ค้นหา
รายการที่พบทั้งหมด 48,995 รายการ
รายชื่อหนังสือใหม่ ห้องหนังสือทั่วไป เดือนมิถุนายน 2568
หมวด 100 ปรัชญา จิตวิทยา
คิมรันโด. จงหางานที่มีแต่คุณเท่านั้นที่ทำได้ = Future : My job. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: Spell, 2558. (158.6 ค451จ)
โหรทักษา. ลำปาง: จิตวัฒนาการพิมพ์, 2540. (133.5 ห898)
หมวด 200 ศาสนา
จีรนันท์ กุลเดชคุณา. การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตของข้าพเจ้า. นนทุบรี: ภาพพิมพ์, 2565. (230 จ544ก)
พระเทพวัชรเมธี (สมคิด จินฺตามโย). ธรรม : ชาติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2566. (294.31177 พ332ธ)
พระอริยวังโส (สุชาติ โกศลกิติวงศ์). ที่ระลึกงานบำเพ็ญกุศล 19 ปี อาจาริยบูชา พระอาจารย์อริยวังโสภิกขุ (ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สุชาติ โกศลกิติวงศ์) 7 มกราคม 2567 ณ อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม ต.พุสวรรค์ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี. [เพชรบุรี]: [อุทยานศาสนาพระโพธิสัตว์กวนอิม], 2567. (294.304 พ417ท)
วิลักษณ์ ศรีป่าซาง. พระเจ้าไม้ล้านนา = Lanna wooden Buddha Images. เชียงใหม่: สีสันพรรณไม้ , 2554. (294.31873 ว715พ)
Jeranun Kuladejkhuna. The guidance of the holy spirit in my life. Bangkok: The love of god Church, 2022. (248.4 J55g)
หมวด 300 สังคมศาสตร์
งานประเพณี วิถีคนลำพูน. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์, 2567. (390.9593 ง338)
ธิติยา จันทพลาบูรณ์. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), 2567. (372.82044 ธ588ห)
เพ็ญจันทร์ สุนทราจารย์. หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), 2567. (372.7044 พ885ห)
มูลนิธิสมาน - คุณหญิงเบญจา แสงมลิ. พระสงฆ์ ผู้บริหารการศึกษา ครู บุคคลผู้มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2567. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสมาน - คุณหญิงเบญจา แสงมลิ, [2567]. (371.1 ม686พ)
วาสนา นาน่วม. ลับ ลวง พราง 5 ศึกชิงอำนาจ ผ่าแผนปฎิวัติเลือด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน, 2555. (320.9593 ว491ล)
_____. ลับ ลวง เลือด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มติชน, 2553. (320.9593 ว491ล)
ศาลฎีกา. คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2562 เล่มที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา, 2562. (347.077 ศ364ค)
ศาลฎีกา. สำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา. คำพิพากษาศาลฎีกา พุทธศักราช 2566 เล่มที่ 10. กรุงเทพฯ: ศูนย์วิชาการงานคดี สำนักอำนวยการประจำศาลฎีกา, [2566]. (347.077 ศ364ค)
Phone Myint Oo. Commoditization of culture in an ethnic community : The 'Long-Necked' Kayan (Padaung) in Mae Hong Son, Thailand. Chiang Mai: Chiang Mai University Press, 2018. (303.4 P574c)
หมวด 600 เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ประยุกต์
เทคโลยีการผลิตเห็ดหอมคุณภาพเขตภาคเหนือตอนบน. เชียงใหม่: ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่งแอนด์มีเดีย, 2554. (635.8 ท592)
สุมนต์ทิพย์ คงตันจันทร์ฟัก. เทคโนโลยีชีวภาพของน้ำตาล = Sugar biotechnology. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2567. (664.1 ส841ท)
หมวด 700 ศิลปกรรมและการบันเทิง
หม่อง (พลังทำ คชสารทอง). เซนดะ. กรงเทพฯ: ห้องภาพสุวรรณ, 2564. (741.5 ห177ซ)
หมวด 800 วรรณคดี นวนิยาย
กลิ่นแก้วกำยาน. รอยทรายในสายลม. นนทบุรี: สมาร์ทบุ๊คส์, 2552. (895.913 ก315ร)
