ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,735 รายการ




อบรมผู้ใช้งานระบบสัมมนาออนไลน์ ในวันที่ 26 มีนาคม 2556 ตั้งแต่เวลา 9.00 - 16.00 โดยเจ้าหน้าที่บริษัท เอ็มเวิร์ค กรุ๊ป จำกัด


 "วันวิสาขบูชา" ตรงกับวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๕๕  ตรงกับวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพาน ถือเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของไทย และเป็นวันสำคัญของโลก          อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ได้จัดกิจกรรมทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์และสามเณร  ณ  ศาลาเอนกประสงค์ หน้าวัดพระสี่อิริยาบถ          ช่วงบ่ายมีกิจกรรม ฟังเทศก์ ปฏิบัติธรรม เวียนเทียน ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก กิจกรรมวันสำคัญครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษ เนื่องจากเป็นการฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี จึงขอน้อมนำหลักสอนทางพุทธศาสนามาปฏิบัติ คือ อริยสัจ ๔          ๑. ทุกข์ คือสภาพที่ทนได้ยาก ภาวะที่ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ ได้แก้ ชาติ (การเกิด)  ชรา (การแก่) มรณะ (การตาย)          ๒. สมุทัย คือสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์          ๓. นิโรธ คือความดับทุกข์          ๔. มรรค คือแนวปฏิบัติที่นำไปสู่หรือนำไปถึงความดับทุกข์


วันเสาร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๔ ขอเชิญผู้ปกครองทุกท่านพาลูกหลานเที่ยวชมงานวันเด็กแห่งชาติ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป ท่านจะได้พบกับเกมส์การละเล่นและของรางวัลมากมาย เช่น หลุมขุดค้นจำลองทางโบราณคดี ตอบคำถามทางโบราณคดีชิงรางวัล อีกทั้งยังสามารถเข้าชมโบราณวัตถุสำคัญของชาติที่หาชมได้ยาก ฟรี ทั้งครอบครัวอีกด้วย   สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี โทร. ๐-๔๕๒๕-๕๐๗๑, ๐-๔๕๒๕-๑๐๑๕


พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชุมพร ขอเชิญร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปีพ.ศ.2559 มีกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น การนำชมพิพิธภัณฑ์ฯ การแสดงบนเวี การตอบปัญหา การวาดภาพ ระบายสี และกิจกรรมประจำฐานต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 09.00 น ถึง 13.00 น.


เชิญร่วมกิจกรรมสันทนาการเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๖ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น ไม่เสียค่าใช้จ่าย



ดาวน์โหลดเอกสาร


กระดิ่งและวัชระ (Ghanta and Dorje)  สิ่งของสำคัญในพิธีกรรมของพุทธศาสนานิกายตันตระ ของชาวธิเบต ตามประเพณีของชาว  พุทธในธิเบต กระดิ่งใบนี้จะต้องอยู่คู่กับวัชระเพชรดอร์เจ (Dorje) ในการประกอบพิธีแบบตันตระโดยผู้ทำพิธีจะถือกระดิ่งไว้ในมือซ้าย ส่วนวัชระจะถือไว้ในมือขวาระหว่างการประกอบพิธี          กันตะ (Ghanta) ในภาษาธิเบตแปลว่า กระดิ่ง เป็นของใช้ในการประกอบพิธีตามความเชื่อของชาวธิเบตที่นับถือศาสนาพุทธนิกายตันตระ เชื่อกันว่าการใช้กระดิ่งและวัชระจะช่วยให้สามารถบรรลุธรรมได้ นอกจากนี้เสียงของกระดิ่งยังช่วยในเรื่องการกำหนดจิตภาวนาอีกด้วย      ตามหลักพุทธศาสนา กระดิ่งกันตะนี้เป็นตัวแทนพลังของความเป็นสตรีเพศ ปัญญาความสามารถในการรับรู้ และเสียงแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนวัชระนั้นเป็นตัวแทนของบุรุษเพศ                                          คำว่า Dorje เป็นคำในภาษาธิเบต หมายถึง สิ่งที่เป็นอมตะ หรือสิ่งที่ไม่สามารถทำลายได้วัชระในพุทธศาสนาของชาวธิเบตนั้นเป็นสัญลักษณ์แทนอำนาจของความเป็นบุรุษเพศ แรงดลใจและการตัดความไม่รู้ ความโง่เขลา และสิ่งลวงตาออกไป                                       ในพิธีกรรมของชาวธิเบตวัชระเพชรนี้จะอยู่คู่กับกระดิ่ง อันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสตรีเพศ โดยผู้ที่ทำพิธีจะนำของสองสิ่งนี้มาวางทาบบนอก จะเป็นสัญลักษณ์แทนการรวมเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพลังของชายและหญิง เมื่อรวมเอาทั้งสองสิ่งเข้าด้วยกันจะหมายถึงการปฏิบัติแต่ความหมายของของสำคัญ ๒ สิ่งนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงเท่านี้ หากแต่ยังมีความหมายอื่นที่ซ่อนเร้นอยู่อีก นั่นคือ กระดิ่งและวัชระยังหมายถึง การกระทำอันดีงาม และความกรุณาปรานีดังนั้นการใช้กระดิ่งและวัชระร่วมกัน จึงเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานกันระหว่างปัญญาและความกรุณาปรานี                                         ในสมัยโบราณเดิมทีนั้นวัชระเป็นสัญลักษณ์ของอสุนีบาตหรือสายฟ้าที่พระอินทร์เทพเจ้าของชาวฮินดูใช้กวัดแกว่งเป็นอาวุธ แต่ในพุทธศาสนาด้วยความสว่างไสวของมัน จึงทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของอสุนีบาตและเพชร ในฐานะอสุนีบาตหรือสายฟ้าจะถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำลายความมืดมิดในยามราตรีให้หมดไป ส่วนในฐานะเพชรก็เป็นตัวแทนที่สื่อถึงความแข็งแกร่งเหนือสิ่งอื่นใด เพราะเพชรเป็นสิ่งที่มีความแข็งแกร่งสามารถตัดสิ่งของต่างๆ ให้ขาดจากกันได้ชาวธิเบตจึงเชื่อกันว่าหากจิตใจบรรลุถึงแสงสว่างแห่งธรรมได้แล้ว ก็จะสามารถตัดม่านหมอกแห่งความโง่เขลาหรือความไม่รู้ให้หมดไปได้ รวมทั้งความสับสนว้าวุ่นใจที่มีอยู่ในจิตใจของปุถุชนทั่วไป   จาก หนังสือนัยแห่งสัญลักษณ์ ภาพประกอบ http://tibet-incense.com/blog/sand-mandala-yamantaka-mandala-day-11-part-2/ http://www.buddhafiguren.de/products/en/Ceremonial-Items/Ghanta/Ghanta-Set-bell-Lama-quality-22-cm.html http://www.dunum.ch/en/online-shop.html?page=shop.browse&category= http://www.asianart.com/lieberman/gallery2/d7441.html http://en.wikipedia.org/wiki/File:Vajrasattva_Tibet.jpg  



