นภาคใต้ —ห้องเอกสารโบราณ          ห้องเอกสารโบราณ ได้รวบรวมและให้บริการ เกี่ยวกับเอกสารโบราณอาทิเช่น หนังสือบุดดำ บุดขาว      คัมภีร์ใบลานบริการอินเตอร์เน็ต  ฟรี WiFi   ให้บริการสืบค้น หาข้อมูล ทางอินเตอร์เน็ตบริการถ่ายเอกสาร


วันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ นางสาวอรุณี แซ่เล้า หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ทุกคน ร่วมกันจัดกิจกรรม " Big Cleaning Day " ทำความสะอาดภายในห้องจัดแสดงนิทรรศการถาวร และบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ เพื่อเป็นการการป้องกันโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธ์ุใหม่





สมเดช ลีลามโนธรรม.  "กรมศิลปากรกับการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี."  นิตยสารกรมศิลปากร.  62, 1 (มกราคม - กุมภาพันธ์ 2562): 5-13.



องค์ความรู้ เรื่อง จิตรกรรมชิ้นเยี่ยมสมัยหินเก่า จากถ้ำอัลตามีรา (Altamira Cave)เรียบเรียงโดย : นางสาวเบญจพร สารพรม ภัณฑารักษ์ชำนาญการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุพรรณบุรี




1. ชื่อโครงการ  THE ART OF LIVING 1981-2016 WORLD CULTURE FESTIVAL (เทศกาลวัฒนธรรมโลก)   2. วัตถุประสงค์           2.1 เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในมวลหมู่นานาอารยประเทศทั่วโลกผ่านการแสดงทางวัฒนธรรม           2.2 เพื่อแสดงถึงความมีสันติภาพ การสร้างสันติภาพ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขของมวลมนุษย์โดยมีวัฒนธรรมเป็นสื่อในการสร้างสันติภาพ           2.3 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยในด้านนาฏศิลป์โขนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น   3. กำหนดเวลา           ระหว่างวันที่ 10 – 14 มีนาคม 2559   4. สถานที่  เมืองนิวเดลี  สาธารณรัฐอินเดีย   5. หน่วยงานผู้จัด           สมาคมระหว่างประเทศเพื่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ (ประเทศไทย)   6. หน่วยงานสนับสนุน           สำนักการสังคีต  กรมศิลปากร  กระทรวงวัฒนธรรม   7. กิจกรรม             วันที่ 9 มีนาคม 2559 นายประสาท  ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย ซึ่งเป็น ผู้ประสานงานระหว่างสำนักการสังคีต กรมศิลปากร กับสมาคมระหว่างประเทศเพื่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ (ประเทศไทย) ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยเที่ยวบิน TG 331 เวลา 23.25 น. พร้อมกับ นายนุกูล  แซ่ลี นายกสมาคมฯ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการแสดง ถึงสนามบินเมืองนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เวลา 00.30 น. (เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) เดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรม ที่พัก GRAND VENIZIA  6 Bhama Shal Marg Delhi             วันที่ 10 มีนาคม 2559 คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต ชุดที่ 1 ประกอบด้วย           1. นายสุรัตน์  เอี่ยมสะอาด           2. นายศิริพงษ์  ทวีทรัพย์           3. นายสุรศักดิ์  กิ่งไทร           4. นายกิตติศักดิ์  อยู่สุข           5. นายปิยะ  แสวงทรัพย์           6. นายถาวร  ภาสดา           7. นายรณภัทร  นามดี           8. นายศุภโชค  ยอดประเสริฐกุล           9. นางอัญชิษฐา  บุญเพ็ง 10. นางสาวสุภาภรณ์  ลาสะอาด ออกเดินทางจากสำนักการสังคีต เวลา 16.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 17.30 น. เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน TG 315 เวลา 20.00 น. ถึงสนามบินเมืองนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เวลา 22.00 น. เดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรมที่พัก GRAND VENIZIA  6 Bhama Shal Marg Delhi เวลา 01.00 น.             