ทริก'ซา. princess'Love ความรักของเจ้าหญิงน้อย. กรุงเทพฯ: ตะวันส่อง, ม.ป.ป. (895.913 ท166ป)
เนตรนที. สัญญาร้ายสายใยรัก. กรุงเทพฯ: บีไมน์, 2553. (895.913 น785ส)
ผกาวดี อุตตโมทย์. ครูไหวใจร้าย. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: ผีเสื้อ, 2552. (895.913 ผ123ค)
พิณพระจันทร์. จะเก็บภาพเธอไว้ในความรัก. กรุงเทพฯ: อรุณ, 2553. (895.913 พ662จ)
เพฑูรย์. ดวงใจเลือดมังกร. กรุงเทพฯ: พลอยวรรณกรรม, 2555. (895.913 พ912ด)
มิน,ชางอัน. ยัยตัวป่วน กะ นายกะล่อน. กรุงเทพฯ: แสงดาว, 2549. (895.73 ม576ย)
โมเหนีย. จอมโจรไฟมาร. กรุงเทพฯ: อินเลิฟ, 2555. (895.913 ม955จ)
อฌิรญา. องครักษ์หัวใจ. กรุงเทพฯ: simply book-love novels, 2552. (895.913 อ119อ)
อาฬาดา. บอดี้การ์ด...ที่รัก. กรุงเทพฯ: simply Book - love novels, 2553. (895.913 อ678บ)
หมวด 900 ประวัติศาสตร์ และภูมิศาสตร์
ชวน กัน เฮ. โซล : Seoul. กรุงเทพฯ: oom, 2557. (915.915 ช265ซ)
พระสงฆ์ ผู้บริหารการศึกษา ครู และบุคคลผู้มีผลงานดีเด่น. กรุงเทพฯ : มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ, 2564. (920.0593 พ399)
พลอย มัลลิกะมาส. ฮอกไกโด...ในวันที่หิมะละลาย. กรุงเทพฯ: วงกลม, 2551. (915.2 พ451ฮ)
วงเดือน นาราสัจจ์. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), 2567. (909 ว114ห)
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ขอเชิญร่วมตามรอยอารยธรรม ร่วมย้อนอดีต ชมการแสดง แสง สี เสียง ในงาน "ประตูชัย บนราชมรรคาแห่งชัยวรมันที่ ๗" ระหว่างวันที่ ๖ - ๗ มิถุนายน ๒๕๖๘ ณ บริเวณประตูชัย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับอำเภอพิมาย มีไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้ ดังนี้
- ชม การแสดง แสง สี เสียง "ประตูชัยบนราชมรรคา แห่งชัยวรมันที่ ๗"
- การประกวดธิดาอัปสรา
- ตลาดย้อนยุคสินค้าของดีเมืองพิมาย
- นิทรรศการให้ความรู้ประวัติประตูชัย
- การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน
- จุดถ่ายรูปเช็คอินบอลลูนลอยน้ำ
ขอเชิญทุกท่านมาร่วมย้อนรอยอดีต แต่งกายย้อนยุคเที่ยวงานไปด้วยกัน แล้วคุณจะหลงรักประตูชัย
สำนักศิลปากรที่ ๘ ขอนแก่น ขอเชิญชวนทุกท่านในเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น บึงกาฬ เลย สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี ที่มีสื่อการบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ของมนุษย์ในอดีต ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบภาพถ่ายเก่า, การจดบันทึกลงใบลาน แผ่นไม้ กระดาษ, โสตทัศนวัสดุ CD/DVD สามารถร่วมส่งมรดกทางเอกสาร ที่บันทึกในรูปแบบสื่อนั้น ๆ เพื่อพิจารณาเป็นมรดกความทรงจำแห่งประเทศไทย ได้ที่ https://www.nat.go.th/mow ทั้งนี้ ผู้ส่งข้อมูล ต้องทำการโหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ และทำการกรอกข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับมรดกความทรงจำนั้น ๆ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้ว ต้องกรอกแบบละเอียดต่อไป
วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 นางสาวฑาริกา กรรมจันทร์ หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป ประธานกรรมการตรวจการจ้าง พร้อมด้วยนายนุกูล ดงสันเทียะ นายช่างโยธาชำนาญงาน ลงพื้นที่ตรวจรับงาน การขุดลอกวัชพืชและดินโคลนคูน้ำประสาทเมืองแขก ปรับปรุงภูมิทัศน์โบราณสถานปราสาทเมืองแขก ตำบลโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา
