ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 50,025 รายการ
เลขทะเบียน: กจ.บ.1/1-7:1ก-5ก,5ข,7ก ชื่อเรื่อง: พระอภิธมฺมสงฺคิณีปริจฺเฉท พระสมนฺตมหาปฏฺฐาน ข้อมูลลักษณะ: อักษรขอม ภาษาบาลี-ไทย เส้นจาร ฉบับล่องชาด ประวัติ : ได้มาจากวัดห้วยสะพาน ต.หนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2533 จำนวน 1คัมภีร์ 14 ผูก จำนวนหน้า: 326
แผ่นอิฐปิดทองคำเปลว จำนวน ๒ แผ่น จัดแสดง ณ อาคารจัดแสดง ๒ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง
อิฐแผ่นที่ ๑ กว้าง ๑๖ เซนติเมตร ยาว ๓๕ เซนติเมตร หนา ๖.๕ เซนติเมตร อิฐมีเนื้อละเอียด มีการขัดผิวบริเวณด้านหน้าและด้านข้างทำให้ผิวเรียบ ด้านหลังมีผิวหยาบปรากฏร่องรอยแกลบข้าวในเนื้ออิฐ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของอิฐในสมัยทวารวดี ด้านหน้าของแผ่นอิฐปิดทองคำเปลวเป็นแถบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีบางส่วนชำรุดหลุดร่อนออกเห็นคราบสีขาว สันนิษฐานว่าเป็นกาวหรือยางไม้ ที่ใช้ปิดทองคำเปลวเข้ากับแผ่นอิฐ ร่องรอยลักษณะนี้ยังปรากฏบนส่วนขอบผิวด้านหน้าและด้านข้างของแผ่นอิฐด้วย
อิฐแผ่นที่ ๒ กว้าง ๑๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๓๒.๕ เซนติเมตร หนา ๖ เซนติเมตร อิฐมีเนื้อละเอียด ผิวด้านหน้าและด้านข้างเรียบจากการขัดผิว ด้านหลังไม่มีการขัดผิวทำให้เห็นร่องรอยแกลบข้าวในเนื้ออิฐ ด้านหน้ามีร่องรอยการตีตารางสี่เหลี่ยมจำนวน ๔ แถว ๆ ละ ๑๐ ช่อง ทำให้เกิดช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส จำนวน ๔๐ ช่อง บางช่องมีร่องรอยคราบสีขาวที่อาจเป็นกาวหรือยางไม้ และบางช่องมีการปิดทองคำเปลวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส สันนิษฐานว่าแต่เดิมอาจมีทองคำเปลวปิดไว้ทุกช่องก็เป็นได้
อิฐทั้งสองแผ่นนี้ผลิตขึ้นด้วยฝีมือประณีตแตกต่างจากอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างทั่วไป ทั้งยังมีการปิดแผ่นทองคำเปลว ซึ่งถือเป็นวัสดุมีค่า จึงสันนิษฐานว่าอิฐทั้งสองแผ่นนี้อาจสร้างขึ้นเพื่อเป็น “อิฐฤกษ์” ที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมเมื่อเริ่มก่อสร้างศาสนสถาน เพื่อให้พื้นที่เกิดความเป็นสิริมงคลและความศักดิ์สิทธิ์ โดยคติการวางฤกษ์ปรากฏมาแล้วในอินเดีย และส่งอิทธิพลให้ชาวพื้นเมืองทวารวดี กำหนดอายุแผ่นอิฐทั้งสองในสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓ – ๑๕ หรือประมาณ ๑,๑๐๐ – ๑,๓๐๐ ปีมาแล้ว
ปรากฏหลักฐานการวางอิฐฤกษ์ที่โบราณสถานในเมืองโบราณสมัยทวารวดีหลายแห่ง โดยอิฐฤกษ์ที่พบมีรูปแบบแตกต่างกัน แต่มีลักษณะร่วมกันคือ การผลิตด้วยฝีมือประณีต และมีการตกแต่งผิวหน้าอิฐ ได้แก่ อิฐฤกษ์เขียนสีเป็นรูปลายก้านขดและลายเรขาคณิตพบจากเจดีย์หมายเลข ๑ เมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี อิฐฤกษ์จำหลักลายพรรณพฤกษา ลายก้านขดและลายเรขาคณิตพบจากเจดีย์จุลประโทน จังหวัดนครปฐม อิฐฤกษ์ปิดทองคำเปลวพบจากโบราณสถานที่เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี และ อิฐฤกษ์ปิดทองคำเปลวพบจากโบราณสถานที่เมืองโบราณบ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
วิภาดา อ่อนวิมล. “อิฐมีลวดลายในสมัยทวารวดี”. เอกสารการศึกษาเฉพาะบุคคล ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๕๖.
ชื่อเรื่อง นิสัยวิสุทธิมรรค (นิไสวิสุทธิมัค)
สพ.บ. 275/1ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 52 หน้า กว้าง 4 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา--ปกรณ์พิเศษ พุทธศาสนา--คัมภีร์
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับล่องชาด ได้รับบริจาคมาจากวัดบ้านหมี่ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
การทอผ้านับเป็นภูมิปัญญาของชาวสยามมาแต่โบราณกาล โดยเฉพาะเมืองจันทบุรีมีการทอผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองกันแพร่หลาย ดังพระราชหัตถเลขาพระพุทธเจ้าหลวงคราวเสด็จประพาสหัวเมืองชายทะเลตะวันออกเมื่อ พ.ศ.2419 ว่า...เมื่อวานนี้เราซื้อผ้าได้ที่บางกระจะ...ซึ่งผ้าที่พระองค์ทรงซื้อจากราษฎร ได้พระราชทานให้ผู้ติดตามและทหารตามเสด็จฯนั้นเป็นผ้าตาสมุกไหม ผ้าตาสมุกด้ายแกมไหม และผ้าพื้นเมือง นอกจากนี้ยังได้มีพระราชนิพนธ์ชื่นชมผ้าไหมเมืองจันทบุรีว่า"ดูงามดีนัก" การทอผ้าไหมและผ้าพื้นเมืองของชาวจันท์ มีเทคนิคการย้อมผ้าด้วยการผสมสีจากเปลือกไม้หรือแก่นพรรณไม้ หรือวัสดุพื้นบ้านธรรมชาติ ทำให้สีคงทนอยู่ได้เป็นร้อยปี จากชื่อเสียงที่โด่งดังในการทอผ้าของคนไทย กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายกราชบัณฑิตยสภา จึงมีดำริที่จะบันทึกไว้เป็นตำรา จึงได้มีท้องตรามายังมณฑลต่างๆรวมทั้งมณฑลจันทบุรีให้รายงานสีสำหรับการย้อมด้ายและไหม จากเอกสารจดหมายเหตุได้ระบุไว้ว่าชนิดของสีธรรมชาติที่ใช้ย้อมด้ายและไหมของมณฑลจันทบุรี มีความหลากหลายกว่ามณฑลอื่นๆ ได้แก่สีเหลือง ทำด้วยเปลือกมะพูด สีน้ำตาล ทำด้วยแก่นแกแล สีเขียว ทำด้วยเปลือกมะพูดกับผงคราม สีหมากรุก ทำด้วยเมล็ดลูกคำ สีแดง ทำด้วยครั่งไทยและใบโรงทอง สีช็อกแกแร้ต ทำด้วย เปลือกโปรง สีดำ ทำด้วยลูกมะเกลือ สีน้ำเงินคราม ทำด้วยใบคราม สีม่วง ทำด้วยครั่งไทยกับใบคราม (ภาษาที่ใช้ตามต้นฉบับ :ผู้เขียน) ซึ่งสีธรรมชาติเหล่านี้เป็นพันธุ์ไม้ที่ส่วนใหญ่หาได้เฉพาะถิ่นในเมืองจันทบุรีเอง ส่วนจังหวัดตราดและจังหวัดระยองมีรายงานมาว่า จังหวัดระยองมีการย้อมผ้าด้วยมะเกลือเพียงเล็กน้อย ส่วนจังหวัดตราดไม่มีการย้อมผ้าเองเลย ///ผู้เขียนเห็นว่าเทคนิคการย้อมผ้าโบราณด้วยสีธรรมชาติน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจจะฟื้นฟูการทอผ้าพื้นเมือง และการย้อมผ้าด้วยภูมิปัญญาของบรรพชน ย่อมมีโอกาสในการสร้างมูลค่าและคุณค่าในวงการทอผ้าต่อไป--------------------------------------------------------------------ผู้เขียน สุมลฑริกาญจณ์ มายะรังษี นักจดหมายเหตุชำนาญการ --------------------------------------------------------------------อ้างอิง เอกสารจดหมายเหตุลายลักษณ์.(13)มท2.5/29เรื่อง ให้สอบสวนการย้อมผ้าสมัยโบราณราชบัณฑิตยสภา.[14 ต.ค.-10 ธ.ค.2473].
งองขูดมะพร้าว งองขูดมะพร้าวหรือแมวขูดมะพร้าว คนภาคกลางเรียก กระต่ายขูดมะพร้าว แต่คนล้านนาเรียก “งอง” ซึ่งเรียกตามลักษณะของเหล็กที่ใช้ขูด มีรูปงอ ฟันเหล็กเป็นซี่ ๆ “กองงอง” มีใช้กันทั่วไป ตัวฐานทำจากไม้สัก มีไว้สำหรับนั่ง แกะขาด้านหนึ่งสูง ด้านหนึ่งต่ำ แล้วเจาะรูสำหรับใส่เหล็กขูดในด้านที่สูงกว่า แล้วตกแต่งให้เหมือนรูปสัตว์ เช่น แมว กระต่าย แมวขูดมะพร้าวเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือนที่จำเป็น ยิ่งในงานบุญมักใช้เพื่อขูดมะพร้าวทำอาหารทั้งคาวและหวาน แต่ปัจจุบันหาได้ยากแล้ว เนื่องจากหากต้องการมะพร้าวจะไปซื้อที่โม่สำเร็จกันในตลาด หรือไม่ก็ใช้นมสดปรุงอาหารแทนกะทิภาพ : พิพิธภัณฑ์ชุมชนวัดเกตการามอ้างอิง : ศรีเลา เกษพรหม.เครื่องใช้ล้านนา.“แมวขูดมะพร้าว” (Online). http://www.sri.cmu.ac.th/~elanna/elanna51/misc/misc1-14.html,สืบค้นเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๔.
ชื่อเรื่อง ประวัติพระยาพิพิธสมบัติผู้แต่ง -ประเภทวัสดุ/มีเดีย หนังสือหายากหมวดหมู่ ประวัติศาสตร์เลขหมู่ 923.2593 พ722ปสถานที่พิมพ์ พระนครสำนักพิมพ์ โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจปีที่พิมพ์ 2498ลักษณะวัสดุ 22 ซ.ม. 172 หน้า.หัวเรื่อง ชีวประวัติ
เล่าเรื่องเที่ยวเมืองพม่า
ภาษา ไทยบทคัดย่อ/บันทึก
หนังสือชีวประวัติของมหาอำมาตย์ พระยาพิพิธสมบัติ (ดาบ กุวานนท์)
และตามด้วยเล่าเรื่องเที่ยวเมืองพม่า (บางตอน) พระนิพนธ์โดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
เลขทะเบียน : นพ.บ.196/1ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 56 หน้า ; 4.5 x 47 ซ.ม. : รักทึบ-ล่องรัก ; ไม่มีไม้ประกับชื่อชุด : มัดที่ 108 (133-140) ผูก 1 (2565)หัวเรื่อง : อาการวตฺตสุตฺต(อักกรวัตตสูตร)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
เลขทะเบียน : นพ.บ.305/2ห้องจัดเก็บ : ศรีโคตรบูรณ์ประเภทสื่อ : เอกสารโบราณหมวดหมู่ : พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ : 26 หน้า ; 4.5 x 55 ซ.ม. : ทองทึบ-ชาดทึบ ; ไม้ประกับธรรมดาชื่อชุด : มัดที่ 124 (287-301) ผูก 2 (2565)หัวเรื่อง : สตฺตปฺปกรณาภิรมฺม (อภิธัมมสังคิณี-พระมาหาปัฏฐาน)--เอกสารโบราณ คัมภีร์ใบลาน พุทธศาสนาอักษร : ธรรมอีสานภาษา : ธรรมอีสานบทคัดย่อ : มีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธศาสนา สามารถสืบค้นได้ที่ห้องศรีโคตรบูรณ์ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นครพนม
โบราณสถานกู่พราหมณ์จำศีล ตำบลนางรำ อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา
#โบราณสถานกู่พราหมณ์จำศีล มีปราสาทประธาน 3 หลัง เรียงกันตามแนวแกนทิศเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ปราสาททั้ง 3 หลัง มีประตูทางเข้าเฉพาะด้านทิศตะวันออก ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้มีบรรณาลัยตั้งอยู่ ศาสนสถานถูกล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และคูน้ำเว้นทางเข้าตามแนวแกนทิศด้านทิศตะวันออก-ตะวันตก ใช้วัสดุศิลาแลงและหินทราย ทั้งนี้ ปรากฏภาพสลักทับหลังที่น่าสนใจ ที่ติดกับตัวงปราสาท จำนวน 6 ชิ้น ดังนี้
#ชิ้นที่1 ทับหลังปราสาทหลังกลาง #สลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ประทับนั่งในท่ามหาราช (นั่งชันเข่า) ซึ่งเป็นเทพประจำทิศตะวันออก ประทับยืนอยู่เหนือหน้ากาล ห้อมล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งเป็นพรรณพฤกษาที่ออกมาจากปากของหน้ากาล
#ชิ้นที่2 ทับหลังปราสาทหลังทิศเหนือ #สลักภาพบุคคลนั่งชันเข่า อยู่ในกรอบซุ้มเรือนแก้ว เหนือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย ห้อมล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งเป็นพรรณพฤกษาที่ออกมาจากปากของหน้ากาล
#ชิ้นที่3 ทับหลังบรรณาลัยด้านทิศใต้ #สลักภาพบุคคลไว้เครา ประทับนั่ง ขนาบข้างด้วยสตรี ซ้ายและขวา ห้อมล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งเป็นพรรณพฤกษาที่ออกมาจากปากของหน้ากาล
#ชิ้นที่4 ทับหลังบรรณาลัยด้านทิศเหนือ #สลักภาพบุคคลนั่งชันเข่า มือขวาถือดาบ อยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เหนือหน้ากาล คายท่อนพวงมาลัย ขนาบด้วยสิงห์มือจับท่อนพวงมาลัย สันนิษฐานว่าเป็นเทพผู้ปกปักรักษาศาสนสถานแห่งนี้
#ชิ้นที่5 ทับหลังฝั่งตะวันออกของโคปุระด้านตะวันตก #สลักภาพพระนารายณ์ทรงครุฑ เหนือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย ห้อมล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งเป็นพรรณพฤกษาที่ออกมาจากปากของหน้ากาล
#ชิ้นที่6 ทับหลังฝั่งตะวันออกของโคปุระด้านตะวันตก #สลักภาพพระวรุณทรงหงส์ ซึ่งเป็นเทพประจำทิศตะวันตก ยืนอยู่เหนือหน้ากาล ห้อมล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา ซึ่งเป็นพรรณพฤกษาที่ออกมาจากปากของหน้ากาล
จากรูปแบบศิลปกรรมของภาพสลักทับหลัง มีลักษณะคล้ายกับทับหลังศิลปะเขมร แบบาปวน จึงกำหนดอายุสมัยโบราณสถานกู่พราหมณ์จำศีล มีอายุอยู่ในช่วง ครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16
หลายคนคงสงสัยว่า #ทับหลังแบบบาปวน ดูจากอะไร? ขอให้ทุกคนสังเกต โครงสร้างหลักของทับหลังแบบบาปวน คือ หน้ากาลอยู่กึ่งกลางด้านล่างของทับหลัง เหนือหน้ากาลมีรูปบุคคล ซึ่งอาจมีพาหนะหรือไม่ก็ได้ หน้ากาลคายท่อนพวงมาลัยวกขึ้นแล้วตกลงเป็นกรอบสี่เหลี่ยม ใต้ท่อนพวงมาลัยเป็นใบไม้ม้วน เหนือท่อนพวงมาลัยเป็นใบไม้ตั้ง ทั้งนี้อาจมีรูปแบบอื่นปรากฏ เช่น สลักเป็นภาพเล่าเรื่อง นั่นเอง
ติดกันด้านทิศเหนือ ยังมี #ปราสาทนางรำ ซึ่งเป็น โบราณสถานประเภท “อโรยคศาล” หรือศาสนสถานประจำโรงพยาบาล ในรัชสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 ด้วยนะครับ หากมีโอกาส ลองแวะเวียนไปเยี่ยมชมกันดูนะครับ ทั้งนี้ “กู่พราหมณ์จำศีล” และ “ปราสาทนางรำ” เป็นร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าบริเวณเป็นชุมชนโบราณที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก มาตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 โดยมีศาสนสถานขนาดใหญ่ อย่างกู่พราหมณ์จำศีล เป็นศาสนสถานประจำชุมชน และในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 จึงมีดำริให้สร้างโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียงกัน
ข้อมูลโดย นายวรรณพงษ์ ปาะละกะวงษ์ ณ อยุธยา นักโบราณคดีปฏิบัติการ
เอกสารอ้างอิง
-กรมศิลปากร. ทำเนียบโบราณสถานขอมในประเทศไทย เล่ม 1. กรุงเทพฯ: กองโบราณคดี กรมศิลปากร. 2535
-รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง. ปราสาทขอมในดินแดนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน. 2551.
ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเพื่อให้เอกสารจดหมายเหตุที่เก็บรักษาอยู่นั้น เป็นประโยชน์สูงสุดกับผู้ใช้งาน เป็นการทำให้ผู้ค้นคว้าเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว การให้บริการเอกสารจดหมายเหตุ มีทั้งการให้บริการสืบค้นจากบัญชีเอกสารเพื่อขอใช้เอกสาร โดยสามารถใช้บริการ ณ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติส่วนภูมิภาค ผู้ใช้บริการจะต้องประสานงานเพื่อทราบชุดเอกสารที่ให้บริการในแต่ละที่ และการสืบค้นออนไลน์ โดยสามารถเข้าใช้บริการได้ที่https://archives.nat.go.th/th-th/ในส่วนของหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ พะเยา เอกสารที่ให้บริการมีดังนี้https://web.facebook.com/PhayaoNationalArchives/posts/3103153866631262สามารถศึกษาระเบียบเกี่ยวกับการใช้บริการและค่าทำสำเนาเอกสารได้ที่https://drive.google.com/.../1n4Ismg6.../view..
ชื่อเรื่อง มหานิปาตวณฺณนา(เวสฺสนฺตรชาตก)ชาตกฏฐกถา ขุทฺทกนิกายฏฐกถา(หิมพานต์-นครกัณฑ์)
สพ.บ. 421/10ประเภทวัสดุมีเดีย คัมภีร์ใบลานหมวดหมู่ พุทธศาสนาลักษณะวัสดุ 34 หน้า กว้าง 5 ซม. ยาว 57 ซม.หัวเรื่อง พุทธศาสนา ชาดก
บทคัดย่อ/บันทึก เป็นคัมภีร์ใบลาน อักษรธรรมอีสาน ภาษาบาลี-ไทยอีสาน เส้นจาร ฉบับลานดิบ ได้รับบริจาคมาจาก วัดลานคา ต.โคกคราม อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี
50Royalinmemory ๑๒ พฤษภาคม ๒๔๓๒ (๑๓๓ ปีก่อน) – วันประสูติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา [เจ้าฟ้าชั้นพิเศษ]
พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) กับกับสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ” (พระนามเดิม : สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ) ดำรงพระอิสริยยศ “สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา” เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๙ ทิวงคตเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๗ (ดูเพิ่มเติมใน กรมศิลปากร, ราชสกุลวงศ์, พิมพ์ครั้งที่ ๑๔, (กรุงเทพฯ: สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๕๔), ๙๙.)
Cigarette Cards ชุดเจ้านายไทย (๑ สำรับ ประกอบด้วย พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระฉายาสาทิสลักษณ์ และรูปเขียนคล้ายพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์บนแผ่นกระดาษ จำนวน ๕๐ รูป) ลำดับที่ ๑๕ โดยบริษัท ยาสูบซำมุ้ย จำกัด (SUMMUYE & CO) ผลิตราวปี พ.ศ. ๒๔๗๗ (หมายเลขทะเบียน ๒/๒๕๑๖/๑) มีประวัติระบุว่า คุณหลวงฉมาชำนิเขต มอบให้เมื่อวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๑๖
(เผยแพร่โดย ศรัญ กลิ่นสุคนธ์ ภัณฑารักษ์ / เทคนิคภาพ อริย์ธัช นกงาม ภัณฑารักษ์ปฏิบัติการ กลุ่มทะเบียน คลังพิพิธภัณฑ์และสารสนเทศ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร)