ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 49,763 รายการ


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       64/7หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               20 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 55.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก          เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด  ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฎฐาน)อย.บ.                       86/4หมวดหมู่                   พุทธศาสนาประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานลักษณะวัสดุ               30 หน้า : กว้าง 5 ซม. ยาว 54.5 ซม.บทคัดย่อ/บันทึก                    เป็นคัมภีร์ใบลาน ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา 



ชื่อเรื่อง : สมุดภาพแสดงเครื่องแต่งกายตามสมัยประวัติศาสตร์และโบราณคดี = An illustrated book of costumes based on historical and archaeological evidence  หัวเรื่อง : เครื่องแต่งกาย -- ไทย     เครื่องแต่งกาย -- สมัยทวาราวดี พุทธศตวรรษที่ 11-16     เครื่องแต่งกาย -- สมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13-18     เครื่องแต่งกาย -- สมัยลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 16-19     เครื่องแต่งกาย -- สมัยเชียงแสน พุทธศตวรรษที่ 17-25     เครื่องแต่งกาย -- สมัยสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 19-20     เครื่องแต่งกาย -- สมัยอยุธยา พ.ศ.1893-2310     เครื่องแต่งกาย -- สมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2310  คำค้น : เครื่องแต่งกาย  รายละเอียด : กรมศิลปากร รวบรวมจัดพิมพ์ประกอบแสดงการแต่งกาย เนื่องในงานฉลองครบ 20 ปี สภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2511   ผู้แต่ง : กรมศิลปากร  แหล่งที่มา : หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี  หน่วยงานที่รับผิดชอบ/ สำนักพิมพ์/ โรงพิมพ์ : กรมศิลปากร  ปีที่พิมพ์ : 2511  วันที่เผยแพร่ : 22 กรกฎาคม 2568  ผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน : -  ลิขสิทธิ์ : กรมศิลปากร  รูปแบบ : PDF.  ภาษา : ภาษาไทย  ประเภททรัพยากร : หนังสือกรมศิลปากร  ตัวบ่งชี้ : -  รายละเอียดเนื้อหา : อธิบายเรื่องเครื่องแต่งกายสมัยต่างๆ ได้แก่ สมัยทวาราวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ที่ช่างศิลป์กรมศิลปากรเขียนเลียนแบบจากศิลปะโบราณวัตถุ พร้อมคำอธิบายภาษาอังกฤษประกอบ  เลขทะเบียน : น. 34 บ. 6214 จบ. (ร)  เลขหมู่ :      ห                 391               ศ528ส 


             กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๔ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร               กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญพระธาตุในพระกรัณฑ์ ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปองค์สำคัญ  ซึ่งประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ ๙ องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร ณ ศาลาสำราญมุขมาตย์ เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่               เทวดานพเคราะห์มีต้นกำเนิดมาจากโหราศาสตร์ฮินดูที่นับถือพระสุริยเทพ (พระอาทิตย์)  ซึ่งมีเทพบริวารอีก ๘ องค์ รวมเป็น ๙ องค์ ถือว่าเป็นเทพที่ปกปักรักษาชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย ประกอบด้วย พระอาทิตย์ ทรงราชสีห์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง พระจันทร์ ทรงม้า พระอังคาร ทรงมหิงสา พระพุธ ทรงคชสาร พระพฤหัสบดี ทรงกวาง พระศุกร์ ทรงโค พระเสาร์ ทรงพยัคฆ์ พระราหู ทรงพญาครุฑ และ พระเกตุ ทรงนาค               นอกจากนี้ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดงาน “สงกรานต์แฟร์ ๒๐๒๕ : มู x คราฟต์” ชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง “เก้าดารา” ณ ระเบียงด้านหน้าพระที่นั่งอิศราวินิจฉัย หมุนกาชาปองชุดพิเศษ "เทวดานพเคราะห์ รุ่นมหาโชค" สะสมตราประทับที่ระลึก และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย                ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ และงาน “สงกรานต์แฟร์ ๒๐๒๕ : มู x คราฟต์” เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี ๒๕๖๘ ระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๔ เมษายน ๒๕๖๘ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๔๐๒--------------------------------------------- พระธาตุ ๒๓ องค์ ประดิษฐานในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๒ เซนติเมตร สูง ๓.๕ เซนติเมตร เป็นภาชนะทองคำทรงโกศยอดปริกขนาดเล็กภายในประดิษฐานพระธาตุ ๒๓ องค์ เดิมทีพระกรัณฑ์นี้อยู่ในก้านพระรัศมีของพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบันความเป็นมาของพระธาตุนี้ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจมีการประดิษฐานไว้ในพระเศียรพระพุทธสิหิงค์มาก่อนแล้วจึงมีการสร้างพระกรัณฑ์ทองคำลงยาถวายภายหลัง หรือเป็นการประดิษฐานในภายหลังทั้งหมดก็เป็นได้ การจำหลักลายแล้วลงยาสีที่รู้จักกันในชื่อ การลงยา นั้น ปรากฏหลักฐานการใช้งานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งสีและเทคนิคในการลงยาสันนิษฐานว่า อาจจะทำขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์   พระอาทิตย์ เป็นเทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพ นพเคราะห์ทั้งปวง พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ ๖ ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระแต่ซื่อสัตย์ เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข ๑ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๖   พระจันทร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา ๑๕ นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี สัญลักษณ์เลข ๒ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๕   พระอังคาร พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ ๘ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษผิวสีทองแดงทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์ สัญลักษณ์เลข ๓ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๘   พระพุธ พระอิศวรทรงใช้ช้าง ๑๗ เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤตได้บุรุษมีผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุม รอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู สัญลักษณ์เลข ๔ มีกำลัง พระเคราะห์เป็น ๑๗  พระพฤหัสบดี พระอิศวรสร้างจากฤษี ๑๙ ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระพฤหัสบดี มีผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์ สัญลักษณ์เลข ๕ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๙ เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี พระศุกร์ พระอิศวรทรงสร้างจากโค ๒๑ ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤตเป็นพระศุกร์ มีผิวกายสีฟ้าทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์ สัญลักษณ์เลข ๖ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๒๑ พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์   พระเสาร์ พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ ๑๐ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤตได้พระเสาร์มีสีกายดำคล้ำ ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์ สัญลักษณ์เลข ๗ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๐   พระราหู พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก ๑๒ หัว (บางตำราว่าผีโขมด ๑๒ ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมน้ำอมฤตได้เป็นพระราหู มีกายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ สัญลักษณ์เลข ๘ มีกำลังพระเคราะห์เป็น ๑๒   พระเกตุ พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค ๙ ตัว กายสีทองคำทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา(เปลวไฟ) ประจำอยู่ในทิศท่ามกลาง บ้างว่าพระเกตุเกิดจากหางของพระราหู ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข ๙  