จากนั้นลงพื้นที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการดำเนินงาน วิเคราะห์ศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบโบราณสถานประเภทหิน ณ โบราณปราสาทบ้านบุใหญ่ อำเภอสูงเนิน และตรวจเยี่ยมปราสาทพนมวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน 2568 นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา และนายภาคภูมิ อยู่พูล หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการขอรับจัดสรรงบประมาณงบกลางกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ โบราณสถานปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดบุรีรัมย์
จากนั้นลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานโครงการบูรณะอุโบสถวัดเขื่อนคงคา ณ วัดเขื่อนคงคา ตําบลโคกสะอาด อําเภอลําปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
วันพุธที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๙.๐๐น. นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ มอบหมายนายธนากร วงศ์สิริพัฒนะ นักวิชาการวัฒนธรรม เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมระบบฐานข้อมูลจัดการเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ ณ ห้องคอมพิวเตอร์ คทจ.๒๒๑๒ ชั้น ๒ อาคารเรียนรวม คณะเทคโนโลยีการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ โดยมี นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดการอบรม
วันพฤหัสบดีที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๘ นางปริญญา สุขใหญ่ หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ พร้อมเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์ ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาทำความสะอาดและปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนสายหลัก เนื่องในโอกาศวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๘ และวันสิ่งแวดล้อมโลก ๕ มิถุนายน ๒๕๖๘ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน
รายงานงบทดลองหน่วยเบิกจ่ายรายเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๘พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สุรินทร์
กล้องซิเนมาโตกราฟ (Cinematographe) เป็นกล้องที่สองพี่น้องลูมิแอร์ ออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ได้คิดค้นมาจากหลักการทำงานเลียนแบบจากจักรเย็บผ้า เพื่อเป็นตัวการเลื่อนฟิล์มไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นต้นแบบและเป็นกลไกที่สำคัญที่ใช้อยู่ในกล้องถ่ายภาพและเครื่องฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ได้ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและยังฉายภาพยนตร์ขึ้นจอขนาดใหญ่ได้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ เป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์และเก็บค่าเข้าชมครั้งแรกในสยาม จึงถือว่าเป็นการกำเนิดภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ ตีพิมพ์โฆษณาภาพยนตร์ในส่วนที่เป็นภาษาไทย ว่า นายเอส. จี. มาคอฟสกี (S. G. Marchovsky) เป็นผู้นำภาพยนตร์เข้ามาฉายในคืนวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ซึ่งจัดฉายในรูปแบบมหรสพที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ นอกจากนี้มีแตรวงประกอบและมีการแสดงมายากลโดยโปรเฟซเซอร์มอริส นักมายากลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันตกสลับรายการ ทั้งนี้ได้มีเจ้านาย ขุนนาง และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมภาพยนตร์กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มแรกในการรับชมภาพยนตร์ของสยาม
รายละเอียดของหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ มีเนื้อหาโฆษณาภาพยนตร์ ดังนี้
ขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบทั่วกันว่า การละเล่นซึ่งเรียกกันว่า ซีเนมาโตรแครฟ คือ รูปที่สามารถกระดิกและทำท่าต่างๆ ได้โดยคำขอของราษฎรจะเล่นสามคืนติดๆ กันคือ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ตรงกับวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ จะมีวงแตรเป่าด้วย โปรเฟซเซอร์มอริส ผู้ชำนาญในเล่นนี้ในทวีปตะวันตก ประตูโรงจะเปิดเวลา ๒ ทุ่ม ตรงกับ ๘ โมงฝรั่ง ราคาห้องหนึ่งที่มีเก้าอี้หลายตัว (บอกซ์) ราคา ๑๐ บาท
ชั้นที่หนึ่ง ราคา ๓ บาท
ชั้นที่สอง ราคา ๒ บาท
ชั้นที่สาม ราคา ๑ บาท
ชั้นที่ ๔ คือที่นั่งวงเวียน ๒ สลึง เด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบ
จะเรียกเอาราคา แต่ครึ่งเดียว
หลังจากนั้นในหน้าหนังสือพิมพ์บางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๔๐ ได้เขียนบรรยายถึงปฏิกิริยาของคนดูไว้ว่า “การเล่นที่เรียกว่า ปาริเซียน ซีเนมาโตกราฟ (Parisian Cinematograph) อันได้เล่นที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการแปลกประหลาดน่าดูจริง รูปประดาน้ำ กับ รูปศรีต่อยมวย ทำเห็นจริงมีคนชอมมาก แล้วตัวละครที่ชำนาญในการเล่นได้ออกมาแสดงการเล่นต่างเป็นที่เห็นจริงน่าชมทุกอย่าง มีเจ้านายขุนนาง และประชาชนชายหญิงได้ไปชมประมาณ ๖๐๐ กว่า ละครนี้เล่นอีกคืนเดียววันนี้เท่านั้น เชิญไปดูเถิดจะได้เป็นขวัญตาไว้เล่าสู่บุตรหลานฟังต่อไป ไม่น่าเสียดายเงินเลย” ซึ่งจากหลักฐานภาพยนตร์ประดาน้ำ กับ ศรีต่อยมวย ตรงกับบัญชีภาพยนตร์ของสองพี่น้องออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ของชาวฝรั่งเศส
จากเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ ที่เป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศ และในปัจจุบันมีหลักจารึก “ที่เกิดภาพยนตร์ในสยาม” (The Birthplace of Cinema in Siam) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ตรงถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยหลักจารึกมีเนื้อหา ว่า “ณ ที่นี้ เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เคยเป็นที่ตั้งโรงละครมงคลบริษัท หรือที่ชาวกรุงเทพฯ มักเรียกว่าโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ เป็นโรงละคร ซึ่งเปิดเมื่อปี ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) โรงละครนี้เองเมื่อแรกมีภาพยนตร์มาฉายในสยาม ได้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เก็บค่าดูจากสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) ถือเป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศไทย
ในวาระที่ภาพยนตร์ครบกำเนิดมา ๑๐๐ ปีในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ และผู้รักภาพยนตร์ในประเทศไทย ช่วยกันสละเงินสร้างหลักจารึกนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร ติดตั้ง ณ ที่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์หลักหมายที่หนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย”
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย. ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔.
จุฑาทิพย์ โคตรประทุม, บรรณาธิการ. ภาพยนตร์ไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๙.
ศิลปวัฒนธรรม. โฆษณาภาพยนตร์ในนสพ.รายวันครั้งแรกของไทย กับปริศนาของ “มาร์คอฟสกี”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_24683, ๒๕๖๓.
หอภาพยนตร์, “๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครบรอบ ๑๑๕ ปี แรกฉายหนังในสยาม โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ,” จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ๒, ๙ (พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๕๕): ๑๒ - ๑๕.
