ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 49,743 รายการ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป เปิดรับสมัครคัดเลือกผลงานเพื่อจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ประจำปีงบประมาณ 2570 ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สำหรับศิลปินและผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่สนใจ สามารถขอรับแบบฟอร์มและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ที่ ฝ่ายวิชาการ อาคารสำนักงาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เปิดทำการวันพุธ – วันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 16.00 น. (หยุดวันจันทร์ วันอังคาร) หรือที่ Email: national.gallery.th@gmail.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2282 0639 Facebook: The National Gallery of Thailand https://www.facebook.com/TheNationalGalleryThailand
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน
ไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ จังหวัดปทุมธานี
วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๙ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมี ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดปทุมธานี และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
โอกาสนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กราบบังคมทูลเบิกผู้อนุรักษ์มรดกไทยดีเด่นและผู้สนับสนุนการดำเนินงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘ จำนวน ๑๘ ราย เข้ารับพระราชทานเข็มเกียรติคุณวันอนุรักษ์มรดกไทย จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินเข้าภายในอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ทอดพระเนตรนิทรรศการความเป็นมาของกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ และห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทต่าง ๆ อาทิ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โลหะวัตถุ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรม ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุขนาดใหญ่ ห้องปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุประเภทชุ่มน้ำ
กรมศิลปากรได้น้อมนำกระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับแนวทางการกําจัดสนิมพระแสงขรรค์เมื่อแรกพบจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้นทางการจัดตั้งงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุของกรมศิลปากร เมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๓ พร้อมจัดสร้างอาคารซ่อมสงวนรักษาศิลปโบราณวัตถุ ในบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กระทั่งปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๔ กรมศิลปากร เริ่มจัดสร้างอาคารศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์แห่งใหม่อยู่คู่กับอาคารคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพื้นที่ศูนย์ราชการกรมศิลปากร ตําบลคลองห้า อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อรองรับเทคโนโลยีสนับสนุนการศึกษาวิจัยและอุปกรณ์เครื่องมือด้านการอนุรักษ์โบราณวัตถุที่ทันสมัยขึ้น
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ มีขนาดพื้นที่ใช้สอยภายในรวม ๓,๓๔๗ ตารางเมตร ประกอบด้วย อาคารปฏิบัติการหลัก สูง ๔ ชั้น แบ่งเป็นส่วนปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ และส่วนปฏิบัติการอนุรักษ์โบราณวัตถุ อาคารอนุรักษ์โบราณวัตถุ ประเภทชุ่มน้ำ สําหรับอนุรักษ์โบราณวัตถุที่พบจากพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ มีระบบควบคุมอากาศที่ดี เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนชื้น และมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทํางาน นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่บริการความรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องประชุม และโถงนิทรรศการเผยแพร่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ ถือเป็นการยกระดับงานวิทยาศาสตร์และการศึกษาวิจัยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ครบถ้วน มีมาตรฐานระดับสากล และยังเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยน การถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการปฏิบัติการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรม และทรัพยากรสารสนเทศด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนานาชาติที่ทันสมัย เพื่อให้บริการประชาชน และเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์มรดกศิลปวัฒนธรรมระดับภูมิภาคต่อไป
วิหารทับเกษตร เป็นระเบียงที่มีหลังคาคลุมรอบฐานสี่เหลี่ยมของพระบรมธาตุเจดีย์ ดังนั้น บางครั้งคนในท้องถิ่นจึงเรียกระเบียงนี้ว่า “ระเบียงตีนธาตุ” ซึ่งหมายถึงระเบียงที่ฐานของพระบรมธาตุเจดีย์ ทางเดินเวียนรอบที่ถูกปกคลุมโดยวิหารนี้ได้รับการสร้างขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 13 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 15 พร้อมกับการสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ช่วงแรก และเช่นเดียวกับพระบรมธาตุ ทางเดินเวียนนี้ได้รับการบูรณะในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพุทธศตวรรษที่ 16 - 18 ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้
วิหารนี้มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมล้อมรอบฐานของพระบรมธาตุทั้งสี่ด้าน โดยยื่นออกจากฐานของเจดีย์ซึ่งมีความกว้าง 3.60 เมตร และหลังคามีความสูง 5.80 เมตร หลังคาลาดลงจากทางเดินเวียนรอบองค์ระฆังไปยังเสาอิฐ จำนวน 11 ต้น ในแต่ละด้าน และเว้นระยะห่างกัน 2.75 เมตร ส่วนบนของหลังคาทำจากไม้ โดยในช่วงแรกหลังคาอาจถูกมุงด้วยใบจาก แต่ในภายหลังใช้กระเบื้องดินเผาแทน วิหารแห่งนี้ทำให้เกิดทางเดินยาวใต้หลังคาที่ล้อมรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งทำหน้าที่เป็นสถานที่สำหรับทำกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ เช่น การเดินประทักษิณ การบูชาพระบรมสารีริกธาตุประจำวัน การเวียนเทียน ฟังธรรม สวดมนต์ และการเดินจงกรม
การออกแบบวิหารทับเกษตรซึ่งปรับให้เหมาะสมกับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่มักมีฝนตกหนัก ทำให้สามารถปกป้องประติมากรรมช้างและพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่ภายใน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่โดดเด่นและมีคุณค่ามากที่สุดของวิหาร การสร้างหลังคาคลุมเพื่อป้องกันจึงเป็นมาตรการที่เหมาะสมและจำเป็น นอกจากนี้ ยังมีประโยชน์ในทางปฏิบัติสำหรับพระสงฆ์ ผู้ศรัทธา และผู้แสวงบุญที่มาสักการะพระบรมธาตุเจดีย์อีกด้วย สถาปัตยกรรมลักษณะนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีฝนตกชุก และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับวัดอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ เช่น วัดพะโคะในจังหวัดสงขลา
หนังสือนำชมโบราณสถานที่สำคัญในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล)
สำนักศิลปากรที่ ๑๓ สงขลา ได้จัดพิมพ์หนังสือนำชมโบราณสถานที่สำคัญในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสตูล เพื่อเป็นคู่มือในการนำชมโบราณสถาน สร้างความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์โบราณคดีที่ถูกต้องในพื้นที่ดังกล่าว
หนังสือนี้ได้คัดสรรโบราณสถานสำคัญโดดเด่นจากหนังสือทำเนียบแหล่งมรดกทางศิลปวัฒนธรรมในเขตพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นข้อมูลโบราณสถานที่ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๘ - ๒๕๕๑ นำมาปรับปรุงแก้ไขเนื้อหาให้กระชับ อ่านง่าย เหมาะสำหรับการเที่ยวชมโบราณสถาน พร้อมทั้งเพิ่มเติมเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ความหมายของโบราณสถาน ข้อควรปฏิบัติในการชมโบราณสถาน ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะภูมิอากาศ ข้อมูลการเดินทาง แผนที่ แผนผัง และภาพประกอบที่สวยงามของโบราณสถานแต่ละแห่ง โดยได้จัดทำเป็น ๒ ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ หนังสือนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมายาวนานนับหมื่นปี แสดงให้เป็นถึงความหลากหลายของผู้คนและสังคม
หนังสือจำหน่ายราคาเล่มละ ๘๕๐ บาท พร้อมซีดีหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ติดต่อซื้อได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทุกแห่งในพื้นที่ภาคใต้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. ๐ ๗๔๓๓ ๐๒๕๕-๖
ผู้แต่ง : - ปีที่พิมพ์ : ม.ป.ป. สถานที่พิมพ์ : ม.ป.ท. สำนักพิมพ์ : ม.ป.พ. พระยาพรหมโวหาร หรือ พญาพรม เดิมชื่อว่า พรมมินทร์ มีเชื้อสายของตระกูลเจ้าเจ็ดตน สืบเชื้อสายจาก หนานทิพย์ช้าง หรือพระยาสุลวฤาไชยสงคราม ผู้กอบกู้ละกอน (ลำปาง ปัจจุบัน) จากผู้นำหละปูน คือท้าวมหายศ (ลำพูน ปัจจุบัน) ซึ่งได้รับอำนาจสืบมาจาก ม่าน (พม่า) สมัย ม่านกินหัวเมืองล้านนา พ่อของพรมมินทร์ คือแสนเมืองมา (เป็นชื่อขุนนาง ของเวียงละกอน น่าจะเป็นชื่อตำแหน่ง เพราะสมัยนั้นจะมีตำแหน่งที่ขึ้นต้นด้วยแสน เช่น แสนหนังสือ เป็นต้น แต่ชื่อตำแหน่งนี้ จะไปคล้องกับชื่อเจ้าแสนเมืองมา ของเวียงปิงเจียงใหม่ตวย) ผู้ถือกุญแจคลังหลวงของเจ้าเมืองละกอน มีแม่มาดา ชื่อว่า เป็ง
วันศุกร์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๐:๐๐ น. โรงเรียนชลประทานวิทยา จังหวัดนนทบุรี นำนักเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๑ จำนวน ๑๒๐ คน พร้อมคณะครู ๒๐ ท่าน เดินทางศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร โดยมีนางสาววิรงค์รอง เกตุทิม นักวิชาการวัฒนธรรม บรรยายให้ความรู้
หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี เปิดให้บริการภาพงานพิธีรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ประจำปี 2553 ผู้สนใจสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี ในวันและเวลาราชการ
ขอเชิญชมนิทรรศการเนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เรื่อง เส้นทางการค้าขายและการเกิดขึ้นของเมืองโบราณ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพร ห้องนิทรรศการพิเศษ ชั้น 2 ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง 31 มกราคม 2559
วันจันทร์ ที่ ๑๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอม เพื่อนำมาจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายฉัตรชัย ปิ่นเงิน หัวหน้างานโหรพราหมณ์ เป็นผู้อ่านโองการบวงสรวง มีข้าราชการและประชาชนร่วมงานเป็นจำนวนมาก
อนึ่ง ไม้จันทน์หอมนี้ อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ได้คัดเลือกต้นไม้จันทน์หอมที่ยืนต้นตายตามธรรมชาติ จำนวน ๑๒ ต้น โดยจะดำเนินการตัด และแปรรูป พร้อมนำส่งมอบให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เพื่อนำไปจัดสร้างพระบรมโกศจันทน์ เพื่อใช้ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในลำดับต่อไป
งานสำรวจตรวจสภาพโบราณสถานบารายเมืองพิมายด้านทิศใต้
และถากถางกำจัดวัชพืชเพื่อวางแนวสำรวจถนนเข้าสู่แหล่ง
เพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
งบประมาณ ๒๕๕๙ วันที่ ๑๙-๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