วันที่ 11 มีนาคม 2559 คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต ชุดที่ 2 ประกอบด้วย           1. นายเจตน์  ศรีอ่ำอ่วม           2. นางนพวรรณ  จันทรักษา           3. นางพรทิพย์  ทองคำ           4. นางอัญชลิกา  หนอสิงหา           5. นายเสกสม  พานทอง           6. นางสาวเพ็ญศิริ  โกมลวัจนะ           7. นางสุมาลี  เรืองศิลป์           8. นางสาวชริตา  ธนัทกุลภักดี           9. นายสามารถ  สุทธิกิตติวงศ์ 10. นายสิทธิพร  พันทะสา ออกเดินทางจากสำนักการสังคีต เวลา 05.00 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 06.00 น. เดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน JET AIRWAYS เที่ยวบินที่ 9W 61 (BKK-BOM) เวลา 08.55 น. ถึงเมืองมุมไบ เวลา 11.55 น. เดินทางต่อโดยเที่ยวบิน 9W 305 (BOM-DEL) เวลา 15.00 น. ถึงสนามบินเมืองนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เวลา 17.05 น. และเดินทางจากสนามบินไปยังโรงแรมที่พัก GRAND VENIZIA  6 Bhama Shal Marg Delhi เวลา 22.00 น.             วันที่ 11 มีนาคม 2559           เวลา 08.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต ชุดที่ 1 รับประทานอาหารเช้าแล้วพักผ่อน ตามอัธยาศัย           เวลา 12.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม           เวลา 14.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต ออกจากโรงแรมที่พักไปยังสถานที่จัดงาน           เวลา 16.00 น.   ถึงสถานที่จัดงาน ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และเข้าชมงาน           เวลา 19.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน เดินทางกลับโรงแรมที่พัก           เวลา 21.30 น.   ถึงโรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารเย็น             วันที่ 12 มีนาคม 2559           เวลา 07.00 น.   รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก           เวลา 10.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงานออกจากโรงแรมที่พัก เดินทางไปยังสถานที่จัดงาน เวลา 11.00 น.   ถึงสถานที่จัดงาน รับประทานอาหารกลางวัน           เวลา 13.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน แต่งหน้า – แต่งกาย ณ ที่พักผู้แสดงภายในบริเวณงาน           เวลา 16.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน ออกจากที่พักผู้แสดง ไปยังเวทีการแสดง           เวลา 18.30 น.   การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน ยกรบ-สีดาคืนนคร           เวลา 18.40 น.   เสร็จสิ้นการแสดง คณะผู้ปฏิบัติงานกลับมายังที่พักผู้แสดง           เวลา 19.30 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน เดินทางกลับโรงแรมที่พัก           เวลา 20.30 น.   ถึงโรงแรมที่พัก และรับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย             วันที่ 13 มีนาคม 2559           เวลา 07.00-10.00 น.    รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย           เวลา 12.00-14.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนตามอัธยาศัย           เวลา 18.00-20.00 น.    รับประทานอาหารเย็น และพักผ่อนตามอัธยาศัย             วันที่ 14 มีนาคม 2559 เวลา 07.00-09.00 น.    รับประทานอาหารเช้า เวลา 07.30 น.   นายประสาท  ทองอร่าม พร้อมด้วยนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ สถาบัน                    บัณฑิตพัฒนศิลป์ ออกเดินทางจากโรงแรมที่พักไปยังสนามบินเมืองนิวเดลี           เวลา 08.30 น.   ถึงสนามบินเมืองนิวเดลี เดินทางกลับโดยเที่ยวบิน TG 324 เวลา 11.10 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 16.40 น.           เวลา 14.00 น.   คณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต ออกจากโรงแรมที่พักไปยังสนามบิน           เวลา 15.30 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน เดินทางถึงสนามบิน           เวลา 21.50 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน ชุดที่ 2 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ 9W 384 (DEL-BOM)                              เวลา 21.50 – 23.50 น. และเดินทางต่อโดยเที่ยวบิน 9W 62 (BOM-BKK) เวลา 01.35 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 15 มีนาคม 2559 เวลา 07.15 น. เดินทางกลับสำนักการสังคีตเวลา 09.30 น.             วันที่ 15 มีนาคม 2559           เวลา 00.15 น.   คณะผู้ปฏิบัติงาน ชุดที่ 1 ออกเดินทางจาก สนามบินนิวเดลี  เที่ยวบิน TG 316 (DEL-BKK) ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 15 มีนาคม 2559 เวลา 05.40 น. เดินทางกลับถึงสำนักการสังคีตเวลา 08.30 น.           เวลา 07.30 น.   8. คณะผู้แทนไทย ประกอบด้วยข้าราชการและบุคลากรของสำนักการสังคีต จำนวน 21 คน คือ   ที่ ชื่อ – นามสกุล ตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ 1 นายประสาท  ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย หัวหน้าคณะ กำกับการแสดง 2 นายสุรัตน์  เอี่ยมสะอาด นาฏศิลปินอาวุโส ช่วยกำกับการแสดง 3 นายเจตน์  ศรีอ่ำอ่วม นาฏศิลปินอาวุโส ช่วยกำกับการแสดง 4 นายศิริพงษ์  ทวีทรัพย์ นาฏศิลปินชำนาญงาน ผู้แสดง และเลขาคณะ 5 นางนพวรรณ  จันทรักษา นาฏศิลปินชำนาญงาน ผู้แสดง 6 นางพรทิพย์  ทองคำ นาฏศิลปินชำนาญงาน ผู้แสดง ที่ ชื่อ – นามสกุล ตำแหน่ง ปฏิบัติหน้าที่ 7 นางอัญชลิกา  หนอสิงหา นาฏศิลปินชำนาญงาน ผู้แสดง 8 นายเสกสม  พานทอง นาฏศิลปินชำนาญงาน ผู้แสดง 9 นางอัญชิษฐา  บุญเพ็ง ดุริยางคศิลปินอาวุโส ผู้บรรเลง 10 นายสุรศักดิ์  กิ่งไทร ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน ผู้บรรเลง 11 นายกิตติศักดิ์  อยู่สุข ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน ผู้บรรเลง 12 นายปิยะ  แสวงทรัพย์ ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน ผู้บรรเลง 13 นายถาวร  ภาสดา ดุริยางคศิลปินชำนาญงาน ผู้บรรเลง 14 นายรณภัทร  นามดี พนักงานราชการ ผู้บรรเลง 15 นายศุภโชค  ยอดประเสริฐกุล พนักงานราชการ ผู้บรรเลง 16 นางสาวสุภาภรณ์  ลาสอาด พนักงานราชการ ผู้ขับร้อง 17 นางสาวเพ็ญศิริ  โกมลวัจนะ นาฏศิลปินปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่แต่งกาย 18 นางสาวชริตา  ธนัทกุลภักดี พนักงานราชการ เจ้าหน้าที่แต่งกาย 19 นางสุมาลี  เรืองศิลป์ ช่างตัดเย็บผ้า ช.2 เจ้าหน้าที่แต่งกาย 20 นายสิทธิพร  พันทะสา ช่างอาภรณ์ เจ้าหน้าที่แต่งกาย 21 นายสามารถ  สุทธิกิตติวงศ์ พนักงานจัดเครื่องโขนละคร เจ้าหน้าที่แต่งกาย   9. สรุปสาระของกิจกรรม             สมาคมระหว่างประเทศเพื่อคุณค่าความเป็นมนุษย์ (ประเทศไทย) ได้ประสานในรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อจัดการแสดงโขนเข้าร่วมในงาน “เทศกาลวัฒนธรรมโลก” WORLD CULTURE FESTIVAL เพื่อเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย กับนายประสาท  ทองอร่าม ผู้ชำนาญการด้านนาฏศิลป์ไทย สำนักการสังคีต           นายประสาท  ทองอร่าม ได้เรียนปรึกษาผู้อำนวยการสำนักการสังคีต เพื่อจัดบุคลากรเข้าร่วมในงานดังกล่าว โดยมีนักเรียน นักศึกษา จากวิทยาลัยนาฏศิลป์ และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ เข้าร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย           สมาคมฯ ได้มีหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักการสังคีต ขอความอนุเคราะห์เชิญบุคลากรเข้าร่วมแสดงในงาน “เทศกาลวัฒนธรรมโลก” WORLD CULTURE FESTIVAL ณ เมืองนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย โดยสมาคมฯ ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องตามระเบียบราชการดังนี้           ค่าบัตรโดยสารเครื่องบินระหว่างประเทศ ค่าขนส่งสัมภาระระหว่างประเทศ ค่าที่พัก ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าอาหาร และค่าธรรมเนียมอื่นๆ พาหนะรับ – ส่ง ระหว่างสำนักการสังคีต และสนามบินสุวรรณภูมิทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ           สำนักการสังคีตได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติให้ข้าราชการ และบุคลากรของสำนักการสังคีต จำนวน 21 คน ไปร่วมปฏิบัติงานดังกล่าว ระหว่างวันที่ 10 – 14 มีนาคม 2559 เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในด้านการแสดงโขนให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น           สมาคมฯ ได้จัดงานแถลงข่าวการจัดงานในครั้งนี้ที่โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) ในวันที่ 2 มีนาคม 2559 มีการเชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว โดยมีการแสดงโขนชุดยกรบ เป็นตัวอย่างของการแสดงที่จะนำไปแสดง เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้           การแสดงโขนในครั้งนี่ จัดการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนยกรบ – สีดาคืนนคร โดยกำหนดจัดการแสดงในวันที่ 12 มีนาคม 2559 ใช้เวลาในการแสดงทั้งหมด 7 นาที โดยเริ่มการแสดงตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 น. และเสร็จสิ้นการแสดงเวลา 18.40 น. ตามกำหนดเวลาซึ่งทางผู้จัดงาน (ประเทศอินเดีย) ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานการแสดงได้กำหนดไว้ ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้เป็นอย่างมาก   10. ข้อเสนอแนะจากการจัดกิจกรรม             การเดินทางไปปฏิบัติงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผู้ชมจากชาติต่างๆ ให้ความสนใจในการแสดงโขนจากประเทศไทยเป็นอย่างมาก           สำหรับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นอันได้แก่           การเดินทางของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งจะต้องเดินทาง 2 เที่ยวบิน เนื่องจากสมาคมฯ ได้ประสานงานขอความอนุเคราะห์เชิญบุคลากรมาในระยะเวลาอันสั้น การซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งทางสมาคมฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ จึงไม่สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ สำหรับผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเดินทางด้วยการไปต่อเที่ยวบินอื่น มีเวลาในการเดินทางระหว่างท่าอากาศยานภายในประเทศของอินเดียน้อยมาก แต่ผู้ปฏิบัติงานก็สารถเดินทางไปได้ทันเวลาเที่ยวบิน ทั้งนี้ เนื่องจาก ผู้เดินทางไปปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร มีประสบการณ์ในการเดินทางไปปฏิบัติงานในต่างประเทศเป็นอย่างดี จึงทำให้ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยดี           อาหาร ซึ่งทางสมาคมฯ เป็นผู้จัดให้ และได้แจ้งไว้ให้ทราบเบื้องต้นก่อนเดินทางว่าส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมืองของอินเดีย ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติ ผู้ไปปฏิบัติงานสามารถทานได้ และได้เตรียมอาหารไปทานเองในการปฏิบัติงานครั้งนี้           การเดินทางในเมืองนิวเดลี ซึ่งเป็นเมืองที่มีการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ทำให้การนัดหมายในแต่ละครั้งของเจ้าหน้าที่ประสานงานฝ่ายอินเดียส่วนใหญ่จะไม่ตรงตามเวลานัด แต่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานได้ทันเวลา และสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี           การปฏิบัติงานในครั้งนี้ สมาคมฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานเอกชนเห็นการทำงานของคณะผู้ปฏิบัติงานจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากรว่าเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีระบบการทำงานที่ดี บุคลากรมีศักยภาในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานด้านการแสดงเพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทยให้กับหน่วยงานอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือภาคเอกชน     ........................................ผู้สรุปผลการเดินทางไปราชการ  


black ribbon.