l’Institut Lumière. Le Cinématographe Lumière. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: http://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/cinematographe.html
l’Institut Lumière. L'histoire Lumière. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/breve-histoire.html
กล้องซิเนมาโตกราฟ (Cinematographe) เป็นกล้องที่สองพี่น้องลูมิแอร์ ออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ได้คิดค้นมาจากหลักการทำงานเลียนแบบจากจักรเย็บผ้า เพื่อเป็นตัวการเลื่อนฟิล์มไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นต้นแบบและเป็นกลไกที่สำคัญที่ใช้อยู่ในกล้องถ่ายภาพและเครื่องฉายภาพยนตร์ นอกจากนี้สามารถนำไปใช้ถ่ายทำภาพยนตร์นอกสถานที่ได้ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและยังฉายภาพยนตร์ขึ้นจอขนาดใหญ่ได้
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ เป็นวันแรกของการฉายภาพยนตร์และเก็บค่าเข้าชมครั้งแรกในสยาม จึงถือว่าเป็นการกำเนิดภาพยนตร์ในสยาม ซึ่งในหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ ตีพิมพ์โฆษณาภาพยนตร์ในส่วนที่เป็นภาษาไทย ว่า นายเอส. จี. มาคอฟสกี (S. G. Marchovsky) เป็นผู้นำภาพยนตร์เข้ามาฉายในคืนวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ซึ่งจัดฉายในรูปแบบมหรสพที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ นอกจากนี้มีแตรวงประกอบและมีการแสดงมายากลโดยโปรเฟซเซอร์มอริส นักมายากลผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกตะวันตกสลับรายการ ทั้งนี้ได้มีเจ้านาย ขุนนาง และประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมรับชมภาพยนตร์ ซึ่งผู้ชมภาพยนตร์กลุ่มนี้ถือว่าเป็นกลุ่มแรกในการรับชมภาพยนตร์ของสยาม
รายละเอียดของหน้าหนังสือพิมพ์รายวันบางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับประจำวันพุธที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๔๐ มีเนื้อหาโฆษณาภาพยนตร์ ดังนี้
ขอแจ้งความให้ท่านทั้งหลายทราบทั่วกันว่า การละเล่นซึ่งเรียกกันว่า ซีเนมาโตรแครฟ คือ รูปที่สามารถกระดิกและทำท่าต่างๆ ได้โดยคำขอของราษฎรจะเล่นสามคืนติดๆ กันคือ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ และวันเสาร์ ตรงกับวันที่ ๑๐, ๑๑ และ ๑๒ มิถุนายน ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ จะมีวงแตรเป่าด้วย โปรเฟซเซอร์มอริส ผู้ชำนาญในเล่นนี้ในทวีปตะวันตก ประตูโรงจะเปิดเวลา ๒ ทุ่ม ตรงกับ ๘ โมงฝรั่ง ราคาห้องหนึ่งที่มีเก้าอี้หลายตัว (บอกซ์) ราคา ๑๐ บาท
ชั้นที่หนึ่ง ราคา ๓ บาท
ชั้นที่สอง ราคา ๒ บาท
ชั้นที่สาม ราคา ๑ บาท
ชั้นที่ ๔ คือที่นั่งวงเวียน ๒ สลึง เด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๐ ขวบ
จะเรียกเอาราคา แต่ครึ่งเดียว
หลังจากนั้นในหน้าหนังสือพิมพ์บางกอกไตมส์ (Bangkok Times) ฉบับวันเสาร์ที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๔๐ ได้เขียนบรรยายถึงปฏิกิริยาของคนดูไว้ว่า “การเล่นที่เรียกว่า ปาริเซียน ซีเนมาโตกราฟ (Parisian Cinematograph) อันได้เล่นที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการแปลกประหลาดน่าดูจริง รูปประดาน้ำ กับ รูปศรีต่อยมวย ทำเห็นจริงมีคนชอมมาก แล้วตัวละครที่ชำนาญในการเล่นได้ออกมาแสดงการเล่นต่างเป็นที่เห็นจริงน่าชมทุกอย่าง มีเจ้านายขุนนาง และประชาชนชายหญิงได้ไปชมประมาณ ๖๐๐ กว่า ละครนี้เล่นอีกคืนเดียววันนี้เท่านั้น เชิญไปดูเถิดจะได้เป็นขวัญตาไว้เล่าสู่บุตรหลานฟังต่อไป ไม่น่าเสียดายเงินเลย” ซึ่งจากหลักฐานภาพยนตร์ประดาน้ำ กับ ศรีต่อยมวย ตรงกับบัญชีภาพยนตร์ของสองพี่น้องออกุส และหลุยส์ ตระกูลลูมิแอร์ (Auguste Lumiere - Louis Lumiere) ของชาวฝรั่งเศส
จากเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๔๔๐ ที่เป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศ และในปัจจุบันมีหลักจารึก “ที่เกิดภาพยนตร์ในสยาม” (The Birthplace of Cinema in Siam) และเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อยู่ตรงถนนมหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยหลักจารึกมีเนื้อหา ว่า “ณ ที่นี้ เมื่อครั้งสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เคยเป็นที่ตั้งโรงละครมงคลบริษัท หรือที่ชาวกรุงเทพฯ มักเรียกว่าโรงละครหม่อมเจ้าอลังการ เป็นโรงละคร ซึ่งเปิดเมื่อปี ร.ศ. ๑๑๕ (พ.ศ. ๒๔๓๙) โรงละครนี้เองเมื่อแรกมีภาพยนตร์มาฉายในสยาม ได้เป็นที่จัดฉายภาพยนตร์เก็บค่าดูจากสาธารณชนชาวสยามเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) ถือเป็นจุดกำเนิดภาพยนตร์ในประเทศไทย
ในวาระที่ภาพยนตร์ครบกำเนิดมา ๑๐๐ ปีในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ มูลนิธิหนังไทยในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรณมงคลการ และผู้รักภาพยนตร์ในประเทศไทย ช่วยกันสละเงินสร้างหลักจารึกนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากกรุงเทพมหานคร ติดตั้ง ณ ที่นี้เพื่อเป็นอนุสรณ์หลักหมายที่หนึ่งแห่งประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ในประเทศไทย”
เรียบเรียงโดย : นายธีรบูลย์ มิตรมโนชัย นักวิชาการโสตทัศนศึกษาชำนาญการ หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
แหล่งอ้างอิง :
จำเริญลักษณ์ ธนะวังน้อย. ประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย ตั้งแต่แรกเริ่มจนสิ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๔.
จุฑาทิพย์ โคตรประทุม, บรรณาธิการ. ภาพยนตร์ไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม, ๒๕๕๙.
ศิลปวัฒนธรรม. โฆษณาภาพยนตร์ในนสพ.รายวันครั้งแรกของไทย กับปริศนาของ “มาร์คอฟสกี”. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.silpa-mag.com/history/article_24683, ๒๕๖๓.
หอภาพยนตร์, “๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕ ครบรอบ ๑๑๕ ปี แรกฉายหนังในสยาม โรงละครหม่อมเจ้าอลังการ,” จดหมายข่าวหอภาพยนตร์ ๒, ๙ (พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๕๕): ๑๒ - ๑๕.
l’Institut Lumière. Le Cinématographe Lumière. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: http://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/cinematographe.html
l’Institut Lumière. L'histoire Lumière. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘, จาก: https://www.institut-lumiere.org/musee/les-freres-lumiere-et-leurs-inventions/breve-histoire.html
วันศุกร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๓๐ - ๑๒.๐๐ น. นางสาวปุณณภา สุขสาคร ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ พร้อมด้วยนางวรรณภา ปะวิโน และนางสาวพิมพา สุธัญญาวัชชัย บรรณารักษ์ชำนาญการ เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย หัวข้อ "Libraries leading the way: Sustainability, critical literacies, and community engagement during uncertain times" โดย Steve Witt ผู้อำนวยการ Center for Global Studies , หัวหน้า International and Area Studies Library และบรรณาธิการ IFLA Journal ณ ห้องประชุมเอื้องสายเชียงใหม่ ชั้น ๘ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
รายชื่อหนังสือใหม่ ห้องศาสตร์พระราชา เดือนมิถุนายน 2568
หมวด 700 ศิลปกรรมและการบันเทิง
สูจิบัตรแสงส่องปัญญา โครงการประดับไฟฟ้าส่องสว่าง เทวสถานสำหรับพระนคร (โบสถ์ พราหมณ์) เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี 2 เมษายน 2558. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, 2558. (729.28 ส753)
หมวด 900 ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์
ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า. กรุงเทพฯ: สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, 2552. (929.709593 พ877ด)
วีรกิตติ์ ชัยวินิต. จดหมายเหตุกิจกรรม 100 ปี พระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7. กรุงเทพฯ: ศูนย์ข้อมูลพระปกเกล้าศึกษาและจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า, 2549. (923.1593 ว823จ)