ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,742 รายการ

ประชุมประกาศ รัชกาลที่ 4 เล่ม 3 ผู้แต่ง : พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ต้นฉบับอยู่ที่ : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี (ห้องกรมศิลปากร) โรงพิมพ์ : องค์การค้าของคุรุสภา ปีที่พิมพ์ : 2534 จำนวนหน้า : 313 หน้าครั้งที่พิมพ์ : พิมพ์ครั้งที่ 4รูปแบบ : PDF ภาษา : ไทย เลขทะเบียน: น35 ร4817 จบ  เลขหมู่ : 340.09593 จ196ป 2534 สาระสังเขป : หนังสือประชุมประกาศรัชกาลที่ 4 นี้ จัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 4 เป็นหนังสือสำคัญที่ให้ความรู้ด้านอักษรศาสตร์ วรรณคดี ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ทั้งยังเป็นหลักฐานให้ได้ทราบธรรมเนียมประเพณีและสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 ด้านสำนวนโวหารจัดได้ว่าเป็นความเรียงที่มีเนื้อหาชัดเจนเหมาะสม ถือเป็นแบบฉบับของร้อยแก้วที่ดีหมายเหตุ : เนื่องจากข้อกำหนดด้านลิขสิทธิ์ หากต้องการอ่านฉบับเต็ม โปรดติดต่อหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี


         กาน้ำชา ฝาการูปจานแบน          ชนิด : ดินเผาเคลือบ          ขนาด : ศูนย์กลางปากกว้าง 10.3 เซนติเมตร ศูนย์กลางกว้าง 18.1 เซนติเมตร สูง 22.1 เซนติเมตร ศูนย์กลางฝา 13.5 เซนติเมตร          ลักษณะ : ลานเขียนสีลายดอกไม้ ทรงกระบอกกรม หูทองเหลือง          สภาพ : สภาพชำรุด แข็งแรง ปาก พวย บิ่น แตกหัก/ฉีกขาด มีรอยร้าว          สถานที่จัดแสดง : ห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี            แสดงภาพวัตถุหมุน คลิกที่นี่ http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/inburi/360/model/24/   ที่มา: http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/inburi


            เนื่องด้วยคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จะมีกิจกรรมเปิดบ้านคลังกลางฯ Open House ในเดือนมิถุนายน 2567 จึงขอเชิญทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นประเด็นความรู้ และนำเสนอหัวข้อเสวนาทางวิชาการที่น่าสนใจหรือต้องการให้เรานำมาเล่า โดยส่งทางเฟสบุ๊ก เพจ Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  https://www.facebook.com/centralstorageofnationalmuseums             ทั้งนี้ ท่านที่มีประเด็นสร้างสรรค์และได้รับคัดเลือก ทางคลังกลางฯ มีรางวัลเป็นหนังสือความรู้จากกรมศิลปากรอีกเช่นเคย โดยทางคลังกลางฯ จะนำความคิดเห็นของท่านไปพิจารณา พร้อมกับการจัดแสดงโบราณวัตถุฯ ในงานเปิดบ้านคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ครั้งนี้ด้วย เตรียมพบกับเปิดบ้านคลังกลางฯ รูปแบบใหม่ในเดือนมิถุนายนนี้ !!!


                พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา แจ้งเปิดให้บริการบางส่วน โดยงดเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป  เนื่องด้วยสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา ดำเนินโครงการบูรณะอาคารจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นระยะเวลา 180 วัน ส่งผลให้ไม่สามารถเปิดให้บริการได้เต็มรูปแบบ  ทั้งนี้ ขอความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 0 7431 1728 หรือ Facebook Inbox : Songkhla National Museum : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา


             นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรมของกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 – 2568 ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา โดยลงพื้นที่ตรวจสภาพปัจจุบันของวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และร่วมประชุมติดตามการเสนอขึ้นทะเบียนวัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก ร่วมกับกรมศิลปากร จังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง              นางสาวสุดาวรรณ กล่าวว่า วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการประกาศรายชื่อในบัญชีชั่วคราวของมรดกโลก (Tentative List) เมื่อปี พ.ศ. 2555 โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชได้วางแผนจะส่งร่างเอกสารฯ (Nomination Dossier) ฉบับสมบูรณ์ เพื่อขอรับการประเมินเบื้องต้น (Preliminary Assessment - PA) ภายในวันที่ 30 กันยายน 2567 ทั้งนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ได้มอบหมายให้กรมศิลปากร เป็นที่ปรึกษาแนะนำในการจัดทำเอกสารฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ตรงตามมาตรฐานที่ศูนย์มรดกโลกกำหนด และจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ราวช่วงกลางเดือนกันยายน 2567 ทั้งนี้ การนำเสนอคุณค่าความสำคัญโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value – OUV) ของวัดพระมหาธาตุฯ คือ เป็นแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่แสดงถึงการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมจากการติดต่อทางทะเลในคาบสมุทรที่ต่อเนื่อง หลากหลาย และยังคงดำเนินอยู่จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลายาวนานกว่า 1,500 ปี ซึ่งสะท้อนผ่านมรดกวัฒนธรรมทางศาสนาของวัดพระมหาธาตุฯ ทั้งทางด้านสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประเพณีวัฒนธรรม ปรากฏหลักฐานที่เป็นเอกลักษณ์ขององค์พระบรมธาตุเจดีย์              นอกจากนี้ ยังได้ติดตามการเสนอขึ้นทะเบียนเมืองเก่าสงขลาเป็นมรดกโลก ซึ่งคณะกรรมการมรดกโลกได้พิจารณารับรองการบรรจุแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม “สงขลา และชุมชนที่เกี่ยวเนื่องริมทะเลสาบสงขลา” ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ณ กรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะนี้จังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารข้อมูลการเสนอแหล่งที่บรรจุอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของศูนย์มรดกโลก เพื่อขอรับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปี พ.ศ. 2570              “ภาคใต้ ยังไม่มีแหล่งมรดกวัฒนธรรมที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก แต่มีแหล่งที่ได้รับการบรรจุรายชื่อในบัญชีชั่วคราวถึง  2 แหล่ง ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะผลักดันและสนับสนุนให้ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลก ตามนโยบาย 1 ภาค 1 มรดกโลก” นางสาวสุดาวรรณ กล่าว 



          จังหวัดบุรีรัมย์ ขอเชิญร่วมงานสืบสานประเพณีลอยกระทง "บารายศรัทธา สมมาสายน้ำ ปราสาทเมืองต่ำ น้อมนำบูชา” จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 14 - 15 พฤศจิกายน 2567 ณ บริเวณปราสาทเมืองต่ำ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ โทร.  0 4466 6577


             กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ขอเชิญร่วมงาน “แอ่วกุมกามยามแลง: Moon & Me”งานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน ณ เวียงกุมกาม วันเสาร์ที่ ๒๑ และ วันอาทิตย์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง - วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่              กิจกรรม ประกอบด้วย               - เยี่ยมชมโบราณสถานเวียงกุมกาม อดีตเมืองหลวงเก่าสมัยพญามังรายของอาณาจักรล้านนา               - ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงโขน เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน "ขับพิเภก โมกขศักดิ์ ขาดเศียรขาดกร" โดย สำนักการสังคีต กรมศิลปากร              - สัมผัสมนต์เสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรมล้านนาและกิจกรรม Soft Power ของไทย              - สัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิกของ "กาดกุมกาม@Night“ วีถีชีวิตของชาวล้านนาดั้งเดิม             ขอเชิญผู้รักงานศิลปะ ร่วมกิจกรรมวาดภาพสีน้ำ โดย ชมรมสล่าแต้มงาม เชียงใหม่ สอบถามเพิ่มเติมที่เพจ facebook สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ โทร. ๐ ๕๓๒๒ ๒๒๖๒ ------------------------------------------------------------------------------ Ministry of Culture, The Fine Arts Department, The 7th Office of the Fine Arts Department, Chiangmai represent “Kum Kam Unveiled: Moon & Me” December 21-22, 2024. Time: 4.00-9.00 PM Venue: Wat E-Kang and Wat Nan Chang, Wiang Kum Kam, Tha Wang Tan, Saraphi, Chiang Mai Thailand https://g.co/kgs/zLVkt3 Activities: - Visit “Wiang Kum Kam” the historical settlement, the old capital of Chiang Mai - Enjoy “Khon, Masked Dance Drama” by The Fine Arts Department - Enjoy Lanna cultural performances and Thailand's soft power activities - Taste and shopping at ancient night market of “Kad Kum Kam@Night” - Watercolor painting  More information please contact 053-222-262  




ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       64/7หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               20 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       86/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 



ชื่อเรื่อง : สมุดภาพแสดงเครื่องแต่งกายตามสมัยประวัติศาสตร์และโบราณคดี = An illustrated book of costumes based on historical and archaeological evidence  หัวเรื่อง : เครื่องแต่งกาย -- ไทย     เครื่องแต่งกาย -- สมัยทวาราวดี พุทธศตวรรษที่ 11-16     เครื่องแต่งกาย -- สมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13-18     เครื่องแต่งกาย -- สมัยลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 16-19     เครื่องแต่งกาย -- สมัยเชียงแสน พุทธศตวรรษที่ 17-25     เครื่องแต่งกาย -- สมัยสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 19-20     เครื่องแต่งกาย -- สมัยอยุธยา พ.ศ.1893-2310     เครื่องแต่งกาย -- สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2310  คำค้น : เครื่องแต่งกาย  รายละเอียด : กรมศิลปากร รวบรวมจัดพิมพ์ประกอบแสดงการแต่งกาย เนื่องในงานฉลองครบ 20 ปี สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2511   ผู้แต่ง : กรมศิลปากร  แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี  หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : กรมศิลปากร  ปีที่พิมพ์ : 2511  วันที่เผยแพร่ : 22 กรกฎาคม 2568  ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -  ลิขสิทธิ์ : กรมศิลปากร  รูปแบบ : PDF.  ภาษา : ภาษาไทย  ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร  ตัวบ่งชี้ : -  รายละเอียดเนื้อหา : อธิบายเรื่องเครื่องแต่งกายสมัยต่างๆ ได้แก่ สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ที่ช่างศิลป์กรมศิลปากรเขียนเลียนแบบจากศิลปะโบราณวัตถุ พร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษประกอบ  เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6214 จบ. (ร)  เลขหมู่ :      ห                 391               ศ528ส 


             กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๔ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร               กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญ  ซึ่งประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ ๙ องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่               เทวดานพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์)  ซึ่งมีเทพบริวารอีก ๘ องค์ รวมเป็น ๙ องค์ ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร พระพฤหัสบดี ทรงกวาง พระศุกร์ ทรงโค พระเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค               นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดงาน “สงกรานต์แฟร์ ๒๐๒๕ : มู x คราฟต์” ชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เก้าดารา” ณ ระเบียงด้านหน้าพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย หมุนกาชาปองชุดพิเศษ "เทวดานพเคราะห์ รุ่นมหาโชค" สะสมตราประทับที่ระลึก และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย                ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ และงาน “สงกรานต์แฟร์ ๒๐๒๕ : มู x คราฟต์” เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒--------------------------------------------- พระธาตุ ๒๓ องค์ ประดิษฐานในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๒ เซนติเมตร สูง ๓.๕ เซนติเมตร เป็นภาชนะทองคำทรงโกศยอดปริกขนาดเล็กภายในประดิษฐานพระธาตุ ๒๓ องค์ เดิมทีพระกรัณฑ์นี้อยู่ในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบันความเป็นมาของพระธาตุนี้ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจมีการประดิษฐานไว้ในพระเศียรพระพุทธสิหิงค์มาก่อนแล้วจึงมีการสร้างพระกรัณฑ์ทองคำลงยาถวายภายหลัง หรือเป็นการประดิษฐานในภายหลังทั้งหมดก็เป็นได้ การจำหลักลายแล้วลงยาสีที่รู้จักกันในชื่อ การลงยา นั้น ปรากฏหลักฐานการใช้งานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งสีและเทคนิคในการลงยาสันนิษฐานว่า อาจจะทำขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   พระอาทิตย์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพ นพเคราะห์ทั้งปวง พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ ๖ ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระแต่ซื่อสัตย์ เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข ๑ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖   พระจันทร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา ๑๕ นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี สัญลักษณ์เลข ๒ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕   พระอังคาร พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษผิวสีทองแดงทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์ สัญลักษณ์เลข ๓ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘   พระพุธ พระอิศวรทรงใช้ช้าง ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษมีผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุม รอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู สัญลักษณ์เลข ๔ มีกำลัง พระเคราะห์เป็น ๑๗  พระพฤหัสบดี พระอิศวรสร้างจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี พระศุกร์ พระอิศวรทรงสร้างจากโค ๒๑ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤตเป็นพระศุกร์ มีผิวกายสีฟ้าทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์ สัญลักษณ์เลข ๖ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑ พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์   พระเสาร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ ๑๐ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤตได้พระเสาร์มีสีกายดำคล้ำ ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์ สัญลักษณ์เลข ๗ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐   พระราหู พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว (บางตำราว่าผีโขมด ๑๒ ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระราหู มีกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ สัญลักษณ์เลข ๘ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒   พระเกตุ พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค ๙ ตัว กายสีทองคำทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา(เปลวไฟ) ประจำอยู่ในทิศท่ามกลาง บ้างว่าพระเกตุเกิดจากหางของพระราหู ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข ๙  


black ribbon.