ชื่อเรื่อง                     สตฺตปฺปกรณาภิธมฺม (สงฺคิณี-มหาปฏฺฐาน)อย.บ.                       143/6ประเภทวัสดุ/มีเดีย       คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่                   พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ               42 หน้า กว้าง 4.5 ซม. ยาว 54.5 ซม.หัวเรื่อง                     พระอภิธรรมปิฎก                              พระยมกบทคัดย่อ/บันทึก           เป็นคัมภีร์ใบลาน  ฉบับล่องชาด ไม้ประกับธรรมดา ได้รับจาก จ.พระนครศรีอยุธยา


           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ขอเชิญท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ในเดือนกรกฎาคม 2568 มีกิจกรรมต้อนรับหน้าฝนให้ทุกท่านได้ลองทำ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ มาเรียนรู้ลวดลายเครื่องจักสานและประดิษฐ์ตะกร้าดอกไม้จากลวดกำมะหยี่สีสันสดใส ไปฝากคนที่บ้านกันได้ ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4223 5040 Facebook “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง : Banchiang National Museum”


เลขทะเบียน : นพ.บ.693/1ขห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณ                                                                                หมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 16 หน้า ; 5 x 56 ซ.ม. : รักทึบ-ลานดิบ-ล่องชาด-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 219 (209-226) ผูก 1ข (2568)หัวเรื่อง : ฉลองสังฮอมธาตุ--เอกสารโบราณ             คัมภีร์ใบลาน             พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา  สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม


เลขทะเบียน นม.บ.9/16


กรมศิลปากร เชิญชวนทุกท่านติดตามชม “ศิลป์ stories“ คนกรมศิลป์มีเรื่องเล่า เพราะทุกเรื่องราวมีชีวิต และทุกเทคนิคมีความหมาย รายการ Podcast ที่สนุกและได้ความรู้จากกรมศิลปากร วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569  เวลา 14.00 - 15.00 น. ในตอน “ศูนย์วิทยาศาสตร์แห่งใหม่ ก้าวต่อไปของงานอนุรักษ์มรดกชาติ” ร่วมพูดคุยไปกับ โสภิต ปัญญาขัน ผู้อำนวยการกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และสรรินทร์ จรัลนภา นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ ดำเนินรายการโดย ณัฐชยา พัฒนสุทธิรัตน์ นักวิทยาศาสตร์ กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รับชมได้ผ่านทาง Facebook: กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept  และ Facebook: กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts  และช่อง Youtube: กรมศิลปากร  “ศิลป์ stories“ รายการ Podcast ที่สนุก และได้ความรู้จากกรมศิลปากร กำหนดออนไลน์ทุกวันเสาร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา 14.00 - 15.00 น. เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม - กันยายน 2569





black ribbon.