ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 3,854 รายการ
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร ขอเชิญรับฟังการบรรเลงและขับร้องดนตรีสากล "เรืองรัตนโกสินทร์ ถิ่นสยาม" ในงานมหกรรมวัฒนธรรมรัตนโกสินทร์ ื "ใต้ร่มพระบารมี ๒๔๓ ปี กรุงรัตนโกสินทร์" วันอาทิตย์ที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๓๐ น. ณ อุทยาน ๑๐๐ ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขับร้องโดยศิลปินสำนักการสังคีต บรรเลงเพลงโดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร, อำนวยเพลงโดย ธนู รักษาราษฎร์, อำนวยการแสดงโดย ศิริพงษ์ ทวีทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม (วันและเวลาราชการ) โทร. ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๔๒
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตรวจเยี่ยมและมอบหมายภารกิจกรมศิลปากร ในการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ เพื่อเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันที่ 27 ตุลาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่าตามที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากคณะรัฐมนตรีให้ดูแลรับผิดชอบด้านรูปแบบพิธีการและการจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้ประชุมหารือเพื่อรับทราบแนวทางการดำเนินงานของกรมศิลปากรในเรื่องที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งแผนการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ โดยให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามโบราณราชประเพณี มีความสง่างามสมพระเกียรติในฐานะแม่แห่งแผ่นดิน อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทั้งนี้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรจะขอรับพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษาตามขั้นตอน และปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถตามข้อสั่งการของรัฐบาล
ทั้งนี้ กรมศิลปากร ได้มอบหมายภารกิจให้หน่วยงานในสังกัด ได้แก่ การออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ดำเนินการโดยสำนักสถาปัตยกรรม การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ดำเนินการโดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ การจัดสร้างเครื่องประกอบพระเมรุมาศ และเครื่องสังเค็ด ดำเนินการโดยสำนักช่างสิบหมู่ การประโคมในพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมและการบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดระยะเวลาการจัดงานพระราชพิธี ดำเนินการโดยสำนักการสังคีต และการจัดทำหนังสือจดหมายเหตุงานพระบรมศพงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดำเนินการโดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ
“นอกจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว ได้เข้าสังเกตการณ์การดำเนินงานสำรวจตรวจสอบสภาพราชรถ ราชยาน ณ โรงราชรถ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เพื่อเตรียมการอนุรักษ์ บูรณะ ซ่อมแซม และตกแต่งให้งดงามสมพระเกียรติ ซึ่งขั้นตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ ภัณฑารักษ์ และช่างสิบหมู่ จะร่วมกันสำรวจสภาพปัจจุบันก่อน เพื่อวางแผนงานอนุรักษ์ บูรณะ ซ่อมแซม ตลอดจนการตกแต่งให้งดงามตามแบบศิลปกรรมไทยประเพณี คาดว่าจะดำเนินการบูรณะราชรถ ราชยาน คานหามทุกองค์ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ไม่เกิน 1 ปี โดยหลังจากวันนี้ จะได้ขอฤกษ์สำหรับวันทำพิธีบวงสรวงราชรถ ราชยาน และเครื่องประกอบพระเกียรติยศ เพื่อเริ่มงานบูรณะราชรถตามขนบธรรมเนียมประเพณีต่อไป ทั้งนี้ กรมศิลปากร จะปิดให้บริการเข้าชมโรงราชรถตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป จนกว่าการพระราชพิธีจะแล้วเสร็จ” นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์กล่าว
หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ขอเชิญชวนน้อง ๆ เข้าร่วมกิจกรรม "ประดิษฐ์โมบาย 3D ต้อนรับปีใหม่" ในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 เวลา 13.30 - 15.30 น. ณ ห้องรักการอ่าน หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย รับจำนวนจำกัด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง โทร. 0 85474 5150 (พี่ปุ๋ย) Facebook. หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ตรัง https://www.facebook.com/nltrang.finearts
Blues for Uthit : เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 46
เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 46
ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ นายอุทิตต์ ทินกร ณ อยุธยา นักดนตรีวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ ที่ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พุทธศักราช 2522 และได้พระราชทานให้วงดนตรี อ.ส. วันศุกร์ นำออกบรรเลงครั้งแรกทางสถานีวิทยุ อ.ส.วันศุกร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พุทธศักราช2522
Royal Composition Number 46
The forty-sixth royal musical composition was written as a memorial to Mr. Uthit Tinakorn Na Ayudhya, a musician of the Aw Saw Wan Suk Band who passed away on 6 August 1979. It was given to the Aw Saw Wan Suk Band to be performed for the first time on Aw Saw Radio on Friday, 10 August 1979.
