ค้นหา

รายการที่พบทั้งหมด 50,725 รายการ


วันศุกร์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๒.๐๐ - ๑๖.๓๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ นางวรรณภา ปะวิโน บรรณารักษ์ชำนาญการ และนายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ เข้าร่วมรับฟังรายละเอียดการนำเสนออนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ สู่มรดกโลก และความคืบหน้าเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการตรวจ จากผู้เชี่ยวชาญของสภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ (ICOMOS) โดยมี นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุม นายบวรเวท รุ่งรุจี ประธานคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ให้เป็นมรดกโลก อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และเป็นนายกสมาคมอิโคโมสไทย พร้อมคณะทำงานเร่งรัดฯ เป็นผู้ชี้แจงความหน้าดังกล่าว ซึ่งแหล่งมรดกเชียงใหม่ที่จะขอขึ้นทะเบียนมรดกโลกประกอบด้วย วัดสำคัญ ๗ แห่ง คือ วัดเชียงมั่น, วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม), วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดสวนดอก (วัดบุปผาราม), วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร และวัดเจ็ดยอด (วัดโพธารามหาวิหาร) รวมถึงแนวคูเมือง ๔ แจ่ง กำแพงเมือง และประตูเมืองเชียงใหม่ ๕ แห่ง ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่



วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ และนางสาวสุคนธ์ทิพย์ จันทะลุน บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมประชุมผู้บริหารกรมศิลปากร ครั้งที่ ๑๒/งบ.๒๕๖๘ ประจำเดือนกันยายน ๒๕๖๘ ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting






        พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ขอเชิญชมนิทรรศการ “ศิลป์ นิยาม : ความรัก ความงาม ความสุข” นิทรรศการพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 133 ปีชาตกาล ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ร่วมค้นหาและดื่มด่ำกับนิยามของ “ศิลปะ” ผ่าน 3 มุมมองอันเป็นนิยามศิลปะของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย “ความรัก” ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ  “ความงาม” ที่ศิลปะได้ถ่ายทอด  และ “ความสุข” ที่มอบคืนให้ผู้คน พร้อมนวัตกรรมการจัดแสดง โฮโลแกรมอาจารย์ศิลป์ ที่จะทำให้เรื่องราวกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ระหว่างวันที่ 15 - 25 กันยายน 2568 เปิดวันพุธ - วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์ - วันอังคาร) ทั้งนี้ *วันจันทร์ที่ 15 กันยายน เปิดให้เข้าชมเป็นกรณีพิเศษ  อาคารนิทรรศการ6 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป ถนนเจ้าฟ้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 240 บาท        ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือชื่อเดิมว่า นายคอร์ราโด เฟโรจี (Corrado Feroci) เป็นชาวอิตาเลียน เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2435 ณ ตําบลซานตาจิโอวานี นครฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี สําเร็จการศึกษาจากสถาบันการศึกษาศิลปะชั้นสูงแห่งเมืองฟลอเรนซ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) มีพระประสงค์ต้องการบุคลากรที่เชี่ยวชาญในด้านศิลปะตะวันตกเพื่อเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นในแผ่นดินไทยและทําการฝึกสอนช่างไทยให้มีความสามารถในการสร้างงานประติมากรรมแบบตะวันตก ทางรัฐบาลอิตาลีจึงส่งคุณวุฒิและผลงานของศาสตราจารย์คอร์ราโด เฟโรจี ให้สยามพิจารณา ด้วยเหตุนี้ศาสตราจารย์คอร์ราโด จึงเดินทางสู่แผ่นดินสยาม เพื่อเข้ามารับราชการเป็นช่างปั้นประจํากรมศิลปากร กระทรวงวัง เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2466 และได้รับการแต่งตั้งเป็นอาจารย์สอนวิชาช่างปั้นหล่อ แผนกศิลปากรสถานแห่งราชบัณฑิตยสภา ในปี พ.ศ. 2469 ผลงานการสร้างสรรค์ประติมากรรมและอนุสาวรีย์ชิ้นสําคัญ เช่น พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ที่เสียสละและอุทิศตนเพื่องานศิลปะของไทย โดยเป็นผู้ที่ทําให้วงการศิลปะของไทยเริ่มต้นเข้าสู่รูปแบบที่เป็นสากล ด้วยการนําความรู้ทางด้านศิลปะตามหลักวิชาการแบบตะวันตกมาเป็นแนวทางในการวางรากฐานการศึกษาในมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยทางด้านศิลปะแห่งแรกของประเทศไทย นับว่าเป็นผู้บุกเบิกการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมสมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัยในประเทศไทยอย่างแท้จริง จนได้รับการยกย่องว่า “บิดาแห่งศิลปะสมัยใหม่ของไทย”   ----------------------------------------------- Exhibition: “Art Defined: Love, Beauty, Joy”  A special exhibition commemorating the 133rd anniversary of Professor Silpa Bhirasri, the father of modern Thai art. Explore and immerse yourself in the definition of “art” through three perspectives as envisioned by Professor Silpa Bhirasri:  • “Love” that nourishes the soul  • “Beauty” expressed through artistic creation  • “Joy” that art returns to the people Experience innovative displays, including a hologram of Professor Silpa, bringing his story back to life. 15–25 September 2025 Open Wednesday to Sunday (Closed Monday–Tuesday) 09:00–16:00 Exhibition Hall 6, The National Gallery of Thailland, Chao Fa Road Admission: Thai visitors 30 THB | International visitors 240 THB  


        อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวเลือกซื้อของที่ระลึก เมื่อไปเยือนอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท สามารถนำไปเป็นของขวัญของฝากให้คนที่คุณรักและเคารพในโอกาสต่างๆ โดยมีของที่ระลึกที่น่าสนใจมากมาย เช่น หอนางอุสาจำลอง ขนาดใหญ่สูง 35.5 เซนติเมตร ทำจากโฟมมีน้ำหนักเบา เคลือบด้วยอีพ็อกซี่ โรยด้วยทรายให้สัมผัสหยาบเหมือนหินทรายของแท้ ลงสีได้อย่างสมจริง แข็งแรงทนทาน สวยงามเสมือนของจริงมากๆ ราคา 1,900 บาท   หอนางอุสาจำลอง ผลิตจากเรซิ่น ทนทานไม่แตกง่าย ราคา 200 บาท รูปปั้นจำลองหอนางอุสา หล่อจากปูนปลาสเตอร์ลงสีเคลือบเงา ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมเชื่อมติดกัน ราคา 180 บาท   Magnet ติดตู้เย็นรูปหอนางอุสา มรดกโลกภูพระบาท วัสดุทำจากไม้อัด ราคา 40 บาท   แก้วเก็บอุณหภูมิ ไอเทมคู่กายของคนชอบดื่มน้ำบ่อยๆ พิเศษตรงที่สกรีนลายหอนางอุสา, มรดกโลกภูพระบาท ควรค่าแก่การจดจำ สามารถใส่เครื่องดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ขนาด 240 ml.ราคา 200 บาท   พวงกุญแจหอนางอุสา ทำจากอะคริลิคใส ราคา 30 บาท   Magnet ติดตู้เย็น ทำจากไม้อัด ราคา 25 บาท   ไปรษณียบัตร (POSTCARD) รูปภาพโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เช่น หอนางอุสา, ถ้ำคน, วัดลูกเขย, ถ้ำพระ, กู่นางอุสา ราคา 35 บาท   พวงกุญแจหอนางอุสา ทำจากไม้อัด มีทั้งแบบเป็นรูปภาพสวยงาม และแบบยิงเลเซอร์ ราคา 25 บาท   พวงกุญแจหอนางอุสา ผลิตจากเรซิ่น อันละ 25 บาท   กระเป๋าผ้ารักษ์โลก สกรีนลายหอนางอุสา, ถ้ำวัว, ถ้ำคน ใบละ 99 บาท ผ้าพันคอ&ผ้าคลุมไหล่ ผ้าทอนุ่มลื่นสกรีนลายหอนางอุสา มรดกโลกภูพระบาท ผืนใหญ่สามารถใช้เป็นผ้าพันคอก็ได้ หรือจะคลุมไหล่ก็ดูดี มีหลายสีให้เลือกชม ราคา 200 บาท         ผู้สนใจสามารถซื้อสินค้าที่ระลึกได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 - 16.30 น. สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 4221 9837 - 8 (ในเวลาราชการ) Facebook : อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท https://www.facebook.com/phuphrabathistoricalpark







black ribbon.