วันอังคารที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๐ สำนักปลัดเทศบาล เทศบาลนครระยอง เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการดำเนินการทำลายหนังสือราชการ ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี



หอระฆังไม้  วัดศรีบุญเรือง ที่ตั้ง              วัดศรีบุญเรือง  บ้านนาแบก  ตำบลเวียงคำ  อำเภอกุมภวาปี  จังหวัดอุดรธานี   พิกัดแผนที่       แผนที่ระวาง  5643  III  มาตราส่วน  1: 50,000                      พิมพ์ครั้งที่  1  -RTSD  ลำดับชุด  L  7017                      พิกัดกริด  48  QTD  910933                      เส้นรุ้ง  ๑๗  องศา  ๐๖  ลิปดา  ๕๗  ฟิลิปดา  เหนือ                      เส้นแวง  ๑๐๓  องศา  ๐๒  ลิปดา  ๐๙  ฟิลิปดา  ตะวันออก       สิ่งสำคัญที่ขึ้นทะเบียน                      ๑.หอระฆังไม้       ประวัติสังเขป                      สร้างวัดเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๔  ชาวบ้านเรียกว่า  วัดนาแบก  ผู้สร้างวัดคือ  คุณอบมา  คุณาวัตร  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่  ๑๕  พฤศจิกายน  พ.ศ.๒๕๑๙   หอระฆังสร้างในปี  พ.ศ.  ๒๕๐๒  แล้วเสร็จในปี  พ.ศ.  ๒๕๐๔  สร้างโดยพระอธิการประสิทธิ์  ปสิทธิโก  พร้อมชาวบ้านนาแบก  ช่างผู้นำในการก่อสร้างคือ  พ่อใหญ่สี  ประสงค์สุข  ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอระฆังเองทั้งหมดด้วย       ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม                      เป็นหอระฆังไม้ทรงสูง  เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส  สร้างด้วยไม้ทั้งหมด  เสารองรับหอระฆัง  มีขนาดเส้นรอบวงประมาณ  ๑.๑๕  เมตร  ระยะห่างของเสาทั้ง  ๔  ต้น  ห่างกันประมาณ  ๒.๑๐  เมตร  หอระฆังเป็นหอสูง  ๔  ชั้น  แต่ละชั้นปูพื้นไม้กระดาน  มีบันไดเชื่อมต่อกันทุกชั้น  หลังคาทรงจตุรมุขลดหลั่นกัน  ๓  ชั้น  ประดับด้วยลวดลายไม้ฉลุ  ลายเครือเถาลายกนก  ศิลปกรรมแบบพื้นถิ่นอีสาน       อายุสมัย          สร้างปี  พ.ศ.  ๒๕๐๒  แล้วเสร็จปี  พ.ศ. ๒๕๐๔  อายุประมาณ  ๔๐  ปีมาแล้ว       ประเภทโบราณสถาน                      หอระฆังในบริเวณวัด       ลักษณะการใช้งานในปัจจุบัน                      เลิกใช้งานแล้ว       การดำเนินงาน  -       การขึ้นทะเบียน                      ขึ้นทะเบียนและกำหนดเขตที่ดินโบราณสถาน  ในราชกิจจานุเบกษา  เล่ม  ๑๑๖   ตอนพิเศษ  ๑๗ ง.  วันที่  ๑๗  มีนาคม  ๒๕๔๒  พื้นที่ประมาณ  ๓  งาน  ๘๘  ตารางวา       ที่มาของข้อมูล                      ๑.ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖ ตอนพิเศษ ๑๗ ง.หน้า๑๐ วันที่ ๑๗ มีนาคม  ๒๕๔๒.                      ๒.สำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ  ที่  ๗  ขอนแก่น , รายงานการสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณสถานหอระฆังไม้  อำเภอกุมภวาปี  จังหวัดอุดรธานี , ๒๕๔๑


black ribbon.