ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 51,018 รายการ
"#รากษสเทวี" นางสงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๙
.
ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง ได้ #ประกาศสงกรานต์ ๒๕๖๙ ความว่า
ปีมะเมีย (เทวดาผู้หญิง ธาตุไฟ) อัฐศก จุลศักราช ๑๓๘๘ ทางจันทรคติ เป็น อธิกมาส ทางสุริยคติ เป็น ปกติสุรทิน
.
วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ทางจันทรคติ ตรงกับวันอังคาร แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๐ นาฬิกา ๓๔ นาที ๓๕ วินาที
.
นางสงกรานต์ ทรงนามว่า "รากษสเทวี" (ราก-สะ-สะ-เท-วี / ราก-สด-เท-วี) ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จยืนมาเหนือหลังวราหะเป็นพาหนะ
.
วันที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๔ นาฬิกา ๔๐ นาที ๑๒ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๘๘
ปีนี้ วันจันทร์ เป็น ธงชัย, วันเสาร์ เป็น อธิบดี, วันอาทิตย์ เป็น อุบาทว์, วันจันทร์ เป็น โลกาวินาศ
.
ปีนี้ วันพฤหัสบดี เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๕๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๕๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๐๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๕๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๒๐๐ ห่า นาคให้น้ำ ๓ ตัว
.
เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อ วิบัติ ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ (ด้วง เเละแมลง) จะได้ผลกึ่งเสียกึ่ง
เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราสีเตโช (ไฟ) น้ำน้อย
เกณฑ์โดยรวม จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ในบางพื้นที่ ประชาชนควรเตรียมการด้านสุขภาพและการเกษตรให้ดี
.
ที่มา: ฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม
.
จัดทำโดย
นายพีรยุทธ กษิติบดินทร์ชัย
บรรณารักษ์ปฏิบัติการ
#NLTKORAT #สงกรานต์ #สงกรานต์2569 #นางสงกรานต์ #นางสงกรานต์2569
โครงการเปิดโลกสร้างสรรค์ พิพิธภัณฑ์เพื่อคุณ (Museum for you)
ผู้แต่ง : ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเชียงใหม่ ปีที่พิมพ์ : 2539 สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ. เชียงใหม่มีอายุยืนยาวนานมาถึง 700 ปี ในปีพ.ศ. 2539 เป็นปีที่มีความหมายสำหรับชาวเชียงใหม่ ที่มีความสำคัญสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเมือง โดยเฉพาะเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามหลายสิ่งหลายประการที่ได้นิยมนับถือปละปฏิบัติสืบสานกันต่อมา ในด้านวัฒนธรรมประเพณีท่านที่มีความรู้ ผู้ทรงคุณวุฒิ พระสงฆ์องค์เจ้า ได้รวบรวมจัดทำคู่มือเป็นหนังสือรูปเล่มอยู่จำนวนไม่น้อย ที่จะได้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเป็นแบบปฏิบัติในด้านประเพณีต่างๆ ของบ้านเมืองไว้เป็นมรดกตกทอดสืบสานต่อไปยังลูกหลาน ในวาระที่บ้านเมืองมีอายุได้ถึง 700 ปีในครั้งนี้ชมรมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเชียงใหม่จึงได้รวบรวมเรียบเรียงประเพณีที่ดีงามต่างๆ ของท้องถิ่น และยังมีความจำเป็นสำหรับวิถีชีวิตประจำวันขึ้นในเวลาที่เป็นมงคล
โบราณสถานนอกกำแพงเมืองทิศตะวันออก
ชื่อโบราณสถาน วัดตระพังช้าง
ที่ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองบริเวณห่างจากมุมกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก เฉียงเหนือประมาณ ๓๐๐ เมตร และฝั่งตะวันออกของห้วยแม่ลำพันบริเวณที่เป็นคันดินยกพื้นสูง ที่เรียกว่าคันน้ำอ่างเก็บน้ำโบราณหมาย เลข ๒ ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ รุ้ง ๑๗ องศา ๑ ลิปดา ๓๕ พิลิปดาเหนือ
แวง ๙๙ องศา ๔๒ ลิปดา ๕๙ พิลิปดาตะวันออก
อายุสมัย -
ลักษณะและสภาพ เป็นเนินโบราณสถาน ไม่ทราบรูปร่าง มีแนวก่ออิฐและร่องรอยของชิ้นส่วนกระเบื้องมุงหลังคา เนินโบราณสถานแห่งนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑๐ เมตร ทางทิศตะวันออกของโบราณสถาน มีสระน้ำใหญ่ขนาดกว้าง ๕๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร อยู่ เรียกว่า ตะพังช้าง เป็นส่วนหนึ่งของโบราณสถานกลุ่มนี้
ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก
การดำเนินการ ๑. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๒. ขุดแต่ง พ.ศ.2556
ชื่อโบราณสถาน วัดโบสถ์
ที่ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองสุโขทัยทางด้านทิศตะวันออก โดยอยู่ห่างจากมุมกำแพงเมืองด้าน ทิศตะวันออกเฉียงเหนือไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร และอยู่ในเขต อ่างเก็บน้ำโบราณหมายเลข ๒ ใกล้กับคันดินกั้นน้ำ บริเวณมุมอ่างเก็บน้ำด้านทิศ ตะวันออกเฉียงใต้ ในเขตตำบลเมืองนา อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ รุ้ง ๑๗ องศา ๑ ลิปดา ๓๐ พิลิปดาเหนือ
แวง ๙๙ องศา ๔๓ ลิปดา ๓๐ พิลิปดาตะวันออก
อายุสมัย -
ลักษณะและสภาพ เป็นเนินโบราณสถานที่อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำโบราณ โดยมีร่องรอยแนวศิลาแลงเป็นผนังกั้นดินอยู่โดยรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพื้นที่กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร บนเนินดินเป็นซากโบรานสถานยังไม่ได้ขุดแต่งและบูรณะ มีร่องร่อยของการเรียงอิฐ และเสาศิลาแลงกลม ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นอุโบสถกลางน้ำ ตามชื่อที่เรียก
ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก
การดำเนินการ ๑. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๒. ยังไม่ได้มีการขุดแต่งและบูรณะ
ชื่อโบราณสถาน วัดปากท่อ
ที่ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองเก่าสุโขทัยด้านทิศตะวันออก โดยห่างจากมุมกำแพงด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ออกมาทางทิศตะวันออกประมาณ ๑.๖ กิโลเมตร และอยู่ติดกับมุมด้านนอกของอ่างเก็บน้ำโบราณหมายเลข ๒ ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ โดยห่างประมาณ ๒๐-๓๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ รุ้ง ๑๗ องศา ๑ ลิปดา ๒๘ พิลิปดาเหนือ
แวง ๙๙ องศา ๔๓ ลิปดา ๑ พิลิปดาตะวันออก
อายุสมัย -
ลักษณะและสภาพ เป็นเนินโบราณสถาน ไม่ทราบรูปร่าง มีร่องรอยของแนวอิฐและเสาศิลาแลงกลมปรากฏอยู่ เส้นผ่าศูนย์กลางของโบราณสถานนี้ประมาณ ๒๗ เมตร โบราณสถานนี้มีร่องรอยของคูน้ำล้อมรอบบริเวณเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๓๐ เมตร คูน้ำตื้นเขินไปมากแล้ว ขนาดความกว้างของคูประมาณ ๗-๘ เมตร
ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก
การดำเนินการ ขุดแต่ง พ.ศ.2556
ชื่อโบราณสถาน วัดอีฝ้าย
ที่ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก โดยอยู่ห่างจากประตูกำแพงหักไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ ๖๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากวัดหญ้ากร่อนไปทางทิศเหนือประมาณ ๑๕๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ รุ้ง ๑๗ องศา ๑ ลิปดา ๒๐ พิลิปดาเหนือ
แวง ๙๙ องศา ๔๓ ลิปดา ๐ พิลิปดาตะวันออก
อายุสมัย -
ลักษณะและสภาพ เป็นเนินโบราณสถานมีแนวเรียงอิฐและเสาศิลาแลงกลม ไม่ทราบรูปร่างแน่ชัด มีขนาดของเนินดินกว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๕ เมตร
ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก
การดำเนินการ ๑. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๒. ขุดแต่ง พ.ศ. 2555
ชื่อโบราณสถาน วัดหญ้ากร่อน
ที่ตั้ง อยู่นอกกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก โดยอยู่ห่างจากประตูกำแพงหักไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ ๔๐๐ เมตร และอยู่ห่างจากห้วยแม่ลำพันไปทางทิศตะวันออกประมาณ ๑๕๐ เมตร ในเขตตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
พิกัดทางภูมิศาสตร์ รุ้ง ๑๗ องศา ๑ ลิปดา ๑๕ พิลิปดาเหนือ
แวง ๙๙ องศา ๔๓ ลิปดา ๐ พิลิปดาตะวันออก
อายุสมัย สุโขทัย
ลักษณะและสภาพ เป็นกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่โดยรอบเนินที่ตั้งมีคูน้ำล้อมรอบอยู่ทั้ง ๔ ด้าน กลุ่มโบราณสถานวัดหญ้ากร่อนนี้ประกอบด้วย โบราณสถานดังต่อไปนี้
๑. ฐานวิหาร ๕ ห้อง ก่ออิฐ และมีเสาทำด้วยศิลาแลงกลม ขนาดกว้างประมาณ ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร ตั้งอยู่กลางเนิน
๒. ฐานเจดีย์ทรงกลมแบบลังกา ขนาด ๑๒ x ๑๒ เมตร ก่อด้วยอิฐตั้งอยู่ด้านหลัง หรือทิศตะวันตกของวิหาร
๓. ฐานเจดีย์รายก่ออิฐ จำนวน ๔ องค์ ตั้งอยู่เรียงรายทั่วไป
๔. ฐานวิหารเล็กก่ออิฐ เสาทำด้วยศิลาแลง ขนาดกว้าง ๓ เมตร ยาว ๕ เมตร ตั้งอยู่ระหว่างกลางของวิหาร ๕ ห้อง กับเจดีย์ประธานทรงกลม
๕. ฐานศาลาก่ออิฐ ทำด้วยศิลาแลงกลม ขนาด ๔ เมตร ยาว ๕ เมตร ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของวิหารใหญ่
๖. คูน้ำที่ล้อมรอบกลุ่มโบราณสถานทั้งหมดไว้มีขนาดกว้างประมาณ ๖ เมตร ล้อมรอบพื้นที่ที่ตั้งโบราณสถานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขนาดกว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร
ประวัติ ไม่ปรากฏหลักฐานทางด้านเอกสารและศิลาจารึก
การดำเนินการ ๑. ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๔๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๒. ขุดแต่งและบูรณะ พ.ศ. ๒๕๑๕
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรน้อมใจปลูกดอกไม้สีเหลืองเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและถวายความอาลัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ทำโครงการปลูกต้นไม้มงคลจำนวน ๒๕๐ ต้น ดาวเรือง จำนวน ๑๐,๐๐๐ ต้น และปอเทือง จำนวน ๓๐ ไร่ ในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร รวมทั้งปล่อยพันธุ์ปลา ๕๐,๐๐๐ ตัวลงคูเมืองกำแพงเพชร เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๐ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ และเป็นการสนองนโยบายของกระทรวงมหาดไทยที่ชวนคนไทยร่วมกันปลูกดอกดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองให้บานสะพรั่งทั่วแผ่นดินในห้วงวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ ๙ ขณะนี้ดอกปอเทืองเริ่มออกดอกสีเหลืองมาตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ และคาดว่าจะบานสะพรั่งในช่วงวันพระราชพิธี และบานต่อเนื่องไปจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ส่วนดอกดาวเรืองจะเอาออกมาประดับสถานที่ในช่วงใกล้วันพระราชพิธี โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกำแพงเพชร สถานีพัฒนาที่ดินกำแพงเพชร สถานีวิจัยประมงน้ำจืดจังหวัดกำแพงเพชร ภาคเอกชน และประชาชนในท้องถิ่น นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาเที่ยวชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึกที่ทุ่งปอเทืองได้ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรเขตภายในกำแพงเมืองใกล้ประตูผี นอกจากจะได้ถ่ายภาพที่สวยงามกับทุ่งปอเทืองแล้ว ยังสามารถเที่ยวชมโบราณสถาน กำแพงเมือง ป้อม ประตูเมืองโบราณกำแพงเพชรได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทางอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรขอความกรุณาเพียงอย่าเหยียบย่ำทำให้ต้นปอเทืองเสียหาย และช่วยกันรักษาความสะอาดพื้นที่ เพื่อถนอมให้ต้นปอเทืองสวยงาม เป็นสัญลักษณ์แห่งการถวายความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่อันเปรียบประดุจ"พ่อ" ผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ที่ไหนๆก็มีปอเทือง ที่ไหนๆก็มีโบราณสถาน แต่ที่นี่มีปอเทืองอยู่กับโบราณสถาน คือผลพลอยได้จากการแสดงออกถึงความรักและอาลัยในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ การท่องเที่ยวและการถ่ายภาพสวยงาม...แท้จริงเพื่อคลายความทุกข์โศกและเยียวยาจิตใจของพวกเราชาวไทยมิให้เศร้าโศกจนสุดทน ผลที่ได้ตามมาคือการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเตรียมฟื้นคืนผืนป่าตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ มาแล้วอย่าลืมเลยไปเที่ยวโบราณสถานสำคัญในเขตอรัญญิก และเขตวัดพระแก้ว วัดพระธาตุ กลางเมืองกำแพงเพชร มีค่าใช้จ่ายเขตละ ๒๐ บาทสำหรับคนไทย และเขตละ ๑๕๐ บาทสำหรับชาวต่างชาติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ๐๙๕-๓๐๗-๘๒๑๑ , ๐๕๕-๘๕๔-๗๓๖ , ๐๕๕-๘๕๔-๗๓๗
วันพุธที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๓๐ น. คณะผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว จังหวัดสุรินทร์ จำนวน ๔ คน เข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ โดยมี นางสาวอรุณี แซ่เล้า หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ให้การต้อนรับและบรรยายนำชม
พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ
กับจังหวัดชัยนาท
ตลอดระยะเวลานับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นต้นมา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและทรงเยี่ยมพสกนิกรทั่วภูมิภาคแม้แต่ในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงตรากตรำพระวรกายเข้าไปแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือพสกนิกร เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขเป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไป สมดังพระปฐมบรมราชโองการ ที่พระราชทานในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
“….เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม…”
ซึ่งพระองค์ได้ทรงถือปฏิบัติตามพระราชปณิธานดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอตลอดมาจนบังเกิดประโยชน์แก่บ้านเมืองและพสกนิกรเป็นอเนกอนันต์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่จังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๘ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร ตำบลชัยนาท อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท และได้เสด็จประทับแรม ณ เขื่อนเจ้าพระยา ในวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๙๘ เสด็จทอดพระเนตรความก้าวหน้างานก่อสร้างเขื่อนเจ้าพระยา