This is a paper Phraya Boranrajathanin presented to His Majesty King Prajadhipok (Rama VII) on the occasion of the royal ceremony of paying reverence to the past great kings of Ayutthaya in 1926. The contents of the essay are divided into two parts, namely the prophecy poem of Ayutthaya and the description of Ayutthaya city plan and landscape. The essay was later reprinted in the Collection of Historical Archives, volume 63.
แหล่งโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่พบแผ่นหินรูปคล้ายใบเสมาในวัฒนธรรมทวารวดี ซึ่งเรียกสั้นๆ ว่า “ใบเสมา” ได้แก่ ชุมชนโบราณบ้านไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ ชุมชนโบราณบ้านไพรขลา เป็นชุมชนโบราณที่มีคูน้ำคันดิน เป็นส่วนหนึ่งของเขต ทุ่งกุลาร้องไห้ ตั้งอยู่ห่างจากลำน้ำมูลเพียง ๕ กิโลเมตร เท่านั้น ภายในชุมชนโบราณ พบกลุ่มใบเสมา ๒ กลุ่ม ได้แก่ ๑. โนนสิมมาใหญ่ ๒. โนนสิมมาน้อย ซึ่งรูปแบบใบเสมาที่พบ สามารถกำหนดอายุสมัยอยู่ในวัฒนธรรมทวารวดี ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖-------------------------------------------------------ที่มาของข้อมูล : สำนักศิลปากรที่ ๑๐ นครราชสีมา
กรมศิลปากร กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๔ ณ วัดอัมพวันเจติยาราม ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. และขอ เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัยโดยเสด็จพระราชกุศลได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมศิลปากรรับผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี ๒๕๖๔ นำไปถวาย ณ วัดอัมพวันเจติยาราม ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันเสาร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยจะมีพิธีสมโภชองค์พระกฐิน ในวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๘.๐๐ น. จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทรัพย์ หรือสิ่งของ โดยเสด็จพระราชกุศลในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกรมศิลปากร ประจำปี ๒๕๖๔ ได้ที่ กลุ่มคลังและพัสดุ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร ในกรณีส่งธนาณัติ หรือ ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ โปรดสั่งจ่ายในนาม ผู้อำนวยการกลุ่มคลังและพัสดุ กรมศิลปากร ณ ที่ทำการไปรษณีย์หน้าพระลาน กทม. ๑๐๒๐๐ หรือโอนเข้าบัญชีธนาคารออมสิน สาขาหน้าพระลาน บัญชีเลขที่ ๐ ๕ ๐ ๕ ๗ ๐ ๓ ๔ ๕ ๕ ๙ ๐ ชื่อบัญชี การกุศลกรมศิลปากร ประเภทเงินฝากออมทรัพย์ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ทั้งนี้ กรมศิลปากรจะได้รวบรวมนำเข้าสมทบถวายบำรุงพระอารมหลวงวัดอัมพวันเจติยาราม และขอรับใบอนุโมทนาบัตรต่อไป สอบถามเพิ่มเติม โทร. ๐ ๒๒๒๑ ๗๘๑๒ วัดอัมพวันเจติยาราม เดิมชื่อว่า วัดอัมพวา เป็นศาสนสถานสำคัญในประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ และมีความเกี่ยวเนื่องกับพระบรมราชจักรีวงศ์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศักราช ๒๓๒๕ เมื่อแรกสถาปนากรุง รัตนโกสินทร์ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ พระอุโบสถตลอดจนถาวรวัตถุในวัดนี้ส่วนใหญ่เป็นศิลปะและสถาปัตยกรรมในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น บริเวณวัดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
"งานบันทึกหลักฐาน"
งานบันทึกหลักฐานสภาพความชำรุดเสียหายของจิตรกรรมฝาผนัง ด้วยการบันทึกภาพถ่าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการปฏิบัติงานอนุรักษ์ในขั้นตอนต่อไป
กิจกรรมงานอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถ วัดสุวรรณารามราชวรวิหาร แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หนึ่งในโครงการอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ โดยมีนายอภิชาติ สุวรรณ นักวิชาการช่างศิลป์ชำนาญการพิเศษ เป็นผู้ควบคุมงาน
ระยะเวลาดำเนินงาน มีนาคม-สิงหาคม ๒๕๖๕
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการ ไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “เปิดแหล่งภาพเขียนสีโบราณแห่งเมืองขอนแก่น” วิทยากรโดย นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ดำเนินรายการโดย นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น. ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร และ Youtube Live : กรมศิลปากร
#มหามกุฎราชวงศานุประพัทธ์ ๑๘ มิถุนายน ๒๓๙๓ วันประสูติพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์.พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์ เป็นพระราชธิดาพระองค์ที่ ๓๐ ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ประสูติแต่เจ้าคุณจอมมารดาเอม ประสูติเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๓๙๓.เมื่อพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับยังพระบวรราชวัง พระองค์ทรงสร้างพระราชมณเฑียรแห่งใหม่ขึ้น โดยมีลักษณะเป็นเก๋งจีน เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปประทับ ณ พระราชมณเฑียรแห่งใหม่นั้น พระองค์เกิดพระอาการประชวรติดต่อเป็นเวลานาน เมื่อซินแสเข้ามาดูจึงกราบทูลว่า เนื่องจากพระที่นั่งเก๋งจีนองค์นี้ สร้างในที่ฮวงจุ้ยที่เป็นอัปมงคล ดังนั้น พระองค์จึงโปรดให้รื้อพระที่นั่งเก๋งจีนลง ไปปลูกไว้ที่นอกวังหลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างพระที่นั่งองค์ใหม่บริเวณที่สร้างพระที่นั่งเก๋งจีนองค์เดิม แต่ได้เลื่อนตำแหน่งที่ตั้งไปทางทิศตะวันออก ลักษณะเป็นตึกฝรั่ง เรียกพระที่นั่งองค์นี้ว่า "พระที่นั่งวงจันทร์" ตามพระนามของ พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์ภายหลังพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามพระที่นั่งใหม่ว่า "พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์".พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์ สิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๔๕๙ สิริพระชันษา ๖๗ ปี.พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์ นับเป็นพระราชภาติยะในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช รัชกาลที่ ๔.ภาพ : พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวงจันทร์
พระบรมสารีริกธาตุ คือ พระบรมอัฐิขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายหลังจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ นับเป็นปูชนียวัตถุแทนพระพุทธองค์ที่พุทธศาสนิกชนนับถือบูชาแต่แรกปรินิพพานสืบมาจนถึงปัจจุบัน ในมหาปรินิพพานสูตรกล่าวถึงพระบรมสารีริกธาตุว่า หลังจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว โทณพราหมณ์ได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น ๘ ส่วน เพื่อให้กษัตริย์และพราหมณ์อัญเชิญกลับไปยังดินแดนของตน ๘ เมือง ได้แก่ เมืองราชคฤห์ เมืองเวสาลี เมืองกบิลพัสดุ์ เมืองอัลปัปปะ เมืองรามคาม เมืองเวฏฐทีปกะ เมืองปาวา และเมืองกุสินารา กษัตริย์เมืองต่าง ๆ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐานในสถูป นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการบูชาพระบรมสารีริกธาตุในเวลาต่อมา
ในดินแดนไทยเมื่อมีการรับพุทธศาสนาจากชมพูทวีป วัฒนธรรมแรกที่รับพุทธศาสนาจึงเกิดขึ้นภายใต้ชื่อว่า “ทวารวดี” ที่มีช่วงอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ -๑๖ จากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่ามีการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ใต้ฐานของเจดีย์หมายเลข ๑ เมืองโบราณคูบัว ซึ่งถือเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่เก่าแก่ที่สุดที่พบในวัฒนธรรมทวารวดี โดยการขุดค้นทางโบราณคดีพบการก่ออิฐเรียงเป็นหลุมบริเวณกลางเจดีย์ในระดับพื้นดิน ลักษณะตารางเว้นช่องว่างที่มุมทั้ง ๔ และช่องตรงกลาง คือ ตำแหน่งของการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอยู่ในผอบครอบ ๓ ชั้น ซึ่งลักษณะการก่ออิฐเป็นช่องตารางนี้คล้ายคลึงกับแผ่นหินที่สลักแผ่นหินหรือก่ออิฐเป็นช่อง ๕ ช่อง หรือ ๙ ช่อง และบรรจุสิ่งของมงคลต่าง ๆ ลงไป แบบเดียวกับประเพณีวางศิลาฤกษ์ของอินเดีย ลังกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ผอบทั้ง ๓ ชั้นนั้น ชั้นแรกเป็นผอบสำริดฝาลายดอกบัว ชั้นที่ ๒ ผอบเงินฝาตกแต่งลายกลีบบัว ชั้นล่างสุดเป็นผอบทองคำเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๕ เซนติเมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ๕ องค์ ลูกปัดแก้วสีน้ำเงินสมัยทวารวดี ชิ้นส่วนทองคำที่ยังไม่ได้แปรสภาพ และวัตถุสีแดงคล้ายก้อนดินบรรจุรวมอยู่ด้วย ช่องสำหรับบรรจุผอบถูกปิดด้วยแผ่นหิน สลักภาพพระพุทธรูปนูนต่ำขนาบข้างด้วยสถูปทรงหม้อปูรณฆฏะ (หม้อน้ำ) และธรรมจักรที่ตั้งอยู่บนเสา ซึ่งเป็นการปิดห้องกรุให้มิดชิดตามคัมภีร์ในพุทธศาสนา
การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในสถูปเจดีย์นั้นเป็นแนวคิดมาจากสถานที่ฝังศพ โดยพระบรมสารีริกธาตุเปรียบเสมือนกระดูกของคนตาย ห้องกรุใต้สถูปเปรียบได้กับหลุมฝังศพ องค์เจดีย์ที่ก่อทับพระบรมสารีริกธาตุก็พัฒนามาจากเนินดินฝังศพ
พระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบจากเจดีย์หมายเลข ๑ ซึ่งได้รับการขุดค้น ขุดแต่งอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการโดยนักโบราณคดีนี้ ถือได้ว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่ได้รับการประดิษฐานในดินแดนประเทศไทยเป็นองค์แรก ๆ
-----------------------------------------------------
ที่มาของข้อมูล: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี
https://www.facebook.com/ilove.ratchaburi.national.museum/posts/pfbid02UMip7zp3p1iF3LR6Jtj6KGYojz1FXqFbwhhVMMuWwZisNCUtjxaxrK6ff1zECERrl
-----------------------------------------------------
*เผยแพร่ข้อมูลทางเว็บไซต์ โดยกลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร
วันจันทร์ที่ ๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายสถาพร เที่ยงธรรม รองอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธานเปิดการประชุมผู้แทนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเพื่อพัฒนาแนวทาง ขั้นตอนและวิธีการในการดำเนินงานสำรวจขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในความครอบครองของวัด ภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุม ๑ คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยมีนางสาวนิตยา กนกนมงคล ผู้อำนวยการสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กล่าวรายงานวัตถุประสงค์การประชุมครั้งนี้ เพื่อระดมความคิดเห็น ให้คำปรึกษา คำแนะนำ สำหรับพัฒนาวิธีการทำงานสำรวจโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในครอบครองชองวัด ภาครัฐและเอกชนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ลดปัญหาอุปสรรคการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยมีคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยภัณฑารักษ์และเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น ๕๓ คน เข้าร่วมประชุม
ผลการดำเนินงานตามโครงการเป็นที่น่าพอใจด้วยสามารถสำรวจโบราณวัตถุรายการใหม่ที่ทรงคุณค่าด้านต่างๆ ไม่น้อยกว่าปีละ ๑,๐๐๐ รายการ รวมทั้งติดตามตรวจสอบสภาพโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุในครอบครองของวัด ภาครัฐและเอกชนที่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ไม่น้อยกว่าปีละ ๖๕๐ รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโบราณวัตถุกลุ่มหนังสือสมุดไทย และหนังสือบุด กรมศิลปากรเล็งเห็นความสำคัญของเอกสารโบราณเหล่านี้ ในฐานะภูมิปัญญาของชาติแขนงหนึ่ง นับวันจะถูกทำลายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และถูกจำหน่ายถ่ายโอนอย่างง่ายดายเพราะไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย จึงมีนโยบายให้สำรวจหนังสือสมุดไทย หนังสือบุด คัมภีร์ใบลานเพื่อประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติเช่นเดียวกับโบราณวัตถุชนิดอื่นต่อไป
กรมศิลปากร ขอเชิญรับชมถ่ายทอดสด Facebook Live รายการไขความรู้จากครูกรมศิลป์ ตอน “การสืบทอดทางบรรเลงจากมุขปาฐะถึงทางบรรเลงที่ถอดจากโน้ตสากล” วิทยากร นางบุญตา เขียนทองกุล นักวิชาการละครและดนตรีเชี่ยวชาญ สำนักการสังคีต ดำเนินรายการ นายสุกิตติ์ ทำบุญ นักวิชาการละครและดนตรีปฏิบัติการ สำนักการสังคีต พิธีกร นางกมลชนก พรภาสกร นักวิชาการโสตทัศนศึกษา กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตั้งแต่เวลา ๑๑.๐๐ – ๑๑.๔๕ น.
ผู้สนใจสามารถติดตามชมได้ทาง Facebook Live : กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม https://www.facebook.com/FineArtsDept และ Facebook Live : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร https://www.facebook.com/prfinearts
กรมศิลปากร ขอเชิญร่วมกิจกรรมเนื่องในเทศกาลมหาสงกรานต์ พุทธศักราช 2566 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร รับความรู้คู่ความสนุกกับ “สงกรานต์แฟร์ : นพเคราะห์บูชาดาราจร รับพรสงกรานต์ปีเถาะ” วันที่ 7 - 9 เมษายน 2566 จัดกิจกรรมในลักษณะการออกร้านศิลปะเชิงสร้างสรรค์ และกิจกรรมต่าง ๆ ในหัวข้อ “สงกรานต์แฟร์ : นพเคราะห์บูชาดาราจร รับพรสงกรานต์ปีเถาะ” ระหว่างวันที่ 7 – 9 เมษายน 2566 ซึ่งประกอบด้วย 9 กิจกรรม ดังนี้
1. นิทรรศการ “เก้าดารา” เรียนรู้เกี่ยวกับเทวดานพเคราะห์ในวิถีชีวิตไทย
2. เปิด “ตลาดเก้าล้าน” แสดงและจำหน่ายสินค้าที่นักศึกษา ศิลปิน และอาสาสมัคร ได้พัฒนาต่อยอดมาจากโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
3. “สถานีเก้าสิปป์” กิจกรรมเวิร์กชอปงานศิลปะที่หยิบเล่นได้ โดยนักศึกษาและศิลปินอาร์ตทอย ณ ระเบียงด้านข้างหมู่พระวิมานฝั่งทิศเหนือ ข้างอาคารประพาสพิพิธภัณฑ์
4. กิจกรรม “ทัวร์เก้ามณี” นำชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเรียนรู้ถึงที่มาของเทวดานพเคราะห์และเทศกาลมหาสงกรานต์ ผ่านโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ในห้องจัดแสดงต่าง ๆ
5. กิจกรรม “ล่าขุมทรัพย์เก้าแต้ม” รับสมุดประทับตราแล้วออกตามหาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เกี่ยวเนื่องกับเทวดานพเคราะห์ จำนวน 9 จุด เพื่อแลกรับถุงเครื่องราง “นวธัญมงคล” (เมล็ดพืชอันเป็นมงคล 9 ชนิด) เป็นของที่ระลึก วันละ 500 ชิ้นเท่านั้น
6. จิบชาเก้าชนิด “จิ๋วจ่งฉา” โดย อ๋อง ที บาย บี๋ (Ong Tea by Bee) ณ เรือนชาลีลาวดี
7. ลุ้นกาชาปองชุดพิเศษ “นวพ่าห์” สัตว์พาหนะเก้าชนิดของเทพนพเคราะห์โดย Little Turtle Studio
8. พิเศษสุดกับการเสี่ยงทายพระคเณศ “นวคเณศ” ซึ่งออกแบบโดยศิลปินอาร์ตทอยเพื่องานสงกรานต์แฟร์ 2566 โดยเฉพาะและมีจำนวนจำกัด
9. ทุกคนที่เข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในช่วงงานสงกรานต์แฟร์ วันที่ 7 - 9 เมษายน 2566 จะได้รับเหรียญที่ระลึก “พิพิธคเณศ” เป็นรูปพระคเณศแบบต่าง ๆ ที่ศิลปินร่วมกันออกแบบไว้ 15 แบบ จำนวน 15,000 ชิ้น โดยจำกัดคนละ 1 เหรียญ/คน/วัน
กรมศิลปากร จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม“สงกรานต์แฟร์ : นพเคราะห์บูชาดาราจร รับพรสงกรานต์ปีเถาะ” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เวลา 09.00 – 16.00 น. ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟสบุ๊ก เพจ National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร หรือ โทรศัพท์ 0 2224 1333, 0 